ทดสอบ

ทดสอบ

นิสสัน โนท

อีโคคาร์ที่มีความสะดวกสบายในระดับหัวแถว !

31 Dec 2017

อีโคคาร์ เป็นเซกเมนท์หนึ่งที่มีความหลากหลายในแง่ของทางเลือก จากเดิมที่มีความแตกต่างด้านตัวถัง นั่นคือ ซีดาน และแฮทช์แบค ปัจจุบันระบบความปลอดภัยตลอดจนอุปกรณ์ใช้งานต่างๆ ต้องมีความหลากหลายและทันสมัยไม่แพ้รถยนต์ราคาแพงกว่า นับเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่อีโคคาร์ พร้อมตอบสนองให้กับความต้องการของตลาด ครั้งนี้เรามาทดสอบ นิสสัน โนท แฮทช์แบค ทรงสวย และอัดแน่นระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน

EXTERIOR ภายนอก

 

นิสสัน โนท ถูกจัดอยู่ในกลุ่มอีโคคาร์ เฟส 1 แต่เส้นสายโดยรวมมีความโฉบเฉี่ยว ทันสมัย แม้ในตลาดโลกจะทำตลาดมาสักพักหนึ่งแล้ว แต่รุ่นที่นำเข้ามาทำตลาดในบ้านเราได้รับการปรับโฉมเรียบร้อย เห็นได้จากกระจังหน้าโครเมียมทรงตัว U รับกับกันชนหน้าที่ดูสปอร์ท ไฟท้ายทรงเหลี่ยมคม ผนวกกับเส้นด้านข้างตัวถังตวัดเฉียงขึ้น เสริมมาดปราดเปรียวให้กับตัวรถได้ไม่น้อย
 
นอกจากความโฉบเฉี่ยวแล้ว นิสสัน โนท มีขนาดตัวถังที่ใหญ่โตในระดับ บี-เซกเมนท์ เลยทีเดียว มิติตัวถังโดยรวมใกล้เคียงกับ ฮอนดา แจซซ์ และมีขนาดตัวใหญ่กว่าแฮทช์แบคร่วมค่าย มาร์ช อย่างเห็นได้ชัด และถือเป็นอีโคคาร์ตัวถังแฮทช์แบคที่มีขนาดตัวใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ มากกว่า โตโยตา ยารีส ด้วยซ้ำ ถือเป็นความคุ้มค่าอีกประการสำหรับผู้มีงบประมาณระดับอีโคคาร์ แต่ได้ตัวถังขนาดใหญ่กว่ารถยนต์ที่มีราคาโดยรวมแพงกว่า อย่างไรก็ตาม


INTERIOR ภายใน

 

มิติตัวถังภายนอกที่ใหญ่โต ส่งผลดีกับห้องโดยสาร พื้นที่ใช้สอยมีให้เหลือเฟือ ทั้งในแง่ของการโดยสาร (โดยเฉพาะผู้โดยสารด้านหลัง) และการขนสัมภาระที่ทำได้อย่างหลากหลาย ประตูบานหลังสามารถเปิดออกได้ถึง 85 องศา สะดวกสำหรับการเข้า/ออก และการขนสัมภาระ ประตูบานท้ายเปิดได้สูง ขอบด้านล่างค่อนข้างต่ำ ยกของใส่ที่เก็บสัมภาระท้ายได้สะดวกสบายเช่นกัน เบาะหลังสามารถพับได้ราบเพียงครั้งเดียว ติดตั้งตะขอสำหรับยึดสัมภาระมาพร้อม นับเป็นอีโคคาร์ที่มีความคุ้มค่าด้านการใช้งานมากที่สุดรุ่นหนึ่งก็ว่าได้
 
นอกจากนี้พื้นที่ใช้สอยแล้วอุปกรณ์ที่ให้มาในรุ่นทอพ วีแอล ถือว่าน่าพอใจพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นระบบกล้องมองด้านหลังแบบรอบทิศทาง จะแสดงผลขึ้นมาเมื่อเข้าเกียร์ถอย (หรือกดปุ่มใช้งาน) บนฝั่งซ้ายของกระจกมองหลัง เหมาะสำหรับการถอยรถในที่แคบ หรือการเคลื่อนรถในพื้นที่จำกัด นอกจากแสดงภาพรอบทิศทางแล้ว ยังสามารถตรวจจับวัตถุ หรือคนที่เคลื่อนไหวอยู่ในระยะใกล้ตัวรถจากแต่ละมุมอีกด้วย ขณะที่ระบบเครื่องเสียงเป็นแบบจอสัมผัสของ KENWOOD พร้อมระบบเชื่อมต่อกับมือถือ
 
ในแง่ของพื้นที่ใช้สอยถือว่า นิสสัน โนท ทำได้ดีมาก แต่มีจุดสังเกตอยู่บ้าง คือ คุณภาพของวัสดุที่ใช้ดูเรียบง่ายเกินไป โดยเฉพาะแผงคอนโซลหน้า และแผงประตูด้านใน เป็นวัสดุขึ้นรูปที่แลดูไม่ทันสมัยเท่าใดนัก นอกจากนี้การออกแบบคอนโซลกลางบริเวณปุ่มควบคุมเครื่องปรับอากาศ และคันเกียร์ ดูคล้ายกับรถที่ทำตลาดมานานแล้วอย่าง มาร์ช หรือ อัลเมรา นอกจากนี้เราพบว่าเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารจะมากกว่าคู่แข่งเล็กน้อย


ENGINE เครื่องยนต์

 

นิสสัน โนท ยังคงใช้เครื่องยนต์บลอคเดียวกับอีโคคาร์ร่วมค่ายทั้ง มาร์ช และอัลเมรา นั่นคือ เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.2 ลิตร 3 สูบเรียง กำลังสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 10.8 กก.-ม. ที่ 4,400 รตน. เกียร์อัตโนมัติแปรผัน ภายใต้น้ำหนักของตัวรถที่มากกว่า อัลเมรา เล็กน้อย
 
รถที่เรานำมาเทียบตัวเลขสมรรถนะ ได้แก่ อีโคคาร์ตัวถังแฮทช์แบค ซูซูกิ สวิฟท์ เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร 4 สูบ 91 แรงม้า และโตโยตา ยารีส (รุ่นก่อนปรับโฉม) เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร 4 สูบ 86 แรงม้า
 
เริ่มจากอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. นิสสัน โนท ทำได้ที่ 17.1 วินาที ขณะที่ ซูซูกิ สวิฟท์ ทำเวลาได้ที่ 14.9 วินาที และ โตโยตา ยารีส คือ 13.8 วินาที แม้เป็นช่วงตีนต้น แต่ความแตกต่างด้านอัตราเร่งก็เห็นได้ชัด
 
อัตราเร่ง 0-1,000 ม. โนท ทำเวลาได้ที่ 38.2 วินาที ส่วน สวิฟท์ คือ 36.0 วินาที และ ยารีส มีตัวเลขที่ 35.3 วินาที แม้ในช่วงความเร็วตีนปลายก็ยังคงออกมาในแนวเดียวกัน โนท จะเน้นการตอบสนองแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวา แต่เน้นความต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามด้วยพละกำลังที่น้อยกว่า ผนวกกับน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก อัตราเร่งในส่วนนี้จึงไม่โดดเด่นเท่าใดนัก
 
สำหรับอัตราเร่งยืดหยุ่นเสมือนการเร่งแซง ที่ความเร็ว 60-100 และ 80-120 กม./ชม. นิสสัน โนท ทำได้ที่ 9.6 และ 12.9 วินาที ตามลำดับ ทางด้าน สวิฟท์ มีตัวเลขที่ 8.3 และ 11.0 วินาที ขณะที่ ยารีส คือ 7.7 และ 10.4 วินาที ตามลำดับ เรามีความรู้สึกว่าระบบส่งกำลัง และการตอบสนองของเครื่องยนต์จาก
 
โนท เน้นการใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ในแง่นี้สามารถรองรับได้ดี แต่ในแง่ของการทำอัตราเร่งอาจเป็นรองคู่แข่งพอสมควร
 
สำหรับหัวข้ออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ที่ความเร็ว 60/80/100/120 กม./ชม. นิสสัน โนท สามารถทำได้ดังนี้ 36.2/26.5/19.5/14.4 กม./ลิตร ในช่วงความเร็วต่ำถือว่าเครื่องยนต์แบบ 3 สูบ มีการประหยัดเชื้อเพลิงที่ดีอย่างน่าพอใจ แม้ในช่วง 100 กม./ชม. จะทำได้ดีใกล้เคียงกับอีโคคาร์รุ่นอื่น ทางด้าน สวิฟท์ มีตัวเลขที่ 32.9/24.8/19.2/14.6 กม./ลิตร และ ยารีส คือ 29.2/24.3/18.9/14.5 กม./ลิตร จะเห็นได้ว่าในช่วงความเร็ว 60-80 กม./ชม. โนท จะมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีกว่า แต่ในช่วง 100-120 กม./ชม. ไม่แตกต่างจากคู่แข่งเครื่องยนต์ 4 สูบเท่าใดนัก


SUSPENSION ระบบรองรับ

 

ระบบรองรับ และการบังคับควบคุมของ นิสสัน โนท ปรับแต่งเน้นความสะดวกสบายในการใช้งานทั่วไป ขณะเดียวกันก็มีความหนึบที่น่าพอใจ มั่นคงขณะใช้ความเร็วสูง โดยรวมใกล้เคียงกับอีโคคาร์ตัวถังซีดานร่วมค่ายอย่าง อัลเมรา บุคลิกการขับขี่ถือว่าตอบสนองได้ดี แต่ไม่ถึงกับฉับไวมากนัก การเข้าโค้งถือว่าทำได้ดีเกินคาด ไม่มีอาการโคลงให้เห็น เกาะถนนได้ดี ควบคุมทิศทางได้ดังใจ อย่างไรก็ตามเรามีความรู้สึกว่าล้อแมกขนาด 15 นิ้ว พร้อมยาง ดันลอพ เอนาเซฟ อีซี 300 ขนาด 185/65 R15 เน้นความประหยัด แต่มีขนาดเล็กไปหน่อย เมื่อเทียบกับความใหญ่โตของตัวถัง
 
จุดที่น่าสนใจสำหรับ นิสสัน โนท คือ ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันที่ติดตั้งมาให้ในรุ่นทอพ อีแอล หนึ่งในนั้น คือ ระบบเตือนการชนด้านหน้า ตรวจจับระยะห่างของรถคันหน้าที่เมื่อแล่นเข้าไปใกล้ โดยประมวลผลร่วมกับความเร็วที่เราใช้อยู่ด้วย หากเข้าใกล้รถยนต์คันหน้าเร็วเกินไป ระบบจะส่งสัญญาณเตือน พร้อมสัญญาณไฟกะพริบบริเวณหน้าปัด พบว่าบางครั้งระบบทำงานค่อนข้างประชั้นชิดพอสมควร นอกจากนี้ทางผู้ผลิตระบุว่า ระบบสามารถตรวจจับคนเดินถนนได้ในบางครั้ง และจากการทดสอบของเราพบว่าระบบแทบไม่ตรวจพบวัตถุทรงสูงที่อยู่ข้างหน้ารถเลย (ทดสอบโดยการใช้หุ่นจำลอง อาจมีความคลาดเคลื่อนในแง่ของความสูงที่เหมาะสม) จึงมีความเห็นว่า ระบบนี้เหมาะสำหรับตรวจจับรถยนต์คันหน้าขณะแล่นมากกว่า ขณะที่ระบบเตือนการเปลี่ยนเลนโดยไม่เจตนาสามารถทำงานได้ดี เป็นอีโคคาร์เพียงไม่กี่รุ่นที่ติดตั้งระบบความปลอดภัยดังกล่าวมาให้
 
จุดเด่นของ นิสสัน โนท คือ ระบบเบรคที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม เมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับเดียวกัน ระยะเบรคที่ความเร็ว 60/80/100 กม./ชม. โนท ทำได้ที่ 15.2/26.3/41.5 ม. เทียบเท่ารถยนต์ราคาแพงกว่า ขนาดใหญ่กว่าหลายรุ่นเลยทีเดียว ขณะที่ สวิฟท์ มีตัวเลขที่ 16.2/28.8/45.0 ม. และ ยารีส ที่ 15.6/28.6/43.4 ม. ในช่วงความเร็วต่ำความแตกต่างของอีโคคาร์ที่เรานำมาเทียบตัวเลขยังคงมีความใกล้เคียงกัน แต่เมื่อเพิ่มความเร็วขึ้นมา ความแตกต่างด้านระยะเบรคเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะช่วงความเร็ว 100 กม./ชม.


SUMMARY บทสรุป

 

นิสสัน โนท อีกหนึ่งทางเลือกของอีโคคาร์ที่น่าสนใจ ด้วยประโยชน์ใช้สอยที่มีให้อย่างเหลือเฟือ ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เทียบเท่า มีนี เอมพีวี เลยก็ว่าได้ จุดเด่นตามที่กล่าวมามีให้เทียบเท่ากันทั้ง 2 รุ่นย่อย (วี และ วีแอล) ในแง่ของความเป็นอีโคคาร์แล้ว แฮทช์แบคจาก นิสสัน รุ่นนี้ คุ้มค่ามากที่สุดก็ว่าได้ อุปกรณ์ใช้สอยที่เพิ่มความสะดวกสบายของการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีมาก เช่น กล้องมองรอบทิศทาง จากที่ก่อนหน้านี้มีติดตั้งในรถยนต์ร่วมค่ายราคาเกิน 1 ล้านบาท อย่าง เทอานา และ เอกซ์-ทเรล แม้ขนาดจอแสดงผลบนกระจกมองหลังมีขนาดเล็กไปหน่อย แต่มองเห็นภาพรอบคันได้เพียงพอ พร้อมระบบเตือนสิ่งที่เข้ามาใกล้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องทำใจสำหรับรถรุ่นนี้ คือ อัตราเร่งที่ไม่โดดเด่นมากนัก เครื่องยนต์ที่มีพละกำลังพอเพียง และขนาดตัวที่ค่อนข้างใหญ่ แต่ในแง่ของการใช้งานทั่วไป ถือว่าตอบสนองเน้นความต่อเนื่อง แต่การเร่งแซงในระยะกระชั้นชิด หรือคนขับเท้าหนักอาจต้องระวังพอสมควร
 
แต่จะรีบไปทำไม ในเมื่อความสะดวกสบาย กว้างขวาง อยู่รายล้อมรอบห้องผู้โดยสาร พร้อมระบบความปลอดภัย และอุปกรณ์ใช้งาน ที่จัดมาให้พร้อมสรรพแบบนี้อยู่แล้ว

 

 


เรื่องโดย : ภูเขม หน่อสวรรค์
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์/สายชล อรรถาเวช
นิตยสาร Formula ฉบับเดือน มกราคม ปี 2561
คอลัมน์ : ทดสอบ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/1rgot