ทดสอบ

ทดสอบ

HONDA CR-V 2.4 ES 4WD/SUBARU FORESTER 2.0 I-S

สบายแบบ 5 ที่นั่ง ลุย 4 ล้อ สไตล์ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี

18 Jul 2019

รถครอสส์โอเวอร์ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก หนึ่งในรถยนต์ที่ทำตลาด กลุ่มนี้อย่างต่อเนื่องในบ้านเรา นั่นคือ ฮอนดา ซีอาร์-วี เจเนอเรชันที่ 5 พร้อมเบาะแบบ 7 ที่นั่ง ซึ่งในปีนี้ ฮอนดา เปิดตัว ซีอาร์-วี แบบ 5 ที่นั่ง เพื่อเพิ่มทางเลือกส่วน อีกคันก็เป็น ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ปี 2019 รุ่น 2.0 ไอ-เอส 4 WHEELS นำมาทดสอบด้วยเครื่องมือดาทรอนเปรียบเทียบกับรุ่นเดิมเมื่อ 4 ปีก่อน
 
ฮอนดา ซีอาร์-วี รุ่นล่าสุด ในมาดบึกบึน สมกับความเป็นสายพันธุ์ตัวลุย ผสมผสานความหรูหรา ในแบบฉบับรถยนต์ใช้งานในเมือง ไฟตัดหมอกเป็นแบบพโรเจคเตอร์

EXTERIOR ภายนอก

 

SUBARU FORESTER 2.0 I-S

ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ใหม่ โฉบเฉี่ยวและทันสมัยขึ้น โดยมีมิติตัวรถ 4,625/1,815/1,730 มม. ยาวและกว้างกว่าเดิม 30/20 มม. (รุ่น 2015 อยู่ที่ 4,595/1,795/1,735 มม.) ขณะที่ระยะฐานล้อ 2,670 มม. ยาวกว่า 30 มม. (รุ่น 2015 อยู่ที่ 2,640 มม.) แต่สัดส่วนตัวรถกระชับและระยะฐานล้อสั้นกว่า เอกซ์-ทเรล อยู่เล็กน้อย
 
รูปทรงไฟหน้าดูโฉบเฉี่ยว หลอดไฟหน้าแบบเอชไอดี ปรับระดับลำแสงอัตโนมัติ แม้จะไม่ใช่แบบพโรเจคเตอร์ แต่ทันสมัยด้วยไฟดีอาร์แอล แอลอีดี แบบเส้นนำแสง ที่จะสว่างขึ้นเมื่อเปิดไฟหรี่ ไฟตัดหมอกหน้าแบบแอลอีดี และยังมีระบบฉีดน้ำล้างไฟหน้า ติดตั้งระบบเปิด/ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟเลี้ยวขนาดใหญ่ กระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมู กระจกมองข้างพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวแบบแอลอีดี สปอยเลอร์หลังคา เสาอากาศแบบครีบฉลาม ซันรูฟขนาดใหญ่ และแผ่นกันกระแทกใต้กันชนหน้า/หลัง สีเงิน กาบกันกระแทกด้านข้าง สีเงิน ราวหลังคาพร้อมรู สำหรับติดอุปกรณ์เสริม ล้อขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 225/50 R18 รับกับขนาดตัว

HONDA CR-V 2.4 ES 4WD

ในแง่ของมิติตัวถัง ซีอาร์-วี มีความยาว 4,571 มม. สูง 1,667 มม. และระยะฐานล้อที่ 2,660 มม. เมื่อเทียบกับครอสส์โอเวอร์ระดับเดียวกันอย่าง นิสสัน เอกซ์-ทเรล มีมิติตัวถังที่ 4,640/1,720 มม. และระยะฐานล้อที่ 2,705 มม. ซีอาร์-วี ยังมีขนาดตัวกะทัดรัดกว่าพอสมควร โดยภายนอกของรุ่น 5 ที่นั่งจะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับรุ่น 7 ที่นั่ง และมีให้เลือก 2 รุ่น คือ 2.4 เอส (2.4 S) ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า และ 2.4 อีเอส (2.4 ES) ขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD)


INTERIOR ภายใน

 

SUBARU FORESTER 2.0 I-S

ภายในโทนสีดำ ดูสปอร์ท เรียบง่าย เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง ปรับไฟฟ้าคู่หน้า ออกแบบกระชับเข้ารูป แต่ไม่สามารถปรับดันหลังได้ ส่วนเบาะหลัง ดูไม่ค่อยลงตัวนัก สไตล์เรียบๆ ไม่มีปีกเบาะ หรือหลุมเว้า สำหรับช่วยรับสรีระ แต่ยังสามารถปรับเอนและปรับพับได้ 60:40 ทั้งจากการดึงสลักที่ตัวเบาะ หรือการกดปุ่มบริเวณห้องเก็บสัมภาระท้าย แบบวันทัช
 
เรือนไมล์แบบสปอร์ท พร้อมทริพมิเตอร์ คอนโซลกลางด้านบน มาตรวัดอเนกประสงค์ขนาด 4.2 นิ้ว แสดงผลแบบอัจฉริยะ บอกข้อมูลได้ละเอียด ระบบ X-MODE แยกการทำงานของแต่ละล้อแบบเปอร์เซนต์ นอกจากนี้ ระบบเครื่องเสียงแบบมีหน้าจอขนาด 8.0 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง หน้าจอยังเชื่อมต่อกับกล้องมองภาพด้านหลัง ช่วยให้ถอยจอดในที่แคบได้อย่างปลอดภัย เครื่องเสียงแบบ 2 DIN มาพร้อมลำโพง 8 ตัว ซึ่งสามารถเชื่อมต่อบลูทูธได้
 
พวงมาลัยทรงสปอร์ทแบบ 3 ก้าน ดูทันสมัย แบบมัลทิฟังค์ชัน เชื่อมต่อโทรศัพท์, ครูสคอนทโรล และโหมดการขับขี่แบบสปอร์ท เอสไอ-ดไรฟ ใต้พวงมาลัยยังติดตั้งแป้นแพดเดิล ชิฟท์ สำหรับปรับเปลี่ยนเกียร์ ในแบบแมนวลโหมด ระบบเครื่องปรับอากาศ ดูอัล-โซน ปรับแยกซ้าย/ขวา น่าเสียดายที่ไม่มีช่องลมแอร์ด้านหลัง เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า เบาะหลังปรับเอนได้ กระจกซันรูฟขนาดใหญ่ เปิด/ปิดด้วยไฟฟ้า ม่านกั้นที่เก็บสัมภาระแบบเก็บได้
 
ผลการวัดระดับเสียงรบกวนในห้องโดยสารของ ฟอเรสเตอร์ จัดว่ามีเสียงรบกวนที่เงียบ ทำได้ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะช่วงความเร็วต่ำ 60/80 กม./ชม. เทียบกับคู่แข่งอย่าง นิสสัน เอกซ์-ทเรล 2.0 วี ระดับเสียงรบกวนในห้องโดยสาร เงียบกว่าทุกช่วงความเร็ว และยังเงียบสุดในกลุ่มของเอสยูวี เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ อีกด้วย

HONDA CR-V 2.4 ES 4WD

เบาะนั่งจำนวน 3 แถว 7 ตำแหน่ง ใน ฮอนดา ซีอาร์-วี รุ่นที่ 5 อาจจะถูกมองว่าเกินความจำเป็นสำหรับการทำตลาดในบ้านเรา ทั้งๆ ที่มีพื้นที่ใช้สอยที่จัดสรรอย่างลงตัว ทั้งในแง่ของการโดยสาร หรือการบรรทุกสัมภาระ แต่ก็ยังมีความต้องการครอสส์โอเวอร์แบบ 5 ที่นั่งอยู่ จึงทำให้ ฮอนดา ต้องสนองความต้องการ ซึ่งผลจากการเอาเบาะแถวที่ 3 ออกไปก็ยังทำให้น้ำหนักตัวรถลดลงจาก 1,670 กก. ในรุ่น 2.4 ขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ 2.4 อีแอล เหลือเพียง 1,599 กก. ในรุ่น 2.4 อีเอส เท่ากับว่าลดลงไปถึง 71 กก. และน้อยกว่ารุ่น 2.4 ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า หรือ 2.4 เอส อยู่ 14 กก.
 
การตกแต่งส่วนต่างๆ ของห้องโดยสาร ใช้วัสดุขึ้นรูป ดูแน่นหนา ผสมผสานกับวัสดุหนังแท้ ให้ความรู้สึกหรูหรา คอนโซลหน้าออกแบบเน้นความเรียบง่าย แผงหน้าปัดมีการแสดงผลที่หลากหลาย รวมถึงการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มีความคมชัดดี ตัวเลขความเร็วเป็นแบบดิจิทอล
 
ความกว้างขวาง และพื้นที่ใช้สอย ซีอาร์-วี รุ่นนี้มีให้อย่างเหลือเฟือ สะดวกสบาย เบาะแถว 2 สามารถเลื่อนหน้า/หลังได้พอสมควร และเอนพนักพิงหลังได้ เมื่อไม่มีเบาะแถว 3 พื้นที่เก็บสัมภาระก็มีอย่างเหลือเฟือ ยิ่งถ้าพับเบาะแถว 2 ราบเป็นแนวเดียวกัน ก็ใส่ของที่ยาวใหญ่ได้สบาย เมื่อผู้ขับพกพากุญแจรีโมทไว้กับตัวก็สามารถเปิด/ปิดฝาท้ายด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรี (เพียงยื่นปลายเท้าเข้าไปใต้กันชน เพื่อให้เซนเซอร์ที่ซ่อนอยู่ตรวจจับและรับคำสั่ง)


ENGINE เครื่องยนต์

 

SUBARU FORESTER 2.0 I-S

เครื่องยนต์สูบนอน บอกเซอร์ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. แรงมากกว่าและใช้รอบเครื่องยนต์น้อยกว่ารุ่น 2015 (150 แรงม้า ที่ 6,200 รตน.) แรงบิดสูงสุด 20.0 กก.-ม. ที่ 4,000 รตน. ใกล้เคียงรุ่น 2015 (20.2 กก.-ม. ที่ 4,200 รตน.) ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ ซีวีที แบบลิเนียร์ทรอนิค ส่งกำลังลงสู่ล้อทั้ง 4 ข้างด้วยระบบ AWD แบบสมมาตร ถ่ายโอนกำลังไปยังล้อทั้ง 4 ข้างอย่างสมดุล พร้อมโหมด SNOW/DIRT และ DEEP SNOW/MUD ที่ช่วยขับเคลื่อนไปได้ทุกสภาพเส้นทาง
 
เครื่องยนต์ตอบสนองดี อัตราเร่งพอตัว จากผลทดสอบด้วยดาทรอน พบว่า อัตราเร่งตีนต้น 0-100 กม./ชม. และ 0-400 ม. รวมทั้งความเร็วปลาย 0-1,000 ม. ทำได้ 12.8/19.1/34.1 วินาที อยู่ในเกณฑ์พอใช้ พอๆ กับรุ่นเดิม (12.9/19.0/34.1 วินาที) ตามหลัง นิสสัน เอกซ์-ทเรล 2.0 วี ไฮบริด ที่มีกำลังรวม 179 แรงม้า ทุกช่วง (10.4/17.5/32.0 วินาที) และมาซดา ซีเอกซ์-5 2.0 เอสพี (11.5/18.1/32.9 วินาที)
 
อัตราสิ้นเปลืองของ ฟอเรสเตอร์ ในช่วงความเร็ว 60/80/100/120 กม./ชม. ที่ทำได้ 27.4/ 20.6/16.1/11.8 กม./ลิตร ประหยัดมาก เทียบกับ เอกซ์-ทเรล 2.0 วี ไฮบริด (21.8/15.7/13.3/10.4 กม./ลิตร) แต่ยังเป็นรอง มาซดา ซีเอกซ์-5 2.0 เอสพี (28.4/23.4/16.4/13.2 กม./ลิตร)

HONDA CR-V 2.4 ES 4WD

เครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบ ขนาด 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 173 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 22.8 กก.-ม. ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแปรผัน ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา แปรผันการส่งกำลังได้
 
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 11.0 วินาที ในช่วงตีนต้น อัตราเร่ง 0-1,000 ม. ใช้เวลาไป 32.2 วินาที (ที่ความเร็ว 168.5 กม./ชม.) ในช่วงความเร็วตีนปลาย ใกล้เคียงกับตัวเลขของ นิสสัน เอกซ์-ทเรล เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร กำลังสูงสุด 171 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแปรผัน ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ที่ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ไว้ในเวลา 10.7 วินาที และอัตราเร่ง 0-1,000 ม. ใน 32.0 วินาที (ที่ความเร็ว 165.7 กม./ชม.)
 
อัตราเร่งยืดหยุ่น 60-100 และ 80-120 กม./ชม. ทำเวลาได้ที่ 6.3 และ 7.3 วินาที ในช่วงความเร็วสูงทำเวลาได้ดี จากการใช้รอบเครื่องยนต์ และการแปรผันของระบบเกียร์ หายใจรดต้นคอ นิสสัน เอกซ์-ทเรล 2.5 ซึ่งทำเวลาไว้ที่ 5.8 และ 7.2 วินาที ตามลำดับ
 
มาถึงหัวข้ออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ที่ความเร็ว 60/80/100/120 กม./ชม. ทำตัวเลขออกมาที่ 19.0/16.7/13.6/10.3 กม./ลิตร ด้วยการเป็นเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ แต่ก็ทำให้การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมีมากกว่า นิสสัน เอกซ์-ทเรล 2.5 ซึ่งทำตัวเลขไว้ 21.7/17.8/14.7/11.1 กม./ลิตร


SUSPENSION ระบบรองรับ

 

SUBARU FORESTER 2.0 I-S

ระบบรองรับแบบอิสระ นุ่มนวลมากขึ้น นั่งสบายกว่า เอกซ์วี ระบบเบรคแบบจาน พร้อมครีบระบายความร้อน ทั้งหน้าและหลัง พร้อมระบบช่วยออกตัวบนทางชัน ระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน และยังมีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ระบบควบคุมการลื่นไถล
 
จากผลทดสอบเบรค ที่ความเร็ว 60-0/80-0/100-0 กม./ชม. ฟอเรสเตอร์ ทำได้ดี ระยะเบรคสั้นเพียง 15.1/27.6/43.0 ม. ดีกว่า เอกซ์-ทเรล 2.0 วี ไฮบริด (16.1/29.0/46.3 ม.) แต่เป็นรอง ซีเอกซ์- 5 2.0 เอสพี (14.9/26.3/41.8 ม.)

HONDA CR-V 2.4 ES 4WD

ระบบรองรับ แน่นหนึบ ไม่ว่าจะเป็นการขับบนทางตรง หรือทางโค้ง นอกจากนี้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแปรผัน ในสภาวะปกติจะเป็นระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า และจะส่งกำลังไปยังล้อคู่หลัง เพื่อความมั่นคง และต่อเนื่องขณะใช้ความเร็ว หรือเกิดอาการลื่นไถล
 
ประสิทธิภาพของระบบเบรคที่ความเร็ว 60/80/100 กม./ชม. มีระยะเบรคที่ 15.0/26.2/42.0 ม. แม้ว่าจะใช้ล้อขนาด 18 นิ้ว ยางขนาด 235/60 R18 ระยะเบรคที่ทำได้อยู่ในเกณฑ์ดีสำหรับรถยนต์ประเภทนี้ มีตัวเลขใกล้เคียงกับคู่แข่งระดับเดียวกัน
 
ส่วนระบบความปลอดภัยติดตั้งมาให้พอเพียง ไม่ว่าจะเป็น ระบบแสดงภาพจุดอับสายตาด้านข้างฝั่งซ้าย และระบบเตือนความเมื่อยล้าขณะขับขี่ นอกจากนี้ยังมีระบบเข้าเกียร์จอดอัตโนมัติ (P) หากกดคันเร่งเอาไว้สักพัก หลังจากรถหยุดสนิท เพิ่มความสะดวกสบายขณะขับขี่ในตัวเมืองที่มีการจราจรติดขัด แต่รถรุ่นนี้ยังไม่มีระบบ ฮอนดา เซนซิง (HONDA SENSING) มาให้เหมือน แอคคอร์ด รุ่นทอพ


SUMMARY บทสรุป

 

SUBARU FORESTER 2.0 I-S

บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งราคาค่าตัว รุ่น 2.0 ไอ-เอส ที่เรานำมาทดสอบ เอาไว้ 1,380,000 บาท (รวมแพครับประกันและบริการหลังการขาย 3-4 แสนบาท ที่ค่ายอื่นเขาไม่แยก) ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งมาก และรุ่นเริ่มต้น 2.0 ไอ-แอล อยู่ที่ 1,330,000 บาท กับรุ่นทอพ 2.0 ไอ-เอส อีเอส 1,425,000 บาท

HONDA CR-V 2.4 ES 4WD

จากราคา 1,549,000 บาท ในรุ่น 2.4 อีแอล ขับเคลื่อน 4 ล้อ 7 ที่นั่ง ลดลง 50,000 บาท มาเป็น 1,499,000 บาท ในรุ่น 2.4 อีเอส ขับเคลื่อน 4 ล้อ 5 ที่นั่ง ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของคนครอบครัวเล็กไปได้พอควร แต่ถ้ายังต้องการราคาที่ถูกลงโดยไม่สนใจระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบแปรผัน และฟังค์ชัน ก็ยังมีรุ่น 2.4 เอส ราคา 1,359,000 บาท ที่จ่ายน้อยลงไปอีก 140,000 บาท ให้ได้เลือกใช้

 

 


เรื่องโดย : ธนสาร เสาวมล
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์/สายชล อรรถาเวช
นิตยสาร 4Wheels ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2562
คอลัมน์ : ทดสอบ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/50JCF