ทดสอบ

ทดสอบ

ฮอนดา ซีวิค แฮทช์แบค V ฟอร์ด โฟคัส อีโคบูสต์ V มาซดา 3

แฮทช์แบค ไม่ใช่แค่ท้ายลาด แต่ต้องเฉียบขาดกว่านั้น !?!

25 Jul 2017

รถเก๋งสไตล์แฮทช์แบค คือ ส่วนผสมที่ลงตัว ระหว่างการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน และความสปอร์ทที่พอเหมาะ ภายใต้งบประมาณระดับ 1 ล้านบาท ปัจจุบันทางเลือกของรถยนต์ในกลุ่มนี้มีมากมายนอกเหนือจากรถซีดานผู้บริโภคเริ่มหันมาสนใจกันมากขึ้น การจับแฮทช์แบคมาทดสอบพร้อมกัน 3 บแรนด์ ในคราวเดียวกัน ! นั่นคือ ฮอนดา ซีวิค แฮทช์แบค ฟอร์ด โฟคัส อีโคบูสต์ และมาซดา 3

EXTERIOR ภายนอก

 

แฮทช์แบคทั้ง 3 รุ่น ต่างก็มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป ทาง ฮอนดา ซีวิค แฮทช์แบค มีเส้นสายหลายส่วนอิงจากรุ่นซีดาน แต่มีการปรับปรุงให้มีความแตกต่าง เช่น กันชนหน้ามีช่องด้านข้างขนาดใหญ่ (รุ่นซีดานจะมีขนาดเล็กกว่านี้) นับเป็นจุดสังเกตที่เห็นได้ชัดตั้งแต่แรกเห็น ขณะที่กระจังหน้า และไฟหน้าแบบแอลอีดีเหมือนกันกับรุ่นทอพ อาร์เอส ของตัวถังซีดาน นอกจากนี้ล้อแมกยังใช้แบบลายเฉพาะตัว ซึ่งแตกต่างจากรุ่นซีดาน ความเป็นแฮทช์แบคบ่งบอกด้วยตัวถังส่วนท้ายที่ลาดเท ชุดไฟท้ายยังคล้ายกับรุ่นซีดาน แต่สันเหลี่ยมโดยรวมจะขึงขังกว่า กระจกบานท้ายที่ลาดเท พร้อมสปอยเลอร์ท้ายบริเวณขอบบนของกระจก จุดที่น่าเสียดายเล็กน้อย คือ ท่อไอเสียคู่แบบหลบอยู่หลังกันชนท้าย ดูไม่เร้าใจเท่าใดนัก เทียบกับ ซีวิค แฮทช์แบค ของเมืองนอก จะเป็นท่อไอเสียคู่จัดวางตรงกลางกันชน ดุดันอย่าบอกใคร
 
หันไปทาง ฟอร์ด โฟคัส อีโคบูสต์ ปรับโฉมล่าสุด ไฟหน้าทรงเหลี่ยมเฉียง ด้านหน้าของตัวรถมีความปราดเปรียวลงตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตามรูปทรงส่วนท้ายไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก โดยเฉพาะรูปทรงของไฟท้ายที่เมื่อก่อนดูแปลกตา แต่มาตอนนี้ไม่ดึงดูดสายตามากนัก ถึงอย่างนั้น ฟอร์ด โฟคัส อีโคบูสต์ ก็เป็นแฮทช์แบคที่มีความลงตัวพอสมควร รูปทรงดูราวกับเกิดมาเพื่อเป็นแฮทช์แบคโดยเฉพาะ (แม้ความเป็นจริงจะมีรุ่นซีดานด้วยก็ตาม) แต่การทำตลาดมานาน จึงทำให้ขนาดตัวโดยรวมจะเล็กกว่าคู่แข่งทั้ง 2 ราย อยู่เล็กน้อย
 
สุดท้าย คือ มาซดา 3 ตัวถังแฮทช์แบค เพิ่งได้รับการปรับโฉมเช่นกัน แต่เป็นการปรับโฉมที่ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก จุดที่พอจะเห็นได้ คือ รูปทรงของไฟหน้า และคิ้วโครเมียมที่ต่อเนื่องจากขอบกระจังหน้าหดสั้นลงมาเล็กน้อย ตัวรถยังคงดูปราดเปรียวด้วยเส้นโค้งที่พลิ้วไหวตลอดความยาวของตัวรถ ล้อแมก 18 นิ้ว ขนาดพอดีกับซุ้มล้อ ขณะที่ส่วนท้ายติดตั้งท่อไอเสียคู่ ดุดันไม่เบา แต่ด้านบนควรเสริมชุดสปอยเลอร์จะเพิ่มความลงตัวได้มาก
 
โดยรวมแล้ว ฮอนดา ซีวิค แฮทช์แบค มีความได้เปรียบเรื่องความสดใหม่ และการห่างหายรถสไตล์แฮทช์แบคของสายพันธุ์ ซีวิค จากบ้านเรามาระยะหนึ่ง การกลับมาของรถรุ่นนี้ช่วยให้แฟนๆ หายคิดถึงได้ไม่น้อย ส่วน ฟอร์ด โฟคัส อีโคบูสต์ รูปทรงยังคงลงตัว ดูสปอร์ทไม่เบา แต่อาจขาดเรื่องความสดใหม่เล็กน้อย ส่วน มาซดา ฉีกแนวด้วยเส้นสายที่พลิ้วไหว ปราดเปรียว โอเวอร์แฮงส่วนหน้ารถค่อนข้างมาก ขณะที่โอเวอร์แฮงส่วนท้ายกระชับสั้น


INTERIOR ภายใน

 

ภายในห้องโดยสาร ซีวิค แฮทช์แบค ใช้แผงหน้าปัดแบบดิจิทอล เล่นแสงสีตั้งแต่สตาร์ทเครื่องยนต์ มาตรวัดแบบแอนาลอกรอบเครื่องยนต์ ส่วนความเร็วจะเป็นแบบดิจิทอลตรงกลาง การตกแต่งโดยรวมเน้นโทนสีดำ การออกแบบกลับดูเคร่งขรึม เบาะนั่งแต่ละตำแหน่งมีความกว้างขวาง นั่งสบาย แต่ตำแหน่งค่อนข้างต่ำลงมาเล็กน้อย ผู้โดยสารเบาะหลังจะรู้สึกว่านั่งเหยียดขา แต่ข้อดีของรุ่นแฮทช์แบค คือ การมีพื้นที่ช่วงศีรษะมากกว่ารุ่นซีดาน อีกทั้งยังให้ความรู้สึกปลอดโปร่งกว่า เมื่อพับเบาะราบจะมีพื้นที่เก็บสัมภาระต่อเนื่องกัน จุดได้เปรียบนอกจากรุ่นซีดาน นั่นคือ ความอเนกประสงค์ของการใช้งาน เราสังเกตว่าคันเกียร์ไม่มีโหมดบวก/ลบ การเปลี่ยนจังหวะเกียร์ต้องใช้แพดเดิล ชิฟท์เท่านั้น
 
ห้องโดยสารของ ฟอร์ด โฟคัส อีโคบูสต์ ยังใกล้เคียงกับรุ่นก่อนปรับโฉม พื้นที่โดยรวมถือว่าพอเพียง ด้านหลังไม่กว้างขวางเท่าใดนัก แต่คอนโซลหน้าปรับปรุงให้ดูทันสมัยมากขึ้น ระบบเครื่องเสียง โซนี จุดเด่น คือ ระบบเชื่อมต่อ ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 3 รุ่นล่าสุด การรองรับแอพพลิเคชันของระบบ APPLE CARPLAY แต่น่าเสียดายที่ยังไม่รองรับระบบ ANDROID AUTO แต่สามารถเชื่อมต่อกันได้ด้วยบลูทูธ ในแง่การใช้งานสมัยใหม่ ฟอร์ด ไม่เป็นรองใคร
 
มาซดา 3 รุ่นปรับโฉม ปรับปรุงห้องโดยสารได้น่าสนใจ โดยเฉพาะรูปทรงของพวงมาลัยที่เน้นเหลี่ยมมุมมากขึ้น ดูทันสมัย ติดตั้งปุ่มระบบช่วยเหลือการขับขี่ ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส หน้าปัดตรงกลางเป็นมาตรวัดรอบ แม้ตัวเลขความเร็วจะเป็นดิจิทอล แต่มีระบบแสดงผลสะท้อนแสงผ่านแผ่นพลาสติคข้างหน้า และยังแสดงผลการทำงานของระบบครูสคอนทโรลแบบแปรผันความเร็วด้วย ผู้ขับไม่ต้องละสายตามามองที่มาตรวัดมากเกินไป
 
แฮทช์แบคทั้ง 3 รุ่น มีความอเนกประสงค์มากกว่าตัวถังซีดาน นับเป็นคุณประโยชน์อีกประการนอกเหนือจากรูปทรงภายนอกที่เน้นความสปอร์ท ฮอนดา จะเด่นเรื่องพื้นที่ที่กว้างขวาง ฟอร์ด เด่นที่ระบบเชื่อมต่อที่ทันสมัย และมาซดา เด่นที่ความสปอร์ท และการใช้งานที่สะดวกสบายขณะขับขี่


ENGINE เครื่องยนต์

 

รายละเอียดคร่าวๆ ของแฮทช์แบคแต่ละรุ่นมีตามนี้ ฮอนดา ซีวิค แฮทช์แบค ใช้เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 173 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแปรผัน ส่วน ฟอร์ด โฟคัส อีโคบูสต์ มาในแนวเครื่องเล็กพ่วงเทอร์โบตามสมัยนิยมเช่นกัน กับเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 180 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ (ไม่ใช้เกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่แล้ว) สุดท้าย คือ มาซดา 3 ยังคงใช้แนวทางดั้งเดิม นั่นคือ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ไร้ระบบอากาศ ภายใต้ระบบ SKYACTIV-G กำลังสูงสุด 165 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ คราวนี้มาวัดสมรรถนะกันเลย
 
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ฮอนดา ซีวิค แฮทช์แบค ทำได้ในเวลา 8.5 วินาที ฟอร์ด โฟคัส อีโคบูสต์ คือ 9.5 วินาที และ มาซดา 3 อยู่ที่ 10.7 วินาที ในช่วงตีนต้นนี้ เครื่องยนต์เล็กอัดเทอร์โบมีอัตราเร่งฉับไวกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร และเมื่อวัดกันจริงๆ แล้วแฮทช์แบคจาก ฮอนดา นำหน้าไปก่อนพอสมควร
 
อัตราเร่งระยะ 0-1,000 ม. ฮอนดา ซีวิค แฮทช์แบค ใช้เวลาไป 29.6 วินาที (ที่ความเร็ว 179.8 กม./ชม.) ทางด้าน ฟอร์ด โฟคัส อีโคบูสต์ มีตัวเลขที่ 30.8 วินาที (ที่ความเร็ว 166.1 กม./ชม.) ส่วน มาซดา 3 คือ 31.7 วินาที (ที่ความเร็ว 170.4 กม./ชม.) แม้เป็นช่วงความเร็วตีนปลายวัดกันยาวๆ เครื่องยนต์ของ ฮอนดา ยังปลดปล่อยพละกำลังได้อย่างต่อเนื่อง มีความเร็วตีนปลายที่สูง ตัวเลขอัตราเร่งฉับไวกว่าคู่แข่ง ขณะที่ มาซดา แม้จะทำเวลาตามหลัง ฟอร์ด อยู่บ้าง แต่กลับมีความเร็วตีนปลายดีกว่า อาจเป็นผลจากการใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร แต่ไม่เร็วพอที่จะไล่จี้แฮทช์แบคของ ฟอร์ด มากไปกว่านี้
 
มาดูที่อัตราเร่งยืดหยุ่น ที่ความเร็ว 60-100 และ 80-120 กม./ชม. ฮอนดา ซีวิค แฮทช์แบค ทำเวลาในส่วนนี้ที่ 4.6 และ 5.8 วินาที ทางด้าน ฟอร์ด โฟคัส อีโคบูสต์ คือ 5.0 และ 6.2 วินาที สุดท้าย คือ มาซดา 3 อยู่ที่ 5.4 และ 6.7 วินาที แม้แต่อัตราเร่งยืดหยุ่นในการเร่งแซง ลักษณะของตัวเลขยังคงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ ฮอนดา ซีวิค แฮทช์แบค มีความฉับไวกว่าใคร ตามมาด้วย ฟอร์ด โฟคัส อีโคบูสต์ และปิดท้ายด้วย มาซดา 3 อัตราเร่งของทั้ง 3 รุ่น ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไปได้สบาย
 
อีกหัวข้อสำคัญ คือ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ที่ความเร็ว 60/80/100/120 กม./ชม. ฮอนดา ซีวิค แฮทช์แบค มีตัวเลขในหัวข้อนี้ที่ 27.3/18.1/16.2/14.3 กม./ลิตร ส่วน ฟอร์ด โฟคัส อีโคบูสต์ คือ 21.8/19.2/16.0/12.5 กม./ลิตร สุดท้ายกับ มาซดา 3 มีตัวเลขที่ 25.3/23.4/17.5/14.3 กม./ลิตร การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในหัวข้ออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ทางด้าน ซีวิค แฮทช์แบค ในช่วงความเร็วต่ำมีอัตราสิ้นเปลืองต่ำที่สุด ตามด้วย มาซดา 3 แม้ใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่กว่า เมื่อเพิ่มความเร็วขึ้น ทาง มาซดา กลับพลิกความได้เปรียบ มีตัวเลขที่ดีกว่าซะงั้น ส่วน ซีวิค เป็นรองกว่าใครที่ความเร็ว 80 กม./ชม. ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. มาซดา 3 ยังคงได้เปรียบ แต่ความแตกต่างขยับเข้ามาใกล้กันอีกเล็กน้อย จนกระทั่งจบการทดสอบที่ความเร็ว 120 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของ ซีวิค แฮทช์แบค และ มาซดา 3 ก็ลงมาเท่ากัน ตามมาห่างๆ โดย โฟคัส อีโคบูสต์
 
ตัวเลขสมรรถนะในหัวข้อต่างๆ พอจะทำให้เห็นได้ว่า ซีวิค แฮทช์แบค มีความโดดเด่นในแง่ของอัตราเร่งที่ฉับไว นำหน้าคู่แข่งในทุกหัวข้อ ตามมาไม่ห่าง คือ เครื่องยนต์บลอคเล็กพ่วงเทอร์โบเช่นกันของ ฟอร์ด แม้จะตามหลังเล็กน้อย แต่ก็ไม่ถือว่าห่างกันมากเกินไป ขณะที่ มาซดา 3 มีอัตราเร่งที่ดี แต่เครื่องยนต์แบบไร้ระบบอัดอากาศยังตามหลังเครื่องยนต์ยุคใหม่อยู่ดี แต่เรียกคะแนนคืน ด้วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่น่าพอใจ ส่วน ซีวิค แฮทช์แบค แม้จะประหยัดที่ความเร็วต่ำ แต่ตัวเลขกลับลดต่ำลงมาก เมื่อเพิ่มความเร็ว หากพิจารณาแล้ว อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของ ซีวิค ตัวถังซีดานกลับดูดีกว่านี้ด้วยซ้ำ


SUSPENSION ระบบรองรับ

 

การขับขี่ของแฮทช์แบคแต่ละรุ่นถูกปรับแต่งมาแตกต่างกันในรายละเอียด แม้เป็นรถที่แฝงความสปอร์ทก็ตามที ทางด้าน ฮอนดา ซีวิค แฮทช์แบค เน้นความนุ่มนวล ระบบรองรับโดยรวมใกล้เคียงกับรุ่นซีดาน ซึ่งเราคิดว่าควรปรับแต่งให้หนึบแน่นกว่านี้อีกเล็กน้อย เพื่ออรรถรสความสนุกขณะขับขี่ แม้โดยรวมจะรองรับการใช้งานทั่วไปได้ดีแล้วก็ตาม การเข้าโค้ง คือ จุดเด่นหนึ่งจากสายพันธุ์ ฮอนดา เสมอมา ควบคุมได้ดังใจ แต่เรามีความคิดว่าระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ของ ซีวิค แฮทช์แบค ยังน้อยกว่าคู่แข่งอีก 2 ราย ระบบความปลอดภัยมีแค่ระบบป้องกันการลื่นไถล ระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ และกล้องมองทางฝั่งซ้ายเท่านั้น
 
ฟอร์ด โฟคัส อีโคบูสต์ มีระบบรองรับปรับแต่งเน้นความหนึบแน่นที่พอเหมาะ ช่วงความเร็วสูง และการเข้าโค้ง เป็นรถที่มีความมั่นคงมากที่สุด ไต่ถึงช่วงความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจ สมเป็นค่ายรถจากซีกโลกตะวันตก นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบอำนวยความสะดวกสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ทั้งแบบจอดเทียบข้าง และแบบเข้าซอง พร้อมระบบช่วยวัดระยะขณะนำรถออกจากการจอดเทียบข้าง นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยเบรคอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ เมื่อตรวจพบสิ่งกีดขวางด้านหน้า ถือว่ามีประโยชน์มากๆ
 
มาซดา 3 ยังคงเป็นรถที่ขับสนุกตามแบบฉบับค่ายรถแห่งนี้ แม้รุ่นล่าสุดจะถูกปรับแต่งให้เน้นความนุ่มนวลกว่าเดิมบ้างแล้วก็ตาม การติดตั้งระบบ จี-เวคเตอริง ทำให้เข้าโค้งได้มั่นคงขึ้น แต่ผู้ขับที่ไม่เคยอาจรู้สึกว่ามีแรงฝืนต้านที่มือเล็กน้อย นอกจากนี้ในรุ่นล่าสุด ยังติดตั้งระบบครูสคอนทโรล แบบแปรผันความเร็ว เราลองแล้วพบว่ามีการทำงานที่ดี สะดวก และปลอดภัยขณะขับอยู่บนทางหลวง (แต่ไม่เหมาะกับการใช้งานในสภาพการจราจรที่หนาแน่น) ผู้ขับสามารถปรับตั้งระยะห่างของเวลาในการเข้าหารถคันหน้าได้ แม้ตั้งเอาไว้ใกล้สุด แต่ระยะห่างยังอยู่ในระดับที่ปลอดภัยดี อุ่นใจยามขับบนทางไกล


SUMMARY บทสรุป

 

3 แฮทช์แบค 3 ความโดดเด่น ทำให้รถประเภทนี้มีความหลากหลายมากกว่าที่เคย ในแง่ของความสปอร์ทจากสมรรถนะ รวมถึงภาพลักษณ์โดยรวม ฮอนดา ซีวิค แฮทช์แบค มีความได้เปรียบในส่วนนี้ เครื่องยนต์ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม ขับสนุก แต่ความสปอร์ทของรถรุ่นนี้จะเด่นชัดขึ้นหากได้ระบบรองรับที่มีความหนึบแน่นกว่านี้ ภายใต้ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ส่วน ฟอร์ด โฟคัส อีโคบูสต์ โดดเด่นด้วยระบบรองรับที่หนึบ มั่นคง ระบบช่วยเหลือการใช้งานที่สะดวกสบาย แต่เป็นรองที่ความสดใหม่ และพื้นที่ห้องโดยสารที่พอเพียง สุดท้าย คือ มาซดา 3 เส้นสายสะดุดตา แม้ทำตลาดมาระยะหนึ่งแล้ว เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ แต่มีประสิทธิภาพที่น่าพอใจ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ครบครัน ยังคงเป็นตัวเลือกที่ไม่อาจมองข้าม
 
นี่แหละแฮทช์แบคยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ สปอร์ท อเนกประสงค์ แต่ต้องล้ำหน้า และตอบสนองการใช้งานได้รอบด้าน !

 

 


เรื่องโดย : ภูเขม หน่อสวรรค์
นิตยสาร Formula ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2560
คอลัมน์ : ทดสอบ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/bbl53

บทความที่เกี่ยวข้อง