ทดสอบ

ทดสอบ

เอาดี คิว 8 55 ทีเอฟเอสไอ กวัตตโร เอส ไลน์

ตัวธงยุคใหม่ในร่างครอสส์โอเวอร์หรู !

26 Feb 2020

เอาดี คือ หนึ่งในค่ายรถสัญชาติเยอรมันระดับหัวแถว มีรถยนต์หลากหลายรุ่นทำตลาด รวมถึงในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นรถซีดาน สปอร์ทคูเป และเอสยูวี ระดับหรู โดยเฉพาะอย่างหลังสุดที่กำลังได้รับความนิยมในวงกว้าง ค่ายรถสี่ห่วง จึงมีรถยนต์ประเภทนี้ทำตลาดอยู่หลายขนาด และรูปแบบ ครั้งนี้ เรานำ เอสยูวี ระดับเรือธงของค่ายมาพิสูจน์ประสิทธิภาพรอบด้าน กับ คิว 8 อนุกรมใหม่ ที่บ่งบอกแนวทางในอนาคตของค่ายรถแห่งนี้เช่นกัน

EXTERIOR ภายนอก

 

การตั้งชื่อรุ่นรถของ เอาดี จะมีความแตก-ต่างกัน โดยรถยนต์ที่ลงท้ายด้วยเลขคู่ จะแสดงว่าเป็นรุ่นปกติ (เช่น เอ 4 เอ 6 และเอ 8) ขณะที่รุ่นที่ลงท้ายด้วยเลขคี่ จะเป็นรุ่นที่มีความสปอร์ทชัดเจน (เช่น เอ 1 เอ 5 และเอ 7 ที่เป็นตัวถัง สปอร์ทซีดาน) แต่เมื่อเป็นรถ เอสยูวี การตั้งชื่อจะมีหลักการแตกต่างออกไป โดยรุ่นปกติจะลงท้ายด้วยเลขคี่ (เช่น คิว 3 คิว 5 คิว 7) ขณะที่เลขคู่จะเป็นการบ่งบอกสายพันธุ์ลุยที่มีความสปอร์ทยิ่งขึ้น (เช่น คิว 2 และคิว 8) และบางรุ่นยังมีการต่อท้ายชื่อรุ่นว่า สปอร์ทแบค บ่งบอกความปราดเปรียวของตัวถังส่วนท้าย แต่ยังมีความบึกบึนของตัวถังเหมือนรุ่นปกติ (เช่น คิว 3 สปอร์ทแบค) ดังนี้แล้ว รถ เอสยูวี ที่ถูกใช้ชื่อรุ่นเป็นเลขคู่ มีเพียงรถธงคันนี้เท่านั้น กับคิว 8 แสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่สายพันธุ์ลุยธรรมดา แต่มีความปราดเปรียวในแบบฉบับของ เอาดี อย่างชัดเจน
 
เส้นสายของ เอาดี คิว 8 จึงมีความแตกต่างจากบรรดาสายพันธุ์ลุยร่วมค่ายรุ่นอื่น สิ่งที่ยังคงถูกรักษาเอาไว้ คือ การเน้นสันเหลี่ยมรอบคัน เสริมจุดเด่น คือ กระจังหน้าทรงแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่ เส้นสายด้านข้างตัวถังเป็นเส้นตรง ซุ้มล้อขนาดใหญ่ตามแบบฉบับรถ เอสยูวี ล้อแมก ขนาด 21 นิ้ว ความสปอร์ทของตัวถังเห็นได้จากส่วนของเสา ดี ที่มีความลาดเทจรดส่วนท้าย โดยรวมแล้ว คิว 8 ยังเป็น เอสยูวี ที่เน้นสัดส่วนเรื่องความบึกบึน แต่มีการใช้เส้นสายที่ทำมุมอย่างเหมาะสมสำหรับความปราดเปรียวได้อย่างพอเหมาะ ต่างจากหลายค่ายที่มักจะเน้นตัวถังที่ผสมผสานความเป็นสปอร์ทคูเปค่อนข้างมาก
 
มิติตัวถังของ เอาดี คิว 8 ความยาว 4,986 มม. กว้าง 1,995 มม. สูง 1,705 มม. และระยะฐานล้อ 2,995 มม. จัดเป็น เอสยูวี ที่มีขนาดใหญ่ สมกับการเป็นรถธง เมื่อเทียบกับ เอสยูวี สไตล์สปอร์ทอย่าง โพร์เช คาเยนน์ คูเป มีมิติตัวถังที่ความยาว 4,931 มม. กว้าง 1,983 มม. สูง 1,676 มม. และระยะฐานล้อ 2,985 มม. ถือว่า เอสยูวี จาก เอาดี มีตัวถังที่ใกล้เคียงกัน แต่มีขนาดตัวใหญ่กว่าทุกสัดส่วน


INTERIOR ภายใน

 

เอาดี คิว 8 นอกจากความเป็นรถธง ขนาดใหญ่โตแล้ว ยังเป็นเหมือนการบ่งบอกแนวทางการออกแบบรถยนต์ในสายการผลิตรุ่นต่อๆ ไปด้วย เห็นได้ชัดจากการออกแบบห้องโดยสาร มีความล้ำสมัยอย่างชัดเจน ยิ่งเมื่อเทียบกับรถยนต์ร่วมสมัยที่ทำตลาดไปก่อนหน้านี้หลายปีมาแล้วอย่าง คิว 7 จะเห็นได้ว่า แต่ละองค์ประกอบของ คิว 8 ถูกออกแบบขึ้นมาใหม่ทั้งหมด มีความทันสมัยของแผงคอนโซล การใช้งานปุ่มต่างๆ เป็นระบบสัมผัส พื้นผิวเรียบมัน โทนสีดำแวววาว ช่องแอร์จัดวางในแนวนอน พาดยาวเกือบตลอดช่วงความกว้างของคอนโซลหน้า ส่วนคอนโซลเกียร์มีขนาดใหญ่ เพิ่มความรู้สึกโอ่อ่า คันเกียร์ทรงสั้นราวกับคันโยกของเครื่องบิน เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของ เอาดี พวงมาลัยทรงสปอร์ท หักมุมด้านล่างเล็กน้อย และอีกหนึ่งความล้ำสมัย คือ แผงหน้าปัดแบบดิจิทอลล้วนๆ มีชื่อเรียกว่า เอาดี เวอร์ชวล คอคพิท สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้หลากหลาย ทั้งการแสดงผลของระบบเนวิเกเตอร์ หรือเน้นการแสดงผลของมาตรวัด ตลอดจนข้อมูลอื่นๆ จอภาพมีความคมชัด สีสันเข้ม มองเห็นได้ง่ายๆ มีการจัดวางรูปแบบการแสดงผลได้พอเหมาะ
 
เบาะนั่งจำนวน 2 แถว 5 ตำแหน่ง มีความกว้างขวางที่ยอดเยี่ยม ไม่แพ้ซีดานหรูขนาดใหญ่ เบาะหุ้มหนังชั้นดี เย็บลายตาราง ตามแบบฉบับรถยนต์หรู ความกว้างขวางของเบาะคู่หน้าทำได้น่าพอใจ แม้ส่วนคอนโซลเกียร์จะมีขนาดใหญ่ ตัวเบาะมีความสูงที่พอเหมาะ ไม่สูงเกินไปเหมือน เอสยูวี ขนานแท้ แต่ก็ไม่ถึงต่ำลงมาแบบรถสปอร์ทคูเป แม้ตัวรถจะมีความสปอร์ทแฝงอยู่ในตัวพอสมควรก็ตาม ตัวเบาะคู่หน้าจะมีรูปทรงคล้ายกับบัคเคทซีท นั่นคือ ส่วนพนักพิงศีรษะ และพนักพิงหลังจะเชื่อมต่อกัน แต่ยังรองรับสรีระได้ดี ขณะที่เบาะด้านหลังมีพนักพิงที่ทำมุมเอนอย่างพอเหมาะ มีพื้นที่ช่วงขาที่เหลือเฟือ เหยียดขาได้สบาย นอกจากนี้ตัวเบาะสามารถเลื่อนหน้า/หลังได้อีก ในแง่ของความกว้างขวางส่วนนี้ ถือว่าสะดวกสบายไม่แพ้ลีมูซีนหรูเลยทีเดียว นอกจากนี้เบาะสามารถพับแยกได้ 3 ส่วน เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย พื้นที่เก็บสัมภาระในแนวระนาบมีให้เยอะพอสมควร อย่างไรก็ตาม ส่วนของเสา ดี ที่ลาดเท ทำให้มีข้อจำกัดในการขนสัมภาระทรงสูง


ENGINE เครื่องยนต์

 

เอาดี คิว 8 ที่เรานำมาทดสอบ คือ รุ่น 55 ทีเอฟเอสไอ กวัตตโร เอส ไลน์ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ วี 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 340 แรงม้า ที่ 5,200-6,400 รตน. แรงบิดสูงสุด 51.0 กก.-ม. ที่ 1,370-4,500 รตน. เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา จัดเป็น เอสยูวี ที่มีพละกำลังสูง มีจุดเด่นที่ช่วงรอบการทำงานที่กว้าง ทั้งในแง่ของพละกำลัง และแรงบิด ส่งผลให้มีการตอบสนองคันเร่งที่ยืดหยุ่น ไต่ความเร็วอย่างต่อเนื่อง แม้ตัวรถจะมีขนาดใหญ่ก็ตาม เราจึงเทียบตัวเลขสมรรถนะกับอีกหนึ่ง เอสยูวี มาดสปอร์ท สัญชาติเยอรมันเช่นกัน นั่นคือ เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลอี คูเป 450 (โฉมก่อนหน้าปัจจุบัน โดยล่าสุด เพิ่งเปิดตัวรุ่นใหม่ในตลาดโลก แต่ยังไม่มาบ้านเรา) เครื่องยนต์ เบนซิน เทอร์โบ วี 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 367 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา
 
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. คิว 8 ทำได้ใน 7.3 วินาที ส่วน จีแอลอี คูเป คือ 6.5 วินาที ค่ายสี่ห่วง มีขนาดตัวที่ใหญ่โตกว่า อัตราเร่งตามหลังเล็กน้อย แต่ยังถือว่าไม่ห่างกันจนเกินไป มีความสูสี จัดกันต่อเนื่องช่วงความเร็วตีนปลายกับระยะ 0-1,000 ม. เอสยูวี ของ เอาดี ทำเวลาได้ที่ 27.2 วินาที (ที่ความเร็ว 200.5 กม./ชม.) ขณะที่ทางฝั่ง เมร์เซเดส-เบนซ์ อยู่ที่ 26.7 วินาที (ที่ความเร็ว 200.2 กม./ชม.) จะเห็นได้ว่าแม้ทาง เอาดี จะมีกำลังสูงสุดน้อยกว่าเล็กน้อย รวมถึงขนาดตัวที่ใหญ่กว่า แต่อัตราเร่งช่วงตีนปลายยังตาม เมร์เซเดส-เบนซ์ มาอย่างไม่ลดละ
 
หันมาที่อัตราเร่งยืดหยุ่น เสมือนการเร่งแซง ช่วงความเร็ว 60-100 และ 80-120 กม./ชม. เอาดี คิว 8 มีตัวเลขที่ 3.5 และ 4.2 วินาที ทางด้าน เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลอี คูเป ทำได้ที่ 3.3 และ 4.1 วินาที เรียกได้ว่าสูสีกันมากๆ การตอบสนองคันเร่งของ คิว 8 ทำได้ดีพอสมควร หากมองในแง่ของการเป็น เอสยูวี ขนาดใหญ่ เครื่องยนต์แบบ วี 6 สูบ แทบไม่มีอาการรอรอบ สำหรับอัตราเร่งในส่วนนี้ หากผู้ขับต้องการความฉับไวมากกว่านี้ยังสามารถปรับโหมดระบบขับเคลื่อนเป็นแบบสปอร์ทได้


SUSPENSION ระบบรองรับ

 

แม้เป็น เอสยูวี มาดสปอร์ท แต่ระบบรองรับของ เอาดี คิว 8 เป็นการผสมผสานระหว่างความหนึบกำลังดี และการใช้งานที่หลากหลายด้วยระบบช่วงล่างแบบถุงลม สามารถปรับระดับสูง/ต่ำ รวมถึงการระดับการตอบสนองของช่วงล่างได้อีกด้วย ในโหมดปกติ ถือว่ามีความหนึบในระดับที่เหมาะสม ใช้งานทั่วไปได้ดี ดูดซับแรงสั่นสะเทือนบนถนนได้น่าพอใจ เมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้น ระบบจะปรับความสูงลงมาอัตโนมัติ และมีความหนึบแน่นมากขึ้นในระดับที่รู้สึกถึงความแตกต่างได้ แต่ยังไม่ถึงกับหนึบแข็งเกินไป โดยมีอีกหนึ่งโหมด คือ โหมดสำหรับทางสมบุกสมบัน ระบบรองรับจะเพิ่มความสูงขึ้นมา เพื่อการเคลื่อนที่ผ่านอุปสรรคได้สะดวกยิ่งขึ้น