Test Drive

MAZDA CX-30 VS MITSUBISHI XPENDER CROSS

OVERVIEW ภาพรวม

ถึงจะติดปัญหา COVID-19 ทำให้ต้องเปิดตัวกันในแบบออนไลน์ ด้วยสถานการณ์ไม่อำนวย แต่มันถึงเวลาแล้ว สำหรับ มาซดา ซีเอกซ์-30 ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวีรุ่นใหม่ น้องรองเจเนอเรชันล่าสุด สำหรับคนที่กำลังมองหารถที่ขนาดเล็กกว่า ซีเอกซ์-5 แต่ต้องใหญ่กว่า ซีเอกซ์-3 ขณะที่ มิตซูบิชิ ก็เติมเต็มครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี อย่างเจ้า เอกซ์แพนเดอร์ ด้วยการเสริมแต่ง เพิ่มชุดการ์ดกันกระแทกรอบคัน ด้วยชื่อใหม่ว่า เอกซ์แพนเดอร์ ครอสส์

EXTERIOR ภายนอก

มาซดา ซีเอกซ์-30 รถอเนกประสงค์ ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ที่อยู่ตรงกลางระหว่าง ซีเอกซ์-3 (CX-3) กับ ซีเอกซ์-5 (CX-5) ยาว/กว้าง/สูง (มม.) มิติตัวถัง 4,395/1,795/1,540 มม. ตัวถังยาวกว่าคู่แข่งทั้ง ฮอนดา เอชอาร์-วี และโตโยตา ซี-เอชอาร์

 

มาซดา ซีเอกซ์-30 มีหน้าตาคล้ายกับ มาซดา 3 รุ่น 5 ประตู (MAZDA 3 FASTBACK) ที่มีรูปทรงลู่ลม ออกแบบโดยให้ความสำคัญกับแสง และเงาที่ตกกระทบลงบนพื้นผิวตัวรถอย่างมีมิติ ไฟหน้าแอลอีดีทรงเรียว เปิด/ปิด และปรับระดับไฟหน้าสูง/ต่ำแบบอัตโนมัติ กระจังหน้ามีมิติความลึกแบบซิกเนเจอร์วิงส์ (SIGNATURE WINGS) กันชนแบบเสริมขอบล่างสไตล์ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ต่อเนื่องไปถึงคิ้วขอบล้อ และประตู รับกับยาง 215/55 R18 ในรุ่นทอพ หรือเอสพี (SP) ที่นำมาทดสอบ

 

ไฟท้ายแอลอีดีทรงกลม สปอยเลอร์หลังสีดำบนกระจกบังลมหลังเหมือนกับ มาซดา 3 ฟาสต์แบค แต่แนวเสา C เจาะช่อง และทำให้ประตูคู่หลังกว้างขึ้น ประกอบกับความสูงตัวรถ ช่วยให้เข้า/ออกได้สะดวก

INTERIOR ภายใน

ห้องโดยสารคล้ายกับ มาซดา 3 แผงหน้าปัด และมาตรวัดดิจิทอลแบบ TFT LCD ขนาด 7 นิ้ว ส่วนข้อมูลต่างๆ จะแสดงบนกระจกหน้าในรูปแบบสี พวงมาลัยมัลทิฟังค์ชัน 3 ก้าน ดีไซจ์นสปอร์ท จอระบบสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว แนวนอน พร้อมความบันเทิง MAZDA CONNECT INFOTAINMENT SYSTEM รองรับ APPLE CAR PLAY และ ANDROID AUTO ลำโพง 12 ตัว ในรุ่น เอสพี

 

เบาะนั่งผู้ขับสามารถปรับได้ 10 ทิศทาง ด้วยระบบไฟฟ้า และบันทึกได้ 2 ตำแหน่ง เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า ปรับได้ 6 ทิศทาง พนักพิงเบาะหลังแยกพับได้ 60:40 มีพื้นที่บรรจุสัมภาระ 430 ลิตร และเพิ่มเป็น 1,432 ลิตร เมื่อพับเบาะ ส่วนระดับเสียงในห้องโดยสาร จากความเร็วคงที่ 60/80/100/120 กม./ชม. วัดได้ 61/63/66/69 เดซิเบล อยู่ในระดับพอใช้

ENGINE เครื่องยนต์

เครื่องยนต์เบนซิน (SKYACTIV-G) 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 21.7 กก.-ม. หรือ 213 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รตน. และรองรับน้ำมันสูงสุด อี 85 กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ (SKYACTIV-DRIVE) และขับเคลื่อนด้วยระบบล้อหน้า เหมือนกับ มาซดา 3

 

อัตราเร่งตีนต้น 0-100 กม./ชม. และ 0-400 ม. ซีเอกซ์-30 ทำได้ 11.0/18.0 วินาที อัตราเร่งตีนปลาย 0-1,000 ม. ในเวลา 32.2 วินาที ดีกว่าคู่แข่ง ฮอนดา เอชอาร์-วี และโตโยตา ซี-เอชอาร์ ซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร 141 แรงม้า และ 140 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติแปรผัน (ซีวีที) 7 จังหวะ 11.5/18.4/32.7 วินาที และ 12.2/18.7/33.5 วินาที

 

สมรรถนะช่วงเร่งแซง 60-100 กม./ชม. และ 80-120 กม./ชม. ซีเอกซ์-30 ทำได้ 5.4/6.9 วินาที เร็วกว่าคู่แข่ง ฮอนดา เอชอาร์-วี ที่ทำไว้ 6.2/7.8 วินาที และโตโยตา ซี-เอชอาร์ ที่ทำไว้ 6.1/7.9 วินาที

 

ส่วนอัตราสิ้นเปลืองวัดจากความเร็วคงที่ 60/80/100/120 กม./ชม. ซีเอกซ์-30 ทำได้ 29.6/23.4/18.0/15.1 กม./ลิตร ประหยัดกว่าทั้ง ฮอนดา เอชอาร์-วี ที่ทำไว้ 23.1/20.1/16.6/13.0 กม./ลิตร และโตโยตา ซี-เอชอาร์ ที่ทำได้ 26.5/22.0/17.2/14.1 กม./ลิตร

SUSPENSION ระบบรองรับ

มาซดา ซีเอกซ์-30 ยังเต็มไปด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมขับขี่อัจฉริยะ (GVC PLUS: G-VECTORING CONTROL PLUS) ที่ช่วยปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับ ควบคู่ไปกับการเบรคที่เหมาะสม ช่วยให้การควบคุมขับขี่ทำได้อย่างแม่นยำ และสมดุล ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ สามารถเข้าโค้ง และออกจากโค้งได้อย่างนุ่มนวล ลดอาการโคลงตัวไป/มาของผู้โดยสาร ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายมากขึ้น

 

ผลทดสอบเบรคที่ความเร็ว 60/80/100 กม./ชม. อยู่ในเกณฑ์ดี ระยะเบรคจนหยุดสนิททำได้ 15.2/26.9/41.2 ม. ดีกว่า ฮอนดา เอชอาร์-วี ที่ทำได้ 16.0/27.5/44.1 ม. แต่เป็นรอง โตโยตา ซี-เอชอาร์ ที่ทำได้ 14.7/26.0/40.1 ม.

 

นอกจากระบบความปลอดภัยพื้นฐาน ซีเอกซ์-30 ยังติดตั้งระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรคกะทันหัน และถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหน้า 4 ตำแหน่ง/ด้านหลัง 4 ตำแหน่ง และระบบกล้องรอบคัน 360 องศา ช่วยให้เข้า/ออกช่องทางแคบได้ง่าย และสะดวกยิ่งขึ้น

SUMMARY สรุป

ซีเอกซ์-30 ครบเครื่อง ทั้งรูปโฉมแนวสปอร์ท ความสะดวกสบาย และการใช้งานห้องโดยสาร เครื่องยนต์ใหญ่กว่าคู่แข่ง ควบคุมง่าย และระบบความปลอดภัยเพียบพร้อม ขณะที่ราคาจำหน่ายเริ่มตั้งแต่ รุ่น 2.0 ซี ราคา 989,000 บาท 2.0 เอส ราคา 1,099,000 บาท แต่ต้องจ่ายมากกว่า 1-3 หมื่นบาท และ 2.0 เอสพี ราคา 1,199,000 บาท รุ่นทอพ จ่ายเพิ่มอีก 8 หมื่นบาท แลกกับระบบไฟหน้าอัจฉริยะ ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกช่องจราจร ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติด้านหน้า/หลัง ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ระบบเตือนเมื่อมีรถในมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ระบบเตือนเมื่อมีรถในมุมอับสายตาขณะถอยหลัง ระบบเตือนการชนด้านหน้า และช่วยเบรค ระบบแจ้งสภาพการจราจร และป้าย ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน

SUMMARY สรุป

มิตซูบิชิ เอกซ์แพนเดอร์ น่าจะตรงใจคนรุ่นใหม่ที่ต้องการใช้งานรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง หน้าตาทันสมัย สมรรถนะการขับขี่พอตัว เน้นความนุ่มสบาย ในราคาเริ่มต้น 779,000 บาท สำหรับรุ่น จีแอลเอส ลิมิเทด หรือจะเลือกหรูขึ้น ก็เป็นรุ่น จีที ราคา 849,000 บาท แต่ถ้าชอบ ครอสส์โอเวอร์สไตล์เอสยูวี ก็ต้องรุ่น ครอสส์ ราคา 899,000 บาท

เรื่องโดย : ธนสาร เสาวมล
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์/สายชล อรรถาเวช
คอลัมน์ : ทดสอบ(4wheels)
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/sODHA