แม้งานนี้จะไม่ง่ายนัก มีหลายบริษัทยอมแพ้ตั้งแต่ต้นทุนการผลิตกระจังหน้า โดยการฉีดขึ้นรูปด้วยพลาสติค แต่ ADRO คิดว่าการลงทุนครั้งนี้น่าจะคุ้มค่าไม่เพียงแต่จำนวนเงินที่ลงทุนไป แต่รวมถึงการยอมรับในสไตล์การออกแบบด้วย
ADRO ต้องใช้ทรัพยากรไปไม่น้อยในการปรับปรุง เพราะในชุดกันชนหน้ามีเซนเซอร์ 6 จุด รวมถึงเรดาร์ และชุดกล้องที่ติดตั้งในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ยาก ทำให้การออกแบบถูกจำกัดให้น้อยลง และต้องมั่นใจว่าทุกอย่างต้องสามารถใช้งานได้ตามปกติ แม้มีการเตรียมการที่เสียเวลาไม่น้อย แต่ในที่สุดทุกอย่างก็ทำงานได้อย่างสมบูรณ์
ขั้นตอนแรกต้องถอดชุดกันชนของ BMW ออกมาสแกนแบบ 3 มิติ เพื่อให้ตำแหน่งรูต่างๆ ไม่ผิดเพี้ยน อย่างไรก็ตามก็ยังเกิดการผิดเพี้ยนเล็กน้อยระดับมิลลิเมตร ซึ่งต้องใช้เวลาในการแก้ไขให้ถูกต้อง
หลังจากปรับปรุงจนทุกอย่างอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และสามารถใช้งานได้แล้ว จึงผลิตขึ้นโดยใช้วัสดุ TPO ที่มีราคาถึง 3,500 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1.21 แสนบาท) แม้ไม่มีการรับรองการประกันภัยตัวรถ แต่สามารถถอดออกแล้วติดตั้งชุดจากโรงงานกลับได้โดยง่าย นอกจากนั้นยังมีชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นจากคาร์บอนไฟเบอร์ ที่ติดตั้งได้ง่ายทั้ง สเกิร์ทข้าง, ดิฟฟิวเซอร์หลัง และชุดสปอยเลอร์ นับว่าคุ้มค่ากับการลงทุนที่ได้รับการยอมรับทั้งการใช้งาน และสไตล์ที่ลงตัวมาก
เป้าหมายต่อไปของ ADRO อยู่ที่การเป็นบริษัทผู้ผลิตรถด้วย ผลงานจากการออกแบบรถหลายค่าย รวมถึง Mercedes-Maybach Vision 6 จึงมีความเป็นไปได้ที่สูง โดยใช้ Platform แบบ “สเกทบอร์ด” จากบริษัทผู้ผลิต แล้วประกอบตัวรถที่มีการออกแบบได้อย่างหรูหรา สง่างาม และสวยงามระดับ Vision 6 ซึ่งน่าจะมีผู้สนใจไม่น้อย
ADRO ได้ติดต่อบริษัทผู้ผลิตเพื่อเสนอแนวคิดนี้ ซึ่งมีผลตอบรับเป็นอย่างดี โดย ADRO จะสร้างรถขึ้นภายใต้โรงงานผู้ผลิตขนาดเล็ก ที่สามารถผลิตรถได้ไม่เกินปีละ 350 คัน ทาง ADRO คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 5 ปี ในการระดมทุน และผลิต ซึ่งน่าจะเป็นการสร้างปรากฎการณ์ใหม่ในวงการรถไฟฟ้าอีกรายหนึ่ง

