ธุรกิจ
ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์
ข่าวเด่นสัปดาห์นี้ พบกับข่าวดีสำหรับยอดขายรถยนต์เดือนมีนาคม ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไว้ใจไม่ได้ เพราะยังอีกยาวไกล ในเรื่องของความไม่แน่นอน โดยเฉพาะในเรื่องสงคราม และยังติดตามด้วยข่าวสารที่โดดเด่นในสัปดาห์นี้Highlight
Toyota เผยยอดขายรถยนต์ มีนาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.29 %
ตลาดรถยนต์เดือนมีนาคมปรับตัวดีขึ้น โดยยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนมีนาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 59,865 คัน เพิ่มขึ้น 7.29 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์นั่ง และรถยนต์ SUV (Passenger Car+SUV) มีปริมาณการขาย 38,810 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา 12.03 % ในขณะที่รถกระบะ มีปริมาณการขาย 13,991 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคมปีที่แล้ว 6.36 % รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีปริมาณการขาย 141 คัน เพิ่มขึ้น 161.11 % จากเดือนมีนาคมปีที่แล้ว และรถ PPV มีปริมาณการขาย 3,718 คัน เพิ่มขึ้น 9.26 % จากเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา
*ข้อมูลที่ปรากฏในรายงานนี้อ้างอิงจากข้อมูลยอดขายที่ระบุในเวบไซท์ https://fti.or.th/News/details?id=1283
ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (The Federation of Thai Industries-FTI) ประกาศ ณ วันที่ 27 เมษายน 2569
- ตลาดรถยนต์เดือนมีนาคม 2569 มียอดขาย 59,865 คัน เพิ่มขึ้น 7.29 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
- รถยนต์นั่ง และรถยนต์ SUV (Passenger Car+SUV) ยอดขาย 38,810 คัน เพิ่มขึ้น 12.03 % จากปีที่ผ่านมา
- รถกระบะ ยอดขาย 13,991 คัน ลดลง 6.36 % จากปีที่ผ่านมา
- รถกระบะไฟฟ้า (BEV) ยอดขาย 141 คัน เพิ่มขึ้น 161.11 % จากปีที่ผ่านมา
- รถ PPV ยอดขาย 3,718 คัน เพิ่มขึ้น 9.26 % จากปีที่ผ่านมา
สำหรับยอดขายรถยนต์สะสม 3 เดือนแรก มียอดขาย 182,083 คัน เพิ่มขึ้น 18.86 % เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน
- รถยนต์นั่ง และรถยนต์ SUV (Passenger Car+SUV) ยอดขาย 123,445 คัน เพิ่มขึ้น 28.69 % จากปีที่ผ่านมา
- รถกระบะ ยอดขาย 38,493 คัน ลดลง 4.67 % จากปีที่ผ่านมา
- รถกระบะไฟฟ้า (BEV) ยอดขาย 314 คัน เพิ่มขึ้น 227.08 % จากปีที่ผ่านมา
- รถ PPV ยอดขาย 12,127 คัน เพิ่มขึ้น 27.18 % จากปีที่ผ่านมา
สำหรับ Toyota มียอดขายสะสม 3 เดือนแรก 62,196 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 34.16 % เติบโต 7.82 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา นำโดย Pure Pick Up (Hilux Travo, Revo และ Champ) 19,630 คัน และ Eco Segment (Yaris และ Yaris Ativ) 19,174 คัน
ศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มตลาดรถยนต์เดือนเมษายนว่า ตลาดรถยนต์เดือนเมษายนปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามดัชนีทางฤดูกาล (Seasonal Index) ที่โดยปกติจะชะลอตัวในช่วงดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ Toyota เรายังคงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ส่งผลให้ได้รับยอดจองรวมทั่วประเทศในช่วงงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 สูงถึง 28,580 คัน ซึ่งรถทุกรุ่นของ Toyota พร้อมทยอยส่งมอบให้แก่ลูกค้าได้ทันที ยกเว้น Land Cruiser FJ จะเริ่มส่งมอบได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ทำให้คาดการณ์ว่ายอดขายของ Toyota ในเดือนเมษายน จะยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย
หมายเหตุ : ข้อมูลที่ปรากฏในรายงานนี้อ้างอิงจากข้อมูลยอดขายที่ระบุในเวบไซท์ https://fti.or.th/News/details?id=1283
ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (The Federation of Thai Industries-FTI) ประกาศ ณ วันที่ 27 เมษายน 2569
.......................................................................................................................
Motor Expo 2026 พร้อม ! เปิดจองพื้นที่ 9 มิย. นี้
Motor Expo 2026 ภายใต้แนวคิด “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์”-Here, There and Every Car” เปิดจองพื้นที่ 9 มิย. นี้
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน "มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43" หรือ The 43rd thailand International Motor Expo 2026 เปิดเผยว่า งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ในปีที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยมียอดจองรถในงาน แบ่งเป็นรถยนต์ 75,246 คัน จักรยานยนต์ 5,263 คัน และจากข้อมูลผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ...ชิงรถ” พบว่า รถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนสูงถึง 50 % ส่วนรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ (สันดาป, ไฮบริด และพลัก-อิน ไฮบริด) 50 %
นอกจากนั้น ประเภทรถที่ได้รับความสนใจแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ได้แก่ รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) 58.4 % รถเก๋ง 27.8 % รถอเนกประสงค์ (MPV) 7.6 % รถกระบะ 4.5 % และอื่นๆ 1.7 %
รถยนต์รุ่นที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ...ชิงรถ” สูงสุด 6 อันดับแรก ได้แก่ Mitsubishi Xforce, Honda HR-V, Geely EX2, Jaecoo 5 EV, BYD Atto 3 และ Toyota Yaris Cross
รถจักรยานยนต์ที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรม “ซื้อมอเตอร์ไซค์...ชิงบิกไบค์” สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ Lambretta, Yamaha, Deco, EM และ Zontes
ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ที่ขายได้ในงาน 1,122,347 บาท รถจักรยานยนต์เฉลี่ย 177,637 บาท เงินหมุนเวียนในงานราว 70,000 ล้านบาท จำนวนผู้เข้าชมงาน 1,521,296 คน ยอดดาวน์โหลด Motor Expo Application 45,298 คน และมีผู้ชมงานออนไลน์ 2,028,044 วิว
สำหรับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์”-Here, There and Every Car” เพื่อสื่อถึงจุดเด่นของว่า เป็นแหล่งรวบรวมรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ทุกประเภท และทุกระดับราคา ซึ่งจะมอบความสุขสมหวังให้แก่บรรดาคนรักยานยนต์ ที่ต้องการสัมผัสรถยนต์ และจักรยานยนต์ ทุกรุ่นทุกแบรนด์อย่างครบครัน
ส่วนการเปิดจองพื้นที่ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” จะมีขึ้นในวันที่ 9 มิถุนายน 2569 โดยช่วงเช้าจะเป็นการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน และในช่วงบ่ายจะเปิดจองพื้นที่ ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจจากบรรดาผู้ผลิต และผู้แทนจำหน่ายอย่างคับคั่ง ยิ่งกว่าทุกปีที่ผ่านมา
งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”
.......................................................................................................................
GWM เปิดสายการผลิต ORA 5 ในประเทศไทย
GWM ประเทศไทย ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios-All Powertrains-All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับ 1 ของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจ และโปร่งใส ล่าสุดประกาศเปิดสายการผลิต GWM ORA 5 รถยนต์ที่สร้างขึ้นบนพแลทฟอร์ม One Platform, Multi Powertrains พแลทฟอร์มเดียวที่รองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของกลุ่มลูกค้าอย่างเป็นทางการ ณ โรงงานอัจฉริยะ (GWM Smart Factory) จังหวัดระยอง พร้อมเริ่มส่งมอบนวัตกรรมยานยนต์ฝีมือคนไทยที่ได้มาตรฐานโลกสู่ลูกค้าคนไทย เดือนพฤษภาคมนี้
GWM ORA 5 ผลิตโดยฝีมือคนไทย มาตรฐานสากล
การเปิดสายการผลิต GWM ORA 5 จากโรงงาน GWM Smart Factory จังหวัดระยอง อย่างเป็นทางการในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการดำเนินงานของ GWM ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของฐานการผลิตในประเทศไทยที่สามารถผลิตรถยนต์พลังงานใหม่บนพแลทฟอร์มเดียวที่รองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย ยกระดับประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิต และส่งออกหลักของภูมิภาค ในโอกาสนี้ยังได้รับเกียรติจาก Meng Xiangjun ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิต (Chief Production Officer) ผู้บริหารระดับสูงที่กำกับดูแลภาพรวมของโรงงาน และการผลิตจาก GWM สำนักงานใหญ่ มาร่วมปล่อย GWM ORA 5 คันแรกออกจากสายการผลิตร่วมกับผู้บริหาร และพนักงานในประเทศไทย รวมทั้งร่วมตรวจสอบคุณภาพการผลิตในทุกขั้นตอนเพื่อให้มั่นใจว่า GWM ORA 5 ที่ผลิตจากฐานการผลิตในประเทศไทยทุกคันอยู่ภายใต้มาตรฐานการผลิต และการตรวจสอบคุณภาพที่เข้มงวดของบริษัทฯ ในระดับสากล ลูกค้าจึงมั่นใจได้ในคุณภาพ และมาตรฐานที่สม่ำเสมอในทุกคัน
Meng Xiangjun ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิต GWM กล่าวว่า GWM มุ่งมั่นส่งมอบโซลูชันการเดินทางที่อัจฉริยะ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้แก่ผู้ใช้งานทั่วโลก โดย GWM ORA 5 ที่ออกจากสายการผลิตในวันนี้เป็นรถที่พัฒนาขึ้นบนพแลทฟอร์ม GWM One Platform พแลทฟอร์มเดียวที่รองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย โดยพแลทฟอร์มนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผ่านการใช้อะไหล่มาตรฐานเดียวกันในระดับสูง ซึ่งมาพร้อมคุณภาพที่เสถียร และความคุ้มค่า สำหรับความสำเร็จในการเปิดสายการผลิต ORA 5 คันแรกในวันนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงการยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจในระยะยาวของบริษัทฯ และความพยายามอย่างต่อเนื่องในการหยั่งรากลึกในประเทศไทย ในฐานะตลาดเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของเรา
พร้อมส่งมอบ GWM ORA 5 ถึงมือลูกค้าคนไทย เริ่มพฤษภาคมนี้
GWM ORA 5 ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทย เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ในฐานะ Next Generation SUV ที่ผสานสมรรถนะการขับขี่เข้ากับระบบจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบพลังงาน ได้แก่ GWM ORA 5 EV ยานยนต์ไฟฟ้า 100 % สำหรับผู้ที่ต้องการพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขับเคลื่อนแห่งอนาคต และ GWM ORA 5 HEV ยานยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ที่มอบความคล่องตัว และความยืดหยุ่นในการใช้งาน
เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM ประเทศไทย กล่าวเน้นย้ำว่า โรงงาน GWM Smart Factory ในจังหวัดระยอง คือ ฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการลงทุนระยะยาวของ GWM ที่พร้อมเดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิต และการใช้งานรถยนต์พลังงานใหม่ในภูมิภาคอาเซียนอย่างเต็มตัว
การเริ่มเดินสายการผลิต GWM ORA 5 ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยที่มีความพร้อมอย่างยิ่ง ทั้งในด้านบุคลากร เทคโนโลยี และระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ รวมทั้งยังเป็นการยืนยันความพร้อมของโรงงานอัจฉริยะที่สามารถรองรับการผลิตยานยนต์ได้หลากหลายประเภทพลังงานตามมาตรฐานสากล เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงสุดสู่ผู้บริโภคทั้งในประเทศ และต่างประเทศอย่างยั่งยืน
"GWM มุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพการผลิต และขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเราจะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดเมืองไทยมากขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ยอดเยี่ยม และสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า พันธมิตร และสังคมไทย ทั้งนี้ สายการผลิต GWM ORA 5 จะเข้ามาเสริมทัพทดแทน GWM ORA Good Cat ที่ได้ยุติการผลิตไปก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า รวมทั้งส่งมอบรถให้ถึงมือลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทาง GWM ได้เพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานในประเทศไทยภายหลังการเปิดสายการผลิตอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมทั้งนำเข้า GWM ORA 5 จากประเทศจีนบางส่วน เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการรอรับรถของลูกค้า โดยบริษัทฯ จะเริ่มดำเนินการส่งมอบ GWM ORA 5 ให้แก่ลูกค้าได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ เป็นต้นไป เริ่มจากลูกค้าที่จองรถ GWM ORA 5 จำนวน 5,000 คันแรก ภายในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่ผ่านมา จะได้รับรถในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนปีนี้ ในขณะที่ลูกค้าที่จองหลังจากนั้น จะได้รับรถในเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับรุ่น และสีที่ลูกค้าเลือก”
GWM Smart Factory โรงงานอัจฉริยะเพื่อยานยนต์พลังงานใหม่โดยเฉพาะ
GWM Smart Factory จังหวัดระยอง เป็นฐานการผลิตรถยนต์แบบครบวงจร ภายใต้แนวคิดโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) และถือเป็นฐานการผลิตหลักของ GWM ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวา เพื่อจำหน่ายในประเทศ และส่งออกสู่ตลาดโลก โรงงานแห่งนี้มีศักยภาพในการผลิตรถยนต์หลากหลายระบบขับเคลื่อนในสายการผลิตเดียวกัน ครอบคลุมทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) และไฮบริด (HEV) รวมถึงเครื่องยนต์สันดาป (ICE) โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย โดยมีกำลังการผลิตสูงสุด 80,000 คัน/ปี และดำเนินการโดยพนักงานชาวไทยกว่า 1,100 คน ภายใต้มาตรฐานระดับโลก และใช้ชิ้นส่วนในประเทศประมาณ 50 % ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่ายนตรกรรมทุกคันที่ออกจากโรงงานแห่งนี้เป็นผลิตภัณฑ์ “Made in Thailand” ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพระดับโลก “ผลิตในไทย มาตรฐานสากล” อย่างแท้จริง
“GWM ขอขอบคุณชาวไทยอีกครั้งที่ให้การต้อนรับ GWM ORA 5 อย่างอบอุ่น ด้วยยอดจำหน่ายสะสมกว่า 5,000 คัน เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่เข้าสู่ครอบครัว GWM และเราพร้อมที่จะเริ่มส่งมอบรถยนต์คุณภาพจากโรงงานระยองถึงมือทุกท่านในเร็วๆ นี้ครับ”
.......................................................................................................................
NEX คว้าสิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่าย BAW
บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จํากัด (มหาชน) หรือ NEX ขยายพอร์ทยานยนต์ไฟฟ้า ลงนามความร่วมมือกับ Beijing Automobile Works หรือ BAW ผู้ผลิตยานยนต์จากประเทศจีน พร้อมได้รับการแต่งตั้งเป็น Exclusive Distributor เป็นผู้จัดจําหน่ายรถรุ่น BAW M8 แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย
วสุ กลมเกลี้ยง ประธานกรรมการ บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จํากัด (มหาชน) หรือ NEX กล่าวว่า ความร่วมมือกับ BAW ถือเป็นก้าวสําคัญของ NEX ในการขยายไลน์อัพยานยนต์ไฟฟ้า จากปัจจุบันที่ NEX แข็งแกร่งในกลุ่มรถโดยสาร และรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ สู่กลุ่มรถยนต์นั่งไฟฟ้าอเนกประสงค์ Passenger MPV EV โดยจะเริ่มเปิดตัวด้วยรถรุ่น BAW M8 มุ่งเน้นตลาดรถฟลีท ที่ตอบโจทย์องค์กร ผู้บริหารองค์กร โรงแรม รถรับส่งสนามบิน ธุรกิจท่องเที่ยวบริการเดินทางในประเทศ ช่วยเติมเต็มพอร์ทผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น อีกทั้งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลภายใต้เป้าหมาย 30@30 ที่ผลักดันให้ยานยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนอย่างน้อย 30 % ของยานยนต์ทั้งหมดภายในปี 2030
ในปี 2025 กลุ่ม MPV-VAN ในประเทศไทยมียอดจำหน่ายรวมประมาณ 19,841 คัน ขณะที่รถในกลุ่ม EV และ PHEV มีสัดส่วนรวมราว 35 % ของตลาดดังกล่าว แม้ข้อมูลใน Segment MPV ไฟฟ้า 7-9 ที่นั่งยังไม่ได้ถูกแยกเป็นหมวดอย่างชัดเจน แต่แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภค และองค์กรที่เปิดรับทางเลือกยานยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มรถหลายที่นั่งมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีการใช้งานสูง เช่น รถผู้บริหารองค์กร รวมถึงรถสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวบริการเดินทางในประเทศ ที่ได้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งจากค่าน้ำมัน และค่าซ่อมบํารุง
สําหรับรถ MPV ไฟฟ้า 7-9 ที่นั่ง รุ่น BAW M8 EV ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การเดินทางที่ต้องการพื้นที่ใช้สอย ความสะดวกสบาย และภาพลักษณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานทั้งส่วนบุคคล และเชิงธุรกิจ โดยมาพร้อมแบทเตอรี LFP ขนาดประมาณ 81 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 505 กม./การชาร์จ 1 ครั้งตามมาตรฐาน CLTC พร้อมฟังค์ชันด้านความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่จําเป็นสําหรับการใช้งานจริง ในส่วนราคาจะเปิดราคาภายในเดือนพฤษภาคมนี้
วสุ กล่าวเพิ่มเติมว่า การได้รับความไว้วางใจจาก BAW ให้ NEX เป็น Exclusive Distributor และผู้จัดจําหน่าย BAW M8 แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่พันธมิตรต่างประเทศมีต่อศักยภาพของบริษัท ทั้งในด้านความเข้าใจตลาด การพัฒนาธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า และการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในประเทศไทย ทิศทางของ NEX ต่อจากนี้ คือ การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ EV ที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับตลาดประเทศไทย และสามารถสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้าในระยะยาว
.......................................................................................................................
Geely แต่งตั้งผู้บริหารใหม่
บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้า และผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Geely อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง กุลชาติ ชุติเชาวน์กุล ดำรงตำแหน่ง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
สำหรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ กลุ่มธนบุรี จะแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการในโอกาสถัดไป โดยระหว่างนี้บริษัทฯ ได้มอบหมายให้ กุลชาติ ชุติเชาวน์กุล ผู้จัดการทั่วไปสายงานขายและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทั้งนี้ กุลชาติ ได้ร่วมงานกับบริษัทฯ มาตั้งแต่ก่อตั้ง และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาแบรนด์ Geely ในประเทศไทย รวมถึงการขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย การวางแผนการขาย และการกำหนดราคาที่สอดคล้องกับสภาพตลาด ส่งผลให้ Geely สามารถแข่งขัน และได้รับการยอมรับจากตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
ณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า และการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ของ Geely ในประเทศไทย ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากลูกค้า และเครือข่ายผู้จำหน่ายฯ กลุ่มธนบุรี ขอขอบคุณ ณรงค์ สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา
กุลชาติ ชุติเชาวน์กุล เป็นผู้บริหารในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ โดยมีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเครือข่ายค้าปลีก ธุรกิจฟลีท และการพัฒนาบุคลากร ครอบคลุมทั้งในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค
ปัจจุบัน กุลชาติ ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปสายงานขายและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด โดยรับผิดชอบด้านการวางแผนการขาย และพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อสนับสนุนการเติบโตด้านยอดขาย และการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายฯ อย่างต่อเนื่อง
ตลอดเส้นทางการทำงาน กุลชาติ ได้สั่งสมประสบการณ์จากหลากหลายบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับสากล ทั้งผู้ผลิตสัญชาติอเมริกัน ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน โดยมีความเชี่ยวชาญด้านการขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย การเตรียมความพร้อมสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า
ด้วยประสบการณ์ และความเข้าใจในตลาด กุลชาติ ได้รับการยอมรับในฐานะผู้บริหารที่สามารถสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ และแบรนด์ Geely อย่างต่อเนื่องในประเทศไทย
ทั้งนี้ กลุ่มธนบุรี ยังคงดำเนินธุรกิจตามแผนที่วางไว้ และมุ่งหวังที่จะสานต่อความร่วมมือกับผู้จำหน่าย และพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง





















