ทดสอบ

ทดสอบ

เอาดี คิว 2

ครอสส์โอเวอร์ค่าย 4 ห่วง เด็ดดวงไม่แพ้ใคร !

1 Mar 2018

ครอสส์โอเวอร์ คือ รถที่นำเสนอออกมาอย่างต่อเนื่องจากหลากหลายค่ายรถ หนึ่งในคุณสมบัติที่ถูกผสมผสานเข้ามา นั่นคือ ความสปอร์ท คล่องแคล่ว ขับสนุก ภายใต้ตัวถังที่ต้องตอบสนองเรื่องความอเนกประสงค์ด้วย นับเป็นโจทย์ที่ไม่ง่ายเลย แต่ เอาดี กล้าที่จะทำ กับ คิว 2 ครอสส์โอเวอร์ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

EXTERIOR ภายนอก

 

เอาดี คิว 2 ถือเป็นครอสส์โอเวอร์ที่ผสมผสานความเป็นสปอร์ทคูเปในตัว เห็นได้จากแนวหลังคาที่ลาดเท ระยะโอเวอร์แฮงสั้น ภายใต้เส้นสายที่เน้นสันเหลี่ยมตามแบบฉบับของ เอาดี ผลลัพธ์ที่ออกมาโดยรวม ถือว่ามีความลงตัวอย่างน่าพอใจ ไฟหน้าทรงเหลี่ยมพร้อมไฟแอลอีดี กระจังหน้าขนาดใหญ่ หนึ่งในเอกลักษณ์ของ เอาดี ยุคปัจจุบัน เสาด้านหลังทำมุมลาดเทจรดส่วนท้าย ทำให้ตัวรถดูปราดเปรียว สันเหลี่ยมบริเวณด้านท้ายตัวถังเรียบง่าย แต่ลงตัว ไม่เทอะทะ
 
รูปทรงของ คิว 2 มีความทันสมัย บ่งบอกความสปอร์ทได้ดี แม้รุ่นที่ทำตลาดในบ้านเราจะเป็นรุ่นพื้นฐานก็ตาม กับล้อแมกขนาด 17 นิ้ว (มิเชอแลง พรีมาซี ขนาด 215/55 R17) เรามีความรู้สึกว่ามีขนาดเล็กไปหน่อย หากจะเสริมมาดสปอร์ทดุดัน ต้องอาศัยยางสำหรับรุ่นตกแต่งพิเศษที่มีขนาดถึง 20 นิ้ว และชุดแต่งรอบคัน ครอสส์โอเวอร์รุ่นนี้จะมีความลงตัวมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
 
ในแง่ของมิติตัวถัง เอาดี คิว 2 มีความยาว 4,191 มม. และระยะฐานล้อ 2,601 มม. ถือว่ามีขนาดตัวที่ค่อนข้างกะทัดรัด เน้นความคล่องตัว เมื่อเทียบกับคู่แข่งครอสส์โอเวอร์อย่าง เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลเอ กับความยาว 4,424 มม. และระยะฐานล้อ 2,699 มม. และอีกหนึ่งครอสส์โอเวอร์สไตล์ เอสยูวี จากค่ายรถร่วมชาติอย่าง บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 1 มีความยาว 4,439 มม. และระยะฐานล้อ 2,670 มม.


INTERIOR ภายใน

 

ห้องโดยสารของ เอาดี คิว 2 เน้นความเรียบง่าย แต่มีการออกแบบส่วนประกอบต่างๆ ให้แลดูทันสมัย ช่องแอร์ทรงกลม ปุ่มใช้งานบนคอนโซลกลางมีขนาดเล็ก จอแสดงผลตรงกลางทรงแบน แต่ไม่สามารถเลื่อนเก็บลงมาได้เหมือนรุ่นพี่อย่าง คิว 7 มาตรวัด 2 วง มีจอดิจิทอลตรงกลาง ดูเรียบง่าย พวงมาลัยทรงสปอร์ท พร้อมปุ่มมัลทิฟังค์ชันครบครัน คันเกียร์ทรงกลมกระชับสั้น จุดที่เพิ่มความเร้าใจ คือ วัสดุที่ใช้ประกอบบริเวณด้านข้างคอนโซลเกียร์ และแผงคอนโซลหน้า มีลวดลายสีแดงสดไล่เรียงในแนวเฉียง ส่วนความกว้างขวางถือว่าน่าพอใจสำหรับครอสส์โอเวอร์ระดับนี้ ด้านหน้ามีพื้นที่เพียงพอ ขณะที่ด้านหลังนั่งได้ค่อนข้างสบายเกินคาด แม้ระยะศีรษะจะค่อนข้างจำกัดเล็กน้อยก็ตามจากแนวหลังคาที่ลาดเท เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายด้วยการพับเบาะหลังราบเป็นพื้นเดียวกัน
 
แม้การออกแบบโดยรวมจะทำได้ดี มีความทันสมัย แต่จุดสังเกตที่มองเห็นได้ คือ การเลือกใช้วัสดุที่เรียบง่ายเกินไป ขาดซึ่งความรู้สึกหรูหรา นอกจากนี้เบาะคู่หน้ายังปรับทิศทางด้วยมือ ถ้าเป็นไปได้น่าจะปรับด้วยไฟฟ้า ถึงจะเป็นครอสส์โอเวอร์ขนาดเล็ก รุ่นพื้นฐาน แต่ราคาค่าตัวระดับเกินกว่า 2 ล้านบาทเช่นนี้ ควรมีติดตั้งมาให้ นอกจากนี้ระบบปรับอากาศยังไม่ใช่แบบอัตโนมัติ


ENGINE เครื่องยนต์

 

เอาดี คิว 2 ที่นำเข้ามาทำตลาดเป็นรุ่น 35 ทีเอฟเอสไอ เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 4 สูบ ขนาด 1.4 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า มีระบบที่น่าสนใจ คือ ระบบตัดการทำงานเหลือ 2 สูบในช่วงความเร็วต่ำคงที่ แต่จะมีผลกับการประหยัดเชื้อเพลิงแค่ไหน มาติดตามกันเลย
 
คู่เปรียบเทียบในครั้งนี้ คือ ครอสส์โอเวอร์ขนาดใกล้เคียงกันที่ทำตลาดในบ้านเรา อาจมีความแตกต่างด้านรูปแบบตัวถังอยู่บ้าง พร้อมกับรูปแบบของขุมพลังที่หลากหลาย ได้แก่ เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลเอ 200 เออร์เบิน เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ ขนาด 1.6 ลิตร 156 แรงม้า และ บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 1 เอสไดรฟ 18 ดี สปอร์ท เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า
 
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. คิว 2 ทำเวลาที่ 9.7 วินาที จีแอลเอ 200 คือ 10.4 วินาที และ เอกซ์ 1 อยู่ที่ 10.6 วินาที ถือว่าเกินคาดไม่ใช่น้อย สำหรับช่วงอัตราเร่งตีนต้น ครอสส์โอเวอร์จาก เอาดี มีความฉับไวเหนือกว่าคู่แข่ง ส่วนหนึ่งอาจมาจากตัวถังที่มีขนาดกะทัดรัด และการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมของเครื่องยนต์
 
ถัดมา คือ อัตราเร่งระยะ 0-1,000 ม. คิว 2 ทำได้ที่ 31.0 วินาที (ที่ความเร็ว 172.5 กม./ชม.) จีแอลเอ 200 คือ 32.0 วินาที (ที่ความเร็ว 165.7 กม./ชม.) และ เอกซ์ 1 ทำเวลาที่ 31.7 วินาที (ที่ความเร็ว 171.6 กม./ชม.) การตอบสนองด้านอัตราเร่งของ คิว 2 ยังทำได้ดีในช่วงความเร็วปลาย อัตราเร่งนำหน้าคู่แข่งทั้ง 2 ราย แม้เครื่องยนต์จะมีขนาดเล็กที่สุด (ที่ 1.4 ลิตร) ก็ตามที แต่มีความสมดุลทั้งในแง่ของพละกำลัง และน้ำหนักตัวรถ (น้ำหนักรวม 1,280 กก.)
 
ส่วนอัตราเร่งยืดหยุ่นที่ความเร็ว 60-100 และ 80-120 กม./ชม. คิว 2 มีอัตราเร่งที่ 4.8 และ 6.1 วินาที ส่วน จีแอลเอ 200 คือ 5.2 และ 7.1 วินาที และ เอกซ์ 1 ทำได้ที่ 5.5 และ 6.9 วินาที ตามลำดับ อัตราเร่งในส่วนนี้ช่วยตอกย้ำว่า อัตราเร่งของ คิว 2 สามารถนำหน้าคู่แข่งได้ทุกช่วงความเร็ว การตอบสนองของระบบเกียร์ และเครื่องยนต์ทำได้น่าพอใจมาก มีความกระฉับกระเฉงดี ไม่ถึงกับแรงแบบหลังติดเบาะ แต่ปลดปล่อยอัตราเร่งได้อย่างต่อเนื่อง
 
มาถึงหัวข้อการประหยัดเชื้อเพลิงในช่วงความเร็ว 60/80/100/120 กม./ชม. คิว 2 ทำตัวเลขออกมาได้ที่ 30.6/23.9/18.0/14.1 กม./ลิตร ขณะที่ จีแอลเอ 200 ทำได้ที่ 21.5/20.9/16.7/12.5 กม./ลิตร และ เอกซ์ 1 คือ 30.1/29.9/22.9/18.2 กม./ลิตร ในแง่ของการประหยัดเชื้อเพลิงจะสังเกตเห็นได้ว่าในช่วงความเร็วต่ำที่ 60 กม./ชม. ตัวเลขที่ออกมาทำได้ดีเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ดีเซลด้วยซ้ำ เป็นผลมาจากระบบขับเคลื่อน 2 สูบเมื่อแล่นที่ความเร็วต่ำอย่างคงที่ (หากระบบนี้ทำงานจะแสดงข้อความให้เห็นบนหน้าจอดิจิทอลตรงกลางแผงหน้าปัด) โดยจะทำงานถึงช่วงความเร็วประมาณกว่า 70 กม./ลิตร ในสภาวะการขับขี่แบบปกติ หลังจากนั้นอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจะสูงขึ้น เพราะเครื่องยนต์ทำงานทั้งหมด 4 สูบ แต่ยังถือว่าน่าพอใจสำหรับสมรรถนะที่ได้มา เป็นรองเพียงเครื่องยนต์ดีเซลของ เอกซ์ 1 เท่านั้น


SUSPENSION ระบบรองรับ

 

ตัวถังที่มีขนาดกะทัดรัด ระยะโอเวอร์แฮงสั้น รวมถึงการปรับแต่งพวงมาลัยให้มีน้ำหนักที่เหมาะสม ทำให้ เอาดี คิว 2 มีอารมณ์ความสปอร์ทแฝงอยู่ในการขับขี่พอสมควร แต่ยังบังคับควบคุมง่าย ไม่แข็งกระด้าง รองรับการใช้งานในตัวเมือง และการขับขี่ช่วงความเร็วสูงได้ดีควบคู่กัน อย่างไรก็ตาม เรามีความรู้สึกว่าหากระบบรองรับปรับแต่งให้มีความหนึบมากกว่านี้อีกสักนิด ครอสส์โอเวอร์คันนี้จะขับสนุกได้อีกมาก รวมถึงล้อแมกหากมีขนาดใหญ่กว่านี้จะช่วยเพิ่มความมั่นคงขณะขับขี่ให้ดีขึ้นได้อีกเช่นกัน
 
ระยะเบรคที่ความเร็ว 60/80/100 กม./ชม. คิว 2 ทำได้ที่ 14.3/25.3/39.5 ม. จีแอลเอ 200 อยู่ที่ 13.7/25.0/38.4 ม. และ เอกซ์ 1 คือ 14.4/25.3/39.7 ม. ตามลำดับ ประสิทธิภาพของระบบเบรคจาก คิว 2 ทำได้ไม่แพ้คู่แข่ง สูสีกับ เอกซ์ 1 มากๆ แต่ครอสส์โอเวอร์ที่โดดเด่นเรื่องระยะเบรค ตกเป็นของ จีแอลเอ 200 แต่โดยรวมแล้วทั้ง 3 รุ่นถือว่าไม่มีใครยอมใครในเรื่องนี้ และเป็นตัวเลขที่ทำได้ดีไม่แพ้รถซีดานหรูหลายรุ่นเลยทีเดียว