ทดสอบ

ทดสอบ

เอมจี 3

พลิกโฉมใหม่ พร้อมความล้ำสมัย

26 Feb 2019

ปัจจุบัน โลกของเรากำลังขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านอินเตอร์เนทอันฉับไว หลายอย่างบันดาลได้ตามต้องการในชั่วอึดใจ รถยนต์ที่จัดเป็น 1 ในปัจจัยสำคัญของการใช้ชีวิต จึงต้องพัฒนาระบบเชื่อมต่อ และการใช้งานที่สะดวก รวดเร็ว ไม่แพ้กัน ค่าย เอมจี เคยทำสำเร็จมาแล้วกับ เซดเอส บัดนี้ได้เวลาที่ความล้ำสมัยดังกล่าว จะถูกนำมาใช้กับแฮทช์แบคโฉมใหม่ล่าสุด เอมจี 3

EXTERIOR ภายนอก

 

เอมจี 3 รุ่นล่าสุด มีการปรับโฉมจากรุ่นก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน เห็นได้จากส่วนหน้าของตัวรถที่ถูกออกแบบในแนวทางปัจจุบันของค่าย เอมจี มีความคล้ายคลึงกับครอสส์โอเวอร์ร่วมค่ายอย่าง เซดเอส นั่นคือ ไฟหน้าทรงเหลี่ยมเฉียงขนาดใหญ่จรดกระจังหน้าทรง 6 เหลี่ยม พร้อมโลโก เอมจี ขนาดใหญ่ ทำให้ตัวรถมีบุคลิกที่คมเข้ม สปอร์ทกว่าเดิม (เทียบกับรุ่นโฉมก่อนหน้านี้ ใช้ไฟหน้าขนาดเล็ก รูปทรงโค้งมน)
 
จุดเด่นของรถรุ่นนี้ คือ การเล่นสีแบบทูโทน (ตามแต่รุ่นย่อย) โดยส่วนหลังคา และเสา จะใช้โทนสีแตกต่างกับตัวถังหลัก ให้อารมณ์คล้ายแฮทช์แบคทรงเรทโรจากฝั่งยุโรป ขณะที่รูปทรงของไฟท้ายยังคงเหมือนเดิม แต่ปรับเปลี่ยนการจัดวางให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น รวมถึงสันเหลี่ยมของกันชนท้ายมีการเปลี่ยนให้มีความลงตัวมากกว่าเดิมเช่นกัน รวมถึงล้อแมกขนาด 15 นิ้ว ลายสปอร์ท
 


INTERIOR ภายใน

 

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย ไม่ใช่แค่ตัวถังภายนอกเท่านั้น แต่ภายในห้องโดยสารมีการปรับเปลี่ยนให้มีความลงตัวยิ่งขึ้น วัสดุที่ใช้มีคุณภาพดีขึ้น พร้อมกับการออกแบบที่ลงตัวกว่าเดิม คอนโซลหน้ามีการเล่นระดับ ดูเร้าใจ พื้นผิววัสดุมีลวดลายอย่างพอเหมาะ ทำให้แลดูไม่น่าเบื่อ (เมื่อเทียบกับรุ่นโฉมก่อนหน้านี้ จะพบว่ามีความลงตัวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด) พวงมาลัยทรงสปอร์ท พร้อมปุ่มใช้งานมัลทิฟังค์ชัน จอแสดงผลแบบแอนาลอก มองเห็นชัดเจน ทัศนวิสัยโดยรวมทำได้น่าพอใจ ปลอดโปร่ง มองเห็นได้รอบคันอย่างสะดวก เห็นการตกแต่งห้องโดยสารที่เปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้ แทบจะนึกว่าเป็นรถยนต์คนละคันกันเลย ก็ว่าได้ ! จุดเด่นที่ยังคงถูกรักษาเอาไว้ คือ หลังคาซันรูฟ มีติดตั้งเพียงรุ่นเดียวเมื่อเทียบกับรถยนต์เซกเมนท์ และราคาที่ใกล้เคียงกัน
 
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการตกแต่งห้องโดยสารที่ลงตัวอย่างเร้าใจ นั่นคือ ระบบไอ-สมาร์ทกับการรวมทั้งระบบเชื่อมต่อ การสั่งงานด้วยเสียง และระบบของแอพพลิเคชันเข้าไว้ด้วยกันอย่างทันสมัย ในส่วนของการเชื่อมต่อ ชุดเครื่องเสียงจะฝังซิมคาร์ดเอาไว้ในตัว สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เนทได้ทันที สำหรับการเชื่อมต่อข้อมูลต่างๆ ของตัวรถ รวมถึงการใช้งานสำหรับฟังเพลงแบบออนไลน์ของ ทรู มิวสิค ซึ่งเป็นรูปแบบการฟังเพลงที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามเราพบว่า รายชื่อของเพลงที่พร้อมใช้งานยังไม่หลากหลายเท่าที่ควร แม้จะรองรับทั้งเพลงไทย และเพลงสากลก็ตาม ซึ่งจุดนี้ทางผู้ผลิตระบุว่า ระบบของ ทรู มิวสิค จะมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง พร้อมรายชื่อของเพลงใหม่ๆ
 
ถัดมา คือ ระบบสั่งงานด้วยเสียง สามารถเริ่มการทำงานด้วยการพูดว่า “HELLO MG” ระบบก็จะพร้อมรับคำสั่งด้วยเสียง หรือจะกดปุ่มทางขวามือของคอพวงมาลัยก็ได้ จากการทดลองใช้งานบางส่วน เราพบว่า การรับคำสั่งด้วยเสียง จะเน้นไปที่การใช้งานระบบปรับอากาศ หากคำพูดชัดเจนมากพอ ระบบจะไม่ถามซ้ำ ในแง่นี้ ถือว่ามีความสะดวกสบายที่น่าพอใจ หากใช้งานระบบสั่งงานด้วยเสียงอย่างคล่องแคล่ว เนื่องจากปุ่มใช้งานระบบปรับอากาศอยู่ในตำแหน่งค่อนข้างต่ำ ขณะที่คำสั่งอื่นๆ เช่น การเพิ่ม/ลดระบบดับความดังของเครื่องเสียง การใช้งานผ่านปุ่มมัลทิฟังค์ชันจะสะดวก และรวดเร็วกว่า นอกจากนี้ สิ่งที่ขาดหายไปของระบบ ไอ-สมาร์ท เมื่อเทียบกับรถร่วมค่ายอย่างรุ่น เซดเอส นั่นคือ การปราศจากการสั่งงานด้วยเสียงสำหรับเปิด/ปิดซันรูฟ แม้รถทั้ง 2 รุ่นจะมีหลังคาซันรูฟติดตั้งมาให้เช่นกัน
 
สุดท้าย คือ ระบบเชื่อมต่อข้อมูลของตัวรถผ่านแอพพลิเคชันของ เอมจี โดยผู้ใช้งานสามารถทราบตำแหน่งของตัวรถได้จากระยะไกล เนื่องจากระบบดังกล่าวเชื่อมต่อข้อมูลด้วยอินเตอร์เนท แต่อีกครั้งหนึ่งที่แอพพลิเคชันมีฟังค์ชันการใช้งานแตกต่างจากระบบของ เซดเอส โดยใน เอมจี 3 ไม่สามารถใช้งานระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเปิดเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าได้ นับเป็นอีกหนึ่งความทันสมัยที่ถูกตัดทอนออกไปจาก เอมจี 3
 


ENGINE เครื่องยนต์

 

เอมจี 3 รุ่นล่าสุด มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของขุมพลัง และระบบส่งกำลัง นั่นคือ เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 112 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ที่ดูตกยุคไปเล็กน้อย ขณะที่คู่เปรียบเทียบ คือ อีกหนึ่งแฮทช์แบคของคู่แข่งเซกเมนท์เดียวกันกับ ฮอนดา แจซซ์ เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 117 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแปรผัน
 
เริ่มจาก อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เอมจี 3 ทำได้ที่ 13.4 วินาที ขณะที่ ฮอนดา แจซซ์ คือ 11.2 วินาที ต่อเนื่องด้วยอัตราเร่งช่วงความเร็วสูง กับระยะ 0-1,000 ม. แฮทช์แบคจาก เอมจี มีตัวเลขที่ 34.7 วินาที (ที่ความเร็ว 156.4 กม./ชม.) ขณะที่ทางฝั่งของ ฮอนดา ทำได้ที่ 32.7 วินาที (ที่ความเร็ว 161.7 กม./ชม.)
 
สำหรับอัตราเร่งยืดหยุ่นที่ 60-100 และ 80-120 กม./ชม. เอมจี ทำเวลาได้ที่ 7.4 และ 9.9 วินาที ขณะที่ แจซซ์ มีตัวเลข คือ 6.3 และ 8.2 วินาที
 
จากอัตราเร่งในส่วนต่างๆ ทำให้เราเห็นว่า ขุมพลังของ เอมจี 3 ไม่โดดเด่นในแง่ของสมรรถนะ เมื่อเทียบกับคู่แข่งที่มีเครื่องยนต์ความจุใกล้เคียงกัน แต่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปได้สบาย แต่จะดีกว่านี้หากจังหวะของเกียร์อัตโนมัติที่ใช้มีจังหวะมากกว่าที่กำลังใช้งานอยู่ (อย่างน้อย 5-6 จังหวะขึ้นไป) เราพบว่าเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ที่ความเร็ว 80 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์อยู่ที่ 2,000 รตน. ขณะที่ความเร็ว 100 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์อยู่ที่ประมาณ 3,000 รตน. เลยทีเดียว
 
และผลต่อเนื่องมาถึงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง มีตัวเลขออกมาดังนี้ ที่ความเร็ว 60 และ 80 กม./ชม. เอมจี 3 ทำได้ที่ 23.5 และ 21.9 กม./ลิตร ขณะที่ แจซซ์ ทำได้ที่ 26.5 และ 21.9 กม./ลิตร นับว่า เอมจี 3 ทำได้ดีเทียบเท่ากับคู่แข่งที่ใช้เกียร์อัตโนมัติแปรผัน แม้จะมีจุดเสียเปรียบในช่วงความเร็วต่ำอยู่บ้าง ขณะที่ในช่วงความเร็วสูงขึ้นที่ 100 และ 120 กม./ชม. เอมจี 3 ทำได้ที่ 17.8 และ 14.1 กม./ลิตร ทางด้าน แจซซ์ มีตัวเลขที่ 17.1 และ 12.9 กม./ลิตร กลับกลายเป็นว่าในช่วงความเร็วสูงขึ้น แฮทช์แบคลูกครึ่งอังกฤษ-จีน มีการประหยัดเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น จนกระทั่งทำได้ดีกว่าคู่แข่งอย่าง แจซซ์ เรามีความเห็นว่า หากจังหวะเกียร์มีให้ใช้งานมากกว่านี้ เอมจี 3 จะมีจุดเด่นเรื่องการประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่านี้อย่างแน่นอน
 


SUSPENSION ระบบรองรับ

 

อีกหนึ่งจุดเด่นของค่ายรถที่มีรากฐานจากประเทศฝั่งตะวันตก คือ ระบบรองรับที่ถูกปรับแต่งมาอย่างพอเหมาะ มีความหนึบกำลังดี มั่นคงในโค้ง พวงมาลัยมีน้ำหนักพอเหมาะ หักเลี้ยวได้สะดวกสบาย แม้การปรับแต่งจะมีจุดน่าแปลกใจเล็กน้อย นั่นคือ ที่ความเร็วต่ำ พวงมาลัยกลับมีน้ำหนักค่อนข้างมาก ขณะที่ช่วงความเร็วสูง พวงมาลัยกลับมีน้ำหนักเบา แต่ไม่เสียความมั่นคงแต่อย่างใด จัดเป็นรถที่ขับสนุก เสียด้วยซ้ำ ด้านระบบความปลอดภัย มีติดตั้งมาให้อย่างครบครัน ทั้งระบบป้องกันการลื่นไถล ระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และถุงลมนิรภัยรอบคัน (ในรุ่นทอพ เอกซ์)
 
นอกจากนี้ การทดสอบของเรายังพบว่า เอมจี 3 มีประสิทธิภาพของระบบเบรคที่น่าพอใจ ที่ความเร็ว 60/80/100 กม./ชม. แฮทช์แบครุ่นนี้มีระยะเบรคที่ 15.1/27.2/42.1 ม. ตามลำดับ เมื่อเทียบกับ ฮอนดา แจซซ์ มีระยะเบรคที่ 16.1/27.9/43.2 แสดงให้เห็นว่า รถคอมแพคท์จาก เอมจี มีประสิทธิภาพของระบบเบรคที่ดีพอสมควร