รถล่าสุด
Denza Z9GT ของแรง ขับ 4 ล้อ 3 มอเตอร์ 1,156 แรงม้า

Denza Z9GT เรือธงรุ่นล่าสุดจากแบรนด์ Denza (แบรนด์หรูระดับพรีเมียมในเครือ BYD) ที่ถูกออกแบบมาในสไตล์ Shooting Brake หรือ Station Wagon ทรงท้ายลาด ที่รวมความแรงระดับซูเพอร์คาร์เข้ากับความสบายระดับผู้บริหารไว้ด้วยกัน
Denza Z9GT (EV) รุ่น Performance AWD
- สัดส่วนตัวถัง ยาว 5,180 มม./กว้าง 1,990 มม./สูง 1,490 มม. และระยะฐานล้อกว้างถึง 3,125 มม.
- หน้าตา ไฟหน้า LED ทรงเรียวยาวดูดุดันพร้อมไฟ DRL 2 ชั้น กระจังหน้าแบบปิดตามสไตล์รถ EV มองไปมองมานึกถึง BYD Sealion 7
- เส้นสาย ท้ายลาดสไตล์ Shooting Brake พร้อมหลังคากระจก Panoramic Sunroof, มือจับประตูแบบเรียบเนียน (Flush Door Handles) และสปอยเลอร์หลังแบบยกตัวอัตโนมัติ
- ล้อ และยาง ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ยาง 255/45 R20 มาพร้อมระบบเบรคประสิทธิภาพสูง จานเซาะร่อง
หน้าจอรอบคัน จอความละเอียดสูง 3 หน้าจอหลัก
- หน้าปัดผู้ขับ 13.2 นิ้ว
- จอ Infotainment ตรงกลาง 17.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
- จอสำหรับผู้โดยสารหน้า 13.2 นิ้ว
- เสริมด้วยจอ AR-HUD ขนาดใหญ่บนกระจกหน้าขนาด 50 นิ้ว
เบาะนั่ง หุ้มด้วยหนัง Nappa เกรดพรีเมียม ปรับไฟฟ้าเต็มรูปแบบ พร้อมระบบนวด, อุ่นเบาะ, ระบายอากาศ และหมอนรองขา (Executive Leg Rest)
-ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
- ระบบพนักพิงดันหลังปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
- เบาะนั่งผู้ขับขี่พร้อมระบบปรับโอบกระชับปีกเบาะ
- พนักพิงศีรษะเบาะนั่งคู่หน้าปรับองศารองรับสรีระศีรษะด้วยไฟฟ้า
- ระบบนวดไฟฟ้า
- ที่รองน่องปรับไฟฟ้า 2 ทิศทาง
- ระบายอากาศ
- ระบบจดจําตําแหน่งที่นั่ง
- ปรับไฟฟ้า 2 ทิศทาง
- ระบบนวดไฟฟ้า
- ระบายอากาศ
- พนักพิงศีรษะเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังปรับองศารองรับสรีระศีรษะ
ความสะดวกสบาย
- ประตูเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ทั้ง 4 บาน
- ประตูแบบ Soft Close ทั้ง 4 บาน
- ตู้เย็น onboard 2 จุด (สำหรับผู้โดยสารหน้า และหลัง)
- เครื่องเสียงระดับพรีเมียม Devialet พร้อมลำโพง 20 ตำแหน่งรอบคัน
- ไฟ Ambient Light ปรับได้ 128 สี
- ระบบปรับอากาศแบบอิสระ 4 โซน-ผู้ขับขี่ ผู้โดยสารตอนหน้า และห้องโดยสารตอนหลังแยกอิสระ
- ช่องระบายอากาศสําหรับผู้โดยสารตอนหลัง และบริเวณเสา B
- ประตูท้ายไฟฟ้าเปิดอัตโนมัติด้วยพโรเจคเตอร์ AR
- ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย 50W 3 จุด หน้า 2 จุด/หลัง 1 จุด (ในที่วางแขน)
พัฒนาบนสถาปัตยกรรม e³ Platform สำหรับ รุ่น EV (ไฟฟ้า 100 %) มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว หน้า 1 ตัว หลัง 2 ตัว (ซ้าย-ขวา)
มอเตอร์ไฟฟ้าหน้า (มอเตอร์อซิงโครนัส)
- กําลังสูงสุด 230 กิโลวัตต์
- แรงบิดสูงสุด 410 นิวทันเมตร
มอเตอร์ไฟฟ้าหลัง (มอเตอร์ซิงโครนัสชนิดแม่เหล็กถาวร)
- กําลังสูงสุด 310+310 กิโลวัตต์
- แรงบิดสูงสุด 400+400 นิวทันเมตร
กําลังรวม 3 มอเตอร์สูงสุด
- กําลังสูงสุด 850 กิโลวัตต์ (1,156 แรงม้า)
- แรงบิดสูงสุด 1,210 นิวทันเมตร
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.7 วินาที
- ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม.
แบทเตอรี
- BYD Blade Battery รุ่นที่ 2 ขนาด 122.5 kWh
- ระยะทาง วิ่งได้ไกลสุดกว่า 600 กม. (WLTP) หรือ 701 กม. (NEDC) หรือมากกว่า 800-1,000 กม. (CLTC)
- ระบบชาร์จ สถาปัตยกรรมแรงดันสูง รองรับ DC Flash Charging สูงสุดถึง 1,500 kW (ชาร์จ 10-97 % ในเวลาประมาณ 9 นาที)
ส่วนรุ่น PHEV (Plug-in Hybrid) ยังไม่เข้าไทย เครื่องยนต์เบนซิน 2.0L Turbo ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว พละกำลังรวมกว่า 858 แรงม้า แบทเตอรีขนาดใหญ่ ให้ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ไกลสูงสุดถึง 300-400 กม. (CLTC)
ถือเป็นหนึ่งในจุดขายหลักที่แน่นด้วยเทคโนโลยีระดับแนวหน้า
ช่วงล่างถุงลม DiSus-A
- ระบบช่วงล่างแบบ Double Wishbone ด้านหน้า และ Multi-link ด้านหลัง ทำงานร่วมกับชอคอับถุงลมแบบ Dual-Chamber ปรับความสูง และความนุ่มนวลได้อัตโนมัติ Real-time
ระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear-Wheel Steering)
- ล้อหลังปรับองศาการเลี้ยวได้สูงสุดถึง 15 องศา ช่วยให้รถยาวเกิน 5 เมตร มีวงเลี้ยวพวงมาลัย และแคบเท่าๆ ซิทีคาร์ (รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.62 เมตร)
ฟังค์ชันการขับขี่พิเศษ
- Crab Walk ขับเคลื่อนแนวเฉียงเพื่อเข้าจอดในพื้นที่แคบ
- Compass Turn หมุนกลับรถแบบ 360 องศาในจุดเดิม
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า-ฝั่งคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า
-ถุงลมนิรภัยด้านข้าง-ฝั่งคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า
-ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ด้านหน้า และด้านหลัง
-ถุงลมนิรภัยระหว่างคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า
-ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย ด้านหน้า และด้านหลัง
-ถุงลมนิรภัยด้านข้าง-ผู้โดยสารตอนหลัง
-กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
-เซนเซอร์ช่วยตรวจจับวัตถุด้านหน้า 6 ตําแหน่ง
-เซนเซอรช่วยตรวจจับวัตถุด้านหลัง
-ระบบช่วยเบรคป้องกันล้อลอค (ABS)
-ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรค (EBD)
-ระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)
-ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (ESC)
-ระบบเบรคมือไฟฟ้า (EPB)
-ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)
-ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันอัจฉริยะ (ICC)
-ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW)
-ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง (RCW)
-ระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ (ILCA)
-ระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
-ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
-ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP)
-ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถฉุกเฉิน (ELKA)
-ระบบช่วยเบรคเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านจุดอับสายตาด้านหน้า (FCTB)
-ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
-ระบบช่วยเบรคเมื่อมีรถผ่านในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB)
-ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านจุดอับสายตาด้านหน้า (FCTA)
-ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD)
-ระบบช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู (DOW)
-ระบบตรวจสอบความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (DFM)
-ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS)
Denza Z9 GT 2,899,900 บาท
Denza Z9 GT มีสีให้เลือก 5 สี เขียว Force Green, ทอง Champagne Gold, ขาว Horizon White, ดำ Quantum Black และน้ำเงิน Zenith Blue
เขียว Force Green
ทอง Champagne Gold
ขาว Horizon White
ดำ Quantum Black
น้ำเงิน Zenith Blue
ภายในเบาะหุ้มด้วยหนังแท้/ผ้า Microsuede และบุเพดานด้วยผ้ากำมะหยี่ถักพรีเมียม คู่สีตามสีภายนอก เช่น ดำ-แดง, ดำ-เบจ และ สีดำ
ดำ-แดง
ดำ-เบจ
ดำ
Denza Z9 GT เป็นรถที่มีจุดเด่นทั้งในด้านเทคโนโลยีช่วงล่าง และสมรรถนะ โดยจะขยับไปแข่งขันกับแบรนด์ยุโรประดับพรีเมียม ในกลุ่มรถไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่าง
- Porsche Taycan Turbo GT
- Audi e-tron GT
- Lotus Emeya
- BMW i5 M60
- Mercedes-Benz EQE AMG
- สมรรถนะระดับซูเพอร์คาร์ (0-100 กม./ชม. 2.7 วินาที)
- ช่วงล่างถุงลม DiSus-A นุ่ม และหนึบ
- ล้อหลังเลี้ยวอิสระ ทำให้วงเลี้ยวแคบกว่ารถขนาดเดียวกัน
- ห้องโดยสารหรู อุปกรณ์มาตรฐานครบ
- เทคโนโลยีการชาร์จความเร็วสูงของ BYD รองรับอนาคต


