ทดสอบ

ทดสอบ

MG ZS ปรับโฉมให้หรู และล้ำสมัยกว่าเดิม

25 Jun 2020

ค่าย MG ในบ้านเรามีทางเลือกของรถยนต์สไตล์ครอสส์-โอเวอร์ มากมาย หนึ่งในรถที่ได้รับความนิยมอย่างต่อ-เนื่องตั้งแต่เปิดตัว คือ ZS ชูจุดเด่นด้านราคา และออพชันที่จัดเต็มเกินตัว รวมถึงระบบเชื่อมต่อ ไอ-สมาร์ท ที่ทันสมัย ล่าสุดมีการปรับโฉมรอบคัน ทั้งภายนอก และภายใน รวมถึงการเปลี่ยนระบบเกียร์ จะมีความลงตัวมากน้อยแค่ไหน มาพิสูจน์กัน

EXTERIOR ภายนอก

 

MG ZS (เอมจี เซดเอส) รุ่นปรับโฉมล่าสุด มีจุดเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดตั้งแต่รูปทรงของไฟหน้า เน้นความโค้งมนมากกว่าเดิม จากเดิมที่ไฟหน้าจะเน้นสันเหลี่ยม รวมถึงกระจังหน้าขนาดใหญ่ เอกลักษณ์ของ MG ล้อแมกขนาด 17 นิ้ว มีลวดลายที่ดูดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนปรับโฉม เพิ่มราวหลังคา และชุดไฟท้ายแบบแอลอีดีที่เปลี่ยนรูปทรง และการจัดวาง มีรูปแบบคล้ายกับครอสส์โอเวอร์ร่วมค่าย ราคาแพงกว่าอย่าง HS (เอชเอส) โดยรวมแล้ว เรามีความรู้สึกว่า ZS โฉมล่าสุด มีเส้นสายที่ไหลลื่น ทันสมัยขึ้น ลดมาดความบึกบึนลงเล็กน้อย แต่ได้มาดของรถยนต์ที่ใช้งานในตัวเมือง โดยเฉพาะผู้ใช้งานที่เป็นสุภาพสตรี


INTERIOR ภายใน

 

ความกว้างขวางของห้องโดยสารยังคงเป็นหนึ่งในจุดเด่นของ ZS แต่สิ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาในรุ่นล่าสุด คือ มาดหรูจากการตกแต่ง วัสดุหนังที่ใช้ตามจุดต่างๆ ดูดีเกินตัว มีทางเลือกแบบสีทูโทน รวมถึงการตกแต่งวัสดุที่เป็นพลาสติคแข็งก็มีความแน่นหนาดี จอแสดงผลตรงกลางเปลี่ยนให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม หน้าจอคมชัด รวมถึงการใช้งานผ่านหน้าจอระบบสัมผัสมีความสะดวกยิ่งขึ้น ปุ่มใช้งานแบบดั้งเดิมจะถูกติดตั้งด้านล่างหน้าจอ แต่การควบคุมระบบปรับอากาศจะใช้ระบบสัมผัส ต้องทำความเคยชินเล็กน้อยในช่วงแรก สิ่งที่น่าพอใจมากๆ คือ การเปลี่ยนแผงหน้าปัดทั้งหมดเป็นแบบดิจิทอล อีกหนึ่งรูปแบบที่มีใช้งานใน HS หน้ามีสีสันลงตัว มาตรวัดความเร็ว และรอบเครื่องยนต์เป็นแบบ ดิจิทอลล้วนๆ การแสดงผลแบบตัวเลขของรอบเครื่องยนต์จะใช้หลักหน่วย และทศนิยม คูณด้วย 1,000 เป็นอีกจุดหนึ่งที่ต้องทำความคุ้นเคยเล็กน้อยเช่นกัน ตรงกลางของมาตรวัดเป็นการแสดงผลในโหมดต่างๆ ปรับเปลี่ยนได้หลาก-หลาย มีความคมชัดดีมาก เป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้ ZS ดูดีเกินค่าตัว
 
สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับ MG ZS คือ ระบบไอ-สมาร์ท กับการเชื่อมต่อต่างๆ ที่ทันสมัย รวมถึงรองรับการใช้งานแอพพลิเคชันของ MG ด้วย สามารถแสดงสถานะของตัวรถจากระยะไกล และตำแหน่งของรถ รวมถึงรายละเอียดการเดินทางต่างๆ นอกจากนี้ยังสามารถสตาร์ทรถจากระยะไกล (นานสุดไม่เกิน 10 นาที) หรือสั่งปลดลอคผ่านแอพพลิเคชันก็ได้ และยังติดตั้งระบบฟังเพลงออนไลน์มาในตัวด้วย ทำให้ครอสส์โอเวอร์รุ่นนี้มีการใช้งานที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบันได้ดีมาก ผสมการเดินทางที่โปร่งโล่งจากหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิค หนึ่งในอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาให้เกินหน้าคู่แข่งระดับเดียวกัน ความกว้างขวาง และอเนกประสงค์มีให้เหลือเฟือ เทียบชั้นครอสส์โอเวอร์ราคาแพงกว่า


ENGINE เครื่องยนต์

 

MG ZS ใช้เครื่องยนต์บลอคเดิม แบบเบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 15.3 กก.-ม. ที่ 4,500 รตน. เปลี่ยนระบบเกียร์เป็นแบบอัตโนมัติแปรผัน 8 จังหวะ (จากเดิมจะเป็นเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ) มาดูอัตราเร่ง และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ของรถรุ่นนี้กัน โดยมีคู่เปรียบเทียบ คือ อีกหนึ่งครอสส์โอเวอร์ที่เปิดตัวในช่วงต้นปี และมีสไตล์ที่แตกต่างกัน นั่นคือ MITSUBISHI XPANDER CROSS (มิตซูบิชิ เอกซ์แพนเดอร์ ครอสส์) เน้นความกว้างขวาง และเบาะ 7 ตำแหน่ง มีความเป็น เอมพีวี ในตัว กับเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 105 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ
 
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ZS ทำเวลาที่ 16.9 วินาที ส่วน XPANDER CROSS ทำเวลาที่ 15.5 วินาที สำหรับช่วงความเร็วตีนปลายกับระยะ 0-1,000 ม. ZS ทำตัวเลขออกมาที่ 37.6 วินาที (ที่ความเร็ว 142.0 กม./ชม.) ขณะที่ XPANDER CROSS คือ 37.0 วินาที (ที่ความเร็ว 144.5 กม./ชม.) จากอัตราเร่งดังกล่าวทั้ง 2 ช่วงความเร็ว MG ZS มีการตอบสนองของคันเร่งค่อนข้างช้า เมื่อกดคันเร่งขณะออกตัว มีอาการอืดค่อนข้างชัดเจน แม้รอบเครื่องยนต์จะตวัดสูงขึ้น แต่เครื่องยนต์กลับไม่ตอบสนองทันใด (เห็นได้ชัดจากอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก) ต้องรอให้รอบเครื่องยนต์สูงขึ้น อัตราเร่งจึงถูกปลดปล่อยออกมาเรื่อยๆ มีความเร็วตีนปลายที่ไหลลื่นขึ้น แม้ระบบเกียร์จะเป็นแบบอัตโนมัติแปรผันก็ตาม
 
สำหรับอัตราเร่งยืดหยุ่นที่ความเร็ว 60-100 และ 80-120 กม./ชม. MG ZS ทำได้ที่ 7.8 และ 10.4 วินาที ส่วน MITSUBISHI XPANDER CROSS คือ 8.0 และ 11.8 วินาที เป็นจุดที่แสดงให้เห็นว่าระบบเกียร์อัตโนมัติแปรผันมีการใช้งานที่โดดเด่นในแง่ของอัตราเร่งยืดหยุ่น สามารถกลับมาทำเวลาได้ดีกว่าคู่แข่งที่มีขนาดตัวรถใหญ่กว่า โดยเฉพาะช่วงความเร็วสูง
 
ในส่วนของอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ที่ความเร็ว 60/80/100 กม./ชม. ZS ทำได้ที่ 22.3/19.9/16.1 กม./ลิตร ขณะที่ XPANDER CROSS คือ 25.5/19.8/15.9 กม./ลิตร ถือว่าใกล้เคียงกันไม่น้อย แม้ครอสส์โอเวอร์ของ MITSUBISHI จะมีตัวถังใหญ่กว่า และใช้เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ แม้โดยรวมแล้ว เราจะคาดหวังให้ ZS รุ่นล่าสุด มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีกว่านี้ เพราะการหันมาใช้เกียร์อัตโนมัติแปรผัน แต่ถือว่าทำได้ใกล้เคียงคู่แข่ง รวมถึงรุ่นก่อนหน้านี้ที่ใช้เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ
 
สำหรับ MG ZS รุ่นก่อนปรับโฉมมีตัวเลขสมรรถนะในแต่ละส่วนดังนี้ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 16.4 วินาที อัตราเร่ง 0-1,000 ม. ที่ 37.6 วินาที (ที่ความเร็ว 142.0 วินาที) อัตราเร่งยืดหยุ่นที่ความเร็ว 60-100 และ 80-120 กม./ชม. คือ 8.3 และ 12.3 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ความเร็ว 60/80/100 กม./ชม. อยู่ที่ 22.7/19.3/16.6 กม./ลิตร โดยรวมแล้ว MG ZS โฉมล่าสุด มีความโดดเด่นที่อัตราเร่งยืดหยุ่นที่ทำได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ แต่อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่ง รวมถึงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยไม่แตกต่างกันมากนัก


SUSPENSION ระบบรองรับ

 

ระบบรองรับของ MG ZS ถูกปรับแต่งให้เน้นความนุ่มหนึบ พวงมาลัยมีน้ำหนักพอเหมาะ หักเลี้ยวง่าย แต่ยังมีความมั่นคงขณะใช้ความเร็วคงที่ ช่วงล่างที่มั่นคงยังมีส่วนช่วยให้การเพิ่มความเร็วขณะขับขี่ทำได้อย่างต่อเนื่อง การตอบสนองขณะหักเลี้ยวเน้นความต่อเนื่อง เข้าโค้งได้มั่นใจ บุคลิกโดยรวมเหมาะกับการขับขี่เน้นความสะดวกสบาย ภายใต้การทรงตัวที่ดี ซึ่งพบเจอในรถยนต์แทบทุกรุ่นของ MG แม้เป็นรถยนต์สไตล์ครอสส์โอเวอร์แบบ เอสยูวี ตัวรถมีอาการโคลงไม่มากนัก หากใช้ความเร็วที่เหมาะสม เหมาะสำหรับการขับขี่บนทางไกลด้วยความเร็วไม่เกิน 110-120 กม./ชม. (และเป็นความเร็วที่เหมาะสมกับสมรรถนะของตัวรถด้วย) เป็นจุดที่สัมผัสกันมาแล้วจาก MG ZS รุ่นก่อนปรับโฉม ขณะที่ระบบความปลอดภัยให้มาสมตัว โดยเฉพาะระบบกล้องมองภาพรอบคัน ช่วยให้การถอยรถ หรือขับเคลื่อนในที่แคบมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
 
รถใช้งานแนวอเนกประสงค์ และสำหรับครอบครัว ระบบเบรคย่อมมีความสำคัญ ระยะเบรคที่ความเร็ว 60/80/100 กม./ชม. ของ ZS รุ่นนี้ ทำได้ที่ 15.6/27.2/41.0 ม. ขณะที่คู่แข่งสไตล์ครอสส์โอเวอร์ ที่มีขนาดใหญ่กว่า XPANDER CROSS มีตัวเลขตามนี้ คือ 15.5/27.1/42.2 ม. ในช่วงความเร็วต่ำ ระยะเบรคมีความใกล้เคียงกันมาก ยกเว้นช่วง 100 กม./ชม. ระยะเบรคของ MG ZS ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย