ทดสอบ

ทดสอบ

ซูซูกิ แอร์ติกา

เอมพีวี ยุคใหม่ ต้องโดดเด่นรอบด้าน !

27 Apr 2019

การใช้งานรถยนต์ที่เน้นพื้นที่ใช้สอย มีตัวเลือกหลากหลายในบ้านเรา ความอเนกประสงค์ คือ สิ่งที่ผู้ใช้รถกลุ่มนี้ให้ความสำคัญเป็นหลัก แต่หากมีรถคันไหนที่สามารถตอบสนองความต้องการได้มากกว่านั้น ยิ่งเพิ่มความโดดเด่นได้เป็นอย่างดี ครั้งนี้เรามาทดสอบ เอมพีวี น้องใหม่ ปรับปรุงในหลายด้าน แต่จะโดนใจแค่ไหน มาติดตามไปพร้อมกันกับ ซูซูกิ แอร์ติกา รุ่นล่าสุด

EXTERIOR ภายนอก

 

ซูซูกิ แอร์ติกา เคยทำตลาดในบ้านเรามาแล้ว กับ เอมพีวี รูปทรงทันสมัยในเวลานั้น โดยในรุ่นล่าสุด ปรับแต่งเส้นสายให้มีความสปอร์ท กว่าเดิม จะเห็นได้ชัดจากไฟหน้าทรงเหลี่ยมเฉียง สันเหลี่ยมบนกันชนหน้าที่เฉียบคม เส้นข้างตัวถังที่พาดยาว ตลอดจนไฟท้ายทรงสูง มองเห็นได้ชัดเจน จัดว่ามีความลงตัวของรูปทรงในสไตล์ เอมพีวี ที่ทำได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว ทุกรุ่นย่อยติดตั้งไฟหน้าแบบพโรเจคเตอร์ (ส่วนไฟตัดหมอกมีเฉพาะรุ่นทอพ จีเอกซ์) ล้อแมกขนาด 15 นิ้ว ตัวรถมีความสูงจากพื้นถนนที่ 180 มม. เพียงพอกับการใช้งานทั่วไป
 
มิติตัวถังของ แอร์ติกา มีดังนี้ คือ ความยาว 4,395 มม. กว้าง 1,735 มม. สูง 1,690 มม. และระยะฐานล้อ 2,740 มม. เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ กับมิติตัวถัง ความยาว 4,325 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,685 มม. และระยะฐานล้อ 2,740 มม. จะพบว่า แอร์ติกา รุ่นล่าสุด มีขนาดตัวถังใหญ่ขึ้นในส่วนของความยาว และความกว้าง ภายใต้ระยะฐานล้อที่เท่ากัน และหากหันมาดูคู่แข่งที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานอย่าง มิตซูบิชิ เอกซ์แพนเดอร์ มีมิติตัวถังที่ความยาว 4,675 มม. กว้าง 1,750 มม. สูง 1,695 มม. และระยะฐานล้อ 2,775 มม. มีตัวถังใหญ่ขนาดใกล้เคียงกัน แต่มีความยาว และระยะฐานล้อมากกว่าพอสมควร
 


INTERIOR ภายใน

 

ขนาดตัวถังที่ขยายสัดส่วนโดยรวมจากรุ่นก่อนหน้านี้ ทำให้ แอร์ติกา รุ่นล่าสุด มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นเช่นกัน รวมถึงรูปแบบการจัดวางของตัวเบาะที่ลงตัว มีจำนวน 3 แถว รองรับผู้โดยสาร 7 คน ตัวเบาะค่อนข้างสูง ทำให้มีทัศนวิสัยที่ดี เบาะแถว 3 มีพื้นที่เพียงพอ นั่งได้สบาย แม้ผู้โดยสารที่เบาะแถว 2 ต้องเลื่อนมาข้างหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่ส่วนขาของเบาะแถว 3 อย่างไรก็ตาม เราคิดว่า เบาะแถว 3 เหมาะกับการโดยสารที่ไม่ใช้ระยะเวลานานเกินไป (เช่น การเดินทางไกล) จุดที่น่าพอใจ คือ รูปแบบของเบาะทุกตำแหน่ง มีการประกอบที่แน่นหนา ด้านล่างของตัวเบาะมีพลาสติคปิดทับอย่างมิดชิด ตัวเบาะหุ้มผ้าอย่างดี เบาะแถว 2 สามารถพับไปข้างหน้าด้วยการดึงสลักเพียงครั้งเดียว ผู้โดยสารในเบาะแถว 3 สามารถขึ้น/ลงได้สะดวก แต่ละตำแหน่งของผู้โดยสารมีการ ติดตั้งจุดวางแก้วน้ำ/ขวด อย่างทั่วถึง เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีมาก รวมถึงบรรดาจุดเก็บของต่างๆ มีอย่างทั่วถึง รวมส่วนใต้เบาะที่เก็บสัมภาระ สามารถจุของได้จริง เช่น กระเป๋าขนาดเล็ก หรือรองเท้า โดยที่เก็บของส่วนนี้มีฝาปิดด้านบน มีความแน่นหนาดี แม้ไม่มีสลักยึดแต่อย่างใด
 
มาดูที่คอนโซลหน้า มีการออกแบบเน้นเส้นสายที่โค้งมนต่อเนื่อง ผสมผสานความทันสมัยพอสมควร นั่นคือ หน้าจอแสดงผล มีรูปแบบคล้ายทีวีจอแบน รุ่นทอพ จีเอกซ์ ติดตั้งชุดตกแต่งลายไม้ แม้จะเพิ่มความหรูหรา แต่สีสันของลายไม้ดูขัดกับรูปทรงที่เน้นความสปอร์ทของตัวรถเช่นกัน โดยเฉพาะการติดตั้งชุดตกแต่งลายไม้บริเวณพวงมาลัยทรงสปอร์ท หักมุมด้านล่างเล็กน้อย (รูปแบบเดียวกับแฮทช์แบคร่วมค่าย ซูซูกิ สวิฟท์) เบาะผู้ขับสูงขึ้นมาพอสมควร หากเลื่อนความสูงขึ้นมาจนสุด เรามีความรู้สึกว่าพวงมาลัยจะอยู่ต่ำลงมา (แม้ปรับเลื่อนสูงสุดแล้วก็ตาม) แต่มีผลดีในแง่ของทัศนวิสัย มองเห็นได้รอบคัน
 
จุดสำคัญของรถที่เน้นการใช้งานสำหรับครอบครัว คือ ความเงียบของห้องโดยสาร โดย แอร์ติกา รุ่นล่าสุด ทำได้ตามนี้ (ที่ความเร็ว 60/80/100/120 กม./ชม.) กับเสียงรบกวนในห้องโดยสารที่ 60/64/66/69 เดซิเบล เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ ทำตัวเลขได้ที่ 59/62/67/69 เดซิเบล ถือว่ามีความใกล้เคียงกัน ขณะที่คู่แข่งหน้าใหม่อย่าง มิตซูบิชิ เอกซ์แพนเดอร์ คือ 59/62/67/69 เดซิเบล ถือว่ามีความสูสีเช่นกัน ในแง่ของความสะดวกสบายจากเสียงรบกวนภายนอกห้องโดยสาร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับ เอมพีวี ที่เน้นการโดยสารเช่นนี้
 


ENGINE เครื่องยนต์

 

ซูซูกิ แอร์ติกา รุ่นล่าสุด ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 105 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ เทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.4 ลิตร กำลังสูงสุด 92 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะเช่นกัน ถือว่าขุมพลังมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น เพิ่มเติมแรงม้า เหมาะกับการใช้งานทั่วไปของรถยนต์ระดับนี้ และเทียบเท่ากับบรรดาคู่แข่งอย่าง มิตซูบิชิ เอกซ์แพนเดอร์ (105 แรงม้า) และ ฮอนดา โมบิลีโอ (117 แรงม้า) ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร เช่นกัน
 
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. แอร์ติกา ทำได้ที่ 13.8 วินาที (รุ่นก่อนหน้านี้ 15.4 วินาที) ส่วนคู่แข่งอย่าง เอกซ์แพนเดอร์ คือ 14.6 วินาที และโมบิลีโอ อยู่ที่ 11.1 วินาที ในส่วนอัตราเร่งตีนต้น แอร์ติกา ทำได้ดีในแง่ของ เอมพีวี ที่ใช้เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ แต่ยังเป็นรอง เอมพีวี ที่ใช้เกียร์อัตโนมัติแปรผันอย่าง โมบิลีโอ
 
อัตราเร่ง 0-1,000 ม. แอร์ติกา ทำเวลาได้ที่ 35.2 วินาที (ที่ความเร็ว 153.9 กม./ชม.) โดยที่รุ่นก่อหน้านี้ คือ 36.2 วินาที (ที่ความเร็ว 149.6 กม./ชม.) ขณะที่คู่แข่งทั้งหลาย เอกซ์แพนเดอร์ ทำได้ที่ 36.2 วินาที (ที่ความเร็ว 147.6 กม./ชม.) และ โมบิลีโอ คือ 32.6 วินาที (ที่ความเร็ว 159.6 กม./ชม.) นับว่า แอร์ติกา รุ่นล่าสุด ความเร็วตีนปลายน่าพอใจ มีอัตราเร่งที่ดี แม้ใช้เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ แม้จะยังเป็นรอง โมบิลีโอ อยู่บ้าง
 
อัตราเร่งยืดหยุ่นที่ความเร็ว 60-100 และ 80-120 กม./ชม. แอร์ติกา รุ่นล่าสุด ทำได้ที่ 7.4 และ 10.3 วินาที (รุ่นก่อนหน้านี้ คือ 8.0 และ 11.4 วินาที) ส่วนคู่แข่ง คือ เอกซ์แพนเดอร์ มีตัวเลขที่ 7.4 และ 11.3 วินาที และ โมบิลีโอ คือ 6.4 และ 8.1 วินาที เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะของ แอร์ติกา รุ่นล่าสุด มีการตอบสนองที่ดีเกินคาด อัตราทดเกียร์ค่อนข้างห่าง แต่สามารถไต่ความเร็วได้น่าพอใจ
 
ส่วนหัวข้ออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ที่ความเร็ว 60/80/100 กม./ชม. แอร์ติกา รุ่นล่าสุด ทำได้ดังนี้ คือ 26.0/20.7/16.0 กม./ลิตร (รุ่นก่อนหน้านี้ 25.1/20.9/17.1 กม./ลิตร) และคู่แข่งอย่าง เอกซ์แพนเดอร์ คือ 24.7/20.2/15.4 กม./ลิตร และ โมบิลีโอ ทำได้ที่ 27.7/23.6/16.7 กม./ลิตร เป็นอีกครั้งที่ แอร์ติกา รุ่นล่าสุด แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่ดีในแง่ของการประหยัดเชื้อเพลิง ทำได้ใกล้เคียง กับคู่แข่งที่ใช้เกียร์ลักษณะเดียวกัน และดีกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ ที่ใช้เครื่องยนต์เล็กกว่า ในช่วงความเร็วต่ำยังเสียเปรียบคู่แข่งที่ใช้เกียร์อัตโนมัติแปรผันอย่าง โมบิลีโอ
 


SUSPENSION ระบบรองรับ

 

ระบบรองรับของ ซูซูกิ แอร์ติกา ถูกปรับแต่งให้เน้นความสะดวกสบาย ใช้ความเร็วไม่สูงเกินไป ตามแบบฉบับรถยนต์ที่เน้นการใช้งานลักษณะครอบครัว หรือเน้นความกว้างขวาง และอเนกประสงค์ ที่ความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. ระบบรองรับถือว่ามีความนุ่มนวลในระดับที่พอเหมาะ ผสมความหนึบแน่นที่เหมาะสม ให้ความรู้สึกมั่นคงได้ดีเช่นกันขณะที่เข้าโค้ง พวงมาลัยเบาแรง เน้นการหักเลี้ยวที่ง่ายดาย โดยเฉพาะช่วงความเร็วต่ำ และการใช้งานในที่แคบ เช่น การถอยจอด หรือการจอดในพื้นที่จำกัด โดยมีอุปกรณ์ คือ สัญญาณเตือนกะระยะถอยหลังติดตั้งมาให้ มีส่วนช่วยได้ดีมาก แต่หากมีกล้องมองหลังมาให้ด้วยจะครอบคลุมกว่านี้ ขณะที่ระบบความปลอดภัยอื่นๆ มีติดตั้งมาให้ตามมาตรฐานรถยนต์ยุคปัจจุบัน ได้แก่ ระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน รวมถึงถุงลมนิรภัยคู่หน้า