ภายในให้ของมาค่อนข้างแน่นเกินตัว ทั้งหลังคา Panoramic Sunroof, เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบนวดและเป่าลมเย็น, จอกลางขนาด 13.2 นิ้ว, ระบบเสียง Dolby Atmos พร้อมลำโพง 14 ตัว และไฟ Ambient Light ปรับได้ 256 สี ส่วนพื้นที่ใช้สอยก็ออกแบบมาดี มีพื้นที่เก็บของท้ายรถขยายได้สูงสุด 1,253 ลิตร พร้อม frunk ขนาด 92 ลิตร และช่องเก็บของใต้เบาะหลัง ช่วยให้รถคันเล็กคันนี้ใช้งานได้จริงมากขึ้น
บทความ
จับตารถใหม่ 2026 เตรียมเปิดตัวในไทย
ปี 2026 นี้ ตลาดรถยนต์ไทยน่าจะคึกคักไม่น้อย เพราะหลายค่ายเตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ทั้ง EV, SUV, และไฮบริด ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานยุคใหม่ บทความนี้เรารวบรวม รถใหม่ 2026 ที่คาดว่าจะเปิดตัวในไทย ใครที่เล็งซื้อรถใหม่ในปีนี้ ห้ามพลาดเด็ดขาด !
รถใหม่ 2026
Lepas L6 2026 (ราคา 7XX,XXX บาท)
Lepas L6 รถไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Lepas ของ Chery ที่เน้นภาพลักษณ์เรียบหรู ใช้งานได้ทุกวัน และชูจุดขายเรื่องวัสดุพรีเมียมกับโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรง ตัวรถมาในทรง SUV ขนาดกลางค่อนข้างพอดี ใช้งานในเมืองได้ไม่ใหญ่เกินไป โดยมีมิติตัวถังยาว 4,570 มม. กว้าง 1,852 มม. สูง 1,683 มม. ฐานล้อ 2,700 มม.
ภายในห้องโดยสารให้เบาะหนัง Nappa พร้อมจอความละเอียด 2K และรองรับ Wi-Fi 6 เชื่อมต่อพร้อมกันได้ 8 อุปกรณ์ ขณะเดียวกันยังใส่ใจเรื่องสุขภาพด้วยระบบกรองอากาศที่กรองฝุ่นระดับ PM 0.3 และ N95 ได้ รวมถึงวัสดุแบบ Low VOC ที่ช่วยลดกลิ่นสารเคมีในห้องโดยสาร ด้านความปลอดภัยก็เป็นอีกจุดขายสำคัญ เพราะบทความระบุว่าผ่านมาตรฐาน Euro NCAP 2026 ระดับ 5 ดาว และใช้เหล็กกล้าแรงดึงสูงคิดเป็น 75% ของตัวถัง
ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 242 แรงม้า แรงบิด 275 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.9 วินาที พร้อมโหมดการขับขี่ Comfort, Standard และ Sport ใช้แบทเตอรี LFP ความจุ 67.08 kWh วิ่งได้ไกลสุด 510 กม. ตามมาตรฐาน NEDC รองรับชาร์จ AC 6.6-7 kW และชาร์จเร็ว DC สูงสุด 120 kW โดยชาร์จ 30-80% ได้ใน 20 นาที จุดเด่นจึงอยู่ที่สเปคค่อนข้างครบทั้งความแรง และระยะทางใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
Chery Q 2026 (ราคาคาดการณ์ 5XX,XXX บาท)
Chery Q รถไฟฟ้า 100% โดดเด่นด้วยดีไซน์น่ารัก สดใส และคล่องตัวแบบ 5 ที่นั่ง ด้วยมิติตัวถังความยาว 4,195 มม. ความกว้าง 1,811 มม. ความสูง 1,574 มม. ระยะฐานล้อ 2,700 มม. ขนาดล้อแมก 17 นิ้ว ขนาดแบบนี้ถือว่าอยู่ในกลุ่มแฮทช์แบคที่น่าจะขับง่ายในเมือง แต่ยังพอมีพื้นที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
ห้องโดยสารออกแบบด้วยแนวคิด “Square & Circle” คือผสมความแข็งแรงมั่นคงของทรงสี่เหลี่ยม กับความนุ่มนวลของทรงกลม ทำให้บรรยากาศภายในดูโมเดิร์น และใช้งานง่าย ทั้งแผงหน้าปัด คอนโซลกลาง และแผงประตูถูกออกแบบให้ดูลงตัวมากขึ้นสำหรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
อุปกรณ์มาตรฐานให้มาค่อนข้างแน่น ทั้งไฟหน้า LED, ประตูท้ายไฟฟ้า, กุญแจ keyless, จอกลางสัมผัส 15.6 นิ้ว, หน้าจอคนขับ 8.88 นิ้ว, รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto, ชาร์จมือถือไร้สาย และพอร์ต USB หลายตำแหน่ง ถือว่าให้ของมาค่อนข้างครบสำหรับรถระดับนี้
ขุมพลังของ Chery QQ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลัง กำลังสูงสุด 90 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 122 แรงม้า แบทเตอรีความจุ 42.7 kWh รองรับชาร์จ AC สูงสุด 6.6 kW และชาร์จ DC สูงสุด 85 kW มีฟังก์ชัน V2L จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้ และความเร็วสูงสุดโดยประมาณอยู่ที่ 135 กม./ชม.
Nio Firefly 2026 (ราคา 799,000 บาท)
Nio Firefly แฮทช์แบคพลังงานไฟฟ้ามาดสปอร์ทระดับ บี-เซกเมนท์ จุดเด่น คือ เส้นสายที่ดูทันสมัย โดดเด่นด้วยชุดไฟหน้าทรงแปลกตา มิติตัวถัง ความยาว 4,003 มม. กว้าง 1,781 มม. สูง 1,557 มม. และระยะฐานล้อ 2,615 มม. เล็กกว่าคู่แข่งแฮทช์แบคพลังไฟฟ้าอยู่บ้าง แต่เน้นความปราดเปรียว
Nio Firefly ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ แรงบิด 200 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุดได้ 150 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8.1 วินาที ใช้แบทเตอรี LFP ขนาด 42.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ไกลสุด 400 กม. ตามมาตรฐาน NEDC รองรับชาร์จเร็ว DC 10-80% ใน 30 นาที และมีฟังก์ชัน V2L สำหรับจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 3.68 กิโลวัตต์
ตารางเปรียบเทียบคู่แข่งของ Nio Firefly
| Nio Firefly | Geely EX2 | Wuling Binguo | |
| ความยาว (มม.) | 4,003 | 4,135 | 3,950 |
| ระยะฐานล้อ (มม.) | 2,615 | 2,650 | 2,560 |
| ระบบขับเคลื่อน | 2 ล้อหลัง | 2 ล้อหลัง | 2 ล้อหน้า |
| กำลังสูงสุด (แรงม้า) | 141 | 116 | 68 |
| ความจุแบทเตอรี (กิโลวัตต์ชั่วโมง) | 42.1 | 39.4 | 31.9 |
| ระยะทำการสูงสุดเมื่อชาร์จเต็ม (กม.) | 400 (NEDC) | 395 (NEDC) | 333 (CLTC) |
MG IM5 2026 (ราคาพิเศษ 1,499,900 บาท)
MG IM5 ซีดานไฟฟ้าระดับพรีเมียมรุ่นใหม่ล่าสุด จุดเด่นคือดีไซน์หรูทันสมัย และมีขนาดตัวรถยาวเกือบ 5 เมตร มาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง IM Digital Chassis ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบช่วงล่าง และพวงมาลัย ระบบเลี้ยวสี่ล้อ ทำให้ NEW MG IM5 มีการควบคุมที่นิ่ง
ภายในห้องโดยสารออกแบบด้วยแนวคิด “Futuristic AI Cabin” ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8295 ทำงานร่วมกับ NVIDIA Orin N เพื่อรองรับระบบผู้ช่วยอัจฉริยะและการสั่งงานด้วยเสียงอย่างลื่นไหล พร้อมจอดิจิทัลแบบ Horizon Display ที่พาดยาวเต็มคอนโซล และจอควบคุมกลางที่จัดวางฟังก์ชันอย่างเป็นระเบียบ
ด้วยแบทเตอรีสูงสุดระดับ 100 kWh ทำให้ IM5 เป็นหนึ่งใน EV ซีดานที่มีระยะวิ่งไกลที่สุดที่เคยมีโชว์ในไทย เหมาะกับการเดินทางไกลแบบไม่ต้องชาร์จบ่อย และรองรับการชาร์จแบบ DC สูงสุด 153 และ 396 กิโลวัตต์ (มีรุ่นความจุแบทเตอรี 75 kWh ให้เลือกด้วยสำหรับราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า)
MG IM5 มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 มีนาคม 2026 ที่งาน Bangkok International Motor Show ส่วนราคาคาดการณ์ คาดว่ารุ่นซีดาน (IM5) จะมีราคาถูกกว่ารุ่น SUV (IM6)
ราคาจำหน่าย MG IM5 2026
- MG IM5 Premium Long Range ราคาพิเศษ 1,499,900 บาท (ราคาปกติ 1,549,900 บาท)
Mazda 6e 2026 (ราคา 1,169,000 บาท)
Mazda 6e เป็นซีดานไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มาสานต่อชื่อของ Mazda 6 ในยุคไร้น้ำมัน โดยยังคงเส้นสายแบบ Kodo Design เอาไว้ แต่เพิ่มความโมเดิร์นด้วยประตูไร้กรอบ มือจับประตูเรียบไปกับตัวรถ และสปอยเลอร์หลังไฟฟ้า ทำให้ภาพรวมดูพรีเมียมและสปอร์ตขึ้นกว่าซีดานญี่ปุ่นทั่วไป ตัวถังมีขนาดยาว 4,921 มม. กว้าง 1,890 มม. สูง 1,485 มม. ซึ่งถือว่าเป็นรถไซซ์ใหญ่พอตัวในกลุ่มนี้
ภายในห้องโดยสารเน้นความหรูและความสบายด้วยจอสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 8155 ระบบเสียง Sony 14 ตำแหน่ง เบาะแบบ Zero Gravity หลังคากระจก Panoramic และรองรับการสั่งงานด้วยเสียงหรือท่าทาง พร้อมพื้นที่เก็บของด้านหน้าแบบ frunk ขนาด 70 ลิตร ทำให้ภาพรวมของรถคันนี้ดูเป็นซีดานไฟฟ้าที่เน้นทั้งบรรยากาศพรีเมียมและอุปกรณ์ใช้งานครบ
รถรุ่นนี้ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง กำลังประมาณ 258 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร มีแบทเตอรีให้เลือกหลายขนาดตั้งแต่ 56.1-80 kWh ระยะทางวิ่งอยู่ราว 480-600+ กม. ตามขนาดแบทเตอรี และรองรับชาร์จเร็ว DC โดยชาร์จจาก 30-80% ได้ในเวลาประมาณ 15-22 นาที จุดขายจึงอยู่ที่ความเป็นซีดานไฟฟ้าคันใหญ่ที่ได้ทั้งความหรูและระยะใช้งานค่อนข้างดี
ORA 5 SUV 2026 (ราคา 629,000 - 779,000 บาท)
ORA 5 ครอสส์โอเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุดจาก GWM มีให้เลือกทั้งรุ่น EV ระบบไฟฟ้า 100 % และรุ่น HEV ระบบไฮบริด โดยเฉพาะรุ่น HEV ถูกพัฒนามาเป็นอย่างดีกับระบบเกียร์แบบ DHT-HEV 2-Speed Direct Drive
ดีไซน์ภายนอกของ ORA 5 ทั้ง 2 กำลังขับเคลื่อน มาพร้อมกับมิติตัวรถที่มีความยาว 4,471 มม. ความกว้าง 1,833 มม. ความสูง 1,641 มม. ระยะฐานล้อ 2,720 มม. ระยะความสูงใต้ท้องรถ 175 มม. อีกทั้งยังมาพร้อมกับความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ให้มาถึง 55 ลิตร (ในรุ่น HEV)
ส่วนห้องโดยสารออกแบบใหม่ทั้งหมด ใช้วัสดุผ้าคุณภาพสูง มีให้เลือก 3 โทนสี ติดตั้งมาตรวัดดิจิทัล 10.25 นิ้ว จออินโฟเทนเมนต์ลอยตัว 14.6 นิ้ว ทำงานผ่าน Coffee OS 3.0
ORA 5 EV (Electric Vehicle) มอเตอร์ไฟฟ้า (ล้อหน้า) ให้กำลังสูงสุด: 150 กิโลวัตต์/204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด: 260 นิวตันเมตร/26.5 กก.ม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. : 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม. ระยะทางวิ่งไฟฟ้า (NEDC): 520 กม. ความจุแบทเตอรี่: 58.3 กิโลวัตต์ช่วโมง ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าส่ภายนอก (V2L) 6 กิโลวัตต์ รองรับการชาร์จแบบกระแสตรง (DC) สูงสุด 120 กิโลวัตต์ รองรับการชาร์จแบบกระแสสลับ (AC) สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ และใช้ระยะเวลาชาร์จแบบ DC (30-80%) เพียงแค่ 20 นาที เท่านั้น
ORA 5 HEV (Hybrid Electric Vehicle) ระบบขับเคลื่อนไฮบริด (เครื่องยนต์ + มอเตอร์ไฟฟ้า) เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 1.5 ลิตร DHT-1 กำลังสูงสุด: 110 กิโลวัตต/150 แรงม้า ที่ 5,500–6,000 รตน. แรงบิดสูงสุด: 240 นิวทันเมตร/24.5 กก.ม. ที่ 1,800-4,000 รตน. มอเตอร์ไฟฟ้า (ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า) กำลังสูงสุด: 140 กิโลวัตต์/190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด: 236 นิวตันเมตร/24.1 กก.ม. กำลังรวมทั้งระบบสูงสุด 164 กิโลวัตต์/223 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด: 476 นิวตันเมตร/48.6 กก.ม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลือง (ECO Sticker) 4.3 ลิตร/100 กม. หรือ 23.3 กม./ลิตร วิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กม./ถัง
ราคาจำหน่าย ORA 5 EV 2026
- ORA 5 EV Pro ราคา 629,000 บาท
- ORA 5 EV Ultra ราคา 699,000 บาท
ราคาจำหน่าย ORA 5 HEV 2026
- ORA 5 HEV Pro ราคา 709,000 บาท
- ORA 5 HEV Pro ราคา 779,000 บาท
All-New Nissan Kicks e-POWER 2026 (ราคา 789,900 - 849,900 บาท)
All-New Nissan Kicks e-POWER ปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้ดูทันสมัย และคมขึ้นในสไตล์คอมแพคท์ SUV โดยมีจุดเด่นที่กระจังหน้า V-Motion แบบ 3 มิติ ไฟหน้าเรียวบางพร้อมไฟ Daytime Running Lights แบบ 3 ลูกศร เส้นสายตัวถังด้านข้างดูแข็งแรงแต่ยังคล่องตัว ส่วนด้านท้ายออกแบบเรียบง่ายและใช้ไฟท้ายทรงหกเหลี่ยมที่ช่วยให้รถดูเด่นขึ้นแบบมินิมอล
ภายในถูกปรับใหม่ให้ใช้งานง่ายและดูสดใสขึ้น มีทั้งจออินโฟเทนเมนท์ 12.3 นิ้ว รองรับ NissanConnect, Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย จอ TFT 7 นิ้ว และโทนสีภายในใหม่ Moonstone ในรุ่น SV ด้านความสบายมีเบาะ Zero Gravity บุวัสดุสะท้อนความร้อน เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะหลังปรับมุมพนักพิงใหม่ พร้อมที่วางแขนกลางและที่วางแก้ว 2 ตำแหน่ง ส่วนความสะดวกก็มีทั้งกระจกมองหลังอัจฉริยะ แท่นชาร์จไร้สาย และพื้นที่เก็บสัมภาระท้าย 423 ลิตร
ขุมพลัง e-POWER ยังคงชูจุดเด่นเรื่องฟีลการขับแบบรถไฟฟ้าแต่ไม่ต้องเสียบชาร์จ โดยให้กำลัง 136 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตันเมตร ใช้แบทเตอรีลิเธียม-ไอออน 2.06 kWh ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร 3 สูบ ที่ทำหน้าที่ปั่นไฟ พร้อมระบบ e-Pedal Step ช่วยชะลอรถและชาร์จไฟกลับขณะถอนคันเร่ง
ราคาจำหน่ายช่วงแนะนำ Nissan Kicks e-POWER 2026 ถึงเดือนพฤษภาคม 2569
- Nissan Kicks e-POWER V ราคา 789,900 บาท
- Nissan Kicks e-POWER VL ราคา 849,900 บาท
- Nissan Kicks e-POWER SV ราคา 899,900 บาท
BYD ATTO 1 2026 (ราคา 429,900 - 459,900 บาท)
BYD ATTO 1 (หรือที่รู้จักในชื่อ Seagull ในจีน และ Dolphin Mini ในบางตลาด) กำลังจะกลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นเริ่มต้นใหม่ล่าสุดจาก BYD ในประเทศไทย โดยวางตำแหน่งไว้ต่ำกว่า BYD Dolphin เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วในงาน Bangkok International Motor Show 2026
ATTO 1 มีมิติตัวรถยาว 3,925 มม. กว้าง 1,720 มม. สูง 1,590 มม. ระยะฐานล้อ 2,500 มม. พื้นที่เก็บสัมภาระท้าย 230 ลิตร และรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.95 เมตร ทำให้คล่องตัวพอตัวสำหรับการขับขี่ประจำวันหรือใช้งานในพื้นที่จำกัด
ด้านระบบขับเคลื่อน BYD ATTO 1 ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร ขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 55 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 135 นิวตันเมตร พร้อมโหมดการขับขี่ ECO, Normal และ Sport โดยทำอัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ได้ใน 4.9 วินาที ช่วงล่างหน้าเป็นแม็คเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นทอร์ชันบีม พร้อมล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว และระบบเบรกหน้าดิสก์มีช่องระบายความร้อนหลังดิสก์เบรก
รถรุ่นนี้มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ Dynamic และ Premium โดยทั้งคู่ใช้แบตเตอรี่ BYD Blade Battery แต่ต่างกันที่ความจุ และระยะทางวิ่ง
รุ่น Dynamic ให้แบทเตอรี่ 30.08 kWh วิ่งได้สูงสุด 300 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ส่วนรุ่น Premium ให้แบทเตอรี่ 38.88 kWh วิ่งได้สูงสุด 380 กม. รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 6.6 kW ทั้ง 2 รุ่น ขณะที่การชาร์จ DC รองรับสูงสุด 30 kW ในรุ่น Dynamic และ 40 kW ในรุ่น Premium อีกทั้งรุ่น Premium ยังได้อุปกรณ์เด่นเพิ่มขึ้น เช่น เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ที่ชาร์จมือถือไร้สาย ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และระบบช่วยขับขี่ ADAS อย่าง ACC, AEB และระบบเตือนออกนอกเลน
ราคาจำหน่าย BYD ATTO 1 2026
- BYD ATTO 1 Dynamic ราคา 429,900 บาท
- BYD ATTO 1 Premium ราคา 459,900 บาท
BYD ATTO 2 2026 (ราคา 629,900 - 659,900 บาท)
BYD Atto 2 เป็น B-SUV ไฟฟ้า 100% ที่วางตำแหน่งอยู่กึ่งกลางระหว่าง Dolphin และ Atto 3 จุดเด่นคือขนาดตัวรถที่ไม่ใหญ่เกินไปสำหรับการใช้งานในเมือง แต่ยังให้สัดส่วนแบบ SUV ที่ดูแน่นและพร้อมใช้งานจริง โดยมีมิติตัวถังยาว 4,310 มม. กว้าง 1,830 มม. สูง 1,675 มม. ฐานล้อ 2,620 มม. และพื้นที่เก็บสัมภาระท้าย 380 ลิตร ขยายได้ถึง 1,320 ลิตรเมื่อพับเบาะหลัง
ภายในรองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง เบาะหุ้มหนังสังเคราะห์ และในรุ่น Premium ให้เบาะหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบระบายอากาศ หน้าจอเรือนไมล์ขนาด 8.8 นิ้ว ส่วนจอกลางมีขนาด 10.1 นิ้วในรุ่น Dynamic และ 12.8 นิ้วในรุ่น Premium รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย, Android Auto, ระบบสั่งงานด้วยเสียง, OTA, กุญแจดิจิทัล และที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สายในรุ่น Premium ทำให้ภาพรวมออกมาเป็นรถไฟฟ้าคันเล็กที่อุปกรณ์ค่อนข้างครบ
ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขับล้อหน้า กำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิด 290 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.9 วินาที ใช้แบทเตอรี BYD Blade Battery ความจุ 51.13 kWh วิ่งได้ไกลสุด 410 กม. ตามมาตรฐาน NEDC รองรับชาร์จ AC สูงสุด 7 กิโลวัตต์ และชาร์จ DC สูงสุด 82 กิโลวัตต์ พร้อมระบบ VtoL จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้
ราคาจำหน่าย BYD ATTO 2 2026
- BYD ATTO 2 Dynamic ราคา 629,900 บาท
- BYD ATTO 2 Premium ราคา 659,900 บาท
Hyundai Stargazer 2026 (ราคา 795,000 - 875,000 บาท)
Hyundai Stargazer รุ่นปรับโฉมล่าสุด เป็นรถ MPV ที่เน้นความอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวและการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยยังคงจุดขายเรื่องห้องโดยสารแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง แต่ปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้ดูทันสมัย และแข็งแรงขึ้น ตัวรถได้รับการออกแบบภายนอกใหม่ทั้งหมด ฝากระโปรงหน้าสูงและยาวขึ้น พร้อมกระจังหน้า กันชนหน้า-หลัง และชุดไฟ LED ดีไซจ์นใหม่ รวมถึงไฟ Daytime Running Light แบบ Integrated ช่วยให้บุคลิกของรถดูใกล้เคียงแนว SUV มากขึ้น ขณะเดียวกันตัวรถยังมีความยาวเพิ่มขึ้นอีก 115 มม. เพื่อรองรับพื้นที่ใช้สอยภายในที่กว้างขวางกว่าเดิม
ภายในห้องโดยสารมาในรูปแบบ 6 ที่นั่ง เบาะแถว 2 แบบ Captain Seat แยกอิสระ พร้อมทางเดิน Walk Through ไปยังเบาะแถว 3 ได้สะดวก จุดเด่นคือความยืดหยุ่นในการพับเบาะเพื่อขนสัมภาระ และยังรองรับการโดยสารเต็มคันได้สบาย โดยพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุ 185 ลิตร และสามารถขยายได้สูงสุดถึง 1,892 ลิตรเมื่อพับเบาะแถว 2 และ 3 จึงเหมาะทั้งกับการใช้งานครอบครัว การเดินทางหลายคน หรือการบรรทุกของใช้งานทั่วไป
ด้านขุมพลัง Hyundai Stargazer ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร MPi ให้กำลังสูงสุด 83 กิโลวัตต์ หรือ 113 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 144 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ IVT (Intelligent Variable Transmission) ซึ่งเน้นความนุ่มนวลต่อเนื่อง และการประหยัดเชื้อเพลิง ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นทอร์ชันบีม มีการพัฒนาเพื่อลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือน เพื่อให้เหมาะกับบทบาทรถครอบครัวที่ต้องการความสบายในการโดยสารเป็นหลัก
ราคาจำหน่าย Hyundai Stargazer 2026
- Hyundai Stargazer Trend 6-Seat ราคา 795,000 บาท
- Hyundai Stargazer Smart 6-Seat ราคา 875,000 บาท
Nevo Q05 2026
Nevo Q05 ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ไฟฟ้าแบรนด์ใหม่ของ Changan ที่มาในลุคทันสมัย ดูพรีเมียมกว่ารถไซส์ใกล้กันพอสมควร จุดขายหลักคือสัดส่วนตัวรถที่ดูบาลานซ์ มั่นคง และไม่อ้วนตันเกินไป ทำให้ภาพรวมออกมาดูใช้งานง่าย แต่ยังมีความหรูซ่อนอยู่ พอให้รู้สึกว่ารถคันนี้ไม่ได้มาเล่นๆ
ตัวรถมีขนาดยาว 4,435 มม. กว้าง 1,855 มม. สูง 1,600 มม. ฐานล้อ 2,735 มม. และมีระยะห่างจากพื้น 170 มม. ถือว่าเป็นไซซ์ที่กำลังดีสำหรับการใช้งานในเมือง ขับไม่ยาก แต่ก็ยังได้ความโปร่งและความอเนกประสงค์แบบรถครอสส์โอเวอร์เต็มตัว
ภายในของ Nevo Q05 เน้นความกว้างและนั่งสบาย เบาะออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เบาะหน้าปรับเอนได้มาก เบาะหลังปรับเอนได้ 2 ระดับ วัสดุภายในส่วนใหญ่เป็นแบบ soft-touch ช่วยเพิ่มความพรีเมียม ด้านเทคโนโลยีมีทั้งจอกลาง 14.6 นิ้ว จอเรือนไมล์ 10.17 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay, Android Auto และ OTA ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระก็ทำได้ดี รองรับการใช้งานได้หลากหลายกว่าที่ขนาดตัวรถบอกไว้
ด้านขุมพลังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิด 190 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 7.9 วินาที ใช้แบทเตอรี LFP ขนาด 51.9 kWh จาก CATL วิ่งได้ไกลสุด 462 กม. ตามมาตรฐาน NEDC และรองรับชาร์จเร็ว DC สูงสุด 162 kW โดยชาร์จจาก 30-80% ได้ใน 15 นาที จุดเด่นของคันนี้จึงอยู่ที่ความครบเครื่องทั้งแรงพอใช้ ชาร์จไว และระยะทางวิ่งที่ดูพร้อมใช้งานจริง
Toyota Land Cruiser FJ 2026 (ราคา 1,269,000 บาท)
Toyota Land Cruiser FJ 2026 รถ SUV ทรงกล่องที่เน้นความถึกทนบนพื้นฐานแชสซีส์ IMV 0 มีมิติความยาว 4,610 มม. ความกว้าง 1,855 มม. ความสูง 1,960 มม. ระยะฐานล้อ 2,580 มม. ระยะต่ำสุดใต้ท้องรถ (Ground Clearance) 245 มม. (สูงกว่า SUV ทั่วไปพอสมควร) รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.5 เมตร (คล่องตัวมากสำหรับรถสายลุย)
ห้องโดยสารเน้นความกว้างขวาง โปร่ง โล่งสบายตา ให้มีระบบในการจดจำ จอแสดงข้อมูลการขับขี่ดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว พร้อมมาตรวัดมุมเอียง/มุมเงยของรถ จอภาพ และสวิทช์ที่รวมฟังค์ชันต่างๆ ออกแบบเพื่อลดการเคลื่อนไหวของสายตา และปุ่มเปลี่ยนเกียร์ที่ควบคุมได้ง่าย พื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุด 1,522 ลิตร (เมื่อพับเบาะหลัง)
ในด้านของขุมพลังเน้นความเรียบง่าย และทนทานด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ แถวเรียง 2.7 ลิตร (รหัส 2TR-FE) Dual VVT-i กำลังสูงสุด 166 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 25.0 กก.ม. หรือ 245 นิวตันเมตร ใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ (6AT) Super ECT พร้อม Sequential Shift ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-time 4WD (H2 / H4 / L4) พร้อมระบบ Rear Differential Lock (ล็อคเฟืองท้าย)
Honda e:N2 2026 (ราคาคาดการณ์ 1,429,000 บาท)
Honda e:N2 มาในสไตล์ Fastback SUV ที่เน้นความยาวตัวถัง (ยาวกว่า bZ4X เกือบ 100 มม.) เน้นความปราดเปรียว บวกกับระยะโอเวอร์แฮงทั้งด้านหน้า และด้านหลังที่ค่อนข้างมาก ขณะที่ Toyota bZ4X ได้เปรียบเรื่องความกว้าง ความสูง และ ระยะฐานล้อที่มากกว่าถึง 117 มม. รวมถึงความสูงใต้ท้องรถที่ค่อนข้างมากตามสไตล์ตัวถังแบบ เอสยูวี (ที่ 208 มม.) ทำให้ลุยได้มั่นใจกว่า ส่วน e:N2 ที่มีความสูงจากพื้นถนนที่ 142 มม. เท่านั้น
การออกแบบห้องโดยสารดูเรียบง่าย โปร่งโล่งสบาย เบาะคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศ (Ventilated Seats), ฝั่งคนขับปรับ 8 ทิศทาง
Honda e:N2 มีออพชัน คือ ระบบ Aroma Diffuser เป็นระบบใส่น้ำหอมอโรมาในรถมาให้เลย เน้นบรรยากาศที่ผ่อนคลายในห้องโดยสาร จอแสดงผลขนาดใหญ่ 11.5 นิ้ว และระบบไฟส่องสว่าง Ambient Light ที่ปรับเฉดสีได้หลากหลาย
สำหรับสเปคของมอเตอร์ไฟฟ้า แบทเตอรี และการชาร์จไฟฟ้าของ Honda e:N2 มีกำลังสูงสุดที่ 204 แรงม้า รองรับการชาร์จแบบ DC สูงสุดที่ 78 กิโลวัตต์ วิ่งไกล 530 กม. (NEDC)
Wuling Darion EV 2026 (ราคา 799,000 - 859,000 บาท)
Wuling Darion EV รถ MPV ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง รุ่นล่าสุด ที่กำลังสร้างกระแสในไทยด้วยจุดขาย "MPV 7 ที่นั่ง ประตูสไลด์ไฟฟ้าในราคารถเก๋ง"
ดีไซน์ภายนอกมาในสไตล์ "Premium MPV" ที่เน้นความล้ำสมัย และค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ต่ำเพียง 0.276 มิติตัวถังยาว 4,910 มม. / กว้าง 1,870 มม. / สูง 1,770 มม. และฐานล้อ 2,910 มม. ระบบเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า ของฝาท้าย และ Sunroof มีเฉพาะในรุ่น Premium ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 215/55 R17
ห้องโดยสารออกแบบมาเพื่อครอบครัว จัดวางที่นั่งแบบ 2+2+3 (7 ที่นั่ง) ความจุสูงสุด 1,202 ลิตรเมื่อพับเบาะแถว 3 และมีช่องเก็บของรอบคันถึง 25 จุด เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะแถวที่ 2 เป็นแบบ Captain Seat ในรุ่น Premium ปรับไฟฟ้า และมีระบบระบายอากาศ มาพร้อมจอมาตรวัดดิจิทัลขนาด 8.8 นิ้ว และหน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว และในรุ่น Premium รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องแอร์หลังแยกส่วน และแผ่นกรอง PM2.5 ,ในรุ่น Premium มีที่ชาร์จมือถือไร้สาย (Wireless Charger) กำลังไฟสูง 50W
มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า (150 kW) แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร มาพร้อม Magic Battery แบบ LFP ความจุ 69.2 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 500 กม. (NEDC) หรือ 540 กม. (CLTC) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง รองรับการชาร์จ 2C Fast Charging (DC สูงสุด 150 kW) สามารถชาร์จจาก 30% - 80% ได้ภายในเวลาเพียง 20 นาที
ราคาจำหน่าย Wuling Darion EV 2026
- Wuling Darion EV Comfort (ราคาพิเศษ 799,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 6-31 มีนาคม 2569)
- Wuling Darion EV Premioum (ราคาพิเศษ 859,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 6-31 มีนาคม 2569)
Honda Civic e:HEV 2026 (ราคา 949,000 - 1,239,000 บาท)

การมาของ Honda Civic e:HEV EL มีจุดน่าสนใจที่ราคา 949,000 บาท (เสริมด้วยโปรโมชัน ข้อเสนอพิเศษ 50,000 บาท ก่อนช่วงเดือน เมษายนนี้ ทำให้ราคาอาจอยู่ที่ 899,000 บาท ได้ !) ซึ่งเป็นราคาเดิมของรุ่น เบนซิน เทอร์โบ 1.5 ลิตร เดิม แต่ได้ขุมพลังที่มีความทันสมัย อัตราเร่งไม่แพ้กัน แต่มีความได้เปรียบเรื่องอัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยรวม (ตัวเลขจาก Eco Sticker คือ 23.3 กม./ลิตร และเทียบกับรุ่นเทอร์โบ คือ 17.2 กม./ลิตร)
Honda Civic e:HEV ใช้เครื่องยนต์ไฮบริด เบนซิน 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 104 กิโลวัตต์/141 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. มอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 135 กิโลวัตต์/184 แรงม้า ที่ 5,000-6,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 315 นิวตันนเมตร/32.1 กก.ม. ที่ 0-2,000 รตน. ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแปรผัน
แน่นอนว่าการเป็นรุ่นเริ่มต้นของ Honda Civic e:HEV EL ย่อมมีออพชันบางรายการขาดหายไป (เมื่อเทียบกับรุ่นย่อย EL+) โดยออพชันเฉพาะรุ่นย่อย EL ได้แก่ พวงมาลัยไม่หุ้มหนัง, เบาะนั่งคู่หน้าปรับตำแหน่งด้วยมือ, กระจกมองหลังไม่ปรับแสงอัตโนมัติ, ไม่มีแท่นชาร์จมือถือไร้สาย และวัสดุหุ้มเบาะแบบผ้า
อย่างไรก็ตาม ออพชันที่ติดตั้งเข้ามาทุกรุ่นย่อย ยังคงเป็นระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ Honda Sensing, เบาะด้านหลังพับแยกได้แบบ 60:40, ระบบกล้องแสดงภาพด้านข้างฝั่งซ้ายขณะเปลี่ยนเลน (Honda Lanewatch) , กล้องมองภาพด้านหลัง 3 ระดับ, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย , ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง, จอแสดงผลหลักขนาด 9.0 นิ้ว และการมีระบบ Google Assistant ในตัว
ราคาจำหน่าย Honda Civic e:HEV 2026
- Honda Civic e:HEV EL ราคา 949,000 บาท
- Honda Civic e:HEV EL+ ราคา 1,099,000 บาท
- Honda Civic e:HEV RS ราคา 1,239,000 บาท
Suzuki eVitara 2026

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ประกาศแผนทำตลาดรถยนต์รุ่นใหม่ปี 2026 จำนวน 3 รุ่น โดยจะนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า Suzuki eVitara ซึ่งเป็นเอสยูวีไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์มาทำตลาดในไทย พร้อมคาดการณ์ว่าราคาและรายละเอียดสเปคจะเปิดเผยเพิ่มเติมใกล้วันเปิดตัว
สำหรับ eVitara จะมีตัวเลือกระบบขับเคลื่อนด้วย มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวและคู่ โดยรุ่นขับเคลื่อนสองล้อหน้ามีกำลังสูงสุดประมาณ 144-174 แรงม้า และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (AllGrip-e) มีแรงม้าสูงสุดประมาณ 184 แรงม้า แบทเตอรีมีขนาดกลางถึงใหญ่ เพื่อรองรับการใช้งานจริงของรถไฟฟ้า SUV ในเมือง และทางไกล
ส่วนอีก 2 รุ่น ที่เหลืออยู่ในแผนจะเป็นรถเอสยูวี/มินิเอสยูวีแบบใหม่ ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นรายละเอียดมากขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 พร้อมการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย
Denza B5 2026
Denza B5 รถครอสส์โอเวอร์ เอสยูวีไฮบริดพลังไฟฟ้า ในรูปแบบ Premium Off-Road Boxy SUV มิติตัวถังยาว 4,888 มม. กว้าง 1,970 มม. สูง 1,920 มม. ฐานล้อ 2,800 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 220 มม. ขนาดล้อ 18 นิ้ว และยาง 265/65 R18
ระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ Denza Intelligent Cockpit System เชื่อมต่อการแสดงผลหน้าจอทั้งหมด 5 จอ ได้แก่ หน้าจอเรือนไมล์ผู้ขับขี่ 12.3 นิ้ว หน้าจอสัมผัสระบบมัลทิมีเดีย 15.6 นิ้ว และ AR-HUD กระจกมองหลังแสดงผลแบบสตรีมิง อีกทั้งยังมาพร้อมกับลำโพง Devialet จำนวน 16 จุดรอบคัน
Denza B5 มาพร้อมกับเทคโนโลยีไฮบริด DMO (Dual Mode Hybrid Off-Road Platform) ขุมกำลังหลัก คือ มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ มอเตอร์หน้า 200 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร มอเตอร์หลัง 285 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ให้กำลังรวม 505 กิโลวัตต์/687 แรงม้า แรงบิดรวม 760 นิวทันเมตร/77.5 กก.ม. โดยมีเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 1.5 ลิตร ปั่นไฟ กำลังสูงสุด 143 กิโลวัตต์/194 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 273 นิวตันเมตร/27.8 กก.ม.
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.8 วินาที แบทเตอรี 31.8 kWh วิ่งไฟฟ้าสูงสุด 100 กม. (NEDC) รองรับการชาร์จ DC 100 กิโลวัตต์ และถังน้ำมัน 83 ลิตร ระยะทางวิ่งรวมสูงสุด 1,200 กม. (NEDC)
BYD Ti7 2026
BYD Ti 7 ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวีไฮบริด (ในประเทศจีน มีชื่อว่า Fang Cheng Bao Ti7 (ฟังเฉิงเป้า ทีไอ 7) มิติตัวรถยาว/กว้าง/สูง 4,999/1,995/1,865 มม. ฐานล้อ 2,920 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 220 มม. ขนาดล้อ 20 นิ้ว และยาง 255/55 R20
โครงสร้างมิติเหลี่ยมมุมที่ทำให้รถยนต์ดูมีความทันสมัย และแข็งแกร่ง ไฟหน้า Natrix LED พร้อม Daytime Running Light แบบ Signature Light Bar กระจังหน้าแบบ Closed Panel กันชนหน้า-หลังดีไซจ์นทรงเหลี่ยม พร้อม Skid plate อลูมิเนียม สื่อถึงความพร้อมสำหรับการผจญภัย มือจับประตูแบบ Flush Handle และเส้นขอบประตูโครเมียม เพิ่มเอกลักษณ์ และผสานความพรีเมียม ไฟท้าย Full-Width พร้อมเส้นสาย LED และ Light Bar
ห้องโดยสารอัจฉริยะ BYD Intelligent Cockpit System เชื่อมต่อการแสดงผลหน้าจอเรือนไมล์ผู้ขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจอสัมผัสระบบมัลทิมีเดียขนาด 15.6 นิ้ว และระบบแสดงผลบนกระจกหน้า AR-HUD ขนาด 26 นิ้ว กระจกมองหลังแสดงผลแบบสตรีมิง อีกทั้งยังมาพร้อมกับลำโพงรอบคัน 20 ตำแหน่ง พร้อม Wireless Charging 2 ตำแหน่ง
ในรุ่น AWD มอเตอร์คู่เป็นกำลังขับเคลื่อนหลัก มอเตอร์หน้า 160 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 268 นิวตันเมตร มอเตอร์หลัง 200 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร ให้กำลังรวม 360 กิโลวัตต์/489 แรงม้า แรงบิดรวม 620 นิวตันเมตร/63.2 กก.ม. โดยมีเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 115 กิโลวัตต์/153-156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 225 นิวตันเมตร/27.3 กก.ม. ปั่นไฟ
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที แบทเตอรี 35.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งไฟฟ้าสูงสุด 155 กม. (NEDC) รองรับการชาร์จ DC 72 กิโลวัตต์ และถังน้ำมัน 60 ลิตร ระยะทางวิ่งรวมสูงสุด 1,300 กม. (NEDC)
OMODA 4 2026
Omoda 4 เอสยูวีมาดสปอร์ท เส้นสายคมเข้ม สุดล้ำสมัย ถูกเผยโฉมกับรถต้นแบบในช่วงต้นปีที่ผ่านมา มาพร้อมห้องโดยสารที่ทันสมัย คาดว่าจะมีพละกำลังจากชุดแบทเตอรีในระดับหนึ่ง จากชื่อรุ่น C4 บ่งบอกว่าขนาดตัวโดยรวมอาจเล็กกว่า Omoda C5 EV ก็เป็นได้
ราคาของ Omoda 4 คาดการณ์เบื้องต้นจากความล้ำสมัยของตัวรถ ค่าตัวเบื้องต้นอาจจะอยู่ที่ประมาณ 7 แสนบาทขึ้นไป (ยากที่จะทำราคาให้ย่อมเยาเหมือนกับ Jaecoo 5 EV) ถึงอย่างนั้น C4 อาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย หากถูกตั้งราคาอย่างเหมาะสม รวมถึงสเปค และออพชันที่น่าสนใจ
ทางค่าย Omoda & Jaecoo ระบุว่า Omoda 4 จะถูกเผยโฉมครั้งแรกในงาน Motor Expo 2025 ส่วนการจำหน่ายอาจจะอยู่ในช่วงปีหน้า เพราะยังไม่เริ่มจำหน่ายด้วยซ้ำไปในประเทศจีน
Mitsubishi Destinator 2026

All-New Mitsubishi Destinator ครอสส์โอเวอร์ 7 ที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุด เปิดตัวครั้งแรกในโลก ที่ประเทศอินโดนีเซีย สานต่อกลยุทธ์สำคัญของ Mitsubishi ในตลาดอาเซียน นี่คือการเดิมพันครั้งสำคัญที่มาพร้อมกับคำถามมากมาย ทั้งในเรื่องของพแลทฟอร์ม สมรรถนะ และตำแหน่งทางการตลาดที่แท้จริง
ขุมพลังของ Destinator คือเครื่องยนต์รหัส 4B40 เบนซิน 4 สูบ DOHC 1.5 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged และ Intercooler พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ CVT เครื่องยนต์บลอคนี้ถูกปรับจูนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ควบคู่ไปกับการใช้เทอร์โบเพื่อสร้างแรงบิดที่ทรงพลังในรอบต่ำ ตอบโจทย์การใช้งานในเมือง และเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ
สำหรับประเทศไทย มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการนำ Mitsubishi Destinator เข้ามาเปิดตัว และจัดจำหน่าย แหล่งข่าวในวงการคาดการณ์ว่าอาจจะได้เห็นกันภายในปี 2026 เพื่อเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาดครอส์โอเวอร์ เอสยูวี
Isuzu D-Max 2026
Isuzu D-Max 2026 ใหม่ 33 รุ่น กับนิยาม The One & Only ปรับเปลี่ยนหน้าตา ปรับลุค ตกแต่งภายใน ใส่พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า อัพเกรด ADAS และชอคอับใหม่
ดีไซน์ภายนอกเท่ดุดัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้า Multi-layer ทรงพลัง ไฟหน้า Modern Line พร้อม Daylight แบบ 3-in-1 ล้ออัลลอย 18 นิ้วสี Matte Black และไฟท้าย LED Clear Lens เสริมความสปอร์ต
ภายในมาพร้อมเบาะทูโทน Coolmax ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง แอร์อัตโนมัติ Dual Zone กรองฝุ่น PM2.5 หน้าจอ MID 7 นิ้วเชื่อมต่อจอกลางสัมผัส 9 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto / Apple CarPlay พร้อมระบบเสียงรอบทิศ 8 ลำโพง
พวงมาลัยไฟฟ้า EPS กล้องรอบคัน 360° พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ ระบบ Terrain Command / Rough Terrain Mode / Diff-Lock / แสดงองศาไต่เขา-ลาดเอียง ลุยน้ำลึกได้ถึง 800 มม.
ด้านขุมพลัง D-Max V-cross ใช้เครื่องยนต์ 3.0 Ddi Maxforce 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะแบบสปอร์ต พร้อม Paddle Shift ขับสนุก ดุดันในแบบฉบับ Isuzu
BMW iX3 2026 (ราคา 3,599,000 บาท)
BMW iX3 2026 SUV ไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่เปิดยุคดีไซน์ใหม่ของค่ายด้วยสไตล์ Neue Klasse จุดเด่นคือกระจังหน้าไตคู่แนวตั้ง พร้อมไฟ BMW Iconic Glow เส้นตัวถังดูคม และทันสมัยมากขึ้น ซุ้มล้อทรงเหลี่ยมช่วยให้รถดูแข็งแกร่ง ล้อขนาด 22 นิ้ว และไฟท้ายแนวนอนก็ช่วยเสริมลุคให้ดูโฉบเฉี่ยว และพรีเมียมชัดเจนขึ้น
ภายในห้องโดยสารมาในแนวแปลกตา และล้ำสมัยขึ้นด้วยระบบ BMW Panoramic iDrive ที่ฉายข้อมูลเต็มความกว้างบนกระจกหน้า พร้อมจอ BMW 3D Head-Up Display ช่วยให้ผู้ขับมองข้อมูลสำคัญได้โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน ส่วนด้านการใช้งานก็ยังตอบโจทย์รถครอบครัวได้ดี เพราะมีพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุด 1,750 ลิตรเมื่อพับเบาะหลัง และมีช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้าเพิ่มอีก 58 ลิตร
รุ่นที่เปิดตัวคือ BMW iX3 50 xDrive M Sport ราคา 3,599,000 บาท มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ กำลังสูงสุด 469 แรงม้า แรงบิด 645 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 210 กม./ชม. ใช้แบทเตอรีความจุ 113.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ไกลสุด 805 กม. ตามมาตรฐาน WLTP รองรับชาร์จเร็ว DC 800 โวลท์ กำลังสูงสุด 400 กิโลวัตต์ ชาร์จ 10-80% ได้ใน 21 นาที หรือชาร์จ 10 นาที เพิ่มระยะทางได้สูงสุด 372 กม.
Isuzu D-Max EV 2026
รถพิคอัพไฟฟ้า Isuzu D-Max EV คันแรกของค่าย ได้จัดโชว์ต่อสาธารณชนในฐานะรถต้นแบบ ในงาน Motor Show 2024 ที่ประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว Isuzu ได้เริ่มการผลิตรถรุ่นพวงมาลัยซ้าย และส่งไปยังประเทศหลักๆ ในยุโรป เพื่อจำหน่ายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568
การผลิตรถรุ่นพวงมาลัยขวาของรถพิคอัพไฟฟ้า Isuzu D-Max EV กำหนดจะมีขึ้นช่วงปลายปี 2568 นี้ โดยคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายในสหราชอาณาจักร ในปี 2569 และจะขยายไปยังประเทศ และเขตอื่นๆ ตามความต้องการของตลาด
Isuzu D-Max EV ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full Time ซึ่งมี E-Axles ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ทำงานร่วมกันทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ช่วยให้มั่นใจในสมรรถนะอันยอดเยี่ยมบนพื้นที่ทุรกันดาร ระบบนี้ยังให้พลังเร่งแซงสูงแบบคงที่ตามแบบฉบับของรถยนต์ไฟฟ้า ในขณะเดียวกันก็ลดเสียงรบกวน และการสั่นสะเทือน นอกจากนี้ ความสามารถในการลากจูง และน้ำหนักบรรทุกที่สูง จากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลังรวมถึงโครงสร้าง และตัวถังที่แข็งแรง ทำให้รถพิคอัพไฟฟ้า Isuzu D-Max EV สามารถเทียบเคียงกับสมรรถนะของรุ่นดีเซลที่มีอยู่ปัจจุบันได้
ZEEKR 9X 2026
ZEEKR 9X เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดแฟลกชิปสุดหรู ออกแบบโดยทีมดีไซน์เนอร์ระดับโลก นำโดย Stefan Sielaff, Vice President of Global Design at Geely Auto Group ความโดดเด่นสะดุดตาตั้งแต่ฝากระโปรงหน้าที่มีขนาดใหญ่ 2.15 ตารางเมตร พร้อมกระจังหน้าโครเมียมชิ้นเดียวที่กว้างถึง 1.2 เมตร ชุดไฟหน้าแบบแยกส่วน "Vast Star Diamond Matrix" ประดับด้วยเหลี่ยมเพชรมากถึง 42,242 เหลี่ยม ด้านข้างมีเส้นสายที่ตรง และคมชัดสร้างบุคลิกที่สง่างาม ดูหรูหรา ไฟท้ายทรงเพรียวบางพาดผ่านตลอดความกว้างตัวรถ จับคู่กับล้ออัลลอยขึ้นรูปขนาด 22 นิ้ว
ภายใน ZEEKR 9X ให้ความโอ่อ่ากว้างขวางด้วยห้องโดยสารแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง พร้อมเบาะนั่ง Cloud Lounge และฟีเจอร์ระดับพรีเมียมอย่างหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 17 นิ้ว และระบบเครื่องเสียงพรีเมียมรอบทิศทางจาก Naim ที่มาพร้อมเสปกด้วยกำลังวัตต์สูงถึง 3,800 วัตต์
ZEEKR 9X ได้รับการพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม SEA-S รองรับสถาปัตยกรรมขับเคลื่อนไฟฟ้า 900V สุดล้ำ มาพร้อมระบบอัจฉริยะ SEA Super Hybrid ที่ให้กำลังสูงสุด 1,030 กิโลวัตต์ ด้วยอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 3.1 วินาที ระยะทางวิ่งสูงสุดด้วยกำลังไฟฟ้าล้วนถึง 380 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน CLTC) โดยวิ่งได้ระยะรวมไกลถึง 1,250 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC) รองรับเทคโนโลยีการชาร์จ 6C ซึ่งทำให้สามารถชาร์จไฟได้เร็วสุด 20-80% ในเวลาเพียง 9 นาที (ระยะเวลาการชาร์จขึ้นอยู่กับปริมาณไฟคงเหลือ กำลังไฟของตู้ชาร์จ และรูปแบบการใช้งาน)
สำหรับราคารุ่นเปิดตัวที่เซี่ยงไฮ้ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 465,900 - 599,900 หยวน (ประมาณ 2.4 - 2.9 ล้านบาท) และสามารถเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าทันที โดยวางจำหน่ายในประเทศจีน และยังไม่มีกำหนดการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย

































































