บทความ

เบาะเด็ก ได้ไหม ? เมื่อ CHILD IN CAR


จะเป็นพ่อ/แม่ลูกอ่อน หรือยังไม่ใช่ ความปลอดภัยในรถก็เป็นสิ่งสำคัญ บทความนี้ รวมเรื่องต้องรู้เกี่ยวกับ เบาะเด็ก ในรถ อย่างเพียบ มาดูกันว่า เทคโนโลยีเดี๋ยวนี้ก้าวหน้าไปถึงไหน ซื้อแบบไหนถึงใช่ ใช้อย่างไรให้ถูกวิธี

ไม่เพียงผู้ใหญ่ เด็กๆ ก็มีโอกาสนั่งรถไปกับคุณด้วย !

จริงอยู่ แม้ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องส่วนใหญ่ มักให้ความสนใจกับการออกแบบ และผลิตอุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับเด็กภายในรถ แต่ก็ไม่ใช่ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ที่มีระบบแบบนั้นติดตั้งมาให้จากโรงงาน โดยเฉพาะรถขนาดจิ๋ว/เล็ก/กลาง ซึ่งมีระดับราคาขาย ที่พ่อบ้าน/แม่บ้านส่วนใหญ่สามารถควักกระเป๋าซื้อมาใช้ในครอบครัวได้แบบไม่ลำบากลำบนเกินไปนัก ยิ่งกว่านั้น ระบบความปลอดภัยต่างๆ ที่ให้มา มักใช้ได้เฉพาะผู้ใหญ่ ส่วนเด็กกลับเป็นอันตรายไปซะงั้น

…แล้วทีนี้จะทำยังไงกันดี ?

เดี๋ยวนี้ป้าย CHILD IN CAR ที่เห็นในภาพ มักถูกนำเอาไปติดไว้ที่กระจกรถ เพื่อให้รถคันอื่นรู้ว่า ในรถคันนี้มีเด็ก รถรอบข้างจะได้เพิ่มความระวังมากขึ้น แต่คุณเคยลองถามใจตัวเองดูไหม ว่าเมื่อเห็นป้ายนี้ คุณตอบสนองมันอย่างไร…ระวังการขับขี่มากขึ้น หรือแค่เฉยๆ

เรามีเรื่องราวเกี่ยวกับ เบาะเด็ก ที่กลายเป็นตำนานของวงการความปลอดภัยในรถยนต์ไปแล้วคุณเคยได้ยินไหม ?

“ซาราห์ และแฮนนาห์ ริง” แม่ และลูกสาววัยเพียง 5 เดือน รอดพ้นจากอุบัติเหตุรุนแรงด้วยเบาะเด็ก โดยได้รับเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางออกจากบ้านของแม่ลูกคู่ดังกล่าว โชคร้ายบังเกิดเมื่อ รถ โฟล์คสวาเกน กอล์ฟ ที่ใช้ เกิดความร้อนสูงจนไม่สามารถขับต่อไปได้ ซาราห์ ต้องนำรถเข้าจอดข้างทางเพื่อเดินไปใช้โทรศัพท์ฉุกเฉินเรียกช่าง โดย “รัด” แฮนนาห์ ไว้กับเบาะเด็กในรถ

ไม่ถึงนาทีต่อมาเธอได้ยินเสียงวัตถุขนาดใหญ่ปะทะกันอย่างรุนแรง จึงหันหลังไปดู ภาพที่ปรากฏถึงกับทำให้หัวใจเธอแทบสลาย รถ กอล์ฟ ของเธอถูกรถบรรทุกขนาดใหญ่ชนเข้าอย่างจัง แรงปะทะทำให้รถพลิกคว่ำหลายตลบ และไถลไปไกลกว่า 100 เมตร เสื้อผ้าเด็ก และตุ๊กตากระจัดกระจายเกลื่อนถนน

“แฮนนาห์ คงไม่รอด” เธอคิดอย่างนั้น พร้อมวิ่งรี่เข้าไปเพื่อพยายามหาซากศพลูกทั้งน้ำตา

แต่ผิดคาด แฮนนาห์ กลับมีเพียงรอยถลอกเล็กน้อยเท่านั้น !

ต่างจากสภาพรถของ ซาราห์ ที่พังยับเยิน มีเพียงส่วนโดยสารบริเวณที่รัด แฮนนาห์ ไว้กับเบาะเด็ก ที่ยังคงสภาพดีอยู่นี่เป็นเพราะดวงดี หรือมีเบาะเด็ก ?

เบาะเด็ก
ความปลอดภัยชิ้นเอกเพื่อเด็กในรถยนต์

อาจจะเป็นเพราะทั้ง 2 อย่างก็ได้

เรื่องดวงเราคงบังคับควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่พอจะแนะนำ และทำได้ คือ ควรติดตั้งที่เบาะเด็กในรถยนต์แทนการอุ้มเด็กไว้บนตัก ปล่อยให้เด็กนั่ง หรือยืนในรถโดยไม่มีการยึดเหนี่ยว

เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุรถชน อาจทำให้เด็ก กระเด็นออกไปนอกรถ ดังนั้นจึงควรให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปี นั่งเบาะหลังเสมอ เพราะหากนั่งเบาะหน้า แรงปะทะจากถุงลมนิรภัยจะทำอันตรายต่อเด็กได้ ที่สำคัญ คือ ควรนั่งบนเบาะเด็กที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ซึ่งจะกระชับตัว และมีเข็มขัดนิรภัยรัดเสมอ

เลือกเบาะเด็กไม่ใช่เรื่องยาก

เบาะเด็กมีทั้งหมด 4 ประเภท สร้างขึ้นเพื่อให้เหมาะกับสรีระเด็กแต่ละวัยเป็นสำคัญ ราคาแตกต่างตามแต่ประเทศ และยี่ห้อผู้ผลิต แต่ละประเภทราคาพอกัน ถ้าเป็นของจีนราคาอยู่ที่ 3,000-8,000บาท ของญี่ปุ่น และ ยุโรป ราคาตั้งแต่ 8,000-18,000 บาท แพงกว่ากันมากทีเดียว

1. เปลเด็กอ่อนสำหรับรถยนต์

ใช้สำหรับทารกคลอดก่อนกำหนด มีน้ำหนักแรกคลอดต่ำกว่า 2.5 กก. หรือเด็กแรกเกิด ที่ต้องการทะนุถนอมเป็นพิเศษ สามารถหิ้วได้เหมือนตะกร้า วางในรถ รัดเข็มขัดแล้วให้หันไปทางหลังรถเสมอ อยากใช้ต้องลงทุนหน่อย เพราะใช้เพียง 4-5 เดือน ก็ต้องเปลี่ยน

2. ที่นั่งเด็กแบบหันไปทางหลังรถ

ใช้สำหรับเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 1 ปี ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 9 กก. ส่วนสูงประมาณ 75 ซม. เพราะเด็กคอยังไม่แข็งพอ เมื่อรถเบรคกะทันหันคอจะไม่พับลงมา ซึ่งอันตราย มีที่ประคองศรีษะให้กระชับแน่นไม่โยกคลอน ของจีนมักทำเพียงรุ่นตะกร้ากับรุ่นนี้ แล้วใช้จนถึง 10 ปี โดยวิธีปรับระดับคอให้ยืดออก ซึ่งช่วยประหยัดเงินพ่อแม่แน่ แต่ความกระชับ และปลอดภัยเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา

3. ที่นั่งเด็กที่หันไปทางหน้ารถ

ใช้สำหรับเด็กอายุ 1-5 ปี ที่มีน้ำหนักตัว 9-18 กก. และมีส่วนสูง 75-110 ซม. รุ่นนี้เด็กคอแข็งพอที่จะหันไปทางหน้ารถได้แล้ว มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกนิด เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด มีทั้งแบบลอคตรงเป้า 3 จุด แบบรถยนต์ และ 4 จุด แบบรถแข่ง เด็กวัยนี้ยังไม่สามารถใช้เข็มขัดนิรภัยที่ติดตั้งมากับรถยนต์ได้เช่นกัน มีที่ประคองศีรษะให้กระชับแน่น

4. ที่นั่งเสริม

ใช้สำหรับเด็กอายุ 5-10 ปี มีน้ำหนัก 18-27 กก. หรือมากกว่านี้ และสูงประมาณ 110-135 ซม.มีทั้งแบบเป็นเก้าอี้ไปเลย มีเข็มขัดนิรภัยต่างหาก และแบบรองบั้นท้ายให้สูงขึ้น ที่จะช่วยให้เด็กสามารถคาดเข็มขัดนิรภัยที่ติดตั้งมากับรถยนต์ได้พอดีตัว

ทั้งนี้ การใช้เปลเด็กอ่อนจะสามารถช่วยลดอัตราการตายของเด็กทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี ได้ประมาณร้อยละ 71 ส่วนในเด็กเล็กที่นั่งเก้าอี้ของเด็กจะลดอัตราการตายลงได้ประมาณร้อยละ 54 รวมทั้งจะช่วยลดการบาดเจ็บที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลได้ถึงร้อยละ 69

ถ้าสนใจซื้อหามาใช้งานกับเจ้าตัวน้อย แผนกเด็กในห้างใหญ่ๆ มีขายกันมากพอสมควร แถมบริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์ปัจจุบัน ก็มักบรรจุไว้ในหมวดอุปกรณ์ตกแต่ง และเพื่อความปลอดภัยในโบร์ชัวร์อุปกรณ์ตกแต่งประจำรุ่น

แต่เนื่องจากเบาะเด็กทั้งหมดที่ขายในตลาดบ้านเรา เป็นของนำเข้าทั้งสิ้น การเลือกซื้อในวันนี้ นอกจากพึ่งข้อมูลจากพนักงานขาย ยังควรที่จะต้องไปสืบเสาะข้อมูลอื่นมาเพิ่มเติมอีก เช่น ความมีชื่อเสียงของยี่ห้อ ผู้ผลิต ประเทศผู้ผลิต มาตรฐานอุตสาหกรรมในประเทศผู้ผลิต เพื่อการันตีคุณภาพด้วยตัวคุณเอง

ฉะนั้น ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ภาครัฐจะให้ความใส่ใจอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยสำหรับอนาคตของชาติมากยิ่งขึ้น

มือสอง น่าสนไหม ?

มือสอง จากญี่ปุ่น ขายตาม เซียงกง และมือสองที่ขายในเวบไซท์ คงต้องไปดูของด้วยตัวเองว่าสภาพดี คุ้มราคาหรือไม่ จุดยึดเพื่อความปลอดภัยต่างๆ ยังอยู่ในสภาพเหมาะสมกับการใช้งานหรือไหม เบาะสกปรกไปก็ไม่ไหว ต้องจ้างร้านซักเบาะถึงจะสะอาด แต่ก็มีปัญหาที่น้ำยาเคมีเป็นอันตรายต่อเด็ก ฉะนั้นเลือกที่ไม่สกปรกเท่าไร ทำความสะอาดด้วยเครื่องดูดฝุ่นได้ ราคามือสองแบบนี้ มีราคาตั้งแต่ครึ่ง-เกินครึ่งมาหน่อย เมื่อเทียบกับของใหม่

แต่ส่วนใหญ่แล้วคนที่ขายเบาะเด็กมือสองในบ้านเรา มักเป็นคนรู้จักมักจี่ มีลูกในวัยไล่เลี่ยกัน ลูกตัวโต กว่าเบาะเดิม ต้องซื้อเบาะใหม่ใช้ เบาะเก่าก็ขายในราคากันเอง คุณมีญาติ หรือเพื่อนแบบนี้ไหม ซื้อต่อจากเขา เชคชิ้นส่วนเพื่อความปลอดภัยให้ถ้วนทั่ว มือสองแบบนี้ น่าสนใจกว่า ราคาก็ต่อรองได้เยอะกว่า

อย่าเข้าใจผิด !

มีพฤติกรรมหลายอย่างที่ พ่อ/แม่ ทำกันจนเคยชิน และกลายเป็นสิ่งที่คิดว่าถูก ปกป้องลูกน้อยอันตรายจากอุบัติเหตุจากการโดยสารรถยนต์ได้ แต่แท้จริง ไม่ใช่ !

1. นั่งตัก กอดไว้ ปลอดภัยแน่นอน

หยุดให้เด็กเป็น “แอร์แบก” ทีเถอะ แรงปะทะจากอุบัติเหตุนั้นรุนแรงกว่าที่คิด มือที่โอบกระชับลูกไว้เหนียวแน่น ไม่เพียงพอหรอกที่จะคุ้มครองเขาได้ ทางที่ดีหาเบาะเด็กให้ลูกรักของคุณจะดีที่สุด หากไม่มีเบาะเด็กจริงๆ ควรให้เด็กโดยสารที่เฉพาะเบาะหลัง ค่อนไปทางซ้ายหรือขวาเท่านั้น ห้ามให้เด็กนั่งเบาะหน้าโดยเด็ดขาด เพราะหากให้เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี นั่งเบาะหลัง จะสามารถเพิ่มความปลอดภัย ในการโดยสารรถยนต์ ได้ถึงร้อยละ 37

2. ไม่ต้องใช้เบาะเด็ก รัดเข็มขัดนิรภัยของรถไปเลย

เข็มขัดนิรภัยที่ติดตั้งในรถยนต์ ได้รับการออกแบบมาสำหรับสรีระผู้ใหญ่เท่านั้น การที่ให้เด็กเล็กคาดเข็มขัดนิรภัยของรถ เป็นอันตรายมากกว่านั่งบนเบาะเด็กมาก หรือกระทั่งนั่งโดยไม่คาดอะไรเลยก็ตาม เพราะเข็มขัดนิรภัยที่ไม่สามารถรัดร่างกายเด็กได้แน่น เมื่อเกิดแรงปะทะ เด็กจะหลุดออกจากเข็มขัดนิรภัย ร้ายกว่านั้นเข็มขัดอาจกลายเป็นมัจจุราช บาดตามร่างกาย เช่น ท้อง หรือคอ จนถึงขั้นเสียชีวิต แต่สำหรับเด็กอายุใกล้ 10 ปี หรือตัวโตพอ อาจใช้ที่นั่งเสริม แล้วจึงใช้เข็มขัดนิรภัยของรถรัดได้

3. ให้นั่งเบาะเด็กแล้ว แต่เอาไว้เบาะหน้า

การติดตั้งที่นั่งเด็ก ควรคำนึงถึงอายุ และขนาดของเด็ก โดยหากเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี หรือมีน้ำหนักน้อยกว่า 9 กก. ควรให้นั่งหันไปด้านหลังรถเสมอ เพราะส่วนศีรษะของเด็กจะใหญ่มาก เมื่อเทียบกับขนาดลำตัว และกระดูกคอยังไม่แข็งแรงพอ ที่จะรับแรงกระแทกได้ ส่วนเด็กอายุตั้งแต่ปีครึ่ง สามารถนั่งหันไปด้านหน้ารถได้ แต่อย่างไรก็ตามควรให้เด็กนั่งบนเบาะเด็ก ที่ติดตั้งบนตำแหน่งเบาะหลังเท่านั้น ส่วนเบาะหน้าสามารถนั่งได้ แต่ให้หันไปทางหลังรถ และมีเงื่อนไข คือ ต้องเป็นรถที่ไม่มีถุงลมนิรภัย เพราะแรงอัดจากถุงลมนิรภัยอาจทำให้เด็กถึงแก่ชีวิตได้

4. มีจุดยึดเบาะมาให้ ใช้ไม่ใช้ก็ค่าเท่ากัน

รถบางรุ่นมีจุดยึดเบาะเด็กมาให้ แต่บางรุ่นไม่มี ส่วนเบาะเด็ก บางรุ่นก็มีสลักสำหรับลอคยึดกับรถ แต่บางรุ่นไม่มีเช่นกัน ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ และเบาะเด็กมีให้ไม่เท่ากัน ขอบอกว่าถ้าทั้งรถ และเบาะเด็กมี ก็อย่าลืมที่จะลอคให้แน่นหนาด้วย นอกเหนือจากการยึดกับเข็มขัดนิรภัยของรถเพียงอย่างเดียว เพราะเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์บางรุ่น หรือในกรณีที่ชนแรงๆ เข็มขัดอาจไม่สามารถรั้งผู้ที่รัดอยู่ได้รวดเร็วเพียงพอ

มาตรฐาน เบาะเด็ก ยุคนี้

ในอดีต ปัญหาสำหรับพ่อ/แม่ ในการใช้เบาะเด็ก คือ ความยุ่งยากในการติดตั้ง แต่ละชนิดแต่ละยี่ห้อ ก็มีวิธีการติดตั้งไม่เหมือนกัน จนอาจจะติดตั้งผิดโดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดอันตรายอย่างใหญ่หลวง

เคยมีการสำรวจในสหรัฐอเมริกาว่า มีผู้ใช้ถึงร้อยละ 80 ที่เคยติดตั้งผิดวิธี ส่วนในเยอรมนีร้อยละ 63

ฉะนั้นจึงต้องหามาตรฐานใหม่ และเป็นแบบเดียวกัน ทั้งผู้ผลิตรถยนต์ และผู้ผลิตเบาะเด็ก เพื่อให้การติดตั้งที่นั่งเด็ก ทำง่าย ไม่สับสนอย่างที่เคย

เวลานี้ ในยุโรปได้ออกมาตรฐานออกมา 2 ประเภท คือ

UCRA (UNIFORM CHILD RESTRAINT ANCHORAGE)

เป็นเทคโนโลยีสหรัฐอเมริกา มีสายยื่นออกมาจากด้านข้างของเบาะเด็ก ปลายสายเป็นสลักเมื่อวางที่นั่งเด็กลง กดสลักให้ลอคกับจุดยึดที่ติดรถ เป็นอันเสร็จพิธี

ISOFIX (INTERNATIONAL STANDARDS ORGANIZATION FIX)

เป็นเทคโนโลยียุโรป การทำงานคล้ายกัน แต่ไม่ใช้สายเข็มขัด ขายึด 2 ตัว จะยื่นออกมาจากที่นั่งเด็กโดยตรง มีระยะห่าง ซ้าย/ขวา เป็นมาตรฐานเท่ากันหมดทุกยี่ห้อ จุดยึดติดตั้งไว้ที่รอยต่อระหว่างพนักพิงกับเบาะของที่นั่งหลัง นำเบาะเด็กที่มีสลักอยู่แล้ว มาเสียบเข้ากับขายึดได้ทันที

ทั้ง 2 แบบ มีจุดเด่นจุดด้อยต่างกัน แบบ UCRA พบว่า อาจเกิดการสับสนในการติดตั้งได้บ้าง เพราะจุดยึดที่อยู่ที่รถยนต์ หน้าตาเหมือนจุดยึดเข็มขัดนิรภัย อาจเสียบผิดที่กันได้ ส่วนแบบ ISOFIX เบาะเด็กจะราคาสูงกว่า และมีขนาดเทอะทะ น้ำหนักมากกว่า

อย่างไรก็ตาม รถที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา และยุโรปทุกคัน ต้องมีเทคโนโลยีอย่างใดอย่างหนึ่ง
ใน 2 แบบนี้ ส่วนในบ้านเรามีเพียงรถนำเข้า และประกอบในประเทศบางรุ่นบางยี่ห้อเท่านั้น ที่มีมาตรฐาน 2 แบบนี้ แถมเบาะเด็กบางรุ่นก็ไม่มีทั้งสลัก และขายึดอีกด้วยซ้ำไป

ฉะนั้นยามที่คุณเลือกรถ และเลือกเบาะเด็ก ควรเอาเกณฑ์นี้ไปร่วมพิจารณาด้วย

เดี๋ยวนี้หมดยุคใช้เพียงเข็มขัดนิรภัยรัดตรึงเบาะเด็กแล้ว !

โครงการน่าสนของคนรักเด็ก

โครงการ “คุณหนูปลอดภัยในยานยนต์” เป็นโครงการเพื่อสนับสนุน และส่งเสริมความปลอดภัยของเด็กในรถยนต์ที่เราพิจารณาว่าเป็นรูปธรรมสูงสุด และมีมาต่อเนื่องยาวนาน ก่อตั้งขึ้นโดย บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด และ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย จำกัด ที่มีนโยบายหลัก คือ การเน้นเรื่องความปลอดภัยในการโดยสารรถยนต์สำหรับเด็ก ได้แบบอย่างจากการเริ่มดำเนินกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 2540 จึงมุ่งมั่นที่จะสืบทอดนโยบายหลักนี้ โดยริเริ่มโครงการ “คุณหนูปลอดภัยในยานยนต์” ขึ้นในปี 2543 โดยได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ สถาบันการแพทย์ด้านอุบัติเหตุและสาธารณภัย กองบังคับการตำรวจจราจร

ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินกิจกรรม อาทิ จัด โรดโชว์ ให้กับพ่อ/แม่ ผู้ปกครอง และเด็กนักเรียน ตามโรงเรียนต่างๆ ให้เห็นความสำคัญ และรณรงค์ให้ใช้ เบาะเด็ก และอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยสำหรับเด็กในรถยนต์อื่นๆ ทั้งยังมีการทำวิจัยในเรื่องที่เกี่ยวข้องเสนอต่อสาธารณะ และรัฐบาล เพื่อเป็นแรงผลักดันให้สังคมเห็นความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของเด็กในรถยนต์มากยิ่งขึ้น

ภาครัฐสนไหม ?

โครงการนี้ มีข้อมูลที่น่าสนใจ โดยเผยผลสำรวจจากกลุ่มประชากรจำนวน 3,000 ฉบับ พบว่า กว่าร้อยละ 94 เรียกร้องให้รัฐบาลลดภาษีเบาะเด็ก ขณะที่กว่าร้อยละ 95 ต้องการให้รัฐบาลออกมาตรการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการโดยสารรถยนต์สำหรับเด็ก

นอกจากนี้ ร้อยละ 80 ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า รัฐบาลไม่มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการโดยสารรถยนต์อย่างปลอดภัยสำหรับเด็กอย่างเพียงพอ และกว่าร้อยละ 86 เรียกร้องให้รัฐบาลติดตั้งเบาะเด็กในรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถ แทกซี และรถโดยสารประจำทาง ซึ่งหากรัฐบาลทำให้…

นี่แหละ ประชานิยมของแท้ครับท่าน !?!



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการบทความและสารคดี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2552
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/TAjEk

Follow autoinfo.co.th