นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท สื่อสากล จำกัด รวมถึงบริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท สำนักพิมพ์ 4 ล้อ จำกัด, บริษัท คโรม จำกัด, บริษัท มีเดียไลน์ จำกัด, บริษัท อินเตอร์-เอกซ์โป อัลไลแอนศ์ จำกัด และบริษัท พับลิค มีเดีย แอนด์ คอมมิวนิวเคชันส์ จำกัด ซึ่งในที่นี้รวมเรียกว่า (“บริษัท”) ซึ่งมีธุรกิจในเครือดังต่อไปนี้
• ผู้จัดงานแสดงสินค้า มหกรรมยานยนต์
• ผู้ผลิตนิตยสาร ฟอร์มูลา 4Wheelsและโลกรถยนต์
• ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ในชื่อโลกรถยนต์และ Carnatomy
• ผู้ผลิตเว็บไซต์autoinfo.co.th, motorexpo.co.th, imc.co.th
• ผู้ผลิตแอพพลิเคชั่น Motor Expo, Car Buyer Guide, Formula Magazine,4Wheels Magazine, CarStereo
• ผู้ผลิตเนื้อหาบน Facebook Page Autoinfo online,Thailand International Motor Expo, FormulaForum โลกรถยนต์, Carnatomy TV, Skill Driving Experience, Spirit of the 4x4 Driving School
• ผู้ผลิตเนื้อหาบน YouTube ในช่อง IMC Online และ Autoinfo Online
• ผู้ดำเนินการสอนการขับรถอย่างปลอดภัยในชื่อ Skill Driving Experience
• ผู้ดำเนินการสอนขับรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อในชื่อ Spirit of the 4x4 Driving School
บริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงได้จัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นโดยนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ใช้กับลูกค้า ผู้ชมงาน ผู้ร่วมกิจกรรม ตัวแทนผู้ขาย ผู้จัดหาสินค้า คู่ค้าทางธุรกิจคู่สัญญา ผู้ให้บริการ รวมถึงตัวแทน และผู้ที่เข้ามาในสำนักงานของบริษัท ซึ่งในที่นี้รวมเรียกว่า (“ท่าน”, “เจ้าของข้อมูล”)นโยบายนี้ได้กำหนดวิธีการที่บริษัทปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ เผยแพร่ ประมวลผล โอน และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิตามกฎหมายของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับทราบ
บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทอยู่เป็นประจำ และหากบริษัทเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระสำคัญใดๆ ในนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์autoinfo.co.th, motorexpo.co.th และ แอพพลิเคชั่น Motor Expo, Car BuyerGuide,Formula Magazine App และ 4Wheel Magazine App โดยจะระบุวันที่มีผลบังคับใช้ใหม่ให้แก่ท่าน เพื่อให้ท่านได้เข้าไปอ่านและรับทราบนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีผลบังคับใช้ใหม่ทุกครั้ง โดยนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ได้รับการปรับปรุง ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 เพื่อให้ท่านได้รับทราบถึงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท บริษัทจึงประกาศนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้

ข้อ 1. ข้อมูลส่วนบุคคล
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ “ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลที่เป็นเรื่องส่วนบุคคลโดยแท้ของบุคคล แต่มีความละเอียดอ่อน และอาจสุ่มเสี่ยงในการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนา หรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด “คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้น โดยมีหน้าที่ และอำนาจกำกับดูแล ออกหลักเกณฑ์ มาตรการ หรือข้อปฏิบัติอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ข้อ 2. การจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยมีวัตถุประสงค์ ขอบเขต และใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยในการเก็บรวบรวมนั้นจะทำเพียงเท่าที่จำเป็นแก่การดำเนินงาน ภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัทเท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการให้เจ้าของข้อมูลให้ความยินยอม ทั้งตามแบบเอกสาร หรือทางอีเลคทรอนิคส์ กรณีที่บริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของเจ้าของข้อมูล บริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลโดยชัดแจ้งก่อนทำการเก็บรวบรวม เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือกฎหมายอื่นกำหนดไว้

ข้อ 3. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม หรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
ในการเก็บรวมรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ เผยแพร่ ประมวลผล โอน และเปิดเผยข้อมูลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
• เพื่อจัดหาสินค้าหรือให้บริการแก่ท่าน
• เพื่อปรับปรุงมาตรฐานในการสื่อสารและการบริการของบริษัท และเพื่ออำนวยความสะดวกท่านในการใช้สินค้าหรือบริการของบริษัท
• เพื่อติดต่อท่านในกรณีที่ท่านได้เข้าร่วมแข่งขัน ประกวด การชิงรางวัล หรือทำแบบสำรวจกับบริษัท
• เพื่อตอบหรือทำตามคำร้องขอหรือข้อร้องเรียนของท่าน
• เพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด เช่น เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดเรื่องการรายงานงบการเงินของบริษัท ที่กำหนดโดยผู้สอบบัญชี และ/หรือหน่วยงานของรัฐ และเพื่อให้ความร่วมมือกับ เจ้าพนักงานที่บังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล และ/หรือ คำสั่งศาลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาคดีหรือการสืบสวนในคดี
• เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมออนไลน์หรือออฟไลน์ ซึ่งเกี่ยวข้องและน่าสนใจสำหรับท่าน ซึ่งรวมถึงการกำหนดทิศทางการทำการตลาดเพื่อประโยชน์ของท่าน
• เพื่อวิเคราะห์การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท (การโต้ตอบสื่อสารกับลูกค้า การขาย จำนวนการนัดหมายลูกค้า หรือการโทรศัพท์ติดต่อกับลูกค้า)
• เพื่อเชิญท่านเข้าร่วมงานหรือกิจกรรมส่งเสริมการขายที่บริษัทเป็นผู้สนับสนุน เพื่อส่งข้อเสนอ รายการส่งเสริมการขาย หรือข้อมูลอัพเดทเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของบริษัท
• เพื่อประสานงานกับหน่วยงานภายในองค์กร เพื่อทำทะเบียนประวัติและทำการติดต่อท่าน เพื่อดำเนินธุรกิจของทางบริษัท
• เพื่อการปฏิบัติตามระเบียบการดำเนินการภายในของบริษัท และบริษัทในเครือ
• เพื่อการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการให้บริการของบริษัท และบริหารความสัมพันธ์ของบริษัทกับท่าน
และเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย และ/หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินงานของบริษัท บริษัทจะไม่กระทำการใด ๆ แตกต่างจากที่ระบุในวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูล เว้นแต่จะได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ และได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 4. ผลกระทบกรณีไม่ให้คำยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทคำนึงอย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทได้แจ้งให้ท่านได้ทราบถึงรายละเอียดของนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ รวมถึงสิทธิตามกฎหมายของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทขอแจ้งให้ทราบว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจะทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เป็นข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะที่จำเป็นต่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการใช้บริการ ของทางบริษัท เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ยินยอมบริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล อาจส่งผลทำให้ท่านอาจไม่ได้รับสิทธิตามที่บริษัท ได้จัดให้มีขึ้น

ข้อ 5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
5.1 บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะแต่ที่ได้รับความยินยอมตามวัตถุประสงค์ที่ได้มีการแจ้งไว้ เท่านั้น บริษัทจะกำกับดูแลพนักงาน เจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของบริษัทฯ มิให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน นอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ เผยแพร่ ประมวลผล โอน หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อ บุคคลภายนอก เว้นแต่ 5.1.1 เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 5.1.2 เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของ พนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล 5.1.3 เพื่อประโยชน์ของท่าน และการขอความยินยอมไม่อาจ กระทำได้ในเวลานั้น 5.1.4 เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ที่ไม่ใช่ บริษัท 5.1.5 เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล 5.1.6 เป็นการ จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น 5.1.7 เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์ สาธารณะ หรือเพื่อการศึกษา วิจัย การจัดท าสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม
5.2. บริษัทอาจใช้บริการสารสนเทศของผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเพื่อให้ดำเนินการเก็บรักษาข้อมูลส่วน บุคคล ซึ่งผู้ให้บริการนั้นจะต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย โดยห้ามดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากที่บริษัทกำหนด
5.3 บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบริษัทในเครือ บุคคลภายนอกซึ่งเป็นคู่ค้า ที่ปรึกษา ผู้รับจ้าง พันธมิตรของบริษัท ตลอดจนบริษัทในเครือได้ และบริษัทยังอาจเปิดเผยข้อมูลของท่านให้กับบุคคลที่สามที่ปฏิบัติงาน ให้แก่บริษัทภายใต้ความยินยอมของท่านทุกกรณี
โดยบริษัทกำหนดให้บุคคลที่3 เหล่านี้ต้องตกลงในเรื่องดังต่อไปนี้:
ก. ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ที่จำกัดและเฉพาะเจาะจงซึ่งสอดคล้องกับความยินยอมของ ท่านเท่านั้น
ข. ให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับเดียวกับที่จำเป็นต้องดำเนินการภายใต้หลักการของกรอบโครงสร้าง การคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของท่านตามที่ได้แจ้งไว้ตั้งแต่การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล อนึ่ง บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลที่ท่านมอบให้กับบุคคลที่สามเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด ยกเว้นว่าท่านได้ยอมรับโดยมี การยืนยันให้มีการเปิดเผยดังกล่าว

ข้อ 6. มาตรการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะกำหนดมาตรการต่างๆ รวมถึงมาตรการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ของข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แก่พนักงานของบริษัท และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสนับสนุน และส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ และตระหนักถึงหน้าที่ และความรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม การจัดเก็บรักษา การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล โดยพนักงานของบริษัทต้องปฏิบัติตามนโยบายฯ และแนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่บริษัทกำหนดไว้ เพื่อให้บริษัทสามารถปฏิบัติตามนโยบาย และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ

ข้อ 7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เว้นแต่จะเข้าหลักเกณฑ์ข้อยกเว้นในการใช้สิทธิ หรือเงื่อนไขในการใช้สิทธิตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิ ดังต่อไปนี้
7.1 ถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมไว้ ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมไว้แล้วก่อนหน้า
7.2 ขอเข้าถึง และขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้ให้ความยินยอม
7.3 ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลด้วยตนเอง หรือโอนข้อมูลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น
7.4 ขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน
7.5 ขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
7.6 ขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของได้
7.7 ขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถขอใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นได้ โดยยื่นคำร้องขอใช้สิทธิต่อบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านทางจดหมายอีเลคทรอนิคส์ตามแบบฟอร์มที่บริษัทกำหนด ผ่าน “ช่องทางการติดต่อของบริษัท” ด้านล่าง โดยบริษัทจะพิจารณา และแจ้งผลการพิจารณาตามคำร้องของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทอาจปฏิเสธสิทธิของเจ้าของข้อมูลได้ในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดไว้ หรือตามคำสั่งศาลแล้วแต่กรณี

ข้อ 8. ระยะเวลาการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตลอดระยะเวลาที่ท่านมีสถานะ และความสัมพันธ์ในฐานะลูกค้า ผู้ชมงาน ผู้ร่วมกิจกรรม ตัวแทนผู้ขาย ผู้จัดหาสินค้า คู่ค้าทางธุรกิจ คู่สัญญา ผู้ให้บริการ รวมถึงตัวแทน และผู้ที่เข้ามาใน สำนักงานของบริษัทเท่านั้น

ข้อ 9. นโยบายคุกกี้
บริษัทจะจัดให้มีนโยบายคุกกี้ให้มีมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่เป็นมาตรฐานสากล

ข้อ 10. ช่องทางการติดต่อบริษัท
กรณีต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือใช้สิทธิในอันเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท สื่อสากล จำกัด (สำนักงานใหญ่) เลขที่ 587/1 ซอยรามคำแหง 39 (เทพลีลา 1) แขวง/เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 โทรศัพท์ 0-2055-8444 โทรสาร 0-2055-8400

ทั้งนี้ ให้นโยบายฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง