บทความ
จับตารถใหม่ 2026 เตรียมเปิดตัวในไทย
ปี 2026 นี้ ตลาดรถยนต์ไทยน่าจะคึกคักไม่น้อย เพราะหลายค่ายเตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ทั้ง EV, SUV, และไฮบริด ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานยุคใหม่ บทความนี้เรารวบรวม รถใหม่ 2026 ที่คาดว่าจะเปิดตัวในไทย ใครที่เล็งซื้อรถใหม่ในปีนี้ ห้ามพลาดเด็ดขาด !
รถใหม่ 2026
Honda Civic e:HEV 2026 (ราคา 949,000 - 1,239,000 บาท)

การมาของ Honda Civic e:HEV EL มีจุดน่าสนใจที่ราคา 949,000 บาท (เสริมด้วยโปรโมชัน ข้อเสนอพิเศษ 50,000 บาท ก่อนช่วงเดือน เมษายนนี้ ทำให้ราคาอาจอยู่ที่ 899,000 บาท ได้ !) ซึ่งเป็นราคาเดิมของรุ่น เบนซิน เทอร์โบ 1.5 ลิตร เดิม แต่ได้ขุมพลังที่มีความทันสมัย อัตราเร่งไม่แพ้กัน แต่มีความได้เปรียบเรื่องอัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยรวม (ตัวเลขจาก Eco Sticker คือ 23.3 กม./ลิตร และเทียบกับรุ่นเทอร์โบ คือ 17.2 กม./ลิตร)
Honda Civic e:HEV ใช้เครื่องยนต์ไฮบริด เบนซิน 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 104 กิโลวัตต์/141 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. มอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 135 กิโลวัตต์/184 แรงม้า ที่ 5,000-6,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 315 นิวตันนเมตร/32.1 กก.ม. ที่ 0-2,000 รตน. ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแปรผัน
แน่นอนว่าการเป็นรุ่นเริ่มต้นของ Honda Civic e:HEV EL ย่อมมีออพชันบางรายการขาดหายไป (เมื่อเทียบกับรุ่นย่อย EL+) โดยออพชันเฉพาะรุ่นย่อย EL ได้แก่ พวงมาลัยไม่หุ้มหนัง, เบาะนั่งคู่หน้าปรับตำแหน่งด้วยมือ, กระจกมองหลังไม่ปรับแสงอัตโนมัติ, ไม่มีแท่นชาร์จมือถือไร้สาย และวัสดุหุ้มเบาะแบบผ้า
อย่างไรก็ตาม ออพชันที่ติดตั้งเข้ามาทุกรุ่นย่อย ยังคงเป็นระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ Honda Sensing, เบาะด้านหลังพับแยกได้แบบ 60:40, ระบบกล้องแสดงภาพด้านข้างฝั่งซ้ายขณะเปลี่ยนเลน (Honda Lanewatch) , กล้องมองภาพด้านหลัง 3 ระดับ, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย , ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง, จอแสดงผลหลักขนาด 9.0 นิ้ว และการมีระบบ Google Assistant ในตัว
ราคาจำหน่าย Honda Civic e:HEV 2026
- Honda Civic e:HEV EL ราคา 949,000 บาท
- Honda Civic e:HEV EL+ ราคา 1,099,000 บาท
- Honda Civic e:HEV RS ราคา 1,239,000 บาท
ORA 5 SUV 2026 (เปิดตัวอย่างเป็นทางการ วันที่ 12 มีนาคมนี้ !)
ORA 5 ครอสส์โอเวอร์เอสยูวีไฟฟ้ารุ่นใหม่จาก Great Wall Motor พัฒนาต่อยอดจากตระกูล Cat Family อย่าง Good Cat, Ballet Cat และ Lightning Cat (07) โดยยังคงจุดเด่นดีไซน์เรโทรน่ารักเป็นเอกลักษณ์ ผสานกับสัดส่วนตัวถังแบบ SUV ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัย และระบบช่วยขับขี่รุ่นใหม่ของ GWM
ดีไซน์ภายนอกมาพร้อมกระจังหน้าปิดทึบ ไฟหน้าทรงกลมขนาดใหญ่ กันชนดีไซน์ใหม่ และรายละเอียดที่เน้นการใช้งานจริง เช่น พอร์ตชาร์จบริเวณบังโคลนหน้า ราวหลังคา ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว (ยาง 225/60 R18) รวมถึงไฟเบรกในกระจกหลังและสปอยเลอร์ท้าย ส่วนห้องโดยสารออกแบบใหม่ทั้งหมด ใช้วัสดุผ้าคุณภาพสูง มีให้เลือก 3 โทนสี ติดตั้งมาตรวัดดิจิทัล 10.25 นิ้ว จออินโฟเทนเมนต์ลอยตัว 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K ทำงานผ่าน Coffee OS Gen 3 พร้อม AI จาก DeepSeek และชิป 4 นาโนเมตรของ MediaTek
ด้านขุมพลัง ORA 5 ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 150 kW (201 แรงม้า) แรงบิด 260 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม. แบทเตอรี LFP จาก Svolt มีให้เลือก 2 ขนาด 45.3 kWh (ระยะทาง 480 กม. CLTC) และ 58.3 kWh (580 กม. CLTC) รองรับชาร์จเร็ว DC 30-80% ภายใน 20 นาที ราคาจำหน่ายในจีนอยู่ที่ประมาณ 99,800-142,800 หยวน (ราว 440,000-650,000 บาท) คาดว่าหากทำตลาดในไทยจะอยู่ช่วงประมาณ 700,000-900,000 บาท โดยมีกำหนดเปิดตัววันที่ 12 มีนาคม 2569 นี้
Suzuki eVitara 2026

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ประกาศแผนทำตลาดรถยนต์รุ่นใหม่ปี 2026 จำนวน 3 รุ่น โดยจะนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า Suzuki eVitara ซึ่งเป็นเอสยูวีไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์มาทำตลาดในไทย พร้อมคาดการณ์ว่าราคาและรายละเอียดสเปคจะเปิดเผยเพิ่มเติมใกล้วันเปิดตัว
สำหรับ eVitara จะมีตัวเลือกระบบขับเคลื่อนด้วย มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวและคู่ โดยรุ่นขับเคลื่อนสองล้อหน้ามีกำลังสูงสุดประมาณ 144-174 แรงม้า และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (AllGrip-e) มีแรงม้าสูงสุดประมาณ 184 แรงม้า แบทเตอรีมีขนาดกลางถึงใหญ่ เพื่อรองรับการใช้งานจริงของรถไฟฟ้า SUV ในเมือง และทางไกล
ส่วนอีก 2 รุ่น ที่เหลืออยู่ในแผนจะเป็นรถเอสยูวี/มินิเอสยูวีแบบใหม่ ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นรายละเอียดมากขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 พร้อมการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย
Deepal S03 2026
Changan เปิดตัว Deepal S03 (รหัส Qiyuan Q05 ในจีน) เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นล่าสุด ซึ่งถือเป็นตัวแทนความล้ำของแบรนด์ลูก Qiyuan ที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงในราคาที่เข้าถึงได้ โดยคาดว่าจะเป็นรุ่นที่เข้ามาเสริมตลาดในไทยช่วงปี 2026
Qiyuan Q05 พัฒนาบนแพลตฟอร์มไฟฟ้าอัจฉริยะ EPA1 พร้อมงานออกแบบ “The Beauty of Embracing Light” ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) เพียง 0.265 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และระยะทางวิ่งจริงอย่างคุ้มค่า
Changan Qiyuan Q05 (Deepal S03) มาพร้อมมิติตัวถังที่คล่องตัว แต่มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง โดยมีความยาว/กว้าง/สูง : 4,435x1,855x1,600 มม. ระยะฐานล้อ 2,735 มม.
เทคโนโลยีภายในห้องโดยสาร หน้าจอใหญ่ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K ชิปประมวลผล Dimensity P1 Ultra (4nm) RAM สูงถึง 24GB และหน่วยความจำ UFS 4.0 ระบบ AI อัจฉริยะ Doubao และ DeepSeek เบาะระบบนวด 8 จุด และที่วางขาไฟฟ้าให้ความสบายระดับพรีเมียม
ด้านขุมพลัง Qiyuan Q05 ใช้มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 190 นิวตันเมตร แบทเตอรี CATL 2 ขนาดให้เลือก 40.29 kWh วิ่งได้ 405 กม. (CLTC) และ 51.91 kWh วิ่งได้ 506 กม. (CLTC) รองรับระบบชาร์จเร็วแบบ Golden Bell 2.0 3C ชาร์จ 30-80% ใน ~15 นาที (รายละเอียดกำลังไฟสูงสุดยังไม่เปิดเผย)
ด้วยกลยุทธ์ราคาแบบ “Luxury for All” ของ Changan ที่ใช้แนวคิด Disruptive Pricing นำ SUV สเปคระดับไฮเอนด์ ทั้ง Lidar ชิป 4nm และแบทเตอรี CATL มาทำตลาดในระดับราคารถ City Car (B-Segment) จนสื่อต่างประเทศเปรียบว่า “ให้ความสบายระดับ VW Tiguan L แต่จ่ายในราคาของ Honda Fit (Jazz)” โดยคาดว่าอาจเข้ามาทำตลาดในไทยช่วงปี 2026 ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง ตลาดรถไฟฟ้าไทยมีแนวโน้มแข่งขันดุเดือดขึ้นอย่างชัดเจน
Toyota Land Cruiser FJ 2026

Toyota Land Cruiser FJ 2026 ใหม่ มีมิติความยาว 4,575 มม. ความกว้าง 1,855 มม. ความสูง 1,960 มม. ระยะฐานล้อ 2,580 มม. จำนวนที่นั่ง คือ 2 แถว 5 ที่นั่ง ส่วนขุมพลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.7 ลิตร รหัส 2TR-FE ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า/120 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 246 นิวตันนเมตร ระบบถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ Super ECT และมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบพาร์ทไทม์
ห้องโดยสารเน้นความกว้างขวาง โปร่ง โล่งสบายตา ให้มีระบบในการจดจำ แผงหน้าปัดแนวนอนช่วยให้มีมุมกว้าง มองเห็นด้านหน้าตัวรถได้ง่าย จอภาพ และสวิทช์ที่รวมฟังค์ชันต่างๆ ออกแบบเพื่อลดการเคลื่อนไหวของสายตา และปุ่มเปลี่ยนเกียร์ที่ควบคุมได้ง่าย
Land Cruiser FJ ใหม่ ออกแบบโดยใช้พแลทฟอร์มที่พัฒนาจากรถกระบะ IMV เพื่อให้รถมีระยะห่างจากพื้นของตัวรถ และมุมในการเข้าโค้งที่ต้องการ ทำให้ตัวรถมีการยึดเกาะถนนทั้งบนทางเรียบ และทางออฟโรด ตามแบบฉบับของ Land Cruiser
สำหรับประเทศไทย มีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์ Toyota Land Cruiser FJ โดยรุ่นที่จะจำหน่าย เป็นรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน และขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น คาดการณ์ว่าจะเปิดตัวในปีหน้า
Chery QQ 2026
Chery QQ รถไฟฟ้า 100% ที่ถูกออกแบบมาให้เป็น “รถไฟฟ้าคันแรกสำหรับคนรุ่นใหม่” โดดเด่นด้วยดีไซน์น่ารัก สดใส และคล่องตัวแบบ 5 ที่นั่ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในเมืองที่ต้องการความง่าย สะดวก และขับสนุกไปพร้อมกัน ภายนอกรอบคันใช้เส้นสายโค้งมนทันสมัย ช่วยให้ภาพลักษณ์ดูเป็นมิตรและร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน
แรงบันดาลใจการออกแบบของ Chery QQ มาจากเส้นสายของสะพานวงแหวนที่มีความกลมมน ผสานแสงและเงาที่เปลี่ยนไปตามจังหวะชีวิตของคนเมือง ถ่ายทอดคาแรกเตอร์ Urban Spirit ที่พร้อมเคลื่อนไหวตลอดเวลาในสภาพแวดล้อมแบบป่าคอนกรีต มิติตัวรถมีความยาว 4,195 มม. กว้าง 1,811 มม. สูง 1,574 มม. และฐานล้อยาว 2,700 มม. ด้านหน้าถูกออกแบบให้สั้นเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเลี้ยว ส่วนฐานล้อที่ยาวช่วยให้ห้องโดยสารกว้าง นั่งสบายในการเดินทางทุกช่วงเวลา
ด้านหน้าใช้ไฟทรงวงรีคู่ พร้อมเส้นไฟ Daytime Running Light แนวนอน 2 เส้น ช่วยให้ลุคดูโมเดิร์นสอดคล้องกับดีไซน์ท้ายรถที่ใช้ไฟวงรีเช่นกัน ส่วนภายในเน้นเส้นสายโค้งมนตั้งแต่พวงมาลัยไปจนถึงช่องแอร์ เติมความล้ำสมัยด้วยหน้าจอหลังพวงมาลัยและหน้าจออินโฟเทนเมนต์ระบบสัมผัสที่ใช้งานง่ายและดูทันสมัยยิ่งขึ้น
Denza B5 2026
Denza B5 รถครอสส์โอเวอร์ เอสยูวีไฮบริดพลังไฟฟ้า ในรูปแบบ Premium Off-Road Boxy SUV มิติตัวถังยาว 4,888 มม. กว้าง 1,970 มม. สูง 1,920 มม. ฐานล้อ 2,800 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 220 มม. ขนาดล้อ 18 นิ้ว และยาง 265/65 R18
ระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ Denza Intelligent Cockpit System เชื่อมต่อการแสดงผลหน้าจอทั้งหมด 5 จอ ได้แก่ หน้าจอเรือนไมล์ผู้ขับขี่ 12.3 นิ้ว หน้าจอสัมผัสระบบมัลทิมีเดีย 15.6 นิ้ว และ AR-HUD กระจกมองหลังแสดงผลแบบสตรีมิง อีกทั้งยังมาพร้อมกับลำโพง Devialet จำนวน 16 จุดรอบคัน
Denza B5 มาพร้อมกับเทคโนโลยีไฮบริด DMO (Dual Mode Hybrid Off-Road Platform) ขุมกำลังหลัก คือ มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ มอเตอร์หน้า 200 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร มอเตอร์หลัง 285 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ให้กำลังรวม 505 กิโลวัตต์/687 แรงม้า แรงบิดรวม 760 นิวทันเมตร/77.5 กก.ม. โดยมีเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 1.5 ลิตร ปั่นไฟ กำลังสูงสุด 143 กิโลวัตต์/194 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 273 นิวตันเมตร/27.8 กก.ม.
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.8 วินาที แบทเตอรี 31.8 kWh วิ่งไฟฟ้าสูงสุด 100 กม. (NEDC) รองรับการชาร์จ DC 100 กิโลวัตต์ และถังน้ำมัน 83 ลิตร ระยะทางวิ่งรวมสูงสุด 1,200 กม. (NEDC)
BYD Ti7 2026
BYD Ti 7 ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวีไฮบริด (ในประเทศจีน มีชื่อว่า Fang Cheng Bao Ti7 (ฟังเฉิงเป้า ทีไอ 7) มิติตัวรถยาว/กว้าง/สูง 4,999/1,995/1,865 มม. ฐานล้อ 2,920 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 220 มม. ขนาดล้อ 20 นิ้ว และยาง 255/55 R20
โครงสร้างมิติเหลี่ยมมุมที่ทำให้รถยนต์ดูมีความทันสมัย และแข็งแกร่ง ไฟหน้า Natrix LED พร้อม Daytime Running Light แบบ Signature Light Bar กระจังหน้าแบบ Closed Panel กันชนหน้า-หลังดีไซจ์นทรงเหลี่ยม พร้อม Skid plate อลูมิเนียม สื่อถึงความพร้อมสำหรับการผจญภัย มือจับประตูแบบ Flush Handle และเส้นขอบประตูโครเมียม เพิ่มเอกลักษณ์ และผสานความพรีเมียม ไฟท้าย Full-Width พร้อมเส้นสาย LED และ Light Bar
ห้องโดยสารอัจฉริยะ BYD Intelligent Cockpit System เชื่อมต่อการแสดงผลหน้าจอเรือนไมล์ผู้ขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจอสัมผัสระบบมัลทิมีเดียขนาด 15.6 นิ้ว และระบบแสดงผลบนกระจกหน้า AR-HUD ขนาด 26 นิ้ว กระจกมองหลังแสดงผลแบบสตรีมิง อีกทั้งยังมาพร้อมกับลำโพงรอบคัน 20 ตำแหน่ง พร้อม Wireless Charging 2 ตำแหน่ง
ในรุ่น AWD มอเตอร์คู่เป็นกำลังขับเคลื่อนหลัก มอเตอร์หน้า 160 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 268 นิวตันเมตร มอเตอร์หลัง 200 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร ให้กำลังรวม 360 กิโลวัตต์/489 แรงม้า แรงบิดรวม 620 นิวตันเมตร/63.2 กก.ม. โดยมีเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 115 กิโลวัตต์/153-156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 225 นิวตันเมตร/27.3 กก.ม. ปั่นไฟ
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที แบทเตอรี 35.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งไฟฟ้าสูงสุด 155 กม. (NEDC) รองรับการชาร์จ DC 72 กิโลวัตต์ และถังน้ำมัน 60 ลิตร ระยะทางวิ่งรวมสูงสุด 1,300 กม. (NEDC)
Wuling Starlight EV 2026
Wuling Starlight ดีไซน์ตัวถังสไตล์ MPV หน้ายาว เน้นเส้นสายที่ให้ภาพลักษณ์หรูขึ้นกว่ารถรุ่นก่อนของแบรนด์ ทั้งกันชนหน้า เส้นประตูด้านข้าง และเส้นฝากระโปรงท้ายที่ออกแบบให้ดูโฉบเฉี่ยว โดยรวมให้บุคลิกที่ทันสมัยและกลิ่นอายพรีเมียมมากขึ้น เหมาะกับตลาด MPV ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตในไทย
ห้องโดยสารรองรับ 7 ที่นั่ง จัดวางแบบเน้นความสบาย เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าและเอนได้สูงสุด 180 องศา เบาะแถวที่ 2 เป็น Captain Seat พร้อมฟังก์ชันปรับเอน ส่วนแถวที่ 3 ใช้ดีไซน์ Magic Folding แบ่งพับ 60/40 เอนได้สูงสุด 127 องศา อุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้มาครบ ทั้งจอกลางแบบลอยตัว 12.8 นิ้ว ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกซ้าย–ขวา ช่องแอร์หลัง ที่ชาร์จไร้สาย และระบบเสียง 6 ลำโพง
Starlight ใช้แพลตฟอร์มไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ จับคู่มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิด 310 นิวตันเมตร ใช้แบทเตอรี LFP แบบ Cell-to-Body ความจุ 69.2 kWh วิ่งไกล 540 กม. (มาตรฐาน CLTC) ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและเดินทางไกล
OMODA 4 2026
Omoda 4 เอสยูวีมาดสปอร์ท เส้นสายคมเข้ม สุดล้ำสมัย ถูกเผยโฉมกับรถต้นแบบในช่วงต้นปีที่ผ่านมา มาพร้อมห้องโดยสารที่ทันสมัย คาดว่าจะมีพละกำลังจากชุดแบทเตอรีในระดับหนึ่ง จากชื่อรุ่น C4 บ่งบอกว่าขนาดตัวโดยรวมอาจเล็กกว่า Omoda C5 EV ก็เป็นได้
ราคาของ Omoda 4 คาดการณ์เบื้องต้นจากความล้ำสมัยของตัวรถ ค่าตัวเบื้องต้นอาจจะอยู่ที่ประมาณ 7 แสนบาทขึ้นไป (ยากที่จะทำราคาให้ย่อมเยาเหมือนกับ Jaecoo 5 EV) ถึงอย่างนั้น C4 อาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย หากถูกตั้งราคาอย่างเหมาะสม รวมถึงสเปค และออพชันที่น่าสนใจ
ทางค่าย Omoda & Jaecoo ระบุว่า Omoda 4 จะถูกเผยโฉมครั้งแรกในงาน Motor Expo 2025 ส่วนการจำหน่ายอาจจะอยู่ในช่วงปีหน้า เพราะยังไม่เริ่มจำหน่ายด้วยซ้ำไปในประเทศจีน
Mitsubishi Destinator 2026

All-New Mitsubishi Destinator ครอสส์โอเวอร์ 7 ที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุด เปิดตัวครั้งแรกในโลก ที่ประเทศอินโดนีเซีย สานต่อกลยุทธ์สำคัญของ Mitsubishi ในตลาดอาเซียน นี่คือการเดิมพันครั้งสำคัญที่มาพร้อมกับคำถามมากมาย ทั้งในเรื่องของพแลทฟอร์ม สมรรถนะ และตำแหน่งทางการตลาดที่แท้จริง
ขุมพลังของ Destinator คือเครื่องยนต์รหัส 4B40 เบนซิน 4 สูบ DOHC 1.5 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged และ Intercooler พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ CVT เครื่องยนต์บลอคนี้ถูกปรับจูนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ควบคู่ไปกับการใช้เทอร์โบเพื่อสร้างแรงบิดที่ทรงพลังในรอบต่ำ ตอบโจทย์การใช้งานในเมือง และเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ
สำหรับประเทศไทย มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการนำ Mitsubishi Destinator เข้ามาเปิดตัว และจัดจำหน่าย แหล่งข่าวในวงการคาดการณ์ว่าอาจจะได้เห็นกันภายในปี 2026 เพื่อเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาดครอส์โอเวอร์ เอสยูวี
Isuzu D-Max 2026
Isuzu D-Max 2026 ใหม่ 33 รุ่น กับนิยาม The One & Only ปรับเปลี่ยนหน้าตา ปรับลุค ตกแต่งภายใน ใส่พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า อัพเกรด ADAS และชอคอับใหม่
ดีไซน์ภายนอกเท่ดุดัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้า Multi-layer ทรงพลัง ไฟหน้า Modern Line พร้อม Daylight แบบ 3-in-1 ล้ออัลลอย 18 นิ้วสี Matte Black และไฟท้าย LED Clear Lens เสริมความสปอร์ต
ภายในมาพร้อมเบาะทูโทน Coolmax ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง แอร์อัตโนมัติ Dual Zone กรองฝุ่น PM2.5 หน้าจอ MID 7 นิ้วเชื่อมต่อจอกลางสัมผัส 9 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto / Apple CarPlay พร้อมระบบเสียงรอบทิศ 8 ลำโพง
พวงมาลัยไฟฟ้า EPS กล้องรอบคัน 360° พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ ระบบ Terrain Command / Rough Terrain Mode / Diff-Lock / แสดงองศาไต่เขา-ลาดเอียง ลุยน้ำลึกได้ถึง 800 มม.
ด้านขุมพลัง D-Max V-cross ใช้เครื่องยนต์ 3.0 Ddi Maxforce 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะแบบสปอร์ต พร้อม Paddle Shift ขับสนุก ดุดันในแบบฉบับ Isuzu
BMW iX3 2026
BMW iX3 2026 โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์ SAV ผสมผสานกับประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิกส์ที่ช่วยลดแรงต้านลม ทำให้ขับได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยยังคงความกว้างขวาง และความสบายภายไว้เหมือนเดิม
ภายในติดตั้งจอแสดงผลกลางแบบ Free-cut Design ขนาด 17.9 นิ้ว จับคู่กับระบบ BMW Panoramic iDrive ใหม่ พร้อมฟังก์ชัน BMW Panoramic Vision สามารถฉายข้อมูลที่ปรับแต่งได้เต็มกระจกหน้า และจอ BMW 3D Head-Up Display แสดงข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ขับขี่อย่างแม่นยำในรูปแบบ 3 มิติ
ด้านสมรรถนะ iX3 ขับได้ไกลสูงสุดถึง 805 กม. (มาตรฐาน WLTP) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ใช้พลังงานต่ำ และรองรับเทคโนโลยีการชาร์จอัจฉริยะ รวมถึงการชาร์จไฟแบบสองทิศทางในอนาคต
นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบช่วยขับอัจฉริยะและเทคโนโลยี “Heart of Joy” ที่ยกระดับความสนุก และความปราดเปรียวในการขับขี่ ดีไซน์ภายนอกโฉบเฉี่ยว ภายในกว้างขวางโปร่งสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ ตอบโจทย์ทั้งความหรูหราและการใช้งานจริง
Isuzu D-Max EV 2026
รถพิคอัพไฟฟ้า Isuzu D-Max EV คันแรกของค่าย ได้จัดโชว์ต่อสาธารณชนในฐานะรถต้นแบบ ในงาน Motor Show 2024 ที่ประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว Isuzu ได้เริ่มการผลิตรถรุ่นพวงมาลัยซ้าย และส่งไปยังประเทศหลักๆ ในยุโรป เพื่อจำหน่ายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568
การผลิตรถรุ่นพวงมาลัยขวาของรถพิคอัพไฟฟ้า Isuzu D-Max EV กำหนดจะมีขึ้นช่วงปลายปี 2568 นี้ โดยคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายในสหราชอาณาจักร ในปี 2569 และจะขยายไปยังประเทศ และเขตอื่นๆ ตามความต้องการของตลาด
Isuzu D-Max EV ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full Time ซึ่งมี E-Axles ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ทำงานร่วมกันทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ช่วยให้มั่นใจในสมรรถนะอันยอดเยี่ยมบนพื้นที่ทุรกันดาร ระบบนี้ยังให้พลังเร่งแซงสูงแบบคงที่ตามแบบฉบับของรถยนต์ไฟฟ้า ในขณะเดียวกันก็ลดเสียงรบกวน และการสั่นสะเทือน นอกจากนี้ ความสามารถในการลากจูง และน้ำหนักบรรทุกที่สูง จากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลังรวมถึงโครงสร้าง และตัวถังที่แข็งแรง ทำให้รถพิคอัพไฟฟ้า Isuzu D-Max EV สามารถเทียบเคียงกับสมรรถนะของรุ่นดีเซลที่มีอยู่ปัจจุบันได้
ZEEKR 9X 2026
ZEEKR 9X เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดแฟลกชิปสุดหรู ออกแบบโดยทีมดีไซน์เนอร์ระดับโลก นำโดย Stefan Sielaff, Vice President of Global Design at Geely Auto Group ความโดดเด่นสะดุดตาตั้งแต่ฝากระโปรงหน้าที่มีขนาดใหญ่ 2.15 ตารางเมตร พร้อมกระจังหน้าโครเมียมชิ้นเดียวที่กว้างถึง 1.2 เมตร ชุดไฟหน้าแบบแยกส่วน "Vast Star Diamond Matrix" ประดับด้วยเหลี่ยมเพชรมากถึง 42,242 เหลี่ยม ด้านข้างมีเส้นสายที่ตรง และคมชัดสร้างบุคลิกที่สง่างาม ดูหรูหรา ไฟท้ายทรงเพรียวบางพาดผ่านตลอดความกว้างตัวรถ จับคู่กับล้ออัลลอยขึ้นรูปขนาด 22 นิ้ว
ภายใน ZEEKR 9X ให้ความโอ่อ่ากว้างขวางด้วยห้องโดยสารแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง พร้อมเบาะนั่ง Cloud Lounge และฟีเจอร์ระดับพรีเมียมอย่างหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 17 นิ้ว และระบบเครื่องเสียงพรีเมียมรอบทิศทางจาก Naim ที่มาพร้อมเสปกด้วยกำลังวัตต์สูงถึง 3,800 วัตต์
ZEEKR 9X ได้รับการพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม SEA-S รองรับสถาปัตยกรรมขับเคลื่อนไฟฟ้า 900V สุดล้ำ มาพร้อมระบบอัจฉริยะ SEA Super Hybrid ที่ให้กำลังสูงสุด 1,030 กิโลวัตต์ ด้วยอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 3.1 วินาที ระยะทางวิ่งสูงสุดด้วยกำลังไฟฟ้าล้วนถึง 380 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน CLTC) โดยวิ่งได้ระยะรวมไกลถึง 1,250 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC) รองรับเทคโนโลยีการชาร์จ 6C ซึ่งทำให้สามารถชาร์จไฟได้เร็วสุด 20-80% ในเวลาเพียง 9 นาที (ระยะเวลาการชาร์จขึ้นอยู่กับปริมาณไฟคงเหลือ กำลังไฟของตู้ชาร์จ และรูปแบบการใช้งาน)
สำหรับราคารุ่นเปิดตัวที่เซี่ยงไฮ้ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 465,900 - 599,900 หยวน (ประมาณ 2.4 - 2.9 ล้านบาท) และสามารถเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าทันที โดยวางจำหน่ายในประเทศจีน และยังไม่มีกำหนดการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย















