รู้ทันเทคนิค

เข็มขัดนิรภัย


“ลบล้างความเข้าใจผิด ที่คิดว่าเข็มขัดนิรภัย จะทำอันตรายเด็กในครรภ์ ทำความเข้าใจและใช้งานให้ถูกต้อง จะได้ปลอดภัยสูงสุด”

วันนี้เราให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เราจะเห็นว่าพ่อแม่รุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับลูกๆ มากขึ้น เห็นได้จากคาร์ซีท กลายเป็นสิ่งสำคัญที่หลายครอบครัวซื้อ เมื่อสมาชิกตัวน้อยใกล้ลืมตาดูโลก แม้ราคาอาจจะสูง แต่ความคุ้มค่ามันมากมายเหลือเกิน เพราะชีวิตของคนที่คุณรัก มันมีความหมายจนตีมูลค่าออกมาไม่ได้ ที่สำคัญ คาร์ซีทนั้นมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน โดยเฉลี่ย 3-6 ปี นั่นหมายความว่า ราคาต่อปี จ่ายน้อยกว่ากระเป๋าถือ หรือรองเท้าดีๆ สักคู่ อยากสนับสนุนให้ทุกครอบครัวที่มีเด็กเล็กหันมาให้ความสำคัญในเรื่องการเดินทางกับเด็กๆ ให้มากขึ้น และเป็นการสร้างวินัยให้กับเด็กเมื่อโตขึ้น พอตอนเด็กโตขึ้นก็ต้องสั่งสอนให้เขารู้จักใช้เข็มขัดนิรภัย ไม่ว่าจะนั่งตำแหน่งไหนในรถ ก็ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยไว้เสมอ เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หลายครอบครัวเมื่อเด็กโตขึ้น กลับปล่อยให้เด็กวิ่งไปมาในรถ ปล่อยให้เล่นสนุก โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย เราควรสร้างวินัยให้พวกเขาตั้งแต่เล็ก ให้เขารู้จักและเห็นความสำคัญเรื่องความปลอดภัย

สิ่งหนึ่งที่ผมเคยเห็นแล้วรู้สึกอึ้งไปเลย คือ ความเข้าใจผิดของพ่อแม่หลายท่าน แม้ว่าหลังจากคลอดลูกแล้วจะซื้อคาร์ซีท มาให้ลูกใช้ก็ตาม นั่นเพราะตอนคุณแม่ตั้งครรภ์ “ไม่เคยคาดเข็มขัดนิรภัย” เลย เพราะเกรงว่าเข็มขัดนิรภัย จะทำอันตรายให้กับเด็กในท้อง !

ซึ่งอาจเข้าใจตามนั้นได้ ไม่แปลกอะไร แต่ในความเป็นจริงแล้ว การไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จะเป็นการก่อให้เกิดอันตรายได้มากกว่าด้วยซ้ำ หลายคนเข้าใจว่าเวลาเข็มขัดนิรภัยทำงาน มันจะรั้งบริเวณท้องของคุณแม่ ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายกับเด็กในท้อง แท้ที่จริงแล้ว การไม่คาดเข็มขัดนิรภัย อาจจะทำให้ตัวคุณแม่กระแทกเข้ากับคอนโซลหน้ารถ หรือพนักพิงเบาะหน้าได้ ทำให้เกิดอันตรายได้มากกว่า ทั้งกับตัวเด็ก และคุณแม่

การคาดเข็มขัดนิรภัย ยังเป็นสิ่งจำเป็นอยู่ แต่ทว่าต้องมีการปรับลักษณะการคาดให้เหมาะสมกว่าเดิม เริ่มจากท่านั่ง ต้องไม่ปรับพนักพิงให้เอน หรือตั้งชันมากเกินไป ระยะห่างจากเบาะถึงคอนโซลหน้า ต้องไม่ชิดเกินไป แม้จะเป็นคนนั่งก็ต้องปรับท่านั่งให้ใกล้เคียงกับเวลาที่เราขับรถเอง เพื่อให้อยู่ในท่าที่ปลอดภัยที่สุดเนื่องจากการปรับพนักพิงเอน หรือตั้งชันเกินไป อาจทำให้เข็มขัดนิรภัยทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จากนั้นให้คาดเข็มขัดนิรภัยตามปกติ แต่หลังจากคาดเข็มขัดนิรภัยแล้ว ต้องปรับแต่งสายเข็มขัดนิรภัยให้เหมาะสมและใส่ใจมากกว่าเดิม

เข็มขัดนิรภัยที่พาดผ่านหน้าตัก หรือแนวสะโพก ต้องดึงลงมาต่ำกว่าครรภ์ ให้อยู่ในแนวสะโพกพอดี แล้วดึงให้กระชับ อย่าปล่อยให้หลวมจนเกินไป ส่วนเข็มขัดนิรภัยที่พาดผ่านมายังแนวบ่า ให้ผ่านร่องไหล่พอดีแนวเข็มขัดให้พาดผ่านระหว่างกลางออก ถ้าเป็นรถที่สามารถปรับระยะสูง/ต่ำของเข็มขัดนิรภัยได้ ควรปรับให้เหมาะสม ให้เข็มขัดนิรภัยพาดผ่านร่องไหล่ให้พอดี เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น เข็มขัดนิรภัยจะได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เมื่อท่านั่งถูกต้อง ปรับแนวเข็มขัดนิรภัยให้ถูกต้องอย่างที่กล่าวไว้ ไม่ต้องกังวลว่าเด็กจะได้รับอันตราย เนื่องจากจุดรับแรงของร่างกายเมื่อเข็มขัดนิรภัยรั้งไว้ จะอยู่ที่สะโพกกับร่องไหล่ ดังนั้นมั่นใจได้ว่า เด็กจะปลอดภัย เมื่อคุณคาดเข็มขัดนิรภัยอย่างถูกวิธี

เมื่อคุณแม่ที่ตั้งครรภ์มีความจำเป็นต้องขับรถ ให้ปฏิบัติแบบเดียวกัน เพียงแต่ว่าการปรับระยะห่างจากพวงมาลัย ต้องเหมาะสม ไม่ควรปรับเบาะชิดพวงมาลัยจนเกินไป เพราะเมื่อถุงลมนิรภัยทำงานมันจะกระแทกครรภ์ได้ โดยเฉพาะคุณแม่ที่ชอบปรับพนักพิงตั้งชันมากๆ การปรับท่าขับขี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันเราก็จะคุ้นเคยกับมัน สิ่งที่ได้รับกลับมา คือ ความปลอดภัยทั้งตัวคุณแม่ และลูก ไม่ว่าคุณจะขับเอง หรือเป็นผู้โดยสาร ไม่ว่าจะนั่งตำแหน่งใดในรถ ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลา



------------------------------
เรื่องโดย : พหล ฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2555
คอลัมน์ : รู้ทันเทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Loh7O
เพิ่มเพื่อน