ทดสอบ

ทดสอบ

HYUNDAI GRAND STAREX PREMIUM/MERCEDES-BENZ VIANO/TOYOTA ALPHARD HYBRID

ประชัน 3 เอมพีวี 7 ที่นั่งมาดหรู คันไหนน่าใช้กว่ากันครับ เจ้านาย !?!

1 May 2013

รถเอมพีวี หรือรถตู้ขนาด 7 ที่นั่ง สไตล์หรู ที่เรามักจะเรียกกันติดปากว่า รถตู้วีไอพี ได้รับความนิยมในบ้านเรามานานพอสมควร ส่วนใหญ่รถประเภทนี้จะเน้นใช้งานกันเฉพาะบรรดาผู้บริหาร รวมถึงเศรษฐีที่ต้องการมอบความสะดวกสบายแก่ครอบครัว
4 WHEELS จึงจัดเต็มเอาใจลูกค้าระดับซีอีโอ นำรถเอมพีวีตกแต่งหรู 3 รุ่น 3 บแรนด์ จาก 3 ประเทศ ฮันเด กแรนด์ สตาเรกซ์ พรีเมียม (HYUNDAI GRAND STAREX PREMIUM) เมร์เซเดส-เบนซ์ วีอาโน (MERCEDES-BENZ VIANO) รุ่น ซีดีไอ 2.2 เอกซ์คลูซีฟ และโตโยตา อัลฟาร์ด ไฮบริด (TOYOTA ALPHARD HYBRID) รุ่น 2.4 เอชวี มาทดสอบสมรรถนะด้วยดาทรอน พิสูจน์ว่าคันไหนน่าใช้ ใครหรู ใครแรง ก่อนตัดสินใจคว้ามาครอบครอง

EXTERIOR ภายนอก

 

HYUNDAI GRAND STAREX PREMIUM

ฮันเด กแรนด์ สตาเรกซ์ พรีเมียม เอมพีวีมาดหรู ที่นำร่างของ เอช-1 มาตกแต่งใหม่ โดยเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ตกแต่งห้องโดยสารเน้นความหรูหรา โอ่อ่าและสะดวกสบาย เพียบพร้อมด้วยความบันเทิงครบ
กแรนด์ สตาเรกซ์ พรีเมียม ออกแบบบนพื้นฐานรถทรงกล่อง แต่ยังมีเส้นสายที่โค้งมนมาเติมเต็มความทันสมัยมากขึ้น มิติตัวรถ ยาว 5,125 มม. กว้าง 1,920 มม. สูง 1925  มม. ฐานล้อ 3,200 มม. เทียบดูแล้วเป็นเอมพีวีที่มีสัดส่วนของตัวรถใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งอีก 2 คัน แต่ความยาวฐานล้อเท่ากันกับ เมร์เซเดส-เบนซ์ วีอาโน
โคมไฟหน้ามัลทิรีเฟลคเตอร์ขนาดใหญ่ รวมเอาไฟสูง/ต่ำ ไฟหรี่ และไฟเลี้ยว ไว้ในโคมเดียวกัน ไฟหน้าจัดวางไว้เป็นส่วนหนึ่งของแก้มข้าง ดูสวยลงตัว ช่วยขยายแนวฝากระโปรงหน้าให้ดูกว้าง และใหญ่ขึ้น ทำให้กระจังหน้าที่ออกแบบเป็นแนวยาว มีขนาดใหญ่ ช่วยให้อากาศภายนอกไหลผ่านเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์ไประบายความร้อนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ไฟตัดหมอกทันสมัยรับกับแนวกันชน และตัวรถด้านหน้าที่ดูอวบอิ่ม มือเปิดประตูเว้าเป็นกรอบ ช่วยให้การเปิด/ปิดทำได้ง่าย ดูเนียนตา ประตูด้านข้างของห้องโดยสารแบบบานเลื่อนขนาดใหญ่ เสียดายที่ยังใช้ระบบเลื่อนเอง ซึ่งดูแล้วไม่เหมาะกับรถตู้ระดับหรู แม้จะสามารถเปิดได้ทั้งด้านซ้ายและขวาก็ตาม บานกระจกด้านข้างรอบคันขนาดใหญ่ ไม่มีกรอบ ด้านหลังออกแบบส่วนของฝาท้ายให้มีส่วนโค้งเว้า กระจกบานหลังขนาดใหญ่ ประตูท้ายแบบเปิดยกขึ้นและปิดเอง ไฟท้ายสีแดงสลับขาว มองเห็นได้ชัดทุกมุม

MERCEDES-BENZ VIANO CDI 2.2 EXCLUSIVE

วีอาโน ใหม่ เหมือนพี่น้องท้องเดียวกับ วีโต แต่มีความยาวน้อยกว่า มิติภายนอก ยาว 4,763 มม. กว้าง 1,901 มม. และสูง 1,875 มม. ระยะฐานล้อ 3,200 มม. สัดส่วนความกว้างและความสูงเท่ากัน ส่วนความยาวตัวรถ จะแตกต่างกัน โดย วีโต ยาวกว่า 475 มม.
วีอาโน มีสัดส่วนกระชับและรูปโฉมทันสมัยมากขึ้น ด้วยไฟหน้าแบบโคมพโรเจคเตอร์ ไบ-ซีนอน ส่องสว่างอัตโนมัติในที่มืด พร้อมระบบเพิ่มแสงส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง ติดตั้งไฟเดย์ไทม์ แบบแอลอีดี สำหรับการขับขี่กลางวัน ไฟหน้าทำงานอัตโนมัติในที่มืด กระจกมองข้างขนาดใหญ่ พร้อมไฟเลี้ยวในตัว กระจังหน้าแบบซี่ลายขวาง พร้อมโลโกดาวสามแฉก ประตูบานเลื่อนซ้าย/ขวา และกระจกบานข้างในส่วนของห้องโดยสาร ควบคุมการเปิด/ปิดด้วยระบบไฟฟ้า หรูหรา สะดวกสบาย ด้านท้ายรูปทรงตัดตรง ไฟท้ายทรงตั้งพร้อมไฟเบรคดวงที่ 3 ติดตั้งเซนเซอร์ช่วยในการจอดหน้า/หลัง พร้อมจอแอลอีดี แสดงระยะ

TOYOTA ALPHARD HYBRID

อัลฟาร์ด ไฮบริด 2.4 เอชวี เป็นรถโฉมเดียวกับ อัลฟาร์ด รุ่นธรรมดา แตกต่างกันที่เครื่องยนต์ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้ามาช่วยขับเคลื่อนด้วย มิติภายนอก ยาว 4,870 มม. กว้าง 1,830 มม. และสูง 1,905 มม. ระยะฐานล้อ 2,950 มม. มิติความยาวนั้น ยาวกว่า เมร์เซเดส-เบนซ์ วีอาโน แต่สั้นกว่า ฮันเด กแรนด์ สตาเรกซ์ พรีเมียม มีความกว้างตัวรถน้อยที่สุดในกลุ่ม ส่วนความสูงยังสูงกว่า วีอาโน แต่เตี้ยกว่า กแรนด์ สตาเรกซ์ เช่นกัน
ภายนอกเปลี่ยนกระจังหน้าแบบโครเมียมใหม่ หรูหรา หลังคาแบบมูนรูฟคู่ ไฟหน้าขนาดใหญ่ ไฟสูง/ต่ำพโรเจคเตอร์ แบบเอชไอดี รวมไฟเลี้ยวในโคมเดียวกัน ประตูซ้าย/ขวา รวมทั้งประตูหลัง ควบคุมการเปิด/ปิดด้วยระบบไฟฟ้า สเกิร์ทและกันชนหน้าดีไซจ์นใหม่ เพิ่มมิติให้ดูโดดเด่นมากขึ้น กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว ประตูท้ายแบบเปิดยกขึ้น เปิด/ปิดด้วยไฟ้า หรูหรา ช่วยผ่อนแรงได้เยอะ ติดตั้งสัญญาณเตือนกะระยะหน้า/หลังที่มุมกันชน 4 มุม ติดตั้งสปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรคดวงที่ 3 แบบแอลอีดี ล้ออัลลอยลายหรู ขนาด 16 นิ้ว พร้อมยางขนาด 215/65 R16


INTERIOR ภายใน

 

HYUNDAI GRAND STAREX PREMIUM

ห้องโดยสารหรูหรา จัดวางตำแหน่งเกียร์บริเวณคอนโซลหน้า พวงมาลัย 4 ก้านมัลทิฟังค์ชัน ชุดมาตรวัดขนาดใหญ่ ตรวจการทำงานของระบบต่างๆ ได้ชัดเจน ติดตั้งชุดควบคุมระบบปรับอากาศทรงกลม แยกส่วนควบคุมหน้า/หลัง ติดตั้งท่อส่งความเย็นบนหลังคา กระจายลมได้ทั่วห้องโดยสาร เบาะนั่งแบบ 7 ที่นั่ง ตกแต่งด้วยหนัง ติดตั้งลายไม้ ไฟส่องสว่างห้องโดยสารเป็นแอลอีดี เปลี่ยนสีได้ 6 สี เบาะนั่งแถวที่ 2 ออกแบบเป็นที่นั่งขนาดใหญ่ แบบวีไอพี เน้นความหรูหรา และนั่งได้สบาย เลื่อนเข้า/ออกด้วยมือ ปรับเอนและปรับเบาะรองขาขึ้น/ลงด้วยไฟฟ้า เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ด้านข้างของเบาะยังติดตั้งถาดและที่วางแก้วแบบพับเก็บได้ เบาะแถว 3 สามารถปรับพับแยกและปรับพับเอนเพื่อรองรับความสบายได้ แต่ที่นั่งกลางยังขาดหัวหมอนให้พิงศีรษะ และเข็มขัดนิรภัย ยังเป็นรุ่น 2 จุดคาดเอวเท่านั้น
เสริมความหรูหราด้วยเครื่องเล่น DVD และจอแอลซีดี 19 นิ้ว บนเพดานมาให้ แม้จะไม่หรูหราเต็มที่เท่ากับรุ่น วีไอพี ที่มีคอนโซลกลาง จอขนาดใหญ่ และเครื่องเล่นแยกส่วน แต่ถ้ามองถึงความจำเป็น ในรุ่นนี้สามารถสื่อสารกับคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าได้ง่ายกว่า และดูจะเหมาะกับรถครอบครัวด้วย เพิ่มความสะดวกสบาย และความปลอดภัยให้มากขึ้นด้วยกล้องมองหลัง ที่จะส่งภาพขึ้นจอทันทีที่เข้าเกียร์ถอยหลัง (R) พร้อมเซนเซอร์ขณะถอยจอด ติดตั้งช่องจ่ายไฟขนาด 220 โวลท์ และ 12 โวลท์ สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ระดับเสียงรบกวนในห้องโดยสารอยู่ในเกณฑ์ดี ช่วงความเร็วสูง 120 กม./ชม. เงียบลงกว่าเดิม หากมองถึงบอดีที่ใหญ่ มีกระจกรอบคัน แต่มีเสียงรบกวนไม่มาก และยังเงียบขึ้น ที่ความเร็วสูงก็นับว่า กแรนด์ สตาเรกซ์ สอบผ่านในหัวข้อนี้

MERCEDES-BENZ VIANO CDI 2.2 EXCLUSIVE

ห้องโดยสารโอ่อ่า เรียบหรูตามสไตล์ ครบครันทุกฟังค์ชัน คอนโซลหน้าดูไม่แตกต่างจาก วีโต รุ่นที่แล้วมากนัก เบาะนั่งแบบ 7 ที่นั่งพร้อมเข็มขัดนิรภัย 3 จุด ทุกที่นั่ง เน้นปลอดภัยและความเท่าเทียมกัน เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมเมโมรี 3 จุด ดูหรูหราดี แต่ก็ขัดๆ กับการใช้งานของรถระดับวีไอพี เพราะเบาะนั่ง แถวที่ 2 กลับไม่ได้ปรับด้วยไฟฟ้า ส่วนเบาะที่นั่งหลังทุกที่นั่งขนาดเท่าๆ กัน ดีไซจ์นเบาะและความกว้างของที่นั่งไม่แตกต่างกันมาก เบาะนั่งสามารถปรับได้ละเอียดตามรูปแบบของสรีระ นั่งได้สบาย ปรับหันเข้าหากันได้ เบาะนั่งหลังสามารถปรับเอนได้ ที่นั่งซ้ายสุดปรับเอนได้ไม่เท่าเพื่อน แต่พับยกเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้เยอะ อีกทั้งประตูท้ายแบบเปิดยกขึ้น เปิด/ปิดเอง และยังสามารถเปิดจากภายในได้อีกด้วย
เบาะนั่ง และแผงข้างหุ้มด้วยหนัง ตกแต่งด้วยคิ้วไม้รอบคัน รวมถึงคอนโซลหน้ารถด้วย พวงมาลัยแบบ 4 ก้าน พร้อมระบบมัลทิฟังค์ชัน หุ้มด้วยหนัง วิทยุแบบ CD/MP 3 พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ แบบ BLUETOOTH ครูสคอนทโรล ติดตั้งระบบควบคุมระบบปรับอากาศแบบแยกส่วนหน้า/หลัง ด้านหน้าแบบเธอร์โมทรอนิคส์ ด้านหลังแบบเทมพ์แมทิค บนคอนโซลหน้ายังติดตั้งเซนเซอร์ พร้อมจอแอลอีดีแสดงระยะ ช่วยในการนำรถเข้าจอด กระจกซันรูฟแบบ 2 ตอน ควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้า มีครูสคอนทโรล ติดตั้งช่องเสียบไฟ 12 โวลท์ หน้า/หลัง
เสียงรบกวนในห้องโดยสารที่ระดับความเร็วต่างๆ ทำได้ใกล้เกณฑ์พอใช้ มีในช่วงความเร็วสูง 120 กม./ชม. ที่เสียงรบกวนเงียบลง ระดับเสียงรบกวนอยู่ในเกณฑ์ดี และยังทำได้พอๆ กันกับ ฮันเด กแรนด์ สตาเรกซ์ พรีเมียม อีกด้วย แต่ยังเป็นรอง โตโยตา อัลฟาร์ด ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ไฮบริด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร

TOYOTA ALPHARD HYBRID

ภายในตกแต่งล้ำสมัย มาตรวัดเรืองแสงออพทิทรอน ขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมจอแสดงข้อมูล MID ที่แสดงข้อมูลอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน อุณหภูมิ ระยะทางที่ยังเหลือวิ่งได้เมื่อคำนวนจากน้ำมันในถังเป็นต้น กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ควบคุมแยกส่วนซ้าย/ขวาและด้านหลังพร้อมฟอกอากาศแบบนาโนอี คอยสร้างโมเลกุลน้ำล้อมรอบประจุลบ ช่วยยับยั้งเชื้อโรค ขจัดกลิ่น และมลพิษในอากาศ
คอนโซลหน้า คอนโซลกลาง และหัวเกียร์ดีไซจ์นใหม่ แผงคอนโซลแผงข้างผู้โดยสารด้านหลัง ตกแต่งด้วยลายไม้สีดำ เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า และยังปรับเอนให้รับกับเบาะผู้โดยสารแถว 2 เพื่อให้สามารถรองรับท่านอนได้ เบาะนั่งแถว 2 แบบ 2 ที่นั่งสุดหรู คล้ายเก้าอี้นั่งเครื่องบินโดยสาร ปรับด้วยไฟฟ้า มีที่รองขา ที่พักเท้า โต๊ะกลางแบบพับได้ เบาะนั่งผู้โดยสารแถว 3 แบบ 3 ที่นั่ง พร้อมที่วางแขน สามารถปรับพับเก็บ 50:50 แบบยกแขวนด้านข้าง เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ บนเพดานตกแต่งห้องโดยสารให้ดูหรูหรา ด้วยไฟส่องสว่างในช่องเพดานแบบแอลอีดี สามารถเพิ่มและลดแสงสว่างได้ 4 ระดับ พร้อมไฟอ่านหนังสือทุกที่นั่ง
เครื่องเสียง 2 DIN จอแอลซีดี ขนาด 7 นิ้ว หน้าจอสัมผัส เล่น DVD MP3 พร้อมช่องต่อ USB SD CARD IPOD BLUETOOTH ติดตั้งระบบนำทางเนวิเกเตอร์ ติดตั้งจอแอลซีดี ขนาด 10.2 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง มีปุ่ม PUSH START ระบบลอคความเร็วอัตโนมัติ มีช่องวางแก้วที่เก็บของภายในรถ หน้า/หลัง ครบทุกจุด มีกล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ ช่วยให้การถอยจอดทำได้สะดวกสบายและปลอดภัย
ผลการวัดเสียงรบกวนในห้องโดยสารที่ระดับความเร็วต่างๆ พบว่าอยู่ในเกณฑ์พอใช้ ในช่วงความเร็ว 60-80 กม./ชม. แต่ที่ระดับความเร็วสูง 100-120 กม./ชม. มีระดับเสียงรบกวนลดลง ดีกว่าคู่แข่งในกลุ่มเครื่องยนต์ดีเซล อย่าง ฮันเด กแรนด์ สตาเรกซ์ พรีเมียม และเมร์เซเดส-เบนซ์ วีอาโน ค่อนข้างชัดเจน


ENGINE เครื่องยนต์

 

HYUNDAI GRAND STAREX PREMIUM

เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล เทอร์โบ อินเตอร์คูเลอร์ ขนาด 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 175 แรงม้า ที่ 3,600 รตน. แรงบิด 45.0 กก.-ม. ที่ 2,000-2,250 รตน. ในรุ่น ทัวริง เป็นแบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ส่วน มาเอสโต เดอลุกซ์ และมาเอสโต เอกเซคิวทีฟ จะใช้เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ พร้อมโหมดสปอร์ทชิฟท์
เครื่องยนต์บลอคนี้พัฒนาใหม่ มีม้าเพิ่มขึ้นอีก 1 ตัว แต่ได้แรงบิดสูงขึ้นถึง 5.0 กก.-ม. และยังเริ่มทำงานที่รอบต่ำ ช่วยให้มีอัตราเร่งที่โดดเด่นมากขึ้น จังหวะเร่งออกตัวและเร่งแซงดี ยังเร่งได้ต่อเนื่องดี
ผลทดสอบจากเครื่องวัดสมรรถนะดาทรอน อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 13.2 วินาที ควอเตอร์ไมล์ 0-400 ม. ทำได้ 18.7 วินาที อัตราเร่งทางตรงยาว 0-1,000 ม. ทำได้ 34.6 วินาที ทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี
จังหวะเร่งยืดหยุ่นหรือช่วงเร่งแซงในช่วงความเร็วต้น 60-100 กม./ชม. รวมถึงที่ระดับความเร็วสูง 80-120 กม./ชม. ทำได้ในระดับค่อนข้างดี แม้จะเป็นรถเอมพีวี ที่มีรูปทรงอวบใหญ่ แต่ยังให้อัตราเร่งที่ตอบสนองได้ค่อนข้างดี
เทียบผลทดสอบครั้งนี้กับ ฮันเด เอช-1 แบบ 12 ที่นั่ง เครื่องยนต์ 174 แรงม้า บลอคเดิม ที่มีแรงบิดน้อยกว่า ปรากฏว่า ฮันเด กแรนด์ สตาเรกซ์ พรีเมียม น่าแปลกที่ทั้ง 2 รุ่นนี้กลับมีผลทดสอบที่คู่คี่สูสีกันมาก ซึ่งอาจเเป็นเพราะการติดตั้งอุปกรณ์ที่หรูหรา ทำให้มีน้ำหนักมากขึ้นก็เป็นได้
ทดสอบอัตราสิ้นเปลือง วัดจากความเร็วคงที่ พบว่าที่ความเร็ว 60 กม./ชม. ทำได้ในระดับปานกลาง และประหยัดขึ้นในช่วงความเร็ว 80 กม./ชม. แต่ที่ความเร็วสูง 100-120 กม./ชม. กลับทำได้ต่ำกว่าเกณฑ์พอใช้เล็กน้อย และมีช่วงที่ทำได้ประหยัดกว่า เอช-1 โฉมแรก 174 แรงม้า ในช่วงความเร็วคงที่ 80 กม./ชม. เท่านั้น กแรนด์ สตาเรกซ์ พรีเมียม ยังมีอัตราสิ้นเปลืองใกล้เคียงกับคู่แข่งอย่าง โตโยตา อัลฟาร์ด ไฮบริด 2.4 เอชวี เครื่องยนต์เบนซิน มีแค่ช่วงความเร็วคงที่ 80 กม./ชม. ที่ กแรนด์ สตาเรกซ์ พรีเมียม ทำได้ดีกว่า แต่อัตราสิ้นเปลืองมากกว่า เมร์เซเดส-เบนซ์ วีอาโน เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร อยู่เล็กน้อย มีเพียงช่วงความเร็วคงที่ 80 กม./ชม. ที่ทำได้พอๆ กัน

MERCEDES-BENZ VIANO CDI 2.2 EXCLUSIVE

เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง เทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูเลอร์ ความจุ 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,800 รตน. แรงบิดสูงสุด 33.7 กก.-ม. ที่ 1,600-2,400 รตน. ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 5 จังหวะ พร้อมแมนวลโหมด ซึ่งทำงานได้แม่นยำและนุ่มนวล ในทุกจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ รองรับน้ำมันไบโอดีเซล บี 5
ผลทดสอบจากเครื่องวัดสมรรถนะดาทรอน อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 15.3 วินาที ควอร์เตอร์ไมล์ 0-400 ม. ทำได้ 19.8 วินาที อัตราเร่งทางตรงยาว 0-1,000 ม. ทำได้ 36.5 วินาที ทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์พอใช้
จังหวะเร่งยืดหยุ่นหรือช่วงเร่งแซงในช่วงความเร็วต้น 60-100 กม./ชม. รวมถึงที่ระดับความเร็วสูง 80-120 กม./ชม. ก็ยังทำได้ในระดับพอใช้ ดูเหมือนจะให้ วีอาโน เป็นรถเอมพีวีที่มีสมรรถนะการใช้งานพอตัวมากกว่า ไม่เน้นหวือหวา หรือแรงเร้าใจ จึงเลือกใช้เครื่องยนต์ดีเซล บลอคเลก ขนาด 2.2 ลิตร
เทียบกับคู่แข่งในกลุ่มนี้แล้ว วีอาโน เป็นเอมพีวีที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กสุด สมรรถนะอัตราเร่ง ไม่ร้อนแรง จึงไม่สามารถต่อกรกับคู่แข่งที่ใช้เครื่องยนต์ใหญ่กว่าได้ดี
อัตราสิ้นเปลือง วัดจากความเร็วคงที่ พบว่าที่ความเร็ว 60-80 กม./ชม. ทำได้ประหยัด ในระดับที่ดีเลยทีเดียว แต่ในช่วงความเร็วสูง 100-120 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองสูงขึ้นเล็กน้อย อยู่ในเกณฑ์พอใช้เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มนี้ เมร์เซเดส-เบนซ์ วีอาโน กลับมีอัตราสิ้นเปลืองโดยรวมประหยัดกว่าเพื่อนๆ ในกลุ่ม

TOYOTA ALPHARD HYBRID

เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.4 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC VVT-I ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. และแรงบิดสูงสุด 19.4 กก.-ม. ที่ 4,000 รตน. ผ่านมาตรฐานยูโร 3 พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ หรือ 190 แรงม้า แรงดันไฟฟ้า 245 โวลท์ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ E-FOUR (ELECTRICAL 4WD SYSTEM) ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ซีวีที แบบซีคเวนเชียลชิฟท์
ผลทดสอบจากเครื่องวัดสมรรถนะดาทรอน อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 12.8 วินาที ควอร์เตอร์ไมล์ 0-400 ม. ทำได้ 18.8 วินาที อัตราเร่งทางตรงยาว 0-1,000 ม. ทำได้ 34 วินาที ทำได้ในระดับค่อนข้างดี
จังหวะเร่งยืดหยุ่นหรือช่วงเร่งแซงในช่วงความเร็วต้น 60-100 กม./ชม. รวมถึงที่ระดับความเร็วสูง 80-120 กม./ชม. ก็ยังทำได้ในระดับค่อนข้างดี
แม้ โตโยตา อัลฟาร์ด ไฮบริด จะใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.4 ลิตร แต่ได้มอเตอร์ไฟฟ้ามาช่วยขับเคลื่อนล้อคู่หน้า ร่วมกับเครื่องยนต์ และชุดขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งวิ่งด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆ ทำให้มีอัตราเร่งที่ดี น่าใช้ไม่เป็นรองใคร
เทียบกับคู่แข่งแล้ว โตโยตา อัลฟาร์ด ไฮบริด เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.4 ลิตร มีอัตราเร่งที่คู่คี่สูสี ใกล้เคียงกับ ฮันเด กแรนด์ สตาเรกซ์ พรีเมียม และอัตราเร่งบางช่วง อัลฟาร์ด ไฮบริด ยังทำได้ดีกว่าเล็กน้อยชนิดหายใจรดต้นคอจริงๆ และทำได้ดีกว่า เมร์เซเดส-เบนซ์ วีอาโน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ วีอาโน เลือกใช้เครื่องยนต์บลอคเล็กกว่า แถมยังไม่มีมอเตอร์มาช่วยขับเคลื่อนอีกด้วย
อัตราสิ้นเปลือง วัดจากความเร็วคงที่ พบว่าที่ความเร็ว 60 กม./ชม. ทำได้ประหยัด และประหยัดกว่า ฮันเด กแรนด์ สตาเรกซ์ อยู่ในระดับที่ดีใกล้เคียงกับ เมร์เซเดส-เบนซ์ วีอาโน เลยทีเดียว ส่วนที่ความเร็วสูงขึ้น 80 กม./ชม. เริ่มกินหนักขึ้นกว่าคู่แข่งในกลุ่ม ความเร็วคงที่ 100-120 กม./ชม. มีอัตราสิ้นเปลืองใกล้เคียงกับ ฮันเด กแรนด์ สตาเรกซ์ และกินมากกว่า เมร์เซเดส-เบนซ์ วีอาโน เช่นกัน


SUSPENSION ระบบรองรับ

 

HYUNDAI GRAND STAREX PREMIUM

ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบคอยล์สปริง พร้อมจุดยึด 5 จุดขนาดใหญ่ ขับมั่นคง แน่นหนึบ อาการโคลงเคลงตามสไตล์รถตู้ทรงสูงทั่วไปมีน้อยมาก ประสิทธิภาพการหยุด กแรนด์ สตาเรกซ์ พรีเมียม ใช้เบรคแบบจานทั้ง 4 ล้อ ควบคุมด้วยระบบเอบีเอส และอีบีดี
จากผลทดสอบเบรค ที่ความเร็ว 60-0 กม./ชม. และ 80-0 กม./ชม. ทำได้ในเกณฑ์ที่ดี เบรคได้มั่นใจ ส่วนที่ความเร็วสูง 100-0 กม./ชม. ประสิทธิภาพเบรคตกลงมาเล็กน้อย อยู่ในระดับค่อนข้างดี

MERCEDES-BENZ VIANO CDI 2.2 EXCLUSIVE

ระบบรองรับด้านหน้าอิสระ คอยล์สปริง ด้านหลังแบบถุงลม และชอคอับ พร้อมระบบควบคุมระดับสูง/ต่ำอัตโนมัติ ให้การขับขี่เป็นไปอย่างนุ่มนวล และมีสมรรถนะการยึดเกาะถนนอย่างมั่นคง วีอาโน ยังมีจุดขาย เด่นๆ ในเรื่องความปลอดภัย กับพโรแกรมควบคุมการทรงตัว ADAPTIVE ESP ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี เอเอสอาร์ ระบบเบรคป้องกันล้อลอค เอบีเอส ระบบช่วยเบรค บีเอเอส และระบบกระจายแรงเบรคอัตโนมัติ อีบีดี ติดตั้งถุงลมนิรภัย และม่านนิรภัย รวม 6 จุด
จากผลทดสอบเบรค ที่ความเร็ว 60-0 กม./ชม. ทำได้ในระดับดีมาก เบรคที่ 80-0 กม./ชม. ประสิทธิภาพลดลงเล็กน้อย อยู่ในเกณฑ์ดีค่อนข้างมาก และเบรคที่ระดับ 100-0 กม./ชม. ทำได้ในระดับดี ตามลำดับ พอสรุปได้ว่าประสิทธิภาพเบรคของ เมร์เซเดส-เบนซ์ ไว้ใจได้มากที่สุด โดดเด่นสมราคา ไม่เสียชื่อที่ติดตั้งระบบเสริมความปลอดภัยมาครบจริงๆ

TOYOTA ALPHARD HYBRID

ระบบรองรับด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นทอร์ชันบีม ระบบเบรคหน้า/หลังแบบจานทั้ง 4 ล้อ พร้อมระบบป้องกันล้อลอค เอบีเอส อีบีดี กระจายแรงเบรค และบีเอ ช่วยเสริมแรงเบรค ติดตั้งระบบ วีเอสซี ควบคุมการทรงตัว และทีอาร์ซี ป้องกันล้อหมุนฟรี รวมถึง อีพีเอส พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ช่วยให้การควบคุมรถแม่นยำ และตอบสนองรวดเร็วมากขึ้น
จากผลทดสอบเบรค ที่ความเร็ว 60/80-0 กม./ชม. ทำได้ในระดับดี เบรคที่ 100-0 กม./ชม. ประสิทธิภาพลดลงเล็กน้อย อยู่เกณฑ์ดีค่อนข้างมาก และเบรคที่ระดับ 100-0 กม./ชม. ทำได้ค่อนข้างดี จัดเป็นรถเอมพีวี หรูที่มีประสิทธิภาพเบรคไว้ใจได้ เช่นกัน


SUMMARY บทสรุป

 

HYUNDAI GRAND STAREX PREMIUM

ฮันเด กแรนด์ สตาเรกซ์ พรีเมียม แม้จะให้ออพชันความหรูหรามาไม่เต็มที่ แต่ด้วยราคาที่ย่อมเยากว่า แถมยังให้สมรรถนะการขับขี่ไม่ด้อยกว่าใคร อัตราเร่งในช่วงใช้งานเหลือเฟือ เร่งแซงได้ง่าย เบรคมั่นใจปลอดภัยดี ทำให้มันเป็นเอมพีวีน้องใหม่มาแรง ที่ราคาโดนใจจริงๆ

MERCEDES-BENZ VIANO CDI 2.2 EXCLUSIVE

เมร์เซเดส-เบนซ์ วีอาโน ชื่อชั้นดี ดูภูมิฐานสมฐานะ แม้ต้องแลกด้วยราคาที่สูงกว่าคู่แข่ง และขาดออพชันความหรูหราระดับวีไอพีไปบ้าง หากไม่เน้นออพชันหรูหราล้ำสมัย แต่มองที่ความประหยัดและปลอดภัย รับรองได้ว่า วีอาโน ตอบโจทย์คุณได้ครบแน่นอน

TOYOTA ALPHARD HYBRID

โตโยตา อัลฟาร์ด ไฮบริด ตกแต่งครบเครื่อง ตอบโจทย์โดนใจผู้บริหารและรถครอบครัวมาก โดยเฉพาะอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ที่ให้มาครบทุกรายละเอียดจริงๆ ภายในหรูหรา ภูมิฐาน ให้ทั้งความสะดวกสบาย เครื่องยนต์เงียบ ทันสมัย และมลพิษต่ำ อัตราเร่งดี ประหยัดพอตัว

 

 


เรื่องโดย : ณัฐเวช ยอดแสง
ภาพโดย : ราชวัตร แสงจันทรา
นิตยสาร 4Wheels ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2556
คอลัมน์ : ทดสอบ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/q8iwU