บทความ
รถยนต์ไฮบริดยอดนิยม 2026 ราคาไม่เกิน 1 ล้าน !
ในยุคที่ราคาน้ำมันผันผวน และเทรนด์รักษ์โลกมาแรง “รถไฮบริด” จึงกลายเป็นตัวเลือกที่หลายคนสนใจ โดยเฉพาะในปี 2026 ที่หลายแบรนด์เปิดตัวรุ่นใหม่ในราคาเข้าถึงง่าย วันนี้เรารวบรวม รถไฮบริดราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ที่น่าจับตามองที่สุดมาให้คุณแล้ว
เหตุผลที่ควรเลือก “รถไฮบริด”
- ประหยัดน้ำมันมากกว่ารถยนต์เบนซินทั่วไป
- ปล่อยมลพิษต่ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- สิทธิพิเศษด้านภาษี และจดทะเบียนรถไฮบริด
คำแนะนำในการเลือกซื้อ
- ตรวจสอบ “อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย”
- เปรียบเทียบ “ระยะรับประกันแบทเตอรี่”
- พิจารณาค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาระยะยาว
รุ่นรถไฮบริดที่น่าสนใจในปี 2026 (ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท)
ORA 5 SUV HEV 2026 (ราคา 709,000 - 779,000 บาท)
ORA 5 รถครอสส์โอเวอร์รุ่นใหม่ที่วางตำแหน่งมาให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น ตัวรถมีขนาดยาว 4,471 มม. กว้าง 1,833 มม. สูง 1,641 มม. ฐานล้อ 2,720 มม. พร้อมระยะใต้ท้อง 175 มม. ทำให้ภาพรวมออกมาเป็น SUV ไซซ์กำลังดีสำหรับใช้งานประจำวัน
ภายในห้องโดยสารให้ฟีลรถยุคใหม่ด้วยจอกลางสัมผัส 14.6 นิ้ว จอแสดงข้อมูลการขับขี่ 10.25 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย, ระบบสั่งงานด้วยเสียง, Huawei Petal Maps และการควบคุมรถผ่านแอป GWM ขณะที่อุปกรณ์ใช้งานก็มีทั้งเบาะไฟฟ้า, ช่องเก็บความเย็น 3.2 ลิตร, ชาร์จมือถือไร้สาย 50W, กล้องรอบคัน 360 องศา และหลังคาพาโนรามิกซันรูฟในรุ่น Ultra ด้านความปลอดภัยใส่ ADAS มาให้ถึง 18 ระบบ ทำให้ ORA 5 เป็นอีกคันที่เน้นทั้งความครบเครื่องและความง่ายในการใช้งานจริง
ORA 5 HEV ใช้ระบบขับเคลื่อนไฮบริด ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า โดยเครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิด 240 นิวตันเมตร ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิด 236 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันจะให้กำลังรวมสูงสุด 223 แรงม้า และแรงบิดรวม 476 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. ขณะที่อัตราสิ้นเปลืองตาม ECO Sticker อยู่ที่ 23.3 กม./ลิตร หรือ 4.3 ลิตร/100 กม. และวิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กม./ถัง
ราคาจำหน่าย ORA 5 HEV 2026
- ORA 5 HEV Pro ราคา 789,900 บาท
- ORA 5 HEV Ultra ราคา 849,900 บาท
Nissan Kick e-POWER 2026 (ราคา 789,900 - 899,900 บาท)
Nissan Kicks e-POWER 2026 มาในลุคคอมแพคท์ SUV ที่ดูโฉบเฉี่ยวและทันสมัยขึ้น โดยยังคงเอกลักษณ์กระจังหน้า V-Motion แบบ 3 มิติ ไฟหน้าเรียวบาง พร้อมไฟ Daytime Running Lights แบบ 3 ลูกศร ฝากระโปรงหน้าดูสูงและกว้างขึ้น ขณะที่เส้นสายด้านข้างและไฟท้ายทรงหกเหลี่ยมก็ช่วยให้ตัวรถดูแข็งแรง แต่ยังคงความคล่องตัวในแบบรถใช้งานเมืองได้ดี
ห้องโดยสารถูกปรับใหม่ให้ดูทันสมัย และใช้งานง่ายขึ้น ตั้งแต่แผงประตู คอนโซลหน้า ไปจนถึงช่องแอร์ พร้อมโทนสีภายในใหม่แบบ Moonstone ในรุ่น SV ช่วยให้บรรยากาศดูสดใสกว่าเดิม ด้านอุปกรณ์มีจออินโฟเทนเมนท์ 12.3 นิ้ว รองรับ NissanConnect, Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย จอ TFT 7 นิ้ว เบาะ Zero Gravity บุวัสดุสะท้อนความร้อน เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะหลังปรับมุมพนักพิงใหม่ พร้อมที่วางแขนกลาง แท่นชาร์จไร้สาย และพื้นที่เก็บสัมภาระ 423 ลิตร
Nissan Kicks e-POWER ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนที่ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า และอินเวอร์เตอร์ไว้ในชุดเดียว โดยมีเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว รองรับน้ำมัน E20 ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟให้ระบบ ไม่ได้ขับล้อโดยตรง ส่วนการขับเคลื่อนเป็นหน้าที่ของมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับแบตเตอรีลิเธียม-ไอออนความจุ 2.06 กิโลวัตต์ชั่วโมง จุดเด่นคือให้ฟีลการขับแบบรถไฟฟ้า ตอบสนองทันใจ อัตราเร่งนุ่มนวล เครื่องยนต์ทำงานเงียบ และไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จจากภายนอก ขณะเดียวกันยังรองรับมาตรฐานไอเสีย Euro 6 และเพิ่มความมั่นใจด้วยระบบ ProPILOT ซึ่งเป็นครั้งแรกของ Nissan ในไทย รวมถึงชุดความปลอดภัย Nissan 360˚ Safety Shield ที่ให้มาค่อนข้างครบ
ราคาจำหน่าย Nissan Kicks e-POWER 2026
- Nissan Kicks e-POWER รุ่น V ราคา 789,900 บาท
- Nissan Kicks e-POWER รุ่น VL ราคา 849,900 บาท
- Nissan Kicks e-POWER รุ่น SV ราคา 899,900 บาท
BYD Sealion 5 DM-i 2026 (ราคา 759,900 - 799,900 บาท)
BYD Sealion 5 DM-i คือ SUV ระบบ PHEV ที่ชูจุดเด่นด้วยเทคโนโลยี DM-i Super PHEV ซึ่งให้ฟีลการตอบสนองใกล้เคียงรถยนต์ไฟฟ้า ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง โดยให้กำลังรวมสูงสุด 155 กิโลวัตต์ ขับเคลื่อนล้อหน้า ใช้แบทเตอรี BYD Blade Battery ขนาด 18.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลสุด 110 กม./การชาร์จ รองรับชาร์จเร็ว DC สูงสุด 18 กิโลวัตต์ และเมื่อชาร์จไฟเต็มพร้อมน้ำมันเต็มถัง จะวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 1,200 กม. ส่วนห้องโดยสารก็เน้นความพรีเมียมด้วยงานออกแบบและวัสดุที่ดูเหนือกว่ารถระดับเดียวกัน พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบ และเสริมความมั่นใจด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ให้มารอบด้าน
ราคาจำหน่าย BYD Sealion 5 DM-i 2026
- BYD Sealion 5 DM-i Standard ราคา 759,900 บาท
- BYD Sealion 5 DM-i Dynamic ราคา 799,900 บาท
BYD Seal 5 DM-I Super PHEV 2026 (ราคา 599,900 - 699,900 บาท)
BYD Seal 5 DM-i Super PHEV จัดอยู่ในรถยนต์กลุ่มซีดานขนาดกลาง มาพร้อมขุมพลัง DM-i Super Hybrid แบบพลัก-อิน ไฮบริด มีแบทเตอรี BYD Blade Battery เอกสิทธิ์ของ BYD สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวได้ไกลสุด 120 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC) ภายนอกโฉบเฉี่ยวภายใต้แนวคิด Ocean Aesthetics ภายในกว้างขวาง เมื่อเทียบกับรถยนต์ระดับเดียวกัน ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก รวมถึงอุปกรณ์ความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ
มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 145 กิโลวัตต์/197 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร/30.6 กก.ม.
เครื่องยนต์เบนซิน Xiaoyun 1.5L Atkinson Cycle ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า/72 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 122 นิวทันเมตร/12.4 กก.ม. อัตราส่วนกำลังอัด 15.5:1 และระบบระบายความร้อนแบบแยกส่วน กำลังรวมสูงสุด 160 กิโลวัตต์/217 แรงม้า แรงบิด 300 นิวทันเมตร/30.6 กก.ม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.5 วินาที
ประหยัดด้วยอัตราสิ้นเปลืองเพียง 3.8 ลิตร/100 กม. หรือ 26.3 กม./ลิตร แม้ขณะที่แบทเตอรีต่ำ (SOC ต่ำ) และยังรองรับน้ำมัน E20, Gasohol 91 และ 95
ราคาจำหน่าย BYD Seal 5 DM-i Super PHEV 2026
- BYD Seal 5 DM-i Super PHEV Standard ราคา 599,900 บาท
- BYD Seal 5 DM-i Super PHEV Dynamic ราคา 659,900 บาท
- BYD Seal 5 DM-i Super PHEV Premium ราคา 699,900 บาท
Honda Civic e:HEV EL 2026 (ราคา 949,000 บาท)
Honda Civic e:HEV EL 2026 รุ่นเริ่มต้นใหม่ที่เข้ามาเติมไลน์อัพ Civic ไฮบริดให้เข้าถึงง่ายขึ้น โดยยังคงงานออกแบบภายนอกของ Civic โฉมปัจจุบันที่เน้นความเรียบคม ดูสปอร์ตแบบซีดานใช้งานได้ทุกวัน จุดสำคัญของรุ่นนี้จึงไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนหน้าตา แต่เป็นการขยับให้ Civic เข้าสู่ยุคไฮบริดล้วนอย่างเต็มตัวมากกว่า
แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ Civic e:HEV EL ยังให้ของใช้งานมาค่อนข้างครบ ทั้งจอแสดงผลหลักขนาด 9.0 นิ้ว, ระบบ Google Assistant ในตัว, ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง, เบาะหลังพับแยก 60:40, กล้องมองภาพด้านหลัง 3 ระดับ และระบบ Honda Lanewatch ส่วนอุปกรณ์ที่ถูกตัดออกเมื่อเทียบกับรุ่น EL+ คือพวงมาลัยไม่หุ้มหนัง, เบาะคู่หน้าปรับมือ, กระจกมองหลังไม่ตัดแสงอัตโนมัติ, ไม่มีแท่นชาร์จไร้สาย และใช้เบาะผ้าแทนวัสดุที่พรีเมียมกว่าในรุ่นสูงกว่า
จุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่การใช้ระบบ e:HEV เต็มรูปแบบ โดยเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังจากเครื่องยนต์ 141 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้า 184 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 315 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแปรผัน
ความน่าสนใจของ Civic e:HEV EL คือการเปิดราคาที่ 949,000 บาท ซึ่งเป็นระดับเดียวกับรุ่นเบนซินเทอร์โบเดิม แต่ได้ความประหยัดดีขึ้นชัดเจน โดยตัวเลข Eco Sticker อยู่ที่ 23.3 กม./ลิตร เทียบกับ 17.2 กม./ลิตรของรุ่นเทอร์โบเดิม ทำให้รุ่นนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของ Civic สายไฮบริดอย่างชัดเจน
Honda HR-V e:HEV E 2026 (ราคา 949,000 บาท)
Honda HR-V e:HEV E 2026 มาพร้อมกับกระจังหน้าใหม่ สีเดียวกับตัวรถ ทั้งรุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV E ภายในออกแบบคอนโซลกลางใหม่ แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนทั้งส่วนบนและส่วนล่าง โดยมีช่องเก็บของพร้อมถาดอเนกประสงค์ มอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้นในการใช้งาน ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว ในระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ (Intelligent Power Unit - IPU) ที่มาพร้อมแบตเตอรีลิเธียม-ไอออน ซึ่งมีน้ำหนักเบา และขนาดกะทัดรัด สามารถเก็บประจุไฟ และช่วยให้การชาร์จไฟเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งสามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบทเตอรีโดยอัตโนมัติในขณะขับขี่ มอบการตอบสนองทันใจตั้งแต่ออกตัวกับกำลังสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 131 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร/25.8 กก.-ม. ที่ 0-3,500 รตน. อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 25.6 กม./ลิตร และมีอัตราการปล่อยไอเสียเฉลี่ยเพียง 94 กรัม/กม. สามารถไปได้ไกลกว่า 800 กม. ด้วยน้ำมันเพียง 1 ถัง
*หมายเหตุ: ตัวเลขระยะทางที่แสดงข้างต้น อ้างอิงและไม่เกินจากการคำนวณตาม Eco Sticker (ขึ้นอยู่กับสภาพถนน และพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล) อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
All New Suzuki Fronx 2025 (ราคา 749,000 - 799,000 บาท)
Suzuki Fronx รถครอสส์โอเวอร์เอสยูวีขนาดเล็ก มาพร้อมกับดีไซจ์นที่โดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมขนาดใหญ่ ไฟหน้าแบบ LED และเส้นสายที่ดูบึกบึน ตัวถังมีขนาดความยาว 3,995 มม. ความกว้าง 1,765 มม. และความสูงฐานล้อที่ออกแบบมาอย่างลงตัวในทุกรุ่นย่อย
ภายในห้องโดยสารออกแบบให้มีความทันสมัย และสะดวกสบาย ด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ APPLE CAR PLAY และ ANDROID AUTO ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พวงมาลัยมัลทิฟังค์ชัน และเบาะนั่งที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ ห้องโดยสารสามารถรองรับได้ 5 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายขยายได้มากสุด 1,009 ลิตร เมื่อพับเบาะแถว 2
ขุมพลังและสมรรถนะ Fronx มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร K15B กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รตน. เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ในรุ่น GL และเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร K15C พร้อมระบบ Smart Hybrid (Mild Hybrid) กำลังสูงสุด 101 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 135 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รตน. ทั้ง 2 รุ่น ใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ในรุ่น GLX และ GLX Plus ทั้ง 2 รุ่นใช้ถังน้ำมันขนาด 37 ลิตร
ราคาจำหน่าย Suzuki Fronx 2025
- Suzuki Fronx 1.5 MHEV GLX ราคา 749,000 บาท
- Suzuki Fronx 1.5 MHEV GLX Plus 799,900 บาท
Toyota Yaris Ativ HEV 2025 (ราคา 729,000 - 779,000 บาท)
สิ้นสุดการรอคอยกับ New Toyota Yaris Ativ HEV ที่มีข่าวว่าจะเปิดตัวอยู่หลายรอบ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ประกาศเปิดตัว New Toyota Yaris Ativ HEV รุ่นย่อยใหม่ 2 รุ่น โดยเพิ่มรุ่น HEV Premium และ HEV GR Sport อย่างเป็นทางการ โดยใช้เครื่องยนต์ใหม่แบบไฮบริดขนาด 1.5 ลิตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังรวมสูงสุด 111 แรงม้า คู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ e-CVT ที่ให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันถึง 29.4 กม./ลิตร (รุ่น HEV Premium) สูงสุดในกลุ่มรถ HEV ในไทย
New Toyota Yaris Ativ HEV มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่รหัส 2NR-VEX ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ Dual VVT-i โดยทำงานผสานมอเตอร์ไฟฟ้า และแบทเตอรีไฮบริด แบบลิเธียม-ไอออน (Li-ion) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ให้กำลังสูงสุด 111 แรงม้า พร้อมอัตราการใช้เชื้อเพลิงสูงสุด 29.4 กม./ลิตร (อ้างอิงจาก ECO STICKER ในรุ่น HEV Premium) มีโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ ECO/ Normal/Power
ราคาจำหน่าย Toyota Yaris Ativ HEV 2026
- Toyota Yaris Ativ HEV Premium ราคาพิเศษ ราคา 729,000 บาท
- Toyota Yaris Ativ HEV GR Sport ราคาพิเศษ ราคา 779,000 บาท
Toyota Yaris Cross 2025 (ราคา 809,000 - 909,000 บาท)
เส้นสายของ Toyota Yaris Cross 2025 มาในสไตล์ครอสส์โอเวอร์สมัยใหม่ นั่นคือ การเน้นสันเหลี่ยมรอบคัน แต่ผสมผสานความปราดเปรียว รุ่นทอพ HEV Premium Luxury ติดตั้งล้อแมกขนาด 18 นิ้ว
ภายในห้องโดยสารมีความกว้างขวางที่ทำได้ดีเกินคาด โดยเฉพาะเบาะแถวที่ 2 นั่งสบาย ระยะช่วงขามีเพียงพอ และระยะเหนือศีรษะเหลือเฟือตามรูปทรงของตัวรถ ทัศนวิสัยของผู้ขับมีความปลอดโปร่ง มองเห็นโดยรอบผู้ขับได้ดี จอแสดงผลหลักขนาด 10.1 นิ้ว แผงหน้าปัดเป็นจอแบบดิจิทอลขนาด 7 นิ้ว
ขุมพลังของ Toyota Yaris Cross คือ ระบบไฮบริดที่ประกอบด้วย เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร (รหัส 2NR-VEX) กำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 5,500 รตน. แรงบิดสูงสุด 12.3 กก.-ม. ที่ 4,000-4,800 รตน. ส่งกำลังร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 80 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 14.4 กก.-ม. คิดเป็นกำลังสูงสุดทั้งระบบที่ 111 แรงม้า อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย (จาก Eco Sticker คือ 26.3 กม./ลิตร)
ราคาจำหน่าย Toyota Yaris Cross 2025
- Toyota Yaris Cross รุ่น HEV Smart ราคา 809,000 บาท
- Toyota Yaris Cross รุ่น HEV Premium ราคา 859,000 บาท
- Toyota Yaris Cross รุ่น HEV Premium Luxury ราคา 909,000 บาท
Honda City e:HEV 2025 (ราคา 729,000 - 799,000 บาท)
Honda City e:HEV 2025 ตัวถังซีดาน ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ ระบบเปิด/ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟท้ายแบบ LED ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้มีพื้นที่กว้าง และสะดวกสบายมากขึ้น มาพร้อมจอสัมผัส Infotainment ขนาด 8 นิ้ว มาตรวัดดิจิทอลขนาด 7 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน พร้อม Paddle Shift เฉพาะรุ่น e:HEV RS
มาพร้อมด้านขุมพลังไฮบริด e:HEV เครื่องยนต์รหัส LEB-MMD เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร (1,498 ซีซี) พละกำลังสูงสุด 98 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 13.0 กก.-ม. หรือ 127 นิวตันเมตร รองรับน้ำมันสูงสุด E20 ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว แบทเตอรี Lithium-ion พละกำลังสูงสุด 109 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 25.8 กก.-ม. หรือ 253 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ e-CVT ให้อัตราการประหยัดน้ำมันถึง 27.8 กม./ลิตร
ราคาจำหน่าย Honda City e:HEV 2025
- Honda City e:HEV รุ่น SV ราคา 729,000 บาท
- Honda City e:HEV รุ่น RS ราคา 799,000 บาท
Honda City e:HEV Hatchback 2025 (ราคา 729,000 - 799,000 บาท)
จุดเด่นของรุ่นตัวถัง Hatchback คือ พื้นที่ใช้สอยที่มากกว่ารุ่นซีดานอย่างชัดเจน จากการติดตั้งเบาะหลังที่พับได้หลากหลายรูปแบบ มีชื่อเรียกว่า Ultra Seat สามารถพับเบาะรองนั่งขึ้นมาเพื่อบรรทุกของทรงสูง หรือพับพนักพิงหลังลงมาเพื่อบรรทุกของทรงยาว หรือแม้แต่การเอนเบาะหน้าลงมาให้บรรจบกับเบาะหลังพอดี (โดยการถอดพนักพิงศีรษะออก) จะได้ที่นั่งทรงยาว เหยียดขาได้สบาย แน่นอนว่าเป็นอรรถประโยชน์ที่ดีกว่ารุ่นตัวซีดาน และยังรวมถึงบรรดาคู่แข่งระดับเดียวกันด้วย
Honda City e:HEV Hatchback 2025 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 98 แรงม้า ขับเคลื่อนร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 109 แรงม้า มีจุดเด่นที่แรงบิดสูง มีตัวเลขสูงสุดที่ 25.8 กก.-ม. (มากกว่ารถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวบางรุ่นด้วยซ้ำ !) รองรับน้ำมันสูงสุด E20
การทำงานของระบบ e:HEV ในเบื้องต้น คือ การขับเคลื่อนส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ของมอเตอร์ไฟฟ้า ส่วนเครื่องยนต์สันดาปมีหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้าป้อนให้แก่ระบบ การกดคันเร่งขณะออกตัว รวมถึงการเร่งแซงที่เป็นอัตราเร่งยืดหยุ่น มีการตอบสนองที่ทันใจ ไม่หวือหวา แต่เน้นการส่งกำลังที่ต่อเนื่อง ให้ความรู้สึกใกล้เคียงรถยนต์ไฟฟ้าจริงๆ (หากระบบแบทเตอรีมากพอสามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนได้ที่ความเร็วต่ำ แม้เป็นระยะทางสั้นๆ)
ราคาจำหน่าย Honda City e:HEV Hatchback 2025
- Honda City e:HEV Hatchback รุ่น SV ราคา 729,000 บาท
- Honda City e:HEV Hatchback รุ่น RS ราคา 799,000 บาท
Haval Jolion HEV 2025 (ราคา 799,000 - 999,000 บาท)
Haval Jolion HEV 2025 ภายในประกอบด้วยจอแสดงผลหลักขนาด 10.3 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Android Auto และ Apple Car Play (ผ่านสายเคเบิล) แผงหน้าปัดเป็นแบบิจิทอล ตรงกลางเป็นจอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว พวงมาลัยหุ้มหนังเย็บด้ายสีเทา พร้อมปุ่มมัลทิฟังค์ชัน ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ การเปลี่ยนเกียร์แทนที่คันเกียร์ดั้งเดิมด้วยแป้นหมุน ติดตั้งช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง เบาะหลังพับแยกได้แบบ 60:40 (ไม่มีที่พักแขนตรงกลาง)
ด้านขุมพลัง Haval Jolion HEV 2025 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ส่งกำลังร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุดที่ 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุดถึง 38.3 กก.-ม. เกียร์อัตโนมัติแบบ DHT เป็นระบบไฮบริดที่เน้นสมรรถนะ (มากกว่าการประหยัดเชื้อเพลิง) พร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย ได้แก่ Normal, Sport, Eco และ Snow (สำหรับพื้นถนนลื่น) ระบบที่น่าสนใจ คือ ระบบ Intelligent Single Pedal ตัวรถจะชะลอความเร็วลงมาอย่างชัดเจน เมื่อผู้ขับยกเท้าออกจากแป้นคันเร่ง เพื่อใช้แรงหน่วงกลับคืนเป็นพลังงานไฟฟ้าสำหรับระบบไฮบริด เป็นระบบที่คล้ายกับรถยนต์ไฟฟ้า
ราคาจำหน่าย Haval Jolion HEV 2025
- Haval Jolion HEV รุ่น Sport ราคา 799,000 บาท
- Haval Jolion HEV รุ่น Ultra ราคา 999,000 บาท
MG3 Hybrid+ 2025 (ราคา 579,900 - 619,900 บาท)
MG3 Hybrid+ 2025 รถแฮทช์แบคไฮบริดทรงกระทัดรัด กระจังหน้าคล้าย MG5 เป็นเอกลักษณ์ของ MG และเพิ่มความดุดันด้วยไฟหน้าแบบใหม่ Hunter Eye Headlamp หรือดวงตานักล่า ที่ดูโฉบเฉี่ยวไม่แพ้คู่แข่งอย่าง Mazda2 ด้านหลังแนว Hot Hatch ดูร้อนแรง ไฟท้ายได้รับแรงบันดาลใจจากปีกผีเสื้อ ลงตัวกับเส้นสาย และความโค้งมนบนตัวรถ
ภายในห้องโดยสารเพิ่มความหรูหราด้วยการตกแต่งแบบทูโทนขาวสลับดำ ในรุ่น X พร้อมแท่นชาร์จแบบไร้สาย ภายในสีดำเดินด้ายสีส้ม ในรุ่น D เน้นความสปอร์ท ห้องโดยสารด้านหลังมีพื้นที่เหนือศีรษะ (Head room) และพื้นที่วางขา (Leg room) ที่ไม่อึดอัด MG3 Hybrid+ ถือเป็นรถที่กว้างที่สุดในคลาสส์เดียวกัน โดยเฉพาะห้องสัมภาระท้ายจุได้มากถึง 293 ลิตร และเมื่อพับเบาะสามารถจุได้มากถึง 1,037 ลิตร
Hybrid+ ของ MG3 เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว DVVT กำลัง 102 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ High-performance Permanent Magnet Synchronous Motors กำลัง 136 แรงม้า ให้ขุมพลังรวมสูงสุดถึง 194 แรงม้า/143 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 250 นิวทันเมตร/25.5 กก.ม. ระบบส่งกำลัง Hybrid Transmission ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ไฟฟ้าแบบ E-AT 3 อัตราทดเกียร์ ปรับการทำงานแบบอัตโนมัติ โหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal, Sport
ราคาจำหน่าย MG3 Hybrid+ 2025
- MG3 Hybrid+ รุ่น D ราคา 579,900 บาท
- MG3 Hybrid+ รุ่น X ราคา 619,900 บาท
Mitsubishi Xpander HEV 2025 (ราคา 933,000 บาท)
Mitsubishi Xpander HEV 2025 ภายนอกตัวรถโดดเด่นด้วยโลโก HEV ที่กระจังหน้า และฝาประตูท้าย พร้อมด้วยโลโก Hybrid EV ที่ประตูหน้า และการตกแต่งด้วยเส้นสายสีน้ำเงินที่กันชนหน้า กราบข้างประตู กันชนหลัง และล้ออัลลอยแบบทูโทนทั้ง 4 ล้อ สีตัวถังมีให้เลือกหลากหลาย มาพร้อมสีใหม่ล่าสุดที่เพิ่มจากรุ่นก่อน คือ สีขาว White Diamond ภายในห้องโดยสาร โดดเด่นสะดุดตาด้วยหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว เบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง 2+3+2
Mitsubishi Xpander HEV 2025 วางเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ MIVEC DOHC 16 วาล์ว 1.6 ลิตร ให้กำลัง 95 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 14.0 กก.-ม. (134 นิวตันเมตร) พร้อมระบบวาล์วแปรผันด้านไอดี ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 116 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด 22.9 กก.-ม. (255 นิวตันเมตร) ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติชุดใหม่ เป็นเกียร์สำหรับรถ EV
ในปัจจุบันแบรนด์จีนหลายค่ายเริ่มวางแผนทำตลาดรถ REEV (Range Extended Vehicle) ที่ผสานข้อดีของ EV + เครื่องยนต์สันดาป ถ้าอยากรู้ว่าคืออะไร บทความถัดไปนี้มีคำตอบ ทำความรู้จัก REEV ! รถอะไรเติมน้ำมัน แต่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ?

















