ทดสอบ

ทดสอบ

FORD EVEREST 2.2 VS TOYOTA FORTUNER 2.4 V

ประลองกำลังเอสยูวี เครื่องยนต์บลอคเล็ก ขับเคลื่อน 2 ล้อ

20 Jul 2016

เอสยูวีขับเคลื่อน 2 ล้อ ยังได้รับความนิยมมากในบ้านเรา เพราะนอกจากจะมีราคาค่าตัวที่เอื้อมถึงแล้ว ยังเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ ที่ให้สมรรถนะและออพชันมาเพียงพอกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน 4 WHEELS ไม่รีรอที่จะทดสอบเปรียบเทียบ 2 ดาวเด่น ที่กำลังฮอทอย่าง ฟอร์ด เอเวอเรสต์ และโตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ ซึ่งต่างก็มีเครื่องยนต์บลอคเล็ก ไว้รองรับตลาดเซกเมนท์นี้พอดี
 
ฟอร์ด ประเทศไทย แนะนำ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่น 2.2 แอล ไททาเนียม แบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ เป็นรุ่นรองเพียงรุ่นเดียว โดยไม่มีรุ่นย่อยอื่นๆ สำหรับรองรับลูกค้าที่ขับใช้งานทั่วไปไม่เน้นงานลุย
 
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ 2.4 วี ขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ มีรุ่นย่อยให้เลือกถึง 3 รุ่น คือ เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร แบ่งเป็น เกียร์อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดา เราได้นำ โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ 2.4 วี ขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ ที่ได้รับความสนใจมากในตลาดเซกเมนท์นี้มาทดสอบด้วยดาทรอน

EXTERIOR ภายนอก

 

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ 2.2 แอล ขับเคลื่อน 2 ล้อ ตัวรถใหญ่โตโอ่อ่า หน้าตาสไตล์เดียวกับเอสยูวีหรูอย่าง ฟอร์ด เทอร์ริทอรี มิติภายนอก ยาว 4,893 มม. กว้าง 1,862 มม. และสูง 1,836 มม. ระยะฐานล้อ 2,850 มม. สัดส่วนตัวเมื่อเทียบกับคู่แข่ง เอเวอเรสต์ ใหม่ มีความยาวตัวรถและระยะฐานล้อที่กว้างกว่าคู่แข่งอยู่ 100 มม.
 
ภายนอกดูใหญ่โตบึกบึน และไฟหน้าขนาดใหญ่แบบพโรเจคเตอร์ พร้อมระบบเปิด/ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ กระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมู กันชนหน้าแบบ 3 มิติ ที่โดดเด่น กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว ซุ้มล้อขนาดใหญ่ ไฟท้ายแบบแอลอีดี เข้ารูปรับกับฝากระโปรงท้าย ไม่มีไฟหน้าแบบเอชไอดี และไฟเดย์ไทม์ รันนิง ไลท์ แอลอีดี ด้านบนหลังคาตัดออพชันหลังคาพาโนรามิค ซันรูฟ ไล่ฝ้ากระจกมองข้าง และไฟส่องสว่างข้างตัวรถ
 

ภายนอกของ ฟอร์ทูเนอร์ ใหม่ ยกระดับความสวยงามขึ้นจากรุ่นเดิมชัดเจน ด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวและพลิ้วไหว มิติตัวรถ ยาว 4,795 มม. กว้าง 1,855 มม. และสูง 1,835 มม. ระยะฐานล้อ 2,750 มม. ขณะที่ ฟอร์ทูเนอร์ รุ่นเดิม มีมิติ ยาว 4,705 มม. กว้าง 1,840 มม. และสูง 1,795 มม. ระยะฐานล้อ 2,750 มม. ฟอร์ทูเนอร์ ใหม่ มีความยาวตัวรถ และความกว้างฐานล้อน้อยกว่า ฟอร์ด เอเวอเรสต์ อยู่เล็กน้อย
 
ไฟหน้าแบบไบ-บีม ไฟแอลอีดี พโรเจคเตอร์ พร้อมแอลอีดี เดย์ไทม์ รันนิง ไลท์ มีระบบปรับไฟหน้าสูง/ต่ำอัตโนมัติ ระบบควบคุมการเปิด/ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ กระจังหน้าและกันชนหน้า ออกแบบโฉบเฉี่ยว ภูมิฐาน เสารับสัญญาณวิทยุแบบ SHARK FIN กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว และยังมีระบบ WELCOME LIGHT ติดตั้งไฟตัดหมอกหน้า/หลัง ติดตั้งราวหลังคาทรงสปอร์ท ประตูท้ายเปิด/ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยยกระดับความหรูหรา พร้อมระบบป้องกันการหนีบ POWER BACK DOOR WITH JAM PROTECTION สั่งงานง่ายผ่านระบบรีโมท หรือผ่านสวิทช์บริเวณที่นั่งคนขับและประตูท้าย มีสปอยเลอร์หลัง พร้อมไฟเบรคดวงที่ 3 แบบแอลอีดี ไฟท้ายดีไซจ์นล้ำแบบแอลอีดี ไลท์ ไกดิง ล้อแมกลายใหม่ ขนาด 18 นิ้ว ยางขนาด 265/60 R18


INTERIOR ภายใน

 

ห้องโดยสารเรียบหรู ตามสไตล์ ฟอร์ด มาตรวัดหรือเรือนไมล์ โดดเด่นด้วยจอภาพแบบสีที่แสดงฟังค์ชันการทำงานต่างๆ ครบครัน มีระบบสั่งงานด้วยเสียงพูด (ภาษาอังกฤษ) รุ่นล่าสุด ซิงค์ 2 (SYNC 2) ควบคุมผ่านระบบเครื่องเสียง และยังสามารถควบคุมด้วยโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนได้ แสดงผลผ่านหน้าจอสีทัชสกรีนแบบบิลท์-อิน คอนโซล ขนาด 8 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธได้ นอกจากนี้ยังมีช่องต่อ USB 2 จุด และเอสดีคาร์ด รวมถึงช่องเสียบ AUX 3.5 มม. และลำโพงถึง 9 ตัว กับซับวูเฟอร์อีก 1 ตัว
 
ระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน ด้านหน้าแยกอิสระซ้าย/ขวา ด้านหลัง สำหรับเบาะนั่งแถวที่ 2 และแถวที่ 3 พร้อมช่องแอร์เหนือศีรษะ ช่วยให้เย็นสบายทั้ง 7 ที่นั่ง และช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า 4 จุด (DC 12V) พร้อมปลั๊กไฟบ้าน (AC 230V) ฟังค์ชันปรับพับเบาะ สะดวกสบายและทันสมัย เบาะนั่งฝั่งคนขับ ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะแถวที่ 2 แบบแยกส่วน 60:40 และเบาะแถวที่ 3 ปรับแบบแยกส่วน 50:50 ตัดออพชัน ตั้งเบาะและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า ออกไป พับเก็บให้แบนราบได้ทั้ง 2 แถว บรรทุกสัมภาระได้ถึง 2,010 ลิตร หลังคาบุด้วยผ้าสีดำ และยังโดดเด่นด้วยพาโนรามิคมูนรูฟขนาดใหญ่ ประตูท้ายรถเปิด/ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ
 
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ติดตั้งวัสดุซับเสียง พร้อมใช้เทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวน ระดับเสียงในห้องโดยสาร จากความเร็วคงที่ 60/80/100/120 กม./ชม. วัดได้ 43/46/56/62 เดซิเบล เก็บเสียงดี ในช่วง 60-100 กม./ชม. เสียงรบกวนน้อยกว่า โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์
 

ห้องโดยสารหรูหรา ทันสมัย มาตรวัดเรืองแสงแบบออพทิทรอน พร้อมจอ MID หน้าจอสีแบบ TFT แสดงข้อมูลการขับขี่ ระบบการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ ข้อมูลระบบนำทาง ข้อมูลการเล่นเพลง ฯลฯ
 
พวงมาลัยหุ้มหนัง พร้อมระบบมัลทิฟังค์ชัน ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แพดเดิล ชิฟท์ ติดตั้งปุ่มสตาร์ท/ดับเครื่องยนต์ สำหรับสตาร์ทและดับเครื่องยนต์ เครื่องเล่นดีวีดี หน้าจอสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบนำทาง รองรับ T CONNECT และเชื่อมต่อบลูทูธ
 
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ ควบคุมแรงลมอัตโนมัติ เพื่อรักษาอุณหภูมิในห้องโดยสารให้เหมาะสม มีช่อง USB ไอพอด และ AUX เชื่อมต่อความบันเทิงหลากหลาย เบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์สีน้ำตาลดูหรูหรา ฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะแถวที่ 2 ปรับพับแบบวันทัช บริเวณคอนโซลกลางด้านหลังมีช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าแบบ DC 12V และกระแสไฟ้า AC 220V
 
ระดับเสียงในห้องโดยสาร จากความเร็วคงที่ 60/80/100/120 กม./ชม. วัดได้ 51/51/60/61 เดซิเบล จากการพัฒนาให้เสียงเครื่องยนต์เงียบลง และวัสดุซับเสียง ทำให้ ฟอร์ทูเนอร์ มีระดับเสียงรบกวนในห้องโดยสาร ที่ความเร็ว 120 กม./ชม. ดีพอๆ กับ ฟอร์ด เอเวอเรส9N ส่วนที่ความเร็วต่ำกว่านี้ ระดับเสียงรบกวนดังกว่า


ENGINE เครื่องยนต์

 

เครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค TDCI ขนาด 2.2 ลิตร คอมมอนเรล เทอร์โบแปรผัน และอินเตอร์คูเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 3,200 รตน. แรงบิดสูงสุด 39.2 กก.-ม. ที่ 1,600-2,500 รตน. เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดา
 
เอเวอเรสต์ ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กกว่าคู่แข่ง ทำอัตราเร่งช่วงต้น 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 15.5 วินาที และ 0-400 ม. ใน 19.8 วินาที ขณะทำความเร็วสูง 0-1,000 ม. เอเวอเรสต์ ทำได้ 36.8 วินาที จังหวะเร่งแซง ในเมือง 60-100 กม./ชม. และนอกเมืองช่วง 80-120 กม./ชม. ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทำได้ 7.7 และ 9.9 วินาที สมรรถนะจัดว่าพอตัว สำหรับการใช้งานทั่วไป อัตราเร่งยังเป็นรอง โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์
 
อัตราสิ้นเปลืองวัดจากความเร็วคงที่ 60/80/100/120 กม./ชม. ทำได้ 21.6/18.8/13.7/11.2 กม./ลิตร อยู่ในเกณฑ์พอใช้ เทียบกับขนาดตัวรถที่ใหญ่แต่ใช้เครื่องยนต์เล็ก จึงไม่แปลกที่มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าคู่แข่งอย่าง โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ เล็กน้อย
 

เครื่องยนต์ดีเซล GD EFFICIENT BOOST คอมมอนเรล เจเนอเรชันล่าสุด เครื่องยนต์ดีเซล รหัส 2GD-FTV (HIGH) ขนาด 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รตน. แรงบิดสูงสุด 40.8 กก.-ม. ที่ 1,600-2,000 รตน. เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ
 
อัตราเร่ง แม้จะไม่จัดจ้าน แต่ก็ให้มาพอตัว จังหวะเร่งแซง มีโหมดสปอร์ท และแพดเดิล ชิฟท์ ช่วยให้รถพุ่งออกไปได้รวดเร็วขึ้น
 
เครื่องยนต์บลอคใหม่ ขนาดเล็กลงกว่าเดิม อัตราเร่งช่วงต้น 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลา 14.2 วินาที 0-400 ม. ได้ในเวลา 19.3 วินาที อัตราเร่งช่วงความเร็วปลาย ขณะทำความเร็วสูง 0-1,000 ม. ทำได้ 35.4 วินาที จังหวะเร่งแซง ในเมือง 60-100 กม./ชม. และนอกเมืองในช่วง 80-120 กม./ชม. ฟอร์ทูเนอร์ มีอัตราเร่งแซงพอตัวที่ 8.2 และ 10.4 วินาที
 
อัตราเร่ง ทำได้ดีกว่า ฟอร์ด เอเวอเรสต์ 2.2 แอล อยู่เล็กน้อย ลองเทียบกับ ฟอร์ทูเนอร์ รุ่นเดิม ขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร 144 แรงม้า พบว่า เครื่องยนต์บลอคใหม่ มีสมรรถนะอัตราเร่ง เป็นรองเครื่องยนต์บลอคเดิมเล็กน้อย เช่นกัน
 
อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยของ ฟอร์ทูเนอร์ 2.4 วี ขับเคลื่อน 2 ล้อ วัดจากความเร็วคงที่ 60/80/100/120 กม./ชม. ทำได้ 22.2/19.1/14.2/11.2 กม./ลิตร อยู่ในเกณฑ์ประหยัด พอๆ กับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ และยังมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่เท่ากัน ในช่วงความเร็วสูง 120 กม./ชม. อีกด้วย


SUSPENSION ระบบรองรับ

 

ระบบรองรับหน้าอิสระ ปีกนก 2 ชั้น คอยล์สปริง เหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบคอยล์สปริง และระบบวัตต์ลิงค์ มีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว อีเอสพี ช่วยให้รถเกาะถนนและทรงตัวดี มีระบบป้องกันการพลิกคว่ำ ติดตั้งกล้องมองหลังขณะถอย พร้อมสัญญาณเตือนระยะจอดด้านหลัง แต่ไม่มีระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางในจุดบอดด้านหน้า ระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด และระบบช่วยจอดอัจฉริยะ เหมือนในรุ่น 3.2 ไททาเนียม พลัส
 
ช่วงล่างของ เอเวอเรสต์ เชทมาได้หนึบ หนักแน่นดี ลงตัวกว่าคู่แข่ง ล้อแมกขนาด 18 นิ้ว กับยางขนาด 265/60 R18 เล็กกว่ารุ่น ไททาเนียม พลัส ที่ใช้ล้อขนาด 20 นิ้ว ยางขนาด 265/50 R20 จึงลดอาการเต้นและกระด้างของช่วงล่างไปได้ รู้สึกดีขึ้น ขับสนุก ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจทุกสภาพถนน
 
เอเวอเรสต์ ใช้พวงมาลัยเพาเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า ช่วยให้ควบคุมได้ง่ายและแม่นยำมาก ใช้ในเมืองคล่องตัวจริงๆ ผลทดสอบเบรคที่ความเร็ว 60-0/80-0/100-0 กม./ชม. หยุดนิ่งได้ในระยะ 17.5/30.4/46.2 ม. อยู่ในเกณฑ์ดี เทียบกับ โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ พบว่า เอเวอเรสต์ มีระยะหยุดที่สั้นกว่าเล็กน้อย ในช่วงเบรค 100-0 กม./ชม.
 

ระบบรองรับด้านหน้าแบบอิสระ ปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบโฟร์ลิงค์ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ระบบเบรคด้านหน้าแบบจาน ด้านหลังเป็นดุม พร้อมเอบีเอส ป้องกันล้อลอค มีอีบีดี ช่วยกระจายแรงเบรค และบีเอ เสริมแรงเบรค ติดตั้งระบบช่วยออกตัวบนทางลาดขัน เอชเอซี ระบบควบคุมการทรงตัว วีเอสซี ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ทีอาร์ซี มาครบ
 
ช่วงล่างเซทมานุ่มสบาย บังคับควบคุมง่าย คล่องตัว เบรคมั่นใจ น้ำหนักเบรคดี ให้ระบบเสริมความปลอดภัยมาครบ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/60 R18 เท่ากับรุ่นทอพ
 
ผลทดสอบเบรคที่ความเร็ว 60-0/80-0/100-0 กม./ชม. หยุดนิ่งได้ในระยะ 17.3/30.0/47.3 ม. อยู่ในเกณฑ์ดี เทียบกับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ มีระยะหยุดที่พอๆ กัน ในช่วง 60-0 และ 80-0 กม./ชม.


SUMMARY บทสรุป

 

FORD EVEREST 2.2L TITANIUM 4x2 AT

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ 2.2 แอล ไททาเนียม แบบขับเคลื่อน 2 ล้อ โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่บึกบึนในแบบอเมริกัน ภายในให้ความสะดวกสบายและความปลอดภัยเพียงพอไม่เป็นรองใคร สมรรถนะแม้จะไม่หวือหวา จัดจ้าน แต่ก็พอตัว การบังคับควบคุมแม่นยำ ช่วงล่างแน่นหนึบ กว่าคู่แข่ง

TOYOTA FORTUNER 2.4 V

โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ 2.4 วี รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ โดดเด่นด้วยหน้าตาที่ทันสมัย เส้นสายรอบคันสวยงาม ภายในหรูหรา เครื่องยนต์เน้นประหยัด ออพชันพื้นฐานแทบไม่ต่างจากรุ่นทอพ จะมีก็เพียงขนาดของเครื่องยนต์ ระบบสตาร์ท/สตอพ ครูสคอนทโรล และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน เท่านั้นที่ขาดไป

 

 


เรื่องโดย : ณัฐเวช ยอดแสง
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์
นิตยสาร 4Wheels ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2559
คอลัมน์ : ทดสอบ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Hjrqh