ทดสอบ

ทดสอบ

AUDI A6 AVANT 45 TFSI QUATTRO

สเตชันแวกอนมาดสปอร์ทตัวจริงเสียงจริง !

26 Aug 2020

ทางเลือกของความอเนกประสงค์ในปัจจุบันมักจะถูกหันเหไปที่รถยนต์สไตล์ครอสส์โอเวอร์ กับการขับขี่ที่ใกล้เคียงรถเก๋ง แต่ยังได้พื้นที่ใช้สอย และความอเนกประสงค์คล้ายรถ เอสยูวี แต่ที่จริงแล้ว รูปแบบความอเนกประสงค์ที่มีมาก่อนหน้านี้ กับการขับขี่ที่ใกล้เคียงรถเก๋ง คือ รถยนต์สไตล์สเตชันแวกอน กับตัวเลือกที่มีไม่มากนัก โดยเฉพาะกลุ่มรถหรู แต่คนที่ชื่นชอบรถสไตล์นี้ยังคงมีตัวเลือกอยู่ และเราได้นำมาทดสอบกับ AUDI A6 AVANT (เอาดี เอ 6 อาวันท์)

EXTERIOR ภายนอก

 

พูดถึงรถยนต์ในสไตล์สเตชันแวกอน หลายคนมักจะคิดว่าความปราดเปรียวย่อมน้อยกว่ารถยนต์สไตล์ซีดาน จากตัวถังส่วนท้ายที่ถูกเสริมเข้ามา แต่สำหรับ AUDI A6 AVANT ถือเป็นข้อยกเว้น สเตชันแวกอนสัญชาติเยอรมันรุ่นนี้มีความปราดเปรียวไม่แพ้รุ่นซีดานก็ว่าได้ (นั่นคือ A6) ด้วยเส้นสายที่เน้นสันเหลี่ยมมาแต่ไหนแต่ไรตามแบบฉบับของ AUDI แต่ถูกขัดเกลาให้มีความลงตัวต่อเนื่องทั่วทั้งคัน เริ่มตั้งแต่ด้านหน้าจากไฟหน้าทรงเหลี่ยมแบบแอลอีดี รับกับกระจังหน้าขนาดใหญ่ เอกลักษณ์ของค่ายสี่ห่วงยุคปัจจุบัน ฝากระโปรงหน้าทรงโค้ง ทำให้ตัวรถดูมีความยาว ภูมิฐานมากยิ่งขึ้น แนวหลังคามีความโค้งที่พอเหมาะ ไม่ลาดเทมากเกินไปจนมีผลต่อพื้นที่ใช้สอยของห้องโดยสาร แต่เส้นสายโดยรวมยังมีความปราดเปรียว โดยเฉพาะแนวขอบกระจกหน้าต่างที่มีความคมเข้ม ขณะที่ส่วนท้ายมีความลาดเทเช่นกัน ไม่ทำมุมเป็นแนวตั้ง (ที่จะทำให้รถดูเทอะทะเกินควร) รับกับไฟท้ายทรงเหลี่ยม เมื่อเปิดใช้งานไฟเลี้ยวจะส่องสว่างเรียงตัวในแนวนอน เสริมมาดสปอร์ทด้วยท่อไอเสียคู่ 2 ข้างภายใต้กันชน นอกจากนี้เส้นสายโดยรวมถูกเพิ่มอารมณ์สปอร์ทมากยิ่งขึ้น กับรุ่นที่เรานำมาทดสอบ คือ 45 TFSI QUATTRO S LINE BLACK EDITION (45 ทีเอฟเอสไอ กวัตตโร เอส ไลน์ บแลค เอดิชัน) มาพร้อมชุดตกแต่งตัวถังรอบคัน ซึ่งเป็นรุ่นเดียวที่มีชุดตกแต่งดังกล่าวเป็นทางเลือก (ไม่มีในรุ่น 40 TFSI (40 ทีเอฟเอสไอ) และ 55 TFSI (55 ทีเอฟเอสไอ) และล้อแมกขนาด 19 นิ้ว ทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้สเตชันแวกอนรุ่นนี้มีความสปอร์ทที่จัดเต็ม อาจใกล้เคียงรถสปอร์ทบางรุ่นด้วยซ้ำ !


INTERIOR ภายใน

 

รหัส A6 จาก AUDI คือ รถยนต์ในเซกเมนท์เดียวกับ MERCEDES-BENZ E-CLASS (เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์) หรือ BMW 5-SERIES (บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์ 5) ดังนั้น ความกว้างขวางของห้องโดยสาร คือ หนึ่งในจุดเด่นที่ขาดไม่ได้สำหรับรถยนต์หรูกลุ่มนี้ และ A6 AVANT ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง กับความกว้างขวาง ภูมิฐาน ที่ทำได้น่าพอใจมาก เสริมด้วยลักษณะการออกแบบเฉพาะตัวของ AUDI ไม่ว่าจะเป็นคอนโซลหน้าที่เน้นเส้นสายแนวนอน คอนโซลเกียร์ทรงหนา แต่ยกสูงขึ้นมาพอสมควร พื้นที่ของเบาะคู่หน้าให้ความรู้สึกโอบล้อม แต่ไม่อึดอัด บรรดาปุ่มใช้งานจะเป็นระบบสัมผัส การแสดงผลต่างๆ ถูกพัฒนาให้เป็นแบบดิจิทอล ไม่ว่าจะเป็น แผงหน้าปัด VIRTUAL COCKPIT PLUS ขนาด 12.3 นิ้ว ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้หลากหลาย และมีสีสันที่คมชัด ถัดมาตรงกลางเป็นจอแสดงผลระบบความบันเทิง ส่วนจอด้านล่างเป็นบรรดาปุ่มใช้งานต่างๆ อย่างไรก็ตามการใช้งานปุ่มระบบสัมผัสอาจต้องใช้ความคุ้นเคยในช่วงแรก ในรุ่น S LINE จะติดตั้งพวงมาลัยทรงสปอร์ท หักมุมด้านล่างเล็กน้อย หุ้มหนังอย่างดี จับกระชับมือ และที่ขาดไม่ได้สำหรับ AUDI คือ คันเกียร์ทรงกระชับสั้น หัวเกียร์แนวนอนมีขนาดใหญ่ ราวกับคันเร่งความเร็วของเครื่องบิน การเปลี่ยนโหมดเกียร์จะใช้วิธีโยกขึ้น/ลง ระบบปรับอากาศแบบแยกการทำความเย็นได้ถึง 4 โซน ผู้โดยสารด้านหลังสามารถปรับอุณหภูมิได้ตามต้องการ (มีช่องแอร์ด้านหลังให้ความเย็นได้ทั่วถึงดีมาก) โดยมีปุ่มใช้งานเป็นระบบสัมผัสเช่นกัน ตัวเบาะมีความกว้างขวางยอดเยี่ยม และมีความโปร่งโล่งมากกว่ารุ่นซีดาน เสริมด้วยหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิค ทำให้ A6 AVANT มีความโดดเด่นในเรื่องความสะดวกสบาย ให้ความผ่อนคลายแก่ผู้โดยสารตลอดการเดินทางไกล และยังพับเบาะเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยด้วยการพับเบาะแยกแบบ 60:40 เมื่อพับเก็บลงมาจะทำให้พื้นรถด้านหลังเป็นแนวราบเท่ากัน ส่วนที่เก็บสัมภาระท้ายมีความกว้าง และสมมาตร ไม่ถูกกินเนื้อที่จากส่วนตัวถังใดๆ ขนสัมภาระ และจัดวางได้สะดวก ภายใต้พื้นที่ใช้สอยที่เหนือกว่ารถยนต์ เอสยูวี ด้วยซ้ำ วัสดุที่ใช้มีคุณภาพดี ตั้งแต่ด้านหน้า จนถึงส่วนท้ายของห้องโดยสาร ใส่ใจทุกรายละเอียดสมกับการเป็นรถยนต์หรู


ENGINE เครื่องยนต์

 

AUDI A6 AVANT รุ่นย่อย 45 TFSI QUATTRO (45 ทีเอฟเอสไอ กวัตตโร) ใช้เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 245 แรงม้า ที่ 5,000-6,500 รตน. แรงบิดสูงสุด 37.7 กก.-ม. ที่ 1,600-4,300 รตน. เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ภายใต้ตัวถังแบบสเตชันแวกอน ดังนี้แล้วเราจึงหันมาเทียบกับอีกหนึ่งรถหรูที่เน้นความอเนกประสงค์เช่นกัน แต่มีรูปแบบที่แตกต่างกัน นั่นคือ ครอสส์โอเวอร์ถูกออกแบบให้มีความปราดเปรียวใกล้เคียงกับกับรถเก๋งยิ่งขึ้น นั่นคือ LAND ROVER RANGE ROVER VELAR (แลนด์ โรเวอร์ เรนจ์ โรเวอร์ เวลาร์) รุ่นที่ทำตลาดในบ้านเราเป็นเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร (รหัส D180) กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 4,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 43.9 กก.-ม. ที่ 1,750-2,500 รตน. แม้พละกำลังจะไม่มากนัก แต่ชดเชยด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ลุยทางสมบุกสมบันได้ดีในระดับหนึ่ง ผนวกกับแรงบิดที่มากพอ ก่อนอื่นมาดูสมรรถนะทางเรียบของรถทั้ง 2 รุ่นกัน
 
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. A6 AVANT ทำได้ที่ 8.4 วินาที ขณะที่ RANGE ROVER VELAR คือ 10.8 วินาที ต่อเนื่องด้วยอัตราเร่งช่วง 0-1,000 ม. สเตชันแวกอนของ AUDI ทำเวลาที่ 28.9 วินาที (ที่ความเร็ว 188.3 กม./ชม.) ส่วนครอสส์โอเวอร์หรูของ LAND ROVER คือ 32.4 วินาที (ที่ความเร็ว 159.7 กม./ชม.) ขณะที่อัตราเร่งยืดหยุ่น (เสมือนการเร่งแซง) ที่ 60-100 และ 80-120 กม./ชม. A6 AVANT ทำเวลาที่ 3.9 และ 4.7 วินาที ตามลำดับ เทียบกับ RANGE ROVER VELAR มีตัวเลข คือ 5.9 และ 7.9 วินาที
 
ด้วยตัวถังที่ปราดเปรียวในสไตล์สเตชันแวกอน ผนวกกับเครื่องยนต์ที่มีพละกำลังมากพอ ทำให้ AUDI A6 AVANT มีความได้เปรียบในแง่ของอัตราเร่ง แม้ใช้โหมดการขับขี่แบบปกติ แต่การตอบสนองคันเร่งมีความฉับไวเมื่อคิคดาวน์ และตอบสนองแบบค่อยเป็นค่อยไปหากกดคันเร่งทีละน้อย แม้ทาง RANGE ROVER VELAR จะได้เปรียบในเรื่องของแรงบิดสูงสุด แต่บุคลิกของการเป็นรถยนต์สไตล์ เอสยูวี ในตัว อัตราเร่งในทางเรียบจึงไม่ใช้จุดเด่นของรถรุ่นนี้ แต่ยังมีการตอบสนองที่ดี รองรับการใช้งานทั่วไปได้ และไม่อืดแต่อย่างใด


SUSPENSION ระบบรองรับ

 

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา รหัส QUATTRO เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของ AUDI ที่สร้างชื่อมาช้านาน เรามีความรู้สึกว่าระบบรองรับดังกล่าวมีความเหมาะสมสำหรับรถยนต์สไตล์สเตชันแวกอนเช่นนี้ เพราะช่วยเพิ่มความมั่นคงขณะขับขี่อย่างได้ผล แม้ตัวถังจะมีขนาดใหญ่กว่ารถยนต์ซีดาน ในรุ่น S LINE ใช้ระบบรองรับแบบสปอร์ท มีความหนึบแน่นมากกว่ารุ่นปกติ แต่ยังปรับแต่งให้มีความนุ่มนวลในระดับที่พอเหมาะ ไม่แข็งกระด้าง แม้แต่การโดยสารบนเบาะหลังก็ไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนมากนัก มีบุคลิกที่สมกับการเป็นรถยนต์หรู พวงมาลัยมีน้ำหนักเบาในช่วงความเร็วต่ำ และเพิ่มน้ำหนักมากขึ้นเมื่อเพิ่มความเร็ว เรามีความรู้สึกว่าช่วงความเร็วปานกลางประมาณ 100-120 กม./ชม. น้ำหนักของพวงมาลัยยังเบาไปเล็กน้อย แม้ในส่วนถัดมาจะแปรผันน้ำหนักให้มากขึ้นก็ตาม แต่โดยรวมจัดเป็นระบบรองรับ และการบังคับควบคุมที่น่าพอใจ สำหรับสเตชันแวกอนมาดสปอร์ทคันนี้ อย่างไรก็ตาม ระบบขับเคลื่อน QUATTRO เน้นการใช้งานบนทางเรียบเป็นหลัก