รถใหม่ในประเทศ

Ford Everest 2018


 

Ford Everest เอสยูวีตัวแกร่ง สายเลือดอเมริกัน รุ่น​ 2018 ยังคงรูปทรงบึกบึน ล้อแมกขนาด 20 นิ้ว ดุดัน​ แต่ปรับเปลี่ยนขนาดเครื่องยนต์​ใหม่​ เป็นดีเซลเทอร์โบ​ 2.0 ลิตร 180 แรงม้า และดีเซล เทอร์โบคู่ 213 แรงม้า​ กับเกียร์อัตโนมัติ​ 10 จังหวะ

2018 Ford Everest (12)Ford Everest เอสยูวีที่มีพื้นฐานจากกระบะ Ranger ตัวถังวางบนโครงสร้างแชสซีส์ มิติ ยาว/กว้าง/สูง 4893/1,862/1,837 มม. ช่วงล้อ หน้า/หลัง  1,560/1,565 มม. และฐานล้อ 2,850 มม.

2018 Ford Everest (02)2018 Ford Everest (10)ปรับโฉมแบบยกหน้า กระจังหน้าใหม่เปลี่ยนรูปทรงและเส้นคาดเล็กน้อยจาก 2 เส้นมาเป็น 3 เส้น กินเนื้อที่ถึงชุดไฟหน้า และเปลี่ยนแผ่นกันกระแทกในกันชนหน้าใหม่ ส่วนด้านหลังยังคงเดิม เน้นไฟท้ายขนาดใหญ่เชื่อมต่อด้วยแถบโครเมียม รุ่น Titanium + เพิ่มระบบไฟหน้าปรับระดับสูง/ต่ำอัตโนมัติ ไฟแอลอีดี ระบบไล่ฝ้ากระจกมองข้าง ไฟส่องสว่างข้างตัวรถ และเพิ่มมาดหรูด้วยหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิค ล้อแมกขนาดใหญ่ถึง 20 นิ้ว (รุ่นอื่นรองจากนี้ให้ล้อแมกขนาด 18 นิ้ว และ 17 นิ้ว)

2018 Ford Everest (01) (1)ภายในยกระดับจากกระบะร่วมค่ายโดยสิ้นเชิง คอนโซลหน้าเพิ่มความหรู ด้วยการติดตั้งจอขนาด​ 8​ นิ้ว ใช้วัสดุคุณภาพสูง เบาะหุ้มด้วยหนัง พร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกโซน มีให้ทุกรุ่น ส่วนรุ่น​ Titanium + ติดตั้งเบาะคู่หน้าปรับทิศทางด้วยไฟฟ้า รวมถึงเบาะแถวที่ 3 ประตูท้ายเปิด/ปิดด้วยไฟฟ้า และชายบันไดสเตนเลสส์พร้อมไฟแอลอีดี

Ford Everest Titanium + ใหม่ มาพร้อมระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ พร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนนของ Ford ซึ่งผสานระบบเบรคแบบ Autonomous Emergency Braking (AEB) เข้ากับระบบตรวจจับคนเดินถนน (Pedestrian Detection) และระบบตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detection) บริเวณรอบตัวรถ เพื่อหยุดรถ และช่วยลดอัตราการชนท้ายและการชนคนเดินถนนลง โดยระบบนี้จะทำงานเมื่อใช้ความเร็วสูงกว่า 3.6 กม./ชม. ขึ้นไป

Tire Pressure Monitoring SystemFord Everest ใหม่ มาพร้อมความสะดวกสบายยิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยฟีเจอร์ใหม่มากมาย เช่น ระบบตรวจจับลมยาง (Tire Pressure Monitoring System) ประตูท้ายเปิด/ปิดด้วยไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี กุญแจรีโมทอัจฉริยะ และปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ

ระบบตรวจจับลมยาง (Tire Pressure Monitoring System) ซึ่งได้รับการติดตั้งในรถระดับนี้เป็นครั้งแรก จะคอยตรวจวัดความดันลมในยางล้อทั้ง ล้อ และเตือนผู้ใช้งานเมื่อความดันลมเปลี่ยนแปลง ระบบนี้นอกจากจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้น้ำมันแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัย และยืดอายุการใช้งานของยางอีกด้วย

2018 Ford Everest (07)นอกจากนี้ ผู้ขับขี่จะได้รับความสะดวกสบายจากระบบประตูท้ายเปิด/ปิดด้วยไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี เพียงยื่นเท้าไปที่ใต้กันชนท้าย ประตูท้ายจะเปิดโดยอัตโนมัติ

Ford Everest ใหม่ ทุกรุ่น ยังมาพร้อมกุญแจรีโมทอัจฉริยะ และปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถสตาร์ทรถได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และขึ้น/ลงรถได้สะดวกสบายกว่าเดิม

2018 Ford Everest (11) (1)Ford Everest ใหม่ ทุกรุ่น ได้รับการติดตั้งระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) ซึ่งรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบบลูทูธ จอทัชสกรีน ฟูลล์คัลเลอร์ ขนาด 8.0 นิ้ว และกล้องมองหลัง ผู้ขับขี่ยังสามารถใช้งาน Apple Maps และระบบแผนที่นำทางด้วยดาวเทียมซึ่งติดตั้งมากับรถ เมื่อออกนอกพื้นที่ที่มีสัญญาณโทรศัพท์อีกด้วย  

ระบบซิงค์ ยังมาพร้อมระบบจดจำเสียง และระบบสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทย เพื่อการใช้งานที่คล่องตัวยิ่งขึ้น

ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน (Emergency Assistance) คือ ระบบ SYNC® ที่ได้รับการพัฒนามาขึ้นอีกขั้น เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ ด้วยระบบ SYNC® และต่อสายไปที่เบอร์ 1669 เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน

2018 Ford Everest (13)ขุมกำลัง 2 ทางเลือก รุ่น 2.0 Turbo ใช้เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร กำลัง 180 แรงม้า ขับเคลื่อน 2 ล้อหลังเท่านั้น  ส่วนรุ่น 2.0L Titanium และ 2.0 Bi-Turbo เป็นเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่​ ขนาด 2.0 ​ลิตร กำลัง 213 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา พร้อมโหมดขับเคลื่อนหลากหลาย ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ พร้อมโหมดบวก/ลบ

ระบบความปลอดภัย ได้แก่​ ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System)
ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control) ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist) ระบบตรวจจับรถในจุดบอด (BLIS-Blind Spot Information System) ที่มาพร้อมระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด (Cross Traffic Alert) และกล้องมองหลังขณะถอยจอด และสัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้า (Rear View Camera and Sensors)

Ford Everest ใหม่ เพิ่มรุ่นเริ่มต้น คือ รุ่น​ 2.0 Turbo Trend 4×2​ ราคา 1,299,000 บาท มาให้เลือก โดยรุ่นมาตรฐาน คือ 2.0 ​Turbo​ Titanium 4×2 ราคา 1,439,000 บาท รุ่น 2.0​ Turbo​ Titanium + 4×2 ราคา 1,599,000 บาท​ และรุ่นทอพ​ 2.0​ Bi-Turbo​ Titanium + 4×4 ราคา​ 1,799,000 บาท

มีสีให้เลือกทั้งหมด 6 สี รวมถึงสีใหม่ Diffused Silver Metallic และสีมาตรฐาน ได้แก่ Aluminum Metallic,  Absolute Black Metallic,  Arctic White, Sunset Metallic และ Blue Reflex Metallic

2.0L Turbo 4x2 Trend_Sunset

 

Ford Everest 2.0 Turbo Trend 4×2 เข้มด้วยกระจังหน้าสีเทาดำ และแผ่นกันกระแทกในกันชนหน้า/หลังสีดำ กับล้อขนาด 17 นิ้ว ยาง 265/65 R17 อุปกรณ์มาตรฐานที่ให้มา กุญแจอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ท ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย/ขวา เบาะหนังสีดำ ระบบสั่งงานด้วยเสียง 3 ภาษาไทย หน้าจอ Multi-Touch ขนาด 8 นิ้ว พร้อม Bluetooth และ Wi-Fi ลำโพง 9 ตัว พร้อมซับวูฟเฟอร์และแอมพลิฟลายเออร์

เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ได้แก่ ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน ถุงลมนิรภัย 7 จุด คู่หน้า / ด้านข้าง / หัวเข่าฝั่งคนขับ / และม่านถุงลมนิรภัย และกล้องมองหลังขณะถอยจอด

2.0L Turbo 4x2 Titanium

Ford Everest 2.0 ​Turbo​ Titanium 4×2 กระจังหน้าโครเมียม และแผ่นกันกระแทกในกันชนหน้า/หลังสีเงิน ล้อขนาด 18 นิ้ว ยาง 265/60 R18 อุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติมจากรุ่น Trend ได้แก่ ไฟหน้าแบบ HID ปรับระดับสูง/ต่ำอัตโนมัติ ไฟวิ่งกลางวันแบบ LED ระบบเปิด/ปิดไฟหน้าอัตโนมัติระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ ไฟท้าย LED ประตูท้ายเปิด/ปิด ด้วยไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ

2.0L Turbo 4x2 Titanium+_Black

Ford Everest 2.0 ​Turbo​ Titanium + 4×2 มาเต็มกับล้อขนาด 20 นิ้วเท่าเดิม แต่เปลี่ยนลายล้อใหม่แบบก้านคู่ (Split-Spoke) ยางขนาด 265/50 R20 และแต่งแถบบันไดข้าง อุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติมจากรุ่น Titanium ได้แก่ หลังคา Panoramic Moonroof เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะแถวที่ 3 พับไฟฟ้า ระบบแผนที่นำทาง

เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ได้แก่ ระบบตรวจจับลมยาง ระบบตรวจจับรถในจุดบอด ระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมตรวจจับคนเดินถนน

เทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ ทั้ง ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง ระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบเปิด/ปิดไฟสูงอัจฉริยะ ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ

 

4x4 Bi-Turbo Titanium+_DiffusedSilver

Ford Everest  2.0​ Bi-Turbo​ Titanium + 4×4 เพิ่มสีใหม่ DiffusedSilver  อุปกรณ์มาตรฐาน เหมือนกับรุ่น Titanium + แต่ได้เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่ 213 แรงม้า ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ พร้อมระบบ Terrain Management เฟืองท้ายแบบ Electronic Locking Rear Differential และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน

 



------------------------------
เรื่องโดย : thanasan saowamol
ภาพโดย : ford
คอลัมน์ Online : รถใหม่ในประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/WBsL4
วันที่เผยแพร่ : วันอังคาร ที่ 10 กรกฏาคม 2561 เวลา 17:37 นาฬิกา
อัพเดทล่าสุด
1 Sep 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
5.1-5.4 แสน
2.
5.4-6.0 แสน
3.
6.0-7.3 แสน
4.
6.8-8.4 แสน
5.
5.1 ล้าน
6.
5.3-6.7 แสน
7.
5.4-6.8 แสน
8.
3.3-7.6 ล้าน
9.
3.2-5.8 ล้าน
10.
6.7-10.8 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ