ทดสอบ

ทดสอบ

เอมจี จีเอส

ค่ายรถแดนมังกร ยกทัพบุกตลาดครอสส์โอเวอร์ในไทย !

27 Jun 2017

ท่ามกลางสมรภูมิ ครอสส์โอเวอร์ ระดับราคา 1 ล้านบาทที่มีการขับเคี่ยวกันดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าตลาดที่กำลังได้รับความนิยม หรือบางค่ายที่นำเสนอออพชันแบบไม่ไว้หน้ากัน ค่าย เอมจี ก้าวเข้ามาร่วมวงด้วยครอสส์โอเวอร์ที่โดดเด่นด้วยพละกำลัง ออพชันอัดแน่น และตามกันมาด้วยรุ่นเครื่องยนต์ที่เน้นความสมดุล ภายใต้ราคาที่ยั่วใจ ทางเลือกไหนจะเป็นอาวุธที่ครอสส์โอเวอร์น้องใหม่รุ่นนี้จะใช้ต่อกรกับบรรดาคู่แข่งทั้งหลาย มาพิสูจน์กันเลย

EXTERIOR ภายนอก

 

เอมจี จีเอส เป็นรถยนต์สัญชาติจีน ผสมเชื้อสายดั้งเดิม คือ อังกฤษ เส้นสายโดยรวมออกแบบโดยเน้นสันเหลี่ยม ผสมความปราดเปรียวได้อย่างลงตัว ถือเป็นรถยนต์จาก เอมจี ที่มีรูปทรงลงตัวรุ่นหนึ่งที่ทำตลาดในบ้านเราก็ว่าได้ ภายนอกโดยรวมจะมีความใกล้เคียงกัน ระหว่างรุ่นทอพ 1.5 ที เอกซ์ และ 2.0 ที เอกซ์ มีความแตกต่างที่เห็นได้ชัด คือ ล้อแมก โดยรุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ใช้ล้อแมกขนาด 17 นิ้ว ไฟหน้า ฮาโลเจน ขณะที่รุ่น 2.0 ลิตร มีขนาด 18 นิ้ว ไฟหน้าแบบ HID และปลายท่อไอเสียโครเมียม
 
ในแง่ของขนาดตัว เอมจี จีเอส ทั้ง 2 เครื่องยนต์ มีความยาวที่ 4,500 มม. กว้าง 1,855 มม. และระยะฐานล้อ 2,650 มม. เท่ากัน เทียบกับคู่แข่งในตลาดอย่าง มาซดา ซีเอกซ์-5 มีมิติตัวถังในส่วนนี้ที่ 4,540/1,840/2,700 ม. และ ฮอนดา เอชอาร์-วี ที่ 4,294/1,772/2,610 มม. ถือว่า จีเอส มีขนาดตัวที่อยู่กึ่งกลางระหว่างครอสส์โอเวอร์ของคู่แข่งทั้ง 2 ราย


INTERIOR ภายใน

 

ห้องโดยสารของ จีเอส มีความกว้างขวางที่น่าพอใจ โดยรวมแล้วให้ความรู้สึกว้างขวางกว่า ซีเอกซ์-5 ด้วยซ้ำ แม้จะมีขนาดตัวถังที่ใกล้เคียงกัน คอนโซลออกแบบเน้นความเรียบง่าย ผสมความทันสมัย ตรงกลางเป็นหน้าจอระบบสัมผัส ขนาด 8 นิ้ว พร้อมระบบเนวิเกเตอร์ จุดพิเศษของ เอมจี จีเอส คือ ระบบเชื่อมต่ออินเตอร์เนท INKANET ผ่านซิมคาร์ดที่ติดตั้งเอาไว้ข้างใน (ระบบของ TRUE) นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในการส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการของ เอมจี การเชื่อมต่อใช้เวลาไม่นาน แต่ขึ้นอยู่กับระดับสัญญาณของเครือข่ายมือถือด้วย หากเป็นไปได้ ควรมีแอพพลิเคชันยอดนิยม อย่าง YOUTUBE หรือช่องรายการความบันเทิงรองรับมากกว่านี้ จะทำให้ จีเอส เป็นครอสส์โอเวอร์ที่สะท้อนการใช้งานของลูกค้ายุคปัจจุบันได้ลงตัวมากขึ้น สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ไม่มีจอภาพติดตั้งมาเพิ่มเติม เนื่องจากเพดานของตัวรถเป็นหลังคาซันรูฟ (ในรุ่น 2.0 ที เอกซ์) หากต้องการจอแสดงผลระบบความบันเทิงเพิ่มเติมต้องจ่ายเงินเพิ่มเป็นอุปกรณ์เลือกติดตั้งเป็นหน้าจอติดตั้งด้านหลังเบาะคู่หน้า
 
ระหว่างรุ่น 1.5 ที เอกซ์ และ 2.0 ที เอกซ์ มีความแตกต่างในรายละเอียดของห้องโดยสาร โดยในรุ่น 1.5 ที เอกซ์ ไม่มีหลังคาซันรูฟ เบาะผู้โดยสารข้างคนขับปรับทิศทางด้วยมือ ตัวเบาะใช้วัสดุหนังสังเคราะห์ ขณะที่รุ่น 2.0 ที เอกซ์ ติดตั้งหลังคาซันรูฟ เบาะใช้วัสดุหนังแท้ผสมหนังสังเคราะห์ เบาะคู่หน้าปรับทิศทางด้วยไฟฟ้า ส่วนอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาเหมือนกัน ได้แก่ ระบบครูสคอนทโรล เบาะด้านหลังปรับเอนได้ พร้อมพับเก็บแบบ 60:40 ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องแอร์ด้านหลัง


ENGINE เครื่องยนต์

 

เอมจี จีเอส มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2 ทางเลือก จากที่ก่อนหน้านี้เปิดตัวกับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 2.0 ลิตร พละกำลังถึง 218 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 6 จังหวะ ที่สร้างความฮือฮาได้พอสมควร เพราะครอสส์โอเวอร์ระดับเดียวที่มีถึง 200 แรงม้า ต้องย้อนไปหลายปีก่อนกับ ฟอร์ด เอสเคพ (เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร) ถัดมาเมื่อปลายปีที่แล้ว เอมจี เพิ่มทางเลือกกับเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 1.5 ลิตร 167 แรงม้า แต่เกียร์ทันสมัยกว่า เป็นแบบอัตโนมัติ คลัทช์คู่ 7 จังหวะ มาดูสมรรถนะแยกแต่ละรุ่นกันเลย
 
เริ่มจากรุ่นเครื่งยนต์ 2.0 ลิตร 218 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 10.1 วินาที เทียบสมรถรนะกับคู่แข่งระดับ 1 ล้านบาทต้นๆ อย่าง มาซดา ซีเอกซ์-5 เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 165 แรงม้า (ขับเคลื่อนล้อหน้า) มีอัตราเร่งที่ 10.7 วินาที นับว่าน่าแปลกใจที่อัตราเร่งไม่ต่างกันมากนัก แม้ จีเอส จะมีแรงม้าเยอะกว่าพอสมควรก็ตาม
 
ในช่วงความเร็วปลาย ระยะ 0-1,000 ม. จีเอส (2.0 ลิตร) ทำเวลาที่ 31.0 วินาที (ที่ความเร็ว 174.0 กม./ชม.) ส่วน ซีเอกซ์-5 (2.0 ลิตร) ทำได้ที่ 32.1 วินาที (ที่ความเร็ว 165.2 กม./ชม.) จะเห็นได้ว่าเมื่อระบบเกียร์ และเทอร์โบของเครื่องยนต์เริ่มตอบสนองคันเร่ง อัตราเร่งของ จีเอส รุ่นนี้มีความฉับไวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ความเร็วปลายทำได้ดี และอัตราเร่งในส่วนนี้ขยับห่างจากคู่แข่งได้บ้าง พอจะชดเชยช่วงออกตัวที่ระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ทำงานค่อนข้างช้าในขณะที่กดคันเร่งลึกทันใด หากระบบเกียร์มีความฉับไวมากกว่านี้ เชื่อว่าสมรรถนะของเครื่องยนต์ระดับ 218 แรงม้าจะถูกปลดปล่อยออกมาเต็มเม็ดเต็มหน่วยกว่านี้อย่างแน่นอน
 
ส่วนอัตราเร่งยืดหยุ่นที่ความเร็ว 60-100 และ 80-120 กม./ชม. จีเอส (2.0 ลิตร) ทำเวลาที่ 5.5 และ 7.1 วินาที ส่วน ซีเอกซ์-5 (2.0 ลิตร) ทำเวลาในส่วนนี้ที่ 5.6 และ 7.0 วินาที อีกครั้งที่พิสูจน์ว่าการทำงานของระบบเกียร์ทำให้อัตราเร่งยืดหยุ่นทั้ง 2 ช่วงความเร็วไม่ฉับไวสมกับแรงม้าที่มี ตัวเลขที่ออกมาใกล้เคียงกับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร แบบไร้ระบบอัดอากาศของ ซีเอกซ์-5 ด้วยซ้ำ
 
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ความเร็ว 60/80/100/120 กม./ชม. เอมจี จีเอส (2.0 ลิตร) มีตัวเลขที่ 18.2/16.3/12.6/10.3 กม./ลิตร ขณะที่ มาซดา ซีเอกซ์-5 (2.0 ลิตร) คือ 24.5/20.6/15.2/12.2 กม./ลิตร จากตัวเลขจะเห็นได้ว่า จีเอส มีอัตราสิ้นเปลืองที่มากกว่า เป็นไปตามจำนวนแรงม้าที่มี ในยุคก่อนหน้านี้อาจเป็นตัวเลขที่ไม่น่าแปลกใจมากนัก แต่ในยุคปัจจุบัน ถือว่าสิ้นเปลืองมากไปหน่อย ส่วนหนึ่งอาจมีสาเหตุจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา แม้จะรองรับน้ำมันเชื้อเพลิง อี 85 ก็ตาม
 
เปลี่ยนรุ่นกันมาที่ เอมจี จีเอส รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ 163 แรงม้า คู่เปรียบเทียบเราเปลี่ยนมาเป็น ฮอนดา เอชอาร์-วี เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร 141 แรงม้า เนื่องจากมีราคาใกล้เคียงกัน เริ่มจากอัตราเร่งตีนต้นที่ 0-100 กม./ชม. จีเอส (1.5 ลิตร) ทำได้ 10.5 วินาที ขณะที่ เอชอาร์-วี คือ 11.5 วินาที ช่วงความเร็วปลาย 0-1,000 ม. ครอสส์โอเวอร์จาก เอมจี ทำเวลาที่ 31.9 วินาที (ที่ความเร็ว 167.9 กม./ชม.) ส่วนฟาก ฮอนดา คือ 32.7 วินาที (ที่ความเร็ว 165.1 กม./ชม.) เห็นได้ว่าเครื่องยนต์พ่วงเทอร์โบของ เอมจี จีเอส มีความได้เปรียบด้านอัตราเร่งพอสมควร ทั้งช่วงตีนต้น และตีนปลาย แม้แรงม้าจะน้อยกว่ารุ่น 2.0 ลิตร แต่การตอบสนองของระบบส่งกำลังมีความกระฉับกระเฉงกว่า
 
อัตราเร่งยืดหยุ่น ช่วงความเร็ว 60-100 และ 80-120 กม./ชม. จีเอส (รุ่น 1.5 ลิตร) อยู่ที่ 5.0 และ 7.3 วินาที ขณะที่ เอชอาร์-วี มีอัตราเร่งที่ 6.2 และ 7.8 วินาที การตอบสนองที่ดีของระบบเกียร์ทำให้อัตราเร่งยืดหยุ่นของ จีเอส ทำได้ดีกว่า เอชอาร์-วี จะมีเพียงช่วงความเร็วสูงที่อัตราเร่งจะใกล้เคียงเข้ามาเล็กน้อย แต่พิจารณาแล้ว เอมจี จีเอส รุ่น 1.5 ลิตร มีอัตราเร่งที่ใกล้เคียงกับรุ่น 2.0 ลิตร
 
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ความเร็ว 60/80/100/120 กม./ชม. จีเอส (รุ่น 1.5 ลิตร) ทำผลออกมาที่ 23.4/19.6/15.2/12.1 กม./ลิตร ขณะที่ เอชอาร์-วี มีตัวเลข คือ 23.1/20.1/16.6/13.0 กม./ลิตร พอจะเห็นภาพรวมว่า ครอสส์โอเวอร์จาก ฮอนดา มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีกว่า แต่ จีเอส (รุ่น 1.5 ลิตร) ก็ทำได้ดีไม่ห่างกันมาก หากมองในแง่ของอัตราเร่งโดยรวมที่ดีกว่า อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของ จีเอส รุ่นนี้อยู่ที่ระดับที่เหมาะสม
 
จุดหลักของ เอมจี จีเอส คือ การหันมาใช้เกียร์อัตโนมัติ คลัทช์คู่ แม้เป็นระบบเกียร์ที่เปลี่ยนจังหวะได้ฉับไว และส่งกำลังได้ดี แต่การทำงานของรุ่น 2.0 ลิตร เมื่อออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง และกดคันเร่งลึกทันใด คลัทช์กลับใช้เวลาอยู่พักหนึ่งถึงจะเริ่มส่งกำลัง ทำให้อัตราเร่งหายไปชั่วขณะ ต่างจากเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ของรุ่น 1.5 ลิตร มีการทำงานที่ดีกว่า ถ้าเป็นไปได้ทางผู้ผลิตควรพิจารณานำเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะมาใช้ในรุ่น 2.0 ลิตรด้วย


SUSPENSION ระบบรองรับ

 

ระบบรองรับของ เอมจี จีเอส ยังเป็นจุดเด่นตามแบบฉบับค่ายรถสัญชาติอังกฤษ ช่วงล่างมีความหนึบอย่างพอเหมาะ มั่นคง แต่ไม่แข็งกระด้าง เป็นเอกลักษณ์ที่พบใน เอมจี แทบทุกรุ่นที่ทำตลาดในบ้านเรา ไม่เว้นแม้แต่ครอสส์โอเวอร์รุ่นนี้ แม้ตัวถังจะมีความสูงมากกว่ารถซีดานก็ตาม แต่ความรู้สึกขณะทำอัตราเร่ง มีความมั่นคงดีมาก แต่สิ่งที่เราสังเกต คือ น้ำหนัก และการตอบสนองของพวงมาลัย ยังขาดความหนักแน่น แม้ขณะวิ่งบนทางตรงจะมีความนิ่งเป็นอย่างดี แต่ขณะเลี้ยวกลับไม่ทันใจเท่าใดนัก ทำให้อารมณ์สปอร์ทของตัวรถลดทอนลงบางส่วน
 
ประสิทธิภาพของระบบเบรคของ เอมจี จีเอส แต่ละรุ่นที่ความเร็ว 60/80/100 กม./ชม. มีดังนี้ จีเอส (2.0 ลิตร) 15.7/28.3/43.1 ม. ส่วน มาซดา ซีเอกซ์-5 (2.0 ลิตร) ทำได้ที่ 17.0/30.1/45.2 ม. ถือว่า จีเอส รุ่นนี้ทำได้น่าพอใจในแง่ของระยะเบรค ทำได้ดีสมกับการเป็นบแรนด์ที่มีสัญชาติอังกฤษผสมอยู่
 
ทางด้าน เอมจี จีเอส (รุ่น 1.5 ลิตร) มีระยะเบรคที่ความเร็วในช่วงเดียวกันที่ 16.1/28.7/43.4 ม. แม้จะใช้ล้อแมกขนาด 17 นิ้ว แต่ระบบเบรคมีประสิทธิภาพที่ทำได้ดีไม่แพ้กับรุ่นเครื่องยนต์ใหญ่กว่า ส่วน เอชอาร์-วี มีตัวเลขที่ 16.0/27.5/44.1 ม. ทำได้ดีเช่นกัน แต่มีจุดเสียเปรียบที่ความเร็วสูง 100 กม./ชม. กลับมีระยะเบรคมากกว่าพอประมาณ


SUMMARY บทสรุป

 

เอมจี จีเอส ปลุกกระแสครอสส์โอเวอร์ระดับราคา 1 ล้านบาทต้นๆ กับรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร พ่วงเทอร์โบ กำลังสูงสุด 218 แรงม้า แม้พละกำลังของเครื่องยนต์บลอคนี้มีอัตราเร่งที่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย แต่กลับถูกลดทอนความฉับไวของอัตราเร่งด้วยการทำงานของระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ ที่ตอบสนองค่อนข้างช้า แต่อุปกรณ์ที่ให้มา และระบบความปลอดภัยถือว่าจุใจ และครอบคลุม ไม่น้อยหน้าคู่แข่งเจ้าอื่นที่มีราคาแพงกว่า
 
ทางเลือกที่น่าสนใจ คือ เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร พ่วงเทอร์โบ กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แม้ตัวเลขแรงม้าจะไม่หวือหวา แต่การตอบสนองที่ดีของระบบส่งกำลัง ทำให้อัตราเร่งทำได้น่าพอใจ วัดออกมาเป็นตัวเลขแล้วไม่ทิ้งห่างจากรุ่น 2.0 ลิตรมากนัก อีกส่วนหนึ่ง คือ ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า ทำให้ตอบสนองอัตราเร่งได้ดี ภายใต้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่เหมาะสม
 
แม้ออพชันบางรายการจะน้อยกว่ารุ่น 2.0 ลิตร แต่ระบบความปลอดภัย และระบบเชื่อมต่อต่างๆ ก็มีมาให้ครบครันไม่แพ้กัน และจุดสำคัญ คือ ราคาที่อยู่ในระดับไม่เกิน 1 ล้านบาทของรุ่น 1.5 ลิตร (890,000-990,000 บาท) ย่อมกว่ารุ่น 2.0 ลิตร พอสมควร (1,210,000-1,310,000 บาท) ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับ เอมจี จีเอส เครื่องเล็ก แต่ลงตัว รุ่นนี้อีกไม่น้อย !

 

 


เรื่องโดย : ภูเขม หน่อสวรรค์
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์
นิตยสาร Formula ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2560
คอลัมน์ : ทดสอบ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/7QX2k