ทดลองขับ
Volvo ES90 รุ่นใหญ่ใจถึง...ที่คุณพึ่งได้
ดีไซน์สไตล์สแกนดิเนเวียน โดยผสานจุดเด่นความเรียบหรูของรถซีดาน, ความเอนกประสงค์ในการใช้งาน ของรถ fastback, ความกว้างขวางในห้องโดยสารใต้ท้องรถสูง (18 เซนติเมตร) เพื่อสมรรถนะการขับขี่แบบรถ SUV เข้าไว้ด้วยกันHighlight
Volvo ES90 ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นเรือธงที่น่าจับตามองมากที่สุดรุ่นหนึ่งในปี 2026 เพราะเป็นการนำเอาความหรูหราของซีดานตระกูล 90 มาผสมผสานกับรถ 5 ประตูท้ายลาด Fastback และรถอเนกประสงค์ SUV พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไวระดับไฮเอนด์
สเปคและราคาในประเทศไทย
ปัจจุบันในไทยมีการเปิดตัวรุ่น Ultra Single Motor Extended Range โดยมีรายละเอียดดังนี้:
ราคา: 2,990,000 บาท
พละกำลัง: 333 แรงม้า (PS) แรงบิด 480 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง: 0-100 กม./ชม. ใน 6.6 วินาที
แบตเตอรี่: 92 kWh (NMC)
ES90 = Fastback + SUV
VolvoES90 มีดีไซน์การออกแบบเรียบหรูสไตล์สแกนดิเนเวียน โดยผสานจุดเด่นความเรียบหรูของรถซีดาน
ส่วนท้ายลาดแบบ 5 ประตู fastback เพิ่มความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร และพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ
ใต้ท้องรถสูง 180 มม. (18 เซนติเมตร) แบบรถ SUV
- ล้อหน้าขนาด: 8.5x22 ขนาดยาง: 255/40 R22
- ล้อหลังขนาด: 9.5x22 ขนาดยาง: 285/35 R22

มิติตัวรถ ES90
ยาว/กว้าง/สูง 5,000/1,942/1,546 มม. ความยาวฐานล้อ 3,102 มม.
เปรียบเทียบ ES90 กับ S90 จะยาวกว่า 31 มม. กว้างกว่า 63 มม. และสูงกว่า 110 มม. และมีความยาวฐานล้อมากกว่า 161 มม.
ระยะห่างใต้ตัวรถจากพื้นถนน (+ Air Suspension) : 178 มม. (+27 มม.) ขณะที่ S90 สูงเพียง 151 มม.
ภายในเรียบง่าย แต่หรูสไตล์สแกนดิเนเวียน
หน้าจอหน้าผู้ขับ (driver display) ขนาด 9 นิ้ว และ head-up display ความคมชัดสูง
จอแสดงผลกลางขนาดใหญ่ 14.5 นิ้ว เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่ในการใช้ฟังก์ชันบนหน้าจอ มาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ภายในห้องโดยสารควบคุมด้วยชิปความเร็วสูง Snapdragon® Cockpit Platforms เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหล ตอบสนองได้ทันใจ
เครื่องเสียงระดับตำนาน Bowers & Wilkins ผ่านลำโพง 25 ตัว ให้กำลังขับสูงถึง 1,610 วัตต์ กับระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos® และพิเศษกับโหมดเสียงที่ได้รับแรงบรรดาลใจมาจากห้องอัดเสียงจากลอนดอนระดับตำนานอย่าง Abbey Road Studios
ระบบปรับอากาศในห้องโดยสาร มาพร้อมระบบฟอกอากาศกรองฝุ่น PM2.5 ได้มากถึง 95% กรองละอองขนาดเล็ก ละอองเกสรดอกไม้ รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ ได้มากถึง 99.9 เปอร์เซนต์
หลังคาพาโนรามิกแบบอิเลคโทรโครมิก สามารถปรับหลังคากระจกเป็นแบบโปร่งแสง/ทึบแสงได้ด้วยไฟฟ้า ช่วยลดแสงแดดและแสงจ้าและเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
เบาะที่นั่งทำจากวัสดุหนัง Nappa พนักพิงของที่นั่งโดยสารคู่หน้ามาพร้อมระบบนวดไฟฟ้า ที่มีจุดนวดถึง 10 จุด พร้อมโปรแกรมนวด 5 รูปแบบ ที่ความเร็วและความแรงให้เลือกปรับถึง 3 ระดับ ตามความต้องการของผู้ใช้
โดยเบาะผู้โดยสารด้านหลังมีขนาดใหญ่ ให้ความโอ่อ่า หรูหราสไตล์ที่นั่งโดยสารชั้นธุรกิจ พร้อมที่วางมือเมื่อดึงที่วางแก้ว และโทรศัพท์บริเวณกึ่งกลางเบาะโดยสารลงมา แต่ความสูงของเบาะนั่งไม่มาก ยังเน้นการเข้า/ออก
ระบบปรับอากาศ แยกการควบคุมแบบ 4 โซน ให้อุณหูมิที่เหมาะกับความต้องการของผู้โดยสารทั้ง 4 ที่นั่ง
ที่นั่งโดยสารแถวหลังมีพอร์ต USB-C 2 พอร์ต เพื่อการเชื่อมต่อที่สะดวกไม่ว่าจะเป็นการชาร์จแบตเตอรีให้อุปกรณ์อิเลคทรอนิก หรือเชื่อมต่อระบบอินโฟเทนเมนต์
ES90 Ultra (Single Motor Extended Range)
พละกำลัง: 245 กิโลวัตต์ หรือ 333 แรงม้า (PS) แรงบิด 480 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง
อัตราเร่ง: 0-100 กม./ชม. ใน 6.6 วินาที
แบตเตอรี่: 92 kWh (NMC) ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 755 กม. (มาตรฐาน NEDC) หรือประมาณ 600-650 กม. (WLTP)
เป็นรุ่นแรกของ Volvo ที่ใช้ระบบไฟฟ้า 800V รองรับการชาร์จ DC สูงสุดถึง 350 kWh ทำให้ชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 22-23 นาที (หรือชาร์จแค่ 10 นาทีวิ่งได้ไกลถึง 300 กม.)
ประสบการณ์ภายในและการขับขี่
-
ES90: ภายในใช้จอแนวตั้ง 14.5 นิ้ว ระบบ Google Built-in ที่เสถียรและคุ้นมือเหมือนใช้มือถือ วัสดุเป็นแบบวีแกนพรีเมียม (Nordico) ให้บรรยากาศแบบห้องนั่งเล่นสไตล์สแกนดิเนเวีย
-
ความรู้สึกการขับ: เน้นความ "นิ่งและเบา" พวงมาลัยและช่วงล่างเซ็ตมาเพื่อความผ่อนคลาย ต่างจาก BMW ที่จะตึงตังและคมกว่า หรือ Mercedes ที่จะให้ความรู้สึกหนึบแบบนุ่มนวล
จุดเด่นที่ทำให้ ES90 น่าสนใจ
- เทคโนโลยีการชาร์จ (800V Architecture): เป็นรุ่นแรกของ Volvo ที่ใช้ระบบไฟฟ้า 800V รองรับการชาร์จ DC สูงสุดถึง 350 kW ทำให้ชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 22-23 นาที (หรือชาร์จแค่ 10 นาทีวิ่งได้ไกลถึง 300 กม.)
- ระยะทางวิ่งที่ยาวไกล: รุ่น Single Motor ที่เปิดตัวในไทยเคลมระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 755 กม. (มาตรฐาน NEDC) หรือประมาณ 600-650 กม. (WLTP) ซึ่งถือว่าเหลือเฟือสำหรับการเดินทางไกล
- ดีไซน์ "3-in-1": Volvo พยายามฉีกกฎเดิมๆ โดยออกแบบให้มีความหรูแบบ Sedan, ความโฉบเฉี่ยวแบบ Fastback (ท้ายลาด) และมีระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance) ที่สูงถึง 190 มม. ซึ่งเกือบเท่ารถ SUV ทำให้ใช้งานในเมืองที่มีน้ำขังหรือทางขรุขระได้มั่นใจกว่ารถเก๋งทั่วไป
- ความปลอดภัยอัจฉริยะ: มาพร้อมระบบ Safe Space Technology ที่ใช้ LiDAR ร่วมกับกล้องและเรดาร์รอบคัน ทำงานบนชิปประมวลผล NVIDIA DRIVE ช่วยให้ระบบขับขี่อัตโนมัติมีความแม่นยำสูงมาก
ข้อสังเกตเพิ่มเติม
พื้นที่แถวหลัง: แม้ฐานล้อจะยาวถึง 3.1 เมตร แต่รีวิวบางส่วนระบุว่าพื้นที่เหนือศีรษะ (Headroom) ด้านหลังอาจจะรู้สึกน้อยไปนิดสำหรับคนตัวสูง เนื่องจากหลังคาที่ลาดเทแบบ Fastback
ความเงียบ: Volvo เคลมว่านี่คือรถที่มีห้องโดยสารเงียบที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา ซึ่งน่าจะตอบโจทย์คนที่ชอบความสุนทรีย์ในการขับขี่
หากคุณกำลังมองหารถ EV ที่ดูภูมิฐาน เทคโนโลยีล้ำสมัย และ "ชาร์จไว" เป็นอันดับต้นๆ ในตลาดตอนนี้ Volvo ES90 คือตัวเลือกที่คุ้มค่ามากในงบประมาณ 3 ล้านบาท
เปรียบเทียบ ES90 กับคู่แข่งในกลุ่มเดียวกันอย่าง BMW i5 หรือ Mercedes-Benz EQE
เมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่ม Luxury EV Sedan ระดับเดียวกัน (E-Segment) อย่าง BMW i5 และ Mercedes-Benz EQE ในตลาดประเทศไทยปี 2026 นี้ แต่ละรุ่นมีจุดเด่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ตารางเปรียบเทียบ (รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง)
| คุณสมบัติ | Volvo ES90 (Ultra RWD) | BMW i5 (eDrive40) | Mercedes-Benz EQE (350+) |
| ราคา (บาท) | ~2,990,000 | ~3,8xx,000 | ~3,9xx,000 |
| เทคโนโลยีไฟฟ้า | 800V (ชาร์จไวสุด) | 400V | 400V |
| ระยะทาง (WLTP) | ~636 กม. | ~582 กม. | ~660 กม. |
| ความกว้างขวาง | เน้นพื้นที่ Legroom และความสูง | เน้นความกระชับสปอร์ต | เน้นความล้ำสมัย (เบาะโอบกระชับ) |
| ระบบความปลอดภัย | LiDAR + Safe Space Technology | Driving Assistant Professional | Driving Assistance Package |
วิเคราะห์ความโดดเด่นของแต่ละรุ่น
1. Volvo ES90: "คุ้มค่าและเทคโนโลยีล้ำที่สุด"
- จุดเด่น: ชาร์จไวที่สุดในกลุ่ม (350 kW) ด้วยระบบ 800V ซึ่งคู่แข่งยังเป็น 400V อยู่ นอกจากนี้ยังมี Ground Clearance ที่สูงเกือบเท่า SUV ทำให้ใช้งานในกรุงเทพฯ ได้สบายใจกว่า และได้ระบบความปลอดภัย LiDAR เป็นมาตรฐาน
- เหมาะกับใคร: คนที่ต้องการเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ชอบความคุ้มค่า และต้องการรถที่ใช้งานได้อเนกประสงค์กว่ารถเก๋งทั่วไป
2. BMW i5: "ขับสนุกและดีไซน์สปอร์ตที่สุด"
- จุดเด่น: สมรรถนะการขับขี่ที่คมตามสไตล์ BMW อัตราเร่งดีที่สุดในตาราง และการที่ ประกอบในไทย (CKD) ทำให้ราคาลงมาแตะ 3.5 ล้านบาท พร้อมบริการหลังการขาย BSI ที่หลายคนไว้วางใจ
- เหมาะกับใคร: คนที่ชอบขับรถเอง เน้นความโฉบเฉี่ยว และต้องการภาพลักษณ์สปอร์ตพรีเมียม
3. Mercedes-Benz EQE: "นุ่มนวล หรูหรา และวิ่งไกล"
- จุดเด่น: แม้แรงม้าจะน้อยที่สุด แต่มีแรงบิดสูงทำให้จังหวะเร่งแซงทำได้นุ่มนวล ระยะทางวิ่ง (Range) ทำได้ดีมากเนื่องจากงานออกแบบเน้นลู่ลม (Aerodynamics) และปัจจุบันมีแคมเปญราคาที่ดึงดูดใจมาก
- เหมาะกับใคร: คนที่เน้นความหรูหรา ความนุ่มสบายของช่วงล่าง และต้องการรถแบรนด์ดาวสามแฉกในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น
บทสรุป
- ถ้าเน้น เทคโนโลยีชาร์จเร็วและพื้นที่ใช้สอย: เลือก Volvo ES90
- ถ้าเน้น การขับขี่และสมรรถนะ: เลือก BMW i5
- ถ้าเน้น ความนุ่มนวลและภาพลักษณ์ความหรู: เลือก Mercedes-Benz EQE





















