Polestar 2 ปรับโฉมด้านหน้าใหม่ ด้วยกริลล์สไตล์แบนราบ ที่ Polestar เรียกว่า “SmartZone” ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตั้งกล้อง, เรดาร์ระยะกลาง, ระบบวัดอัตราเร่ง, เซนเซอร์อุลทราโซนิค และแผงลวดละลายน้ำแข็งบริเวณกริลล์ในฤดูหนาวของประเทศแถบสแกนดิเนเวีย
Polestar 2 ทำระยะเดินทางได้ถึง 483 กม. ตามมาตรฐาน EPA ในรุ่นมอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าทำได้ 434 กม. จากการเพิ่มขนาดแบทเตอรีจาก 78 กิโลวัตต์ชั่วโมง เป็น 82 กิโลวัตต์ชั่วโมง และรองรับการชาร์จเร็วได้ถึง 205 กิโลวัตต์ (จากเดิม 155 กิโลวัตต์)
มอเตอร์ไฟฟ้าใหม่ ให้กำลังเพิ่มขึ้นเป็น 299 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 49.9 กก.-ม. จากเดิม 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 33.6 กก.-ม. ทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ใน 5.9 วินาที จากเดิม 7.0 วินาที แพคแบทเตอรีใหม่ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยปรับปรุงสารเคมีให้ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จาก 7.0 ตัน/คัน เป็น 5.9 ตัน/คัน
รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ยังใช้แบทเตอรีขนาดเท่าเดิม แต่ปรับปรุงระบบขับเคลื่อนใหม่ให้มีประสิทธิภาพขึ้น ขณะขับขี่ระบบจะขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลังเป็นหลัก แต่เมื่อต้องการพลังขับเคลื่อนเพิ่มล้อคู่หน้าจะทำงานเสริม โดยมีพละกำลัง 421 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 75.5 กก.-ม. จากเดิมที่มีกำลัง 408 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 64.6 กก.-ม.
ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อที่ติดตั้ง Performance Pack ตั้งแต่ตอนซื้อรถ สามารถอัพเดทซอฟท์แวร์ผ่านระบบ OTA (Over The Air) ทำให้มีกำลังถึง 455 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ได้ภายใน 4.2 วินาที นอกจากนั้นยังมี Plus Pack ที่เพิ่มความสะดวกสบายด้วยพวงมาลัยปรับอุณหภูมิ เข็มขัดนิรภัยสีทอง และล้อขนาด 20 นิ้ว ลายเดียวกับ Polestar 3
Polestar 2 ใหม่ ยังมีระบบตรวจความพร้อมคนขับ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับ Polestar 3 ทั้งติดตั้งระบบ Pilot pack ที่มีระบบเตือนทางแยก และกล้อง 360 องศา มาตรฐานสำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ
Polestar 2 รุ่นปี 2567 พร้อมสำหรับการสั่งจองแล้ว และจะส่งมอบได้ในช่วงปลายปีนี้
บทความแนะนำ

