ทดสอบ

ทดสอบ

TOYOTA FORTUNER 2.4V/2.8V SIGMA 4 2017

ทดสอบพี่น้องร่วมค่าย เพิ่มความมั่นใจด้วยระบบเบรคหลังใหม่

24 Nov 2017

โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ ใหม่ ปี 2017 เอสยูวีที่กำลังได้รับความนิยม ได้รับการปรับโฉมใหม่ นอกจากจะตกแต่งเพิ่มรายละเอียดปลีกย่อยแล้ว ยังเปลี่ยนแปลงระบบเบรคหลังใหม่ เอาใจแฟนคลับที่อยากจะให้มีระบบเบรคหลังแบบจาน มาตั้งแต่แรก
 
4 WHEELS นํา ฟอร์ทูเนอร์ รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ โฉมใหม่ มาทดสอบ เพื่อพิสูจน์ถึงสมรรถนะ เปรียบเทียบระหว่างรุ่นใหม่และเก่า เครื่องยนต์ ขนาด 2.4 ลิตร และ 2.8 ลิตร รุ่น วี ตัวทอพ

EXTERIOR ภายนอก

 

โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ 2.4 วี และ 2.8 วี รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ รุ่นปี 2017 ที่ได้รับการตกแต่งเพิ่มเติม พร้อมกับเปลี่ยนแปลงระบบเบรคหลังใหม่ จากดุมเบรคเป็นจานเบรค เอาใจแฟนๆ ที่เรียกร้องระบบเบรคแบบจาน มานาน
 
มิติภายนอกของ ฟอร์ทูเนอร์ ใหม่ รุ่นปี 2017 ทั้ง 2.4 วี และ 2.8 วี ตัวรถมีขนาดเท่ากัน เส้นสายดูโฉบเฉี่ยวและพลิ้วไหว ยาว 4,795 มม. กว้าง 1,855 มม. และสูง 1,835 มม. ระยะฐานล้อ 2,750 มม. มิติตัวรถใหญ่กว่า ฟอร์ทูเนอร์ เดิมทุกสัดส่วน โดยมีระยะฐานล้อเท่ากัน
 
หน้าตาและอุปกรณ์ไม่ได้ปรับเปลี่ยนไปจากเดิม ระบบไฟหน้าแบบไบ-บีม ไฟแอลอีดี พโรเจคเตอร์ พร้อมแอลอีดี เดย์ไทม์ รันนิง ไลท์ มีระบบปรับไฟหน้าสูง/ต่ำอัตโนมัติ ระบบควบคุมการเปิด/ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ กระจังหน้าและกันชนหน้า ออกแบบโฉบเฉี่ยว ภูมิฐาน เสารับสัญญาณวิทยุแบบ SHARK FIN กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว มีระบบ WELCOME LIGHT ติดตั้งไฟตัดหมอกหน้า/หลัง ติดตั้งราวหลังคาทรงสปอร์ท ประตูท้ายเปิด/ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยยกระดับความหรูหรา พร้อมระบบป้องกันการหนีบ POWER BACK DOOR WITH JAM PROTECTION สั่งงานง่ายผ่านระบบรีโมท หรือผ่านสวิทช์บริเวณที่นั่งคนขับและประตูท้าย มีสปอยเลอร์หลัง พร้อมไฟเบรคดวงที่ 3 แบบแอลอีดี ไฟท้ายดีไซจ์นล้ำแบบแอลอีดี ไลท์ ไกดิง ล้อแมกลายใหม่ ขนาด 18 นิ้ว ยางขนาด 265/60 R18


INTERIOR ภายใน

 

ห้องโดยสารตกแต่งหรูหรา ทันสมัย ใช้วัสดุชั้นดี มาตรวัดเรืองแสงแบบออพทิทรอน พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ หน้าจอสี คมชัดทุกรายละเอียด แสดงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ตลอดการเดินทาง อาทิ ข้อมูลการขับขี่ ข้อมูลระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ ข้อมูลการขับขี่แบบอีโค ข้อมูลระบบนำทาง ฯลฯ
 
พวงมาลัยมัลทิฟังค์ชัน มีระบบควบคุมการเปิด/ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ครูสคอนทโรล ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ ติดตั้งปุ่ม PUSH START สตาร์ทเครื่องยนต์ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ประตูท้ายเปิด/ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ติดตั้งเครื่องเล่นดีวีดี หน้าจอสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบนำทาง รองรับ T CONNECT และเชื่อมต่อบลูทูธ ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ ควบคุมแรงลมอัตโนมัติ เพื่อรักษาอุณหภูมิในห้องโดยสารให้เหมาะสม มีช่อง USB, IPOD และ AUX เชื่อมต่อความบันเทิงหลากหลาย
 
ประตูท้ายสั่งงานง่ายด้วยรีโมท หรือสวิทช์บริเวณที่นั่งคนขับและประตูท้าย เบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์สีน้ำตาลดูหรูหรา และสีครีมชามัวร์ ฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะแถวที่ 2 ปรับพับแบบวันทัช เบาะแถวที่ 3 ปรับพับแขวนข้างเหมือนเดิมตั้งแต่ยุคแรก บริเวณคอนโซลกลางด้านหลังมีช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าแบบ DC 12 โวลท์ และกระแสไฟฟ้า AC 220 โวลท์
 
ระดับเสียงในห้องโดยสาร ในรุ่น 2.4 วี วัดจากความเร็วคงที่ 60/80/100/120 กม./ชม. ได้ 58/62/65/69 เดซิเบล รุ่น 2.8 วี วัดได้ 60/63/66/69 เดซิเบล แม้ว่าจะมีการพัฒนาให้เสียงเครื่องยนต์เงียบลง และติดตั้งวัสดุซับเสียง แต่ระดับเสียงรบกวนในห้องโดยสาร ก็ยังอยู่ในเกณฑ์พอใช้ ไม่ได้เงียบจนดูแตกต่าง


ENGINE เครื่องยนต์

 

รุ่น 2.4 วี ใช้เครื่องยนต์ รหัส 2GD-FTV (HIGH) ขนาด 2.4 ลิตร ดีเซล คอมมอนเรล 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว พร้อมเทอร์โบแปรผัน และอินเตอร์คูเลอร์ กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รตน. แรงบิดสูงสุด 40.8 กก.-ม. ที่ 1,600-2,000 รตน.
 
ส่วนรุ่น 2.8 วี ใช้เครื่องยนต์ รหัส 1GD-FTV (HIGH) ขนาด 2.8 ลิตร ดีเซล คอมมอนเรล 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว พร้อมเทอร์โบแปรผัน และอินเตอร์คูเลอร์ กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,400 รตน. แรงบิดสูงสุด 45.9 กก.-ม. ที่ 1,600-2,400 รตน.
 
ทั้งคู่ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ โดยมีอัตราทดเดียวกัน มาพร้อมกับโหมดสปอร์ท และแพดเดิล ชิฟท์ที่พวงมาลัย ที่ติดตั้งแบบหมุนตามการใช้งาน สะดวกและง่ายขึ้น แต่ยังต่างกันที่อัตราทดเฟืองท้าย โดยรุ่น 2.4 วี มีอัตราทดเฟืองท้าย 4.1 ส่วนรุ่น 2.8 วี อัตราทดเฟืองท้าย 3.9
 
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซิกมา 4 ทำงานร่วมกับระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบ A-TRC มีเซนเซอร์ตรวจจับล้อหมุนฟรีและตัดกำลัง เมื่อพบว่าล้อข้างใดข้างหนึ่งหมุนฟรี และส่งกำลังไปยังล้อที่เหลือแทน สามารถเลือกโหมดการขับ H2, H4, L4 ได้เหมาะกับสถานการณ์ ผสานการทำงานร่วมกับระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี
 
รุ่น 2.4 วี เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล เทอร์โบ บลอคเล็ก ขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตราเร่งช่วงต้น 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลา 14.3 วินาที 0-400 ม. ได้ในเวลา 19.4 วินาที อัตราเร่งช่วงความเร็วปลาย ขณะทำความเร็วสูง 0-1,000 ม. ทำได้ 35.6 วินาที จังหวะเร่งแซง ในเมือง 60-100 กม./ชม. และนอกเมือง ในช่วง 80-120 กม./ชม. ฟอร์ทูเนอร์ มีอัตราเร่งแซงพอตัวที่ 8.2 และ 10.7 วินาที
 
อัตราเร่งไม่จัดจ้าน แค่พอตัว ทำได้ดีพอๆ กับ ฟอร์ทูเนอร์ รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล บลอคเดียวกัน แม้ว่าจะมีน้ำหนักของชุดขับเคลื่อน 4 ล้อมาพ่วงด้วยก็ตาม ในจังหวะเร่งแซงมีโหมดสปอร์ท และแพดเดิล ชิฟท์ ช่วยตอบสนองการขับขี่ได้ดีขึ้น
 
รุ่น 2.8 วี อัตราเร่งช่วงต้น 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลา 12.5 วินาที 0-400 ม. ได้ในเวลา 18.3 วินาที อัตราเร่งช่วงความเร็วปลาย ขณะทำความเร็วสูง 0-1,000 ม. ทำได้ 33.9 วินาที อยู่ในระดับที่ดี จัดว่าแรงพอๆ กับ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท 2.4 จีที จังหวะเร่งแซง ในเมือง 60-100 กม./ชม. และนอกเมือง ในช่วง 80-120 กม./ชม. ฟอร์ทูเนอร์ มีอัตราเร่งแซงพอตัวที่ 7.0 และ 8.9 วินาที จี้ติด มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไม่ห่าง
 
ฟอร์ทูเนอร์ 2.4 วี ขับเคลื่อน 4 ล้อ มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยโดยวัดจากความเร็วคงที่ 60/80/100/120 กม./ชม. ทำได้ 18.9/18.0/14.1/11.1 กม./ลิตร อยู่ในเกณฑ์ประหยัด ช่วงความเร็ว 100/120 กม./ชม. ทำได้ประหยัดพอๆ กับรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ที่ทำไว้ 14.2/11.2 กม./ลิตร
 
ฟอร์ทูเนอร์ 2.8 วี ขับเคลื่อน 4 ล้อ มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยโดยวัดจากความเร็วคงที่ 60/80/100/120 กม./ชม. ทำได้ 20.3/16.5/14.4/10.5 กม./ลิตร อยู่ในเกณฑ์ประหยัด เทียบกับคู่แข่งแล้วประหยัดกว่า ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แต่กินกว่า มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท อยู่เล็กน้อย


SUSPENSION ระบบรองรับ

 

ระบบรองรับด้านหน้าแบบอิสระ ปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบโฟร์ลิงค์ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ระบบเบรคด้านหน้าแบบจาน ด้านหลังเป็นดุม พร้อมเอบีเอส ระบบป้องกันล้อลอค มีระบบกระจายแรงเบรค และระบบเสริมแรงเบรค ติดตั้งระบบควบคุมการทรงตัว และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี เสริมด้วยระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน
 
ช่วงล่างเซทมาเน้นความนุ่มสบาย บังคับควบคุมง่าย คล่องตัว น้ำหนักเบรคดี ให้ระบบเสริมความปลอดภัยมาครบ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/60 R18
 
ผลทดสอบเบรค ฟอร์ทูเนอร์ 2.4 วี ที่ความเร็ว 60-0/80-0/100-0 กม./ชม. สามารถหยุดนิ่งได้ในระยะ 16.3/30.3/47.2 ม. อยู่ในเกณฑ์ดี เทียบกับ ฟอร์ทูเนอร์ 2.4 วี ขับเคลื่อน 2 ล้อ ที่ใช้ระบบเบรคหลังแบบดุม พบว่า ฟอร์ทูเนอร์ 2.4 วี ขับเคลื่อน 4 ล้อ โฉมใหม่ ระยะเบรคที่ 60-0 กม./ชม. หรือเบรคที่ความเร็วต่ำ มีระยะเบรคสั้นกว่า 1 เมตร โดยรุ่นเดิมทำได้ 17.3 ม. ส่วนเบรคที่ 80-0/100-0 กม./ชม. ระยะหยุดทำได้พอกัน เรียกได้ว่าเบรคขณะขับใช้งานในเมืองมั่นใจขึ้น
 
ผลทดสอบเบรค ฟอร์ทูเนอร์ 2.8 วี ที่ความเร็ว 60-0/80-0/100-0 กม./ชม. เบรคหยุดนิ่งได้ในระยะ 16.3/28.9/46.8 ม. อยู่ในระดับพอใช้ เทียบกับ ฟอร์ทูเนอร์ 2.8 วี ขับเคลื่อน 4 ล้อเดิม ที่ยังใช้เบรคหลังแบบดุม พบว่า ฟอร์ทูเนอร์ ใหม่ เมื่อใช้ระบบเบรคหลังแบบจานแล้ว ทำให้มีระยะเบรคสั้นลงเล็กน้อย 60-80 ซม.