บทความ

หุ่นยนต์ประกอบรถอนาคต


AR-3080

 

ในภาพ เป็นหุ่นยนต์ที่อยู่ในสายการผลิตรถยนต์ Volkswagen ที่เมือง Chattanooga ที่นักวิเคราะห์ด้านอุตสาหกรรม ระบุว่า หุ่นยนต์ที่ใช้ในโรงงานประกอบจะทำงานเท่าที่จำเป็น

วิสัยทัศน์ของการผลิตรถยนต์จากสายการประกอบในอนาคต หุ่นยนต์ ซึ่งอยู่กับพื้นโรงงาน จะเข้ามามีส่วนในการตัดสินใจ ว่าจะทำอะไรต่อดี เพราะปัจจุบันเราอยู่ในยุคของ เครื่องจักรเพื่อการประกอบ และเป็นไปได้ที่โลกอุตสาหกรรมในอนาคต จะเรียกตัวเองว่าอยู่ในยุคของ “อุตสาหกรรม 4.0″ โดย Fabian Fischer หัวหน้าผู้ควบคุมระบบปฏิบัติการภายในของ Volkswagen AG ซึ่งรับผิดชอบด้านการค้นคว้าวัสดุและการผลิต

“อุตสาหกรรม 4.0″ อ้างอิงถึงสายการผลิตในอดีต ที่ทำงานกันด้วยข้อมูลรายละเอียด ว่ารถยนต์รุ่นหนึ่งๆ จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ ระบบการทำงาน ระบบการจัดหา และระบบการผลิต ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเกี่ยวเนื่องอีกมหาศาล อันจะต้องมีบันทึกเป็นกระดาษปริมาณมากมาย

แนวคิดในการให้หุ่นยนต์สามารถปฏิบัติงานได้ด้วยตัวเอง เป็นเพียงไอเดีย แต่สำหรับ Volkswagen จำเป็นต้องได้ข้อมูลจากซัพพลายเออร์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน เพื่อให้การผลิตในยุคใหม่ มีความเป็นไปได้

Volkswagen เริ่มต้นแนวคิด อุตสาหกรรม 4.0 มาตั้งแต่ปี 2556 โดยสามารถดำเนินงานก้าวหน้าเป็นอย่างมาก และเพิ่งจะประกอบรถคันต้นแบบแล้วเสร็จ โดยเป็นรถยนต์ที่ชิ้นส่วนแต่ละชิ้น มีป้ายแสดงสถานะ หรือ RFID ที่สามารถตรวจสอบได้ด้วยคลื่นวิทยุ หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องมีหมายเลขกำกับ เพื่อให้สามารถตรวจสอบรายละเอียดย้อนกลับได้ว่า ชิ้นส่วนนี้มาจากไหน ประกอบชิ้นส่วนย่อยจากที่ไหน และมีชิ้นส่วนย่อยภายในอะไรบ้าง อันจะสามารถช่วยเหลือร่นระยะเวลาได้มากในการบำรุงรักษา ไม่ต้องเปิดหารายละเอียดจากคอมพิวเตอร์ หรือเอกสารใดๆ เพียงสแกน RFID ก็สามารถให้รายละเอียดของชิ้นส่วนนั้นๆ ได้แล้ว

แต่แรงจูงใจของ Volkswagen ที่ทำให้ต้องลุกขึ้นมาคิดค้น อุตสาหกรรม 4.0 ก็เป็นเพราะความสลับซับซ้อนที่เพิ่มมากขึ้น จากเครือข่ายการผลิตของ Volkswagen เอง ที่มีโรงงานสายการผลิตทั้งสิ้น 115 แห่งในโลกใบนี้ ทำการผลิตรถยนต์ 280 รุ่น สำหรับยี่ห้อในเครือ 12 ยี่ห้อ

อย่าง Volkswagen Golf รุ่นแรก ที่เริ่มผลิตนับจากปี 2517 จนถึงปี 2526 รวมอายุ 9 ปี ขณะที่ Volkswagen Golf รุ่นที่ 6 มีอายุช่วงสั้นๆ เพียง 4 ปีเท่านั้นเอง และในบางประเทศ รถบางรุ่นมีอายุเพียง 2 ปีเท่านั้นเอง ซึ่งจำนวนรุ่นรถที่มีอายุสั้นลง เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องมีการเตรียมการสำหรับการผลิตรุ่นต่อไป ให้ทันต่อความต้องการของตลาด ซึ่งทำให้มีรายละเอียดที่จะต้องเตรียมการเพิ่มมากขึ้นอีก สำหรับรถแต่ละยี่ห้อ

แต่สิ่งหนึ่งที่บรรดาผู้ผลิตต้องให้มีความมั่นใจว่า ข้อมูลมากมายทั้งหลาย มีความปลอดภัยเพียงพอ รวมทั้งข้อมูลที่ค่ายรถยนต์จะต้องสื่อสารกับลูกค้า ก็ต้องมีความปลอดภัยเพียงพอด้วย

เขาเชื่อว่า ในอนาคต ผู้บริหารสายการผลิตในโรงงาน จะสามารถสั่งการเครื่องจักรได้ว่า จำเป็นต้องเริ่มต้นการผลิตเมื่อใด และบรรดาเครื่องจักรทั้งหลาย ก็จะสื่อสารกันเอง ในการเตรียมวัตถุดิบ ชิ้นส่วนต่างๆ ให้พร้อมสำหรับการประกอบ “แม้ว่าจะไม่สามารถบอกได้ว่า อุตสาหกรรม 4.0 จะสามารถเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้อย่างไร” Fabian Fischer กล่าว “แต่ในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็นการติดต่อสื่อสารระหว่างเครื่องจักรแต่ละชิ้นกันมากขึ้น”



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
คอลัมน์ Online : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/i4qGJ
วันที่เผยแพร่ : วันจันทร์ ที่ 8 สิงหาคม 2559 เวลา 15:00 นาฬิกา

บทความที่น่าสนใจ

อัพเดทล่าสุด
21 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
4,590,000
2.
1,999,000
3.
3,990,000
4.
3,065,000
5.
2,790,000
6.
5,490,000
7.
1,354,000
8.
3,399,000
9.
750,000
10.
1,129,000
17.
799,000
18.
3,549,000
19.
479,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th