ทดสอบ

ทดสอบ

โตโยตา ซีเอนตา

เอมพีวี ยุคใหม่ “เปรี้ยว” ไม่แพ้รถยนต์นั่ง !?!

23 Apr 2017

เอมพีวี คือ รถที่ตอบสนองด้านพื้นที่ใช้สอย และความอเนกประสงค์ได้ที่สุด แต่สิ่งที่ต้องแลก คือ รูปทรงกล่องที่ดูเทอะทะ รวมไปถึงความคล่องตัวของการขับขี่ที่ด้อยกว่ารถยนต์ซีดานทั่วไป แต่ในปัจจุบัน คุณสมบัติด้านลบดังกล่าวถูกขจัดไปเกือบหมดสิ้น นำมาสู่รถ เอมพีวี ยุคใหม่ เส้นสายปราดเปรียว ทันสมัย ภายใต้พื้นที่ใช้สอยที่จัดเต็มคงเดิม โจทย์ดังกล่าวดูไม่ง่ายนัก แต่รถที่เรานำมาทดสอบครั้งนี้กำลังท้าทายข้อจำกัดเดิมๆ นั่นคือ โตโยตา ซีเอนตา

EXTERIOR ภายนอก

 

ความแปลกใหม่ของ โตโยตา ซีเอนตา พบได้ตั้งแต่แรกเห็น กับเส้นสายที่ออกแบบเน้นความทันสมัย แปลกตา ไฟหน้าทรงเรียว กระจังหน้าขนาดใหญ่ เชื่อมแต่ละส่วนด้วยวัสดุสีดำ พาดผ่านไฟตัดหมอก ถือเป็นความกล้าหาญด้านการออกแบบ แถมได้ผลลัพธ์ที่ความลงตัวอย่างน่าพอใจ การออกแบบลักษณะนี้รวมถึงตัวถังส่วนท้าย นอกจากความโฉบเฉี่ยวแล้ว ยังทำให้ส่วนท้ายแลดูกว้างกว่าปกติ ประตูบานหลังเป็นแบบเลื่อนเปิด/ปิดด้วยไฟฟ้า ทั้งด้านซ้าย/ขวา (รุ่น ทอพ 1.5 วี) ออกแบบได้อย่างกลมกลืน รางเลื่อนจรดชุดไฟท้าย ล้อแมกขนาด 16 นิ้ว ยาง บริดจ์สโตน ตูรันซา ขนาด 195/50 R16
 
โดยรวมแล้ว ซีเอนตา เป็น เอมพีวี ที่ออกแบบได้อย่างโฉบเฉี่ยว ไม่แพ้รถซีดาน เป็นรถใช้งานไปตามสถานที่ต่างๆ ได้อย่างไม่เคอะเขิน โดยเฉพาะการใช้งานในตัวเมือง ลบภาพ เอมพีวี ยุคเก่าได้อย่างหมดจด ภายใต้ขนาดตัวที่ใกล้เคียงกับซีดานระดับ ซี-เซกเมนท์ แต่ ซีเอนตา มีระยะฐานล้อยาวกว่าที่ 2,750 มม. แต่ได้เปรียบเรื่องพื้นที่ใช้สอยโดยรวม


INTERIOR ภายใน

 

การออกแบบที่เน้นความทันสมัย ไม่ใช่แค่ตัวถังภายนอก แต่ยังรวมไปถึงห้องโดยสาร คอนโซลเล่นระดับอย่างหลากหลาย แฝงด้วยอรรถประโยชน์ต่างๆ ช่องเก็บของหลายตำแหน่ง รวมถึงที่วางแก้วในตำแหน่งด้านหน้าของผู้โดยสารคู่หน้า ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใช้งานได้สะดวกที่สุด ลักษณะของคอนโซลหน้ามีความชัน ตามแบบฉบับ เอมพีวี แผงมาตรวัดอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นกว่าปกติทั่วไป เพื่อให้ผู้ขับสามารถมองเห็นมาตรวัดโดยไม่ต้องละสายตาจากถนนมากเกินควร พวงมาลัยจึงถูกออกแบบให้มีระดับต่ำลงมาเล็กน้อย เส้นรอบวงค่อนข้างเล็ก ใครเคยชินกับการนั่งแบบรถซีดานทั่วไปอาจต้องทำความคุ้นเคยในช่วงแรก ในรุ่นทอพ 1.5 วี ตกแต่งเบาะนั่ง (หุ้มหนัง) และแผงข้างประตู ด้วยสีดำ สลับวัสดุสีน้ำตาลเข้ม แฝงมาดหรูแต่พองาม และทัศนวิสัยของผู้ขับมีความปลอดโปร่งดีมาก
 
จุดเด่นของ ซีเอนตา คือ เบาะนั่งที่มีถึง 7 ตำแหน่ง มีรูปแบบการพับเก็บที่หลากหลาย โดยเฉพาะเบาะแถว 3 สามารถพับเก็บไว้ข้างใต้เบาะแถว 2 ทำให้ได้พื้นที่ใช้งานสูงสุด แม้จะเป็นการพับเบาะที่แปลก และทันสมัย แต่ส่วนข้อต่อของเบาะแถว 3 ค่อนข้างบอบบาง หากใครที่ต้องพับเบาะบ่อยๆ ควรกระทำอย่างเบามือ นอกจากนี้เบาะแถว 2 ถูกออกแบบให้มีความสูงขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อทัศนวิสัยที่ปลอดโปร่งของผู้โดยสารในส่วนนี้ รวมถึงการเผื่อเหลือพื้นที่กับการเก็บเบาะแถว 3 หากต้องการพื้นที่สูงสุดเบาะแถว 2 สามารถพับตั้งขึ้นมาได้ เราสังเกตว่าพื้นตัวถังอาจราบเป็นแนวเดียวกัน แต่จุดที่เบาะถูกพับเก็บเข้าไปนั้น ยังมีซอกมุมในหลายจุด หากผู้โดยสารทำสิ่งของขนาดเล็กหล่นลงไป อาจพบกับความลำบากในการเก็บขึ้นมาไม่มากก็น้อย
 
ด้านความสะดวกสบาย หลักๆ แล้วมาจากประตูบานหลัง เลื่อนเปิด/ปิดด้วยไฟฟ้า สามารถเปิดได้จากมือเปิดโดยตรง หรือผ่านปุ่มเปิดบริเวณด้านขวาของผู้ขับ รางเลื่อน และจุดยึดของประตูดูแน่นหนาดี การเปิด/ปิดทำได้อย่างนุ่มนวล เบาะแถว 3 มีพื้นที่พอเพียง อาจอึดอัดสำหรับคนที่เป็นผู้ใหญ่ ไม่ควรนั่งโดยสารเป็นเวลานาน เบาะแถว 2 รองรับ 2 ที่นั่งเบาะทรงเรียบ นั่งสบาย แต่ไม่มีช่องว่างตรงกลางระหว่างเบาะแถว 2 รุ่นทอพ 1.5 วี ติดตั้งหน้าจอขนาด 8 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง แต่ผู้โดยสารในเบาะแถว 3 อาจมองเห็นค่อนข้างลำบาก เนื่องจากจอมีขนาดเล็ก ยังดีที่ด้านข้างเบาะแถว 3 มีจุดวางของให้อย่างเพียงพอ รวมถึงที่วางแก้ว


ENGINE เครื่องยนต์

 

โตโยตา ซีเอนตา ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 108 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 14.3 กก.-ม. ที่ 4,200 รตน. เกียร์อัตโนมัติแปรผัน ตัวเลขอาจดูน้อยเกินคาดไปเล็กน้อย เมื่อพิจารณาขนาดตัว แต่จะตอบสนองด้านสมรรถนะได้มากน้อยแค่ไหน เรามาเทียบกับอัตราเร่งของคู่แข่งระดับเดียวกัน (แต่หยุดทำตลาดในบ้านเราสักพักหนึ่งแล้ว) นั่นคือ ฮอนดา ฟรีด เอมพีวี ยุคใหม่ ประตูบานหลังเปิด/ปิดด้วยไฟฟ้า เช่นกัน เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 118 แรงม้า ที่ 6,600 รตน. แรงบิดสูงสุด 14.7 กก.-ม. ที่ 4,800 รตน. เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ
 
เริ่มกันด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ซีเอนตา ทำได้ที่ 13.9 วินาที ส่วน ฟรีด ช้ากว่ากันเล็กน้อยที่ 14.8 วินาที ตามด้วยอัตราเร่งระยะ 0-1,000 ม. เอมพีวี ของ โตโยตา มีตัวเลขที่ 35.6 วินาที (ที่ความเร็ว 145.6 กม./ชม.) ส่วน ฮอนดา คือ 35.9 วินาที (ที่ความเร็ว 146.5 กม./ชม.) ในช่วงความเร็วตีนปลายถือว่ารถทั้ง 2 รุ่น มีความสูสีกันมาก ซีเอนตา อาจได้เปรียบเรื่องเกียร์อัตโนมัติแปรผัน ตอบสนองได้ดีช่วงตีนต้น แต่ช่วงตีนปลาย พละกำลังของ ฟรีด สามารถไล่กวดใกล้เข้ามาได้
 
อัตราเร่งยืดหยุ่น เสมือนการเร่งแซง ที่ความเร็ว 60-100 และ 80-120 กม./ชม. ซีเอนตา มีอัตราเร่งที่ 7.4 และ 10.2 วินาที ขณะที่ ฟรีด ทำได้ที่ 8.2 และ 10.9 วินาที ตามลำดับ ยังคงสูสีไม่ห่าง แต่ ซีเอนตา มีความฉับไวดีกว่าเล็กน้อย
 
เครื่องยนต์แบบ DUAL VVT-I ของ ซีเอนตา มีการตอบสนองที่ดี แม้ตัวเลขแรงม้าจะไม่หวือหวา แต่อัตราเร่งกลับทำได้ดีสมตัว การตอบสนองคันเร่งโดยรวมเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป สะดวกสบายในช่วงความเร็วต่ำ การเร่งแซงทำได้ดีในระดับหนึ่ง ใกล้เคียงกับซีดานระดับ บี-เซกเมนท์ เหลือเฟือสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และการเดินทางไกล
 
มาถึงหัวข้อด้านอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ที่ความเร็ว 60/80/100/120 กม./ชม. โตโยตา ซีเอนตา ทำตัวเลขได้ที่ 24.7/20.9/16.2/12.7 กม./ลิตร ส่วนคู่แข่งที่เคยทำตลาดมาพักใหญ่ ฮอนดา ฟรีด ตัวเลขที่ 25.5/20.0/15.7/12.5 กม./ลิตร ถือว่าใกล้เคียงกัน สมกับการเป็นเครื่องยนต์พิกัด 1.5 ลิตร เรามีความเห็นว่า ซีเอนตา เป็น เอมพีวี ที่มีความสดใหม่มากกว่า น่าจะรองรับน้ำมัน อี 85 ด้วย จะช่วยให้มีทางเลือกเรื่องการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น


SUSPENSION ระบบรองรับ

 

ระบบรองรับของ โตโยตา ซีเอนตา ใกล้เคียงกับรถยนต์ระดับ บี-เซกเมนท์ ด้านหน้า แบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบทอร์ชันบีม การปรับแต่งโดยรวมนุ่มนวลตามแบบฉบับรถเน้นการโดยสารของ เอมพีวี แต่พวงมาลัยมีน้ำหนักมากกว่าที่คิดเล็กน้อย นับเป็นข้อดี คือ ความมั่นคงขณะขับทางไกล แต่ยังอยู่ในระดับที่หักเลี้ยวได้ง่าย (รวมถึงผู้ขับที่เป็นสุภาพสตรี) นอกเหนือจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยตามมาตรฐานรถยนต์ยุคปัจจุบัน นั่นคือ ระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ พร้อมระบบป้องกันการออกตัวผิดวิธี (นั่นคือ หากระบบตรวจพบว่ามีสิ่งกีดขวางด้านหน้า เมื่อผู้ขับเข้าเกียร์ D และกดคันเร่ง ตัวรถจะอยู่กับที่ชั่วขณะ) ขณะที่ถุงลมนิรภัยมี 3 จุด คือ คู่หน้า 2 ใบ และบริเวณหัวเข่าผู้ขับอีก 1 ใบ จะให้ดีน่าจะมีม่านนิรภัยสำหรับผู้โดยสารด้านหลังด้วย เพื่อความปลอดภัยอย่างทั่วถึง
 
ประสิทธิภาพของระบบเบรค ที่ความเร็ว 60/80/100 กม./ชม. ซีเอนตา ทำได้ที่ 15.8/28.7/45.4 ม. ส่วนคู่แข่ง เอมพีวี ระดับเดียวกัน อย่าง ฟรีด ทำได้ที่ 15.8/28.2/43.9 ม. ในช่วงความเร็วตีนปลายระยะเบรคของ ฟรีด ทำได้ดีกว่าพอประมาณ นอกนั้นแล้วถือว่าอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน


SUMMARY บทสรุป

 

ในปัจจุบันตลาดกลุ่มรถยนต์ประเภท เอมพีวี มีความหลากหลายมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น เอมพีวี ราคาย่อมเยา ไม่เกิน 7 แสนบาท เช่น โตโยตา อวันซา ฮอนดา โมบิลีโอ หรือ ซูซูกิ แอร์ติกา ถัดมา คือ เอมพีวี พันธุ์ทาง ผสมความเป็น เอสยูวี ผู้ที่ทำตลาดในตอนนี้ คือ ฮอนดา บีอาร์-วี แต่ในแง่ความทันสมัย และอรรถประโยชน์ที่หลากหลาย กลับต้องจ่ายเงินเกินกว่า 1 ล้านบาท กับ เอมพีวี ระดับหรูหลากหลายรุ่น ดังนี้แล้ว การมาของ โตโยตา ซีเอนตา ถือว่าเป็นตำแหน่งทางการตลาดที่เหมาะสม ราคาที่ 750,000-825,000 บาท ไม่ถือว่าไกลเกินเอื้อม ภายใต้รูปแบบที่ทันสมัย ทั้งภายนอก และภายใน ประตูบานหลังแบบเลื่อนเปิด/ปิดด้วยไฟฟ้า พื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือ การพับเบาะนั่งที่หลากหลาย ครบครันตามความต้องการจาก เอมพีวี คันหนึ่ง แถมเผลอๆ จะดึงความสนใจจากรถซีดานได้อีกต่างหาก !!

 

 


เรื่องโดย : ภูเขม หน่อสวรรค์
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์
นิตยสาร Formula ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2560
คอลัมน์ : ทดสอบ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/y7Ikc