ทดลองขับ
MG ZS สมาร์ทครอสส์โอเวอร์เอสยูวี


MG ZS มาพร้อมนิยามใหม่ สมาร์ทคาร์ ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ที่ออกแบบด้วยแนวคิด บริท ไดนามิค (Brit Dynamic) ให้ความทันสมัยและสปอร์ทยิ่งขึ้น ด้วยการติดตั้งระบบอัจฉริยะ i-SMART สามารถรองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกในโลก ภายในห้องโดยสารยังเพียบพร้อมความสะดวกสบาย กว้างขวาง และพรีเมียม พร้อมระบบความปลอดภัย Synchronized Protection System โดยมีให้เลือก 3 รุ่น คือ C ราคา 679,000 บาท D ราคา 729,000 บาท และ X ราคา 789,000 บาท
กระจังหน้าดีไซจ์นใหม่ มีความหรูหรา ทันสมัยยิ่งขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็น MG
ไฟหน้าพโรเจคเตอร์ ไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวัน หรือเดย์ไทม์ รันนิง ไลท์ (Daytime Running Lights)
ไฟตัดหมอกหน้า-หลัง (ยกเว้นรุ่น C ที่มีเฉพาะไฟตัดหมอกหลัง)
กระจกมองข้างพับ และปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว
ไฟท้ายแอลอีดี ทิวบ์ (LED TUBE)
หลังคาซันรูฟขนาดใหญ่แบบพาโนรามา ในรุ่น X ซึ่งเราเห็นซันรูฟแบบนี้ในรถยนต์ระดับหรูเท่านั้น แต่ MG ก็นำมาใส่ไว้ใน MG ZS ด้วย นอกจากจะเพิ่มมูลค่าให้ตัวรถ พื้นที่ของซันรูฟที่มีขนาด 90 เปอร์เซนต์ของพื้นที่หลังคาทั้งหมด ยังช่วยให้รู้สึกโปร่งโล่งสบาย
ที่เปิดประตูท้ายสไตล์สปอร์ทที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ MG ZS ต่างไปจากรุ่นพี่ MG GS
ระบบควบคุมการเปิด/ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น X) ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าและหลัง สปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ท ไฟเบรคดวงที่ 3 แบบแอลอีดี และราวหลังคา (ยกเว้นรุ่น C)
ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว (เฉพาะรุ่น X)
ภายในตกแต่งหรูด้วยสีแบบทูโทน สะท้อนความหรูหราและความสปอร์ทสไตล์รถยุโรปขนานแท้ วัสดุเน้นผิวสัมผัสนุ่มนวล เพิ่มภาพลักษณ์ความสง่างาม พวงมาลัยหุ้มหนัง ปรับระดับ 2 ทิศทาง และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ครูสคอนทโรล (เฉพาะรุ่น X) ช่องแอร์ด้านข้างขวา/ซ้ายออกแบบสไตล์ เจทเทอร์ไบน์ หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ จอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว และระบบปรับอากาศแบบดิจิทอล (ยกเว้นรุ่น C) ลำโพง 6 ตัว (รุ่น C มีลำโพง 4 ตัว)
เบาะคู่หน้าทรงโอบกระชับ เบาะคนขับปรับ 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง บุด้วยหนังสังเคราะห์ในรุ่น D และ X ส่วนรุ่น C บุด้วยผ้าสีดำ
เบาะนั่งด้านหลังพับแยกส่วนได้ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ พร้อมพนักพิงศีรษะ 2 ตำแหน่ง
พื้นห้องเก็บสัมภาระสามารถปรับสูง/ต่ำ เพื่อเพิ่มความสูงและความจุของห้องเก็บสัมภาระได้อีกระดับ
ปุ่มสตาร์ทอัจฉริยะ (ยกเว้นรุ่น C)
พวงมาลัยมัลทิฟังค์ชัน ควบคุมเครื่องเสียง พร้อมปุ่มรับ/วางสายโทรศัพท์ ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ
เครื่องยนต์เบนซิน DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว VTi-TECH ความจุ 1.5 ลิตร มาพร้อมระบบจ่ายน้ำมัน หัวฉีดมัลทิพอยท์ ให้กำลังสูงสุด 114 แรงม้า (84 กิโลวัตต์) มากกว่า MG 5 รุ่น 1.5 ไม่มีเทอร์โบ ที่ความเร็วรอบ 6,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 15.3 กก.-ม. (150 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,500 รตน. กับอัตราส่วนกำลังอัด 11.5:1 ลงตัวกับเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ พร้อมโหมด Sport และ Manual เลือกบวก/ลบเกียร์
การขับในเมืองแตะคันเร่งเบาๆ รถก็ขยับ และการเชื่อมต่อเกียร์ต่อเนื่องไปถึงความเร็ว 120 กม./ชม. ได้สบาย ซึ่งครั้งนี้เราทดลองขับในเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง ช่วงแรกที่ต้องผ่านสภาพการจราจรติดขัดเล็กๆ บนทางด่วน ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยมากกว่า 14-15 กม./ลิตร และขับในโหมดประหยัดจากโชว์รูม MG จ. ระยอง เดินทางไปยังที่พัก Centara Q Resort Rayong ระยะทาง 81.2 กม. ใช้เวลาไปชั่วโมงกว่า ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 17.5 กม./ลิตร ความประหยัดดีกว่าที่คิด
ขากลับหลายคนลองสมรรถนะกันเต็มที่ ใช้ความเร็วบางช่วงถึง 150-160 กม./ชม. (ความเร็วรอบ 5,500-5,600 รตน.) ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 10.9 กม./ลิตร
ในความเร็วสูง ช่วงล่างด้านหน้า อิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วงล่างด้านหลัง ทอร์ชันบีม ระบบเบรคหน้าแบบจานเบรค ทั้ง 4 ล้อ ด้านหน้าพร้อมช่องระบายความร้อน ทำหน้าที่ได้ดี
ระบบสั่งการอัจฉริยะ i-Smart (ยกเว้นรุ่น C) รองรับการสั่งการภาษาไทย (Thai Voice Command) ครั้งแรกในโลก ตอบสนองคนรุ่นใหม่ในยุคไอที 