บทความ

มาสลับยางกันเถอะ


ยางรถยนต์ เป็นส่วนประกอบหนึ่งเดียวของรถ ที่ต้องเสียดสีกับพื้นถนนอยู่ตลอดเวลา เป็นผลให้เกิดการสึกหรอเร็วกว่าส่วนประกอบอื่น DIY…คุณทำเองได้ ฉบับนี้ ขอเสนอเทคนิคสลับยาง และวิธีการสลับยางที่ถูกต้องมาให้ลองทำกันเอง

 

ทำไมต้องสลับยาง ?

ยางรถยนต์ ถูกออกแบบมาให้ทนต่อสภาพแวดล้อม รวมถึงต้องสามารถรับน้ำหนักบรรทุก โดยไม่ทำให้การทรงตัวของรถเปลี่ยนแปลง การวิ่งไปในเส้นทางต่างๆ ย่อมส่งผลให้มีการสึกหรอของยางด้านหนึ่งด้านใดไม่เท่ากัน ดังนั้นเมื่อใช้รถยนต์ไปได้สักระยะหนึ่ง (ประมาณ 10,000-20,000 กม.) ควรสลับยางระหว่างล้อคู่หน้า กับล้อคู่หลัง เพื่อให้ดอกยางล้อคู่หน้า กับคู่หลัง มีการสึกหรอที่เท่าเทียมกันนั่นเอง ซึ่งจะช่วยให้สามารถใช้ประสิทธิภาพของยางได้เต็มที่ทุกเส้น แถมยังช่วยยืดอายุของยางอีกทางหนึ่งด้วย

 

แล้วถ้าไม่สลับยางล่ะ ?

ถ้าไม่สลับยางตามระยะเวลาที่กำหนด การสึกหรอของยางทั้ง 4 เส้นจะไม่เท่ากัน ยางมักจะสึกบริเวณขอบนอกหรือขอบในของยาง ทำให้หน้าสัมผัสระหว่างยางกับพื้นถนนน้อยลง ประสิทธิภาพการยึดเกาะจึงน้อยลงตามไปด้วย พวงมาลัยจะเบี้ยวไม่ตรง มักจะกินซ้ายหรือขวาเล็กน้อย

นอกจากนี้ การสึกของยางที่ไม่เท่ากันมากๆ เวลาเบรคแรงๆ มักจะดึงซ้ายหรือดึงขวาไปด้านใดด้านหนึ่ง หากเกิดขึ้นขณะใช้ความเร็วสูงๆ อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย

การสึกหรอของยางคู่หน้าจะมีมากกว่ายางคู่หลังโดยเฉลี่ย 2-3 เท่า เป็นผลมาจากภาระต่างๆ จะตกอยู่ที่ล้อคู่หน้าเป็นส่วนใหญ่ การบังคับทิศทางการเลี้ยวก็ตกอยู่ที่ด้านหน้า รวมถึงการเบรคลดความเร็วรถ ก็ล้อคู่หน้าเช่นเดียวกัน

 

วิธีดูทิศทางการหมุนของยาง

การสลับยางนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก คือ ชนิดของยาง ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่ายางที่เราใช้เป็นยางชนิดที่กำหนดทิศทางการหมุนหรือไม่ โดยยางในรถยนต์บางรุ่นจะกำหนดทิศทางการหมุนเอาไว้ให้หมุนได้ทิศทางเดียว การสลับยางจะสามารถสลับได้เฉพาะล้อหน้ากับล้อหลังในด้านเดียวกันเท่านั้น (ยกเว้นจะถอดยางออกจากกระทะล้อ) หรือชนิดที่มีทิศทางการหมุนที่สวนทางกันได้ โดยให้สังเกตดูทิศทางของลูกศร ตรงบริเวณแก้มยาง ลูกศรชี้ไปด้านไหน ด้านนั้น คือ ด้านหน้า

 

วิธีสลับยางแบบต่างๆ

สำหรับรถขับเคลื่อนล้อหน้า ต้องสลับยางแบบทแยงจากหลังไปหน้า ตามรูปที่ (1) หรือจะเลือกสลับยางแบบกากบาท ตามรูปที่ (2) ก็ได้ สำหรับรถที่ขับล้อหลังและขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้สลับยางจากหน้าไปหลัง ดังรูปที่ (3) และถ้าหากยางนั้นเป็นชนิดมีทิศทางการหมุนทางเดียว ให้ใช้การสลับยางแบบในรูปที่ (4)สำหรับรถที่ใส่ล้อและยาง ที่มีขนาดหน้า/หลัง ไม่เท่ากัน ดอกยางเป็นแบบชนิดที่มีทิศทางที่วิ่งสวนกันได้ ควรใช้การสลับยางแบบในรูปที่ (5) ส่วนการสลับยางแบบใช้ยางอะไหล่ร่วมด้วย เพื่อปรับดอกยางให้มีการสึกหรอที่เท่าๆ กันทั้ง 5 เส้น ต้องมียางอะไหล่ที่มีขนาดเดียวกันกับล้อที่วิ่งอยู่ด้วย และต้องเป็นยางแบบที่สามารถวิ่งสวนกันได้ สามารถสลับยางตามแบบในรูปที่ (6) และ (7) ได้เลย

 

อุปกรณ์

1. กากบาทถอดล้อ

2. ถุงมือ

3. ลิฟท์ยกรถ หรือแม่แรงติดรถ

 

ขั้นตอนการสลับยาง

1. จอดรถในที่ราบ ดึงเบรคมือขึ้นสุด กันรถไหล

2. ตรวจดูทิศทางการหมุนของยาง ว่าเป็นแบบไหน จะได้วางแผนสลับยางถูก

3. ใส่ถุงมือ เพื่อกันเปี้อน รวมถึงป้องกันการบาดเจ็บจากของแข็งต่างๆ เวลาถอดนอทล้อ

4. นำกากบาทถอดล้อ มาหมุนเพื่อคลายนอทล้อออก (แต่อย่าเพิ่งถอดนอทล้อออกมา)

5. ใช้ลิฟท์ยกรถ หรือแม่แรงยกรถขึ้น โดยต้องวางบนส่วนที่แข็งแรงของรถ

6. เมื่อยกรถแล้ว ล้อจะลอยขึ้น ให้ถอดนอทล้อออก โดยใช้กากบาทถอดล้อ แล้วดึงล้อออกมา

7. ถอดล้อที่ต้องการจะสลับ ด้วยวิธีเดียวกัน

8. สลับสับเปลี่ยนล้อให้เรียบร้อย

9. ใส่นอทล้อเข้าไปให้ครบทุกตัวตามแนวทแยง แล้วนำกากบาทถอดล้อ ไขให้พอแน่น

10. ค่อยๆ นำรถลงทีละนิด ถ้าเป็นแม่แรงติดรถ ให้ค่อยๆ หมุนแม่แรงลงอย่างช้าๆ จนล้อแนบกับพื้นสนิท

11. เมื่อลงจนสุดแล้ว ให้เอาแขนลิฟท์ยกรถออก หรือแม่แรงติดรถออกให้เรียบร้อย

12. นำกากบาทถอดล้อ มาไขนอทล้อทั้งหมดให้แน่น เป็นอันเสร็จ



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2555
คอลัมน์ : DIY…คุณทำเองได้
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/dl8Ye
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตรวจเชครถ
ขจัดกลิ่นอับด้วยวิธีธรรมชาติ