ทดสอบ

ทดสอบ

TOYOTA COROLLA CROSS

รูปทรงบึกบึน กว้างขวาง กับระบบไฮบริด คือ ความลงตัวที่รอคอย !

26 Oct 2020

ครอสส์โอเวอร์ คือ รถที่ถูกคาดหวังเรื่องความแปลกใหม่ ทันสมัย กับส่วนผสมที่อยู่ระหว่างการขับขี่ที่สะดวกสบาย กับประโยชน์ใช้สอยที่ลงตัว หลายค่ายจึงรังสรรค์รถยนต์ประเภทนี้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่แท้จริงแล้ว คำตอบที่ใครหลายคนต้องการ อาจอยู่ที่คุณลักษณะขั้นพื้นฐาน ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย รถยนต์ที่เราทดสอบในครั้งนี้จะท้าทายสิ่งที่กล่าวมาได้หรือไม่ มาพิสูจน์ไปพร้อมกันกับ TOYOTA COROLLA CROSS (โตโยตา โคโรลลา ครอสส์)

EXTERIOR ภายนอก

 

เพิ่มเหลี่ยมสัน อารมณ์ตัวลุย ★★★★✩

 
เมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับเดียวกัน COROLLA CROSS มีบุคลิกที่เน้นความบึกบึน มีความเป็นรถครอบครัวชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับครอสส์โอเวอร์ร่วมค่ายอย่าง C-HR (ซี-เอชอาร์) ซึ่งเน้นความทันสมัย และเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว เน้นตลาดคนละสไตล์ ขณะที่ MAZDA CX-30 (มาซดา ซีเอกซ์-30) เน้นความปราดเปรียว ราวกับตัวถังแฮทช์แบค เส้นสายพลิ้วไหว ส่วน MG HS (เอมจี เอชเอส) เน้นขนาดตัวที่ใหญ่โตอย่างชัดเจน เกินหน้าคู่แข่งรายอื่น ในราคาที่ใกล้เคียงกัน
 


INTERIOR ภายใน

 

กว้างขวาง นั่งสบาย ★★★★✩

 
ด้วยตัวถังที่บึกบึน ส่งผลดีต่อห้องโดยสารของ COROLLA CROSS ให้มีความกว้างขวางที่น่าพอใจมาก โปร่งโล่งกว่า C-HR อย่างชัดเจน โดยเฉพาะผู้โดยสารด้านหลัง ไม่อึดอัดแต่อย่างใด กระจกประตูมีขนาดใหญ่ ให้ทัศนวิสัยที่ดี เสริมด้วยหลังคาซันรูฟ การตกแต่งโดยรวมเน้นความเรียบง่าย ไม่หวือหวาแบบรถยนต์ไฮบริดบางรุ่น มีความคล้ายคลึงกับ COROLLA ALTIS (โคโรลลา อัลทิส) ทั้งรูปทรงของคอนโซลหน้า แผงหน้าปัด ส่วนผู้ขับมีทัศนวิสัยที่น่าพอใจเช่นกัน ตำแหน่งเบาะนั่งสูงขึ้นมาเล็กน้อย ตามแบบฉบับครอสส์โอเวอร์สไตล์ เอสยูวี วัสดุที่ใช้ตกแต่งประกอบด้วยพลาสติคขึ้นรูป และชุดหนัง แต่บางจุดยังใช้วัสดุที่ไม่สมราคา นอกจากนี้ เบรคมือยังเป็นแบบเท้าเหยียบ (บริเวณฝั่งซ้ายของผู้ขับ) ทั้งที่ COROLLA ALTIS เป็นแบบไฟฟ้าแล้ว นอกจากนี้ ในรุ่นทอพยังไม่มีแป้นแพดเดิล ชิฟท์ มาให้ใช้งาน ทั้งที่คู่แข่งหลายเจ้าติดตั้งมาให้ การแสดงผลระบบไฮบริดจะอยู่บนจอภาพตรงกลางมาตรวัดเท่านั้น
 


ENGINE เครื่องยนต์

 

ระบบไฮบริดเน้นประหยัด ขับไหลลื่น ★★★★★

 
ขุมพลังของ COROLLA CROSS (รุ่นทอพ) คือ เครื่องยนต์ไฮบริด ประกอบด้วยเบนซิน ขนาด 1.8 ลิตร (กำลังสูงสุด 98 แรงม้า) และมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน (กำลังสูงสุด 105 แรงม้า) คิดเป็นกำลังทั้งระบบตามที่ผู้ผลิตระบุ คือ 122 แรงม้า มีแรงบิดที่เยอะกว่าเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.8 ลิตร ทั่วไป จุดเด่น คือ การประหยัดเชื้อเพลิงที่ดี หากมีการขับขี่ที่ผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์สันดาป และมอเตอร์ไฟฟ้า รวมถึงการส่งกำลังที่ไหลลื่น แต่จะทำได้ดีแค่ไหน มาทดสอบกันเลย
 
TOYOTA COROLLA CROSS มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. คือ 14.3 วินาที อัตราเร่ง 0-1,000 ม. ทำได้ที่ 35.6 วินาที (ที่ความเร็ว 148.1 วินาที) ตามด้วยอัตราเร่งยืดหยุ่นที่ความเร็ว 60-100 กม./ชม. คือ 7.6 วินาที และ 80-120 กม./ชม. ที่ 10.5 วินาที จากอัตราเร่งแต่ละส่วนพอจะเห็นภาพรวมได้ว่า เครื่องยนต์ไฮบริดของรถรุ่นนี้ (บลอคเดียวกับ C-HR และ COROLLA ALTIS) มีอัตราเร่งที่ไม่หวือหวามากนัก แม้จะมีแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้ามาเสริมการขับเคลื่อนก็ตาม การปรับแต่งเน้นการส่งกำลังที่ไหลลื่นต่อเนื่อง ความรู้สึกขณะกดคันเร่งอาจไม่กระแทกกระทั้นเมื่อออกตัว แต่หลังจากที่มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยส่งกำลังอีกแรง สามารถไต่ความเร็วได้ต่อเนื่อง รองรับการใช้งานทั่วไปได้สบาย
 
เทียบอัตราเร่งกับครอสส์โอเวอร์ร่วมค่ายอย่าง C-HR (เครื่องยนต์ไฮบริด 122 แรงม้า เช่นกัน) มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. คือ 13.1 วินาที อัตราเร่ง 0-1,000 ม. ทำได้ที่ 34.4 วินาที (ที่ความเร็ว 154.7 วินาที) ตามด้วยอัตราเร่งยืดหยุ่นที่ความเร็ว 60-100 กม./ชม. คือ 7.1 วินาที และ 80-120 กม./ชม. ที่ 9.4 วินาที จะเห็นได้ว่า C-HR อาศัยตัวถังที่ปราดเปรียวกว่า ทำให้มีอัตราเร่งดีกว่า COROLLA CROSS เล็กน้อย แม้ใช้เครื่องยนต์ไฮบริดบลอคเดียวกันทุกประการ
 
เทียบอัตราเร่งกับคู่แข่งอย่าง MAZDA CX-30 (เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 165 แรงม้า) มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. คือ 11.0 วินาที อัตราเร่ง 0-1,000 ม. ทำได้ที่ 32.2 วินาที (ที่ความเร็ว 167.8 วินาที) ตามด้วยอัตราเร่งยืดหยุ่นที่ความเร็ว 60-100 กม./ชม. คือ 5.4 วินาที และ 80-120 กม./ชม. ที่ 6.9 วินาที ด้วยพละกำลังที่มากกว่า ทำให้ CX-30 มีความได้เปรียบในแง่ของอัตราเร่ง
 
เทียบอัตราเร่งกับ MG HS (เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 163 แรงม้า) มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. คือ 10.6 วินาที อัตราเร่ง 0-1,000 ม. ทำได้ที่ 32.4 วินาที (ที่ความเร็ว 164.0 วินาที) ตามด้วยอัตราเร่งยืดหยุ่นที่ความเร็ว 60-100 กม./ชม. คือ 5.2 วินาที และ 80-120 กม./ชม. ที่ 7.9 วินาที อีกหนึ่งครอสส์โอเวอร์ที่มีราคาใกล้เคียงกัน แต่มีขนาดตัวใหญ่กว่ามาก ด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ ทำให้มีอัตราเร่งที่ฉับไวกว่า COROLLA CROSS (และใกล้เคียงกับ CX-30)
 
ถัดมา คือ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ที่ความเร็ว 60/80/100/120 กม./ชม. ทาง COROLLA CROSS ทำตัวเลขได้ดังนี้ 48.6/17.7/17.5/12.5 กม./ลิตร สาเหตุที่ตัวเลขของช่วงความเร็ว 60 กม./ชม. แตกต่างจาก 80 กม./ชม. มากมาย เนื่องจากช่วงความเร็วต่ำ ระบบสามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนๆ ได้ใช้ประโยชน์จากระบบไฮบริดจริงๆ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจึงดีมาก (จนกว่าระดับแบทเตอรีจะเหลือน้อย และระบบเริ่มการชาร์จไฟฟ้าอีกครั้ง) แต่เมื่อความเร็วสูงขึ้น การขับเคลื่อนจะเป็นหน้าที่ของเครื่องยนต์เบนซินล้วนๆ (ในแง่ของการขับที่ความเร็วคงที่) อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจึงออกมาอย่างที่เห็น แต่ยังถือว่าน่าพอใจสำหรับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตร
 
หันมาเทียบกับคู่แข่งบ้าง โดยทาง C-HR มีตัวเลขที่ 39.1/24.1/16.1/14.4 กม./ลิตร มีจุดเด่นที่ความเร็วต่ำเช่นกัน แต่ของ C-HR จะสิ้นเปลืองมากกว่าเล็กน้อยที่ความเร็ว 60 กม./ชม. แต่ทำได้ดีกว่าที่ 80 กม./ชม. เนื่องจากระดับความเร็วดังกล่าวยังมีมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้วนๆ บางจังหวะ ขณะที่ 100 และ 120 กม./ชม. จะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินล้วนๆ
 
คู่แข่งอีก 2 รายที่เหลือ ใช้เครื่องยนต์สันดาปล้วนๆ CX-30 มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง คือ 29.6/23.4/18.0/15.1 กม./ลิตร ถือว่าน่าพอใจ แม้ช่วงความเร็วต่ำจะไม่สามารถทำได้เท่ากับระบบไฮบริด แต่ในช่วงความเร็วสูงใช้ความเร็วคงที่ (เสมือนการขับทางไกล) เครื่องยนต์สันดาปของ MAZDA ชิงความได้เปรียบกลับมา สุดท้าย คือ MG HS มีตัวเลข คือ 23.8/19.2/14.7/12.3 กม./ลิตร ถือว่าทำได้ดีพอสมควร ในแง่เครื่องยนต์ที่มีพละกำลังค่อนข้างมาก และแบกตัวถังขนาดใหญ่เช่นนี้ แต่โดยรวมยังเป็นรองเครื่องยนต์ไฮบริดที่ความเร็วต่ำ และสิ้นเปลืองที่ความเร็วสูงมากกว่า CX-30
 


SUSPENSION ระบบรองรับ

 

หนึบนุ่ม เน้นขับสบาย แต่ยังควบคุมได้ดี ★★★★✩

 
COROLLA CROSS เป็นครอสส์โอเวอร์ที่ถูกออกแบบให้ระบบรองรับด้านหลังเป็นแบบ ทอร์ชันบีม (ต่างจากรถยนต์ร่วมค่ายอย่าง C-HR CAMRY และ COROLLA ALTIS ที่ใช้ระบบรองรับด้านหลังแบบอิสระ) ช่วยให้ COROLLA CROSS สามารถรองรับการใช้งานที่หนักหน่วงขึ้นอีก (แต่ไม่มากจนเกินไป) เช่น การบรรทุกสัมภาระ การโดยสาร และการขับเคลื่อนบนทางขรุขระได้ในระดับหนึ่ง ระบบรองรับแบบทอร์ชันบีมอาจมีความเหมาะสมมากกว่า อย่างไรก็ตามในแง่ของการขับเคลื่อนบนพื้นทางราบ ความรู้สึกโดยรวมถือว่าน่าพอใจ มีความนุ่มนวล ผสมความหนึบแน่นที่พอเหมาะ การบังคับควบคุมง่ายดาย สมกับการมีโครงสร้างพื้นฐานร่วมกันกับรถยนต์ที่ใช้งานในเมือง นอกจากนี้ จุดที่น่าพอใจ คือ ระบบเบรคที่ทำได้ดีเกินคาด ระยะเบรคที่ความเร็ว 60/80/100 กม./ชม. คือ 15.0/25.4/40.0 ม. อยู่ในเกณฑ์ที่ดีในแง่ของการเป็นรถยนต์ไฮบริดที่ระบบเบรคมีการผสมผสานระบบชาร์จไฟฟ้า แต่มีระบบเบรคที่มีประสิทธิภาพดีมาก