บทความ

4 วิธี “ปรับภูมิทัศน์” ห้องสัมภาระ สำหรับรถติดแกส


ปัญหาของการใช้แกส อาจแบ่งได้เป็น 2 เรื่องใหญ่ เรื่องแรก คือ ปัญหาด้านเทคนิค เช่น ขับๆอยู่ เครื่องดับไปเฉยๆ หรือประสิทธิภาพการทรงตัวแย่ลง เพราะต้องแบกน้ำหนักมากขึ้น กับเรื่องที่ 2 คือ ปัญหาด้านอรรถประโยชน์ และความสวยงาม เพราะตามกฎหมาย ต้องติดตั้งถังแกสไว้ในห้องสัมภาระ ทำให้เนื้อที่หายไปเกือบครึ่ง หรือมากกว่า แถมยังต้องทนรำคาญตากับแคพซูลยักษ์ สีดำ/เทา/ครีม ที่นอนแอ้งแม้งอยู่ท้ายรถอีกต่างหาก

 

ปัญหาแรก “ฟอร์มูลา” เขียนถึงไปหลายครั้งแล้ว ฉะนั้น “เกาะกระแส” ฉบับนี้ ก็เลยจะเขียนถึงปัญหาที่ 2 บ้าง ใครติดตั้งแกสอยู่ พลาดไม่ได้เด็ดขาด !

ปัจจุบัน ธุรกิจ “ปรับภูมิทัศน์” ห้องสัมภาระ และ การตกแต่งถังแกส เติบโตขึ้นตามปริมาณผู้ติดตั้งแกสกับรถ โดยเฉพาะรถประเภท เอมพีวี/เอสยูวี/แวกอน และรถกระบะ ซึ่งได้รับความนิยมเป็นพิเศษ เพราะอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้จากภายนอกรถ ต่างจากเก๋งที่ถ้าไม่เปิดฝากระโปรงท้าย ก็ไม่มีใครรู้ใครเห็นด้วย

 

วิธี “ปรับภูมิทัศน์” ห้องสัมภาระซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในวันนี้มี 4 แบบ ครับ

1. ตีตู้

พูดถึงการตีตู้ หลายคนคงนึกถึงเรื่องเครื่องเสียงรถยนต์ไปเลย แต่ไม่ใช่ ! เพราะการตีตู้ก็ใช้ในการปกปิดถังแกสได้เหมือนกัน สำหรับพื้นที่ซึ่งลดลงจากการติดตั้งถังแกสในห้องสัมภาระ คงแก้อะไรไม่ได้ เพราะถังแกส และห้องสัมภาระมีขนาดตายตัว ถังแกสแทนที่เข้าไปมากเท่าไร ความจุห้องสัมภาระก็ลดน้อยลงไปเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การ “ตีตู้” ที่ว่า คุณสามารถช่วยช่างออกแบบได้ เพราะร้านตีตู้ส่วนใหญ่มักเป็นร้านประดับรถยนต์ หรือร้านติดตั้งเครื่องเสียง แปลงกายมารับตีตู้ปิดถังแกส คุยกับช่างได้เลยว่าอยากให้มีช่องเล็กช่องน้อยเพื่อใส่ของจุกจิก และวางของบนถังได้โดยไม่เลื่อนไหลแบบไหน อย่างไร เพื่อให้ได้ประโยชน์ใช้สอยเพิ่มขึ้น ส่วนวัสดุที่ใช้ก็เป็นจำพวกไม้อัดทั่วไป หุ้มด้วยพรม หรือหนังไวนิล สามารถเลือกสี และตกแต่งได้ตามแบบที่มีให้เลือก ข้อเสีย คือ หนัก และติดตั้งตายตัว ถ้าออกแบบไม่สวย หรือประโยชน์ใช้สอยน้อยแต่แรก อยากแก้ไข ก็ต้องรื้อทำใหม่สถานเดียว ถ้าใครอยากตีตู้ ส่วนใหญ่ช่างเขาคิดค่าฝีมือรวมอุปกรณ์ตั้งแต่ 2,500-3,500 บาท

 

2. ติดตั้งชุดครอบถังแกสสำเร็จ

ปัจจุบันมีบริษัทที่ผลิตชุดครอบถังแกสใหญ่ 2 เจ้าด้วยกัน และใช้วัสดุที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เจ้าแรก คือ บริษัท แวนด้าแพค จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์พื้นปูกระบะ แมกซ์ ไลเนอร์ ที่รู้จักกันดี เพิ่งเปิดตลาด แมกซ์ แทงค์ คัฟเวอร์ (MAX TANK COVER) เมื่อไม่นานมานี้ ดูด้วยตาแล้ว วัสดุคล้ายพื้นปูกระบะ แต่ที่จริงเป็น เอบีเอส ผสมโพลีเมอร์ ซึ่งทั้งแข็ง และเหนียว ฉะนั้น ข้อดี คือ แข็งแรง ยืดหยุ่นสูง ทนต่อการขูดขีด ติดไว้ในห้องสัมภาระแล้วไม่ต้องกลัวของไปกระแทกถังแกส ข้อต่อต่างๆ ที่บอบบาง และ พลาสติดปิดชุดวาล์วอัตโนมัติ ในรายที่ติด แอลพีจี ทำความสะอาดด้วยน้ำได้ ทนสารเคมีกัด และทนความร้อนได้ถึง 80 องศาเซลเซียส แต่ยังมีข้อที่ควรแก้ไขเล็กน้อย คือ การติดตั้งที่แข็งแรง มีจุดยึดมาก กลายเป็นอุปสรรคยามที่ต้องดูแลรักษา คือ ติดตั้งไปแล้วเปิดออกยากว่างั้นเถอะ ในกลุ่มรถเก๋ง/เอมพีวี/เอสยูวี/แวกอน ติดตั้งเกือบตายตัว (ใช้หมุดพลาสติค ที่ต้องใช้ไขควงแงะ) ส่วนรถกระบะ ติดตั้งโดยครอบกับถังแกสที่ติดตั้งบนพื้นกระบะบริเวณด้านหลังของหัวเก๋ง แล้วยึดกับขอบกระบะด้วยบานพับ เมื่อพับครอบลงมาแล้วยึดด้วยหมุดพลาสติคเหมือนกับรถกลุ่มแรก อ้อ… อีกอย่าง คือ ไม่ได้ผลิตออกมาตรงรุ่นรถเป๊ะๆ จึงไม่เข้ารูปเท่ากับการตีตู้ครอบแบบสดๆ แมกซ์ แทงค์ คัฟเวอร์ มีขายที่ร้านติดตั้งแกส และร้านประดับรถยนต์ทั่วไป ราคาตั้งแต่ 3,000-3,500 บาท

เจ้าที่ 2 บริษัท เอเด็กซ์ ออโต้คราฟท์ จำกัด เรียกผลิตภัณฑ์ของตัวเองว่า จี-ไลเนอร์ (G-LINER) และนิยามไว้ว่ามันคือ “ผนังครอบถังแกสรถยนต์” เพราะใช้วัสดุแบบเดียวกับที่บุในห้องสัมภาระรถยนต์ ข้อดีที่ผู้ผลิตบอก คือ ใช้เส้นใยสังเคราะห์พิเศษ เอเอมเอฟ (AMF: ADVANCE MICRO FILAMENT) ที่เหนียว ทนต่อการเสียรูปที่อุณภูมิสูง ไม่ลามไฟ ซักได้ ทั้งชิ้นน้ำหนักเบาแค่ขีดเดียว ติดตั้งง่าย แค่ครอบเข้าไป แล้วยึดด้วยตีนตุ๊กแก ถ้าเป็นของ ซีเอนจี ก็ต้องรัดด้วยสายผ้าอีกหน่อย เป็นอันเสร็จพิธี ที่สำคัญถอดออกง่าย จึงสามารถตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ได้สบาย หรือถ้าขี้เกียจถอด ในรุ่นที่ใช้กับถัง แอลพีจี ก็มีช่องเปิด/ปิดสำหรับตรวจสอบบริเวณวาล์วอยู่แล้ว แต่ก็มีข้อเสียที่ยังไม่มีรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับถัง แอลพีจี ที่ติดตั้งวาล์วอัตโนมัติ อีกทั้งยังไม่ทนต่อการกระแทกเท่าไร ไม่ได้ผลิตออกมาตรงรุ่นรถ และใช้ได้แต่กับรถกลุ่มรถเก๋ง/เอมพีวี/เอสยูวี/แวกอน ไม่มีรุ่นสำหรับรถกระบะ (เพราะโดนฝนแล้วเปื่อยแน่) มีขายที่ร้านติดตั้งแกส และร้านตัวแทนจำหน่ายราคาประมาณ 1,500 บาท บวก/ลบ ทั้ง แอลพีจี และ ซีเอนจี

 

3. หุ้มหนัง

ถ้าใครไม่อยากมีอะไรมาครอบให้เกะกะ วิธีนี้ก็น่าสน เพราะเป็นงานง่ายๆ แต่มีสไตล์ และเข้ากับรถด้วย ยิ่งโดยเฉพาะรถกลุ่ม เอมพีวี/เอสยูวี และ แวกอน ยิ่งเหมาะ เพราะการหุ้มด้วยหนังไวนิล หรือหนังแท้ (แล้วแต่จะเลือก) สามารถคัดสีสันที่เหมาะสมกับสีคอนโซล เบาะ หรือแผงประตู ภายในรถได้ แถมใช้วิธีการตัดเย็บอย่างง่ายๆ ด้วยการใช้กระดาษแข็งวัดแบบ แล้วตัดขึ้นรูป เหมือนวิธีการเย็บเบาะนั่นแหละ ซึ่งจะเข้ารูป และแนบสนิทกับถังแกส โดยเฉพาะถัง ซีเอนจี ที่ดูกลมกลืนตลอด เพราะไม่มีวาล์วมาคั่นกลาง ส่วนถ้าเป็นถัง แอลพีจี ต้องตัดแบบโดยเจาะเว้าช่วงวาล์วไว้ด้วย ก่อนหน้านี้ยังไม่มีร้านที่รับหุ้มหนังถังแกสโดยเฉพาะ ต้องใช้บริการร้านทำเบาะที่สนิทกัน แต่เดี๋ยวนี้ขึ้นป้ายหราโชว์หน้าร้านมากมายว่า “รับหุ้มหนังถังแกส” ค่าหนังบวกค่าฝีมืออยู่ที่ 800- 2,000 บาท

 

4. ติดสติคเกอร์

ใครใช้อินเตอร์เนทประจำ คงได้รับ ฟอร์เวิร์ด เมล เกี่ยวกับ “GAS GALLERY” ซึ่งเป็นการแนะนำกันปากต่อปาก ของวิธีการตกแต่งถังแกสแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นชื่อของการส่งเสริมการขาย (ติดตั้ง) ของร้าน มงคลออโตแก๊ส โดยใช้สติคเกอร์แบบทนแดด ทนน้ำ (เลยติดบนถังแกสท้ายกระบะได้สบาย) ลวดลายต่างๆ ติดลงไปบนถังแกส ให้กับลูกค้าทุกคนที่ต้องการ “ฟรี” ถือเป็นศิลปะบนถังแกส ที่เป็นจุดเด่นของร้าน และถูกถามถึงกันบ่อยมาก โดยสติคเกอร์ที่ว่ามีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ หลักๆ แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กีฬา เหมาะกับผู้ชาย/ตัวการ์ตูน เหมาะกับผู้หญิง และลูกๆ/แบบเซกซี เหมาะกับวัยรุ่น/ใบปิดหนัง เหมาะกับคอหนัง และ แบบตามใจลูกค้า โดยให้ลูกค้าเลือกรูปที่ตัวเองชอบ (เช่น รูปครอบครัว/แฟน หรือรถคันรัก) มาให้กับทางร้าน ซึ่งมีทีมงานที่ทำสติคเกอร์โดยเฉพาะจัดทำให้ แต่หากใครไม่ได้ติดตั้งแกสกับร้านแล้วอยากติดบ้างก็มีขาย ในราคา 300 บาท เอาไปติดเองได้ทันที

 

ข้อแนะนำก่อนคิด “ปรับภูมิทัศน์”

1. ไม่ชอบใจถังแกสเดิมๆ จริงๆ
เพราะถังแกสเดิมๆ แม้ไม่สวยเท่าไร และดูน่ากลัวไปนิด แต่เมื่อมันเปลือยอยู่อย่างนั้น จึงดูแลรักษาง่าย เกิดเหตุแกสรั่วขึ้นมาก็แก้ไขได้ทันท่วงที ฉะนั้นถ้า “รับได้” ก็ไม่ต้องไปหาอะไรมาครอบ หรือหุ้มให้ยุ่งยาก

2. ไม่วุ่นวายกับตัวถังมากเกินไป
ถ้ามีวิธีไหนที่ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับตัวถังรถได้ ควรจะเลือกเป็นวิธีลำดับต้นๆ เพราะลำพังการติดตั้งแกสก็ต้องเจาะตัวถังมากมายอยู่แล้ว ถ้า “น้องหนิม” ถามหาก็ตัวใครตัวมัน

3. ต้องประหยัดเนื้อที่
ถ้าตัดสินใจแล้วว่าจะปรับภูมิทัศน์ ต้องคิดให้ดีว่าเนื้อที่จะไม่ลดลงไปกว่าเดิมมาก หรืออาจทดแทนด้วยการมีประโยชน์ใช้สอยที่เพิ่มขึ้น

4. แข็งแรง ทนทาน
ควรเลือกวัสดุที่แข็งแรง ทนต่อการกระแทก หากคุณใช้งานห้องสัมภาระสมบุกสมบัน แต่ถ้าใช้น้อย หรือใช้ระวังอยู่แล้วก็สามารถใช้วัสดุอื่น แต่ต้องทนทาน ไม่พังง่าย จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ

5. เปิด/ปิดได้ เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ
การติดตั้งแกสชนิดใดก็ตาม ต้องมีการตรวจสอบอยู่เสมอ อย่างง่ายที่สุดก็คือดูด้วยสายตา ฉะนั้นการมีช่องเพื่อตรวจสอบ หรือออกแบบให้ถอด/ใส่ได้ง่าย จึงมีความสำคัญ

6. ทำความสะอาดง่าย
ท้ายรถ คือห้องสัมภาระ หรือในรถกระบะซึ่งต้องตากแดดตากลมเสมอ มักจะสกปรกง่าย จะใช้วิธีไหนก็ตามต้องสามารถทำความสะอาดได้ เช่น เอาผ้าเช็ด หรือถอกซักได้

 

ขอขอบคุณ
ร้าน มงคลออโต้แก๊ส
บริษัท แวนด้าแพค จำกัด



------------------------------
เรื่องโดย : ศิธา เธียรถาวร
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2551
คอลัมน์ : เกาะกระแส
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/TUBMH

บทความที่เกี่ยวข้อง

รถแต่งทเรนด์ใหม่ โดนใจ วัยจี๊ด !
JUMPSTART POWERBANK
ไฟวิ่ง พลังเสียง
เครื่องเตือนกล้องจับความเร็ว
อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th