บทความ
รับมืออย่างไร เมื่อน้ำมันรถใกล้หมด (กลางทาง)

ปัญหาน้ำมันหมด หากเกิดขึ้นกับตัวแล้ว คงไม่มีใครอยากเข็นรถกันกลางทางอย่างแน่นอน ดังนั้น เราต้องมีวิธีรับมือเพิ่มระยะทาง เมื่อน้ำมันใกล้หมด เเต่จะมีวิธีอะไรบ้างไปดูกันเลย...Highlight
หากขับรถในพื้นที่ไม่คุ้นทาง ไม่รู้ว่ามีปั๊มน้ำมันอยู่ตรงไหน ให้หยิบมือถือมาค้นหาปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุด อย่าให้ออกนอกเส้นทางมากนัก และพยายามหลีกเลี่ยงสภาพการจราจรติดขัด เพราะจะทำให้ระยะทางขับขี่ที่เหลือจากปริมาณน้ำมันในถังลดลง
ถ้าน้ำมันรถใกล้หมด ต้องไม่เร่งเครื่องยนต์โดยไม่จำเป็น เพราะจังหวะที่เหยียบคันเร่งเพื่อเพิ่มความเร็ว จะเป็นช่วงที่เครื่องยนต์กินน้ำมันมากที่สุด ให้รักษาความเร็วคงที่ไว้ประมาณ 60-80 กม./ชม. และหลีกเลี่ยงการเหยียบเบรคบ่อยๆ เพราะจะทำให้ความเร็วของรถยนต์ไม่คงที่เช่นกัน
หากปั๊มที่คุณกำลังมองหายังห่างไกล การปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถ ไม่ว่าจะเป็นแอร์ วิทยุ จะช่วยให้รถยนต์ประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงได้มากขึ้น
หากต้องเผชิญกับรถติดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือรถยนต์ต้องติดไฟแดง ให้เข้าเกียร์ไปยังตำแหน่ง N แล้วดึงเบรคมือ จะช่วยลดการกินน้ำมันอย่างไม่จำเป็นได้
หากน้ำมันหมดกลางทางขึ้นมาจริงๆ อันดับแรกให้ตั้งสติ แล้วค่อยๆ ประคองรถเข้าจอดข้างทาง หรือไหล่ทาง แล้วเปิดไฟฉุกเฉิน เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุจากรถยนต์คันอื่นระหว่างรอการช่วยเหลือ
หลังจากนำรถจอดริมทางเรียบร้อย ให้มองหาความช่วยเหลือจากบ้านเรือน หรือรถที่สัญจรไปมา หากไม่มีผู้ที่ให้ความช่วยเหลือได้ ลองขอความช่วยเหลือโดยการโทรเบอร์ฉุกเฉิน ดังนี้
รถยนต์รุ่นใหม่ๆ หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่จะมีระบบแจ้งเตือนระยะทางคงเหลือจากปริมาณน้ำมันในถัง แม้ว่าเข็มแสดงปริมาณน้ำมันจะแจ้งว่าน้ำมันรถของคุณเกลี้ยงถังไปแล้ว หรือมีไฟเตือน แต่ความจริงยังคงมีน้ำมันเหลืออยู่ประมาณ 4-6 ลิตร (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ) ดังนั้น รถยนต์แต่ละคันนั้นจะมีระยะทางการขับขี่ไม่เท่ากัน หากเป็นรถรุ่นเก่าๆ ที่ไม่มีตัวเลขบอกระยะทาง เราขอแนะนำให้หาปั๊มน้ำมันให้ได้ภายใน 30 กิโลเมตร แต่ถ้าเป็นรถรุ่นใหม่ๆ ก็จะสามารถขับได้ประมาณ 30-50 กิโลเมตร ทางที่ดีเมื่อมีไฟเตือนน้ำมันหมด ควรหาปั๊มน้ำมันเติมให้เร็วที่สุดจะดีกว่า


