ทดสอบ(formula)
HONDA CITY V CNG
หลังจากปล่อยให้คู่แข่งเปิดตัวเก๋งพลังงานทางเลือกแกสธรรมชาติ หรือ ซีเอนจี (CNG) อยู่พักใหญ่ ทาง ฮอนดา (HONDA) ได้เลือกซีดานระดับ บี เซกเมนท์ ยอดนิยมอย่าง ซิที (CITY) มาทำตลาดในส่วนนี้บ้าง และนับเป็นรถรุ่นแรกที่ติดตั้งแกส ซีเอนจี จากโรงงานผลิตกันเลย มาดูกันว่าการเข้ามาลุยตลาดรถพลังงานทางเลือกของค่ายรถแห่งนี้ จะทำได้ดีแค่ไหน ครั้งนี้เรามาทดสอบ ซิที วี ซีเอนจี (CITY V CNG)
EXTERIOR ภายนอก
เมื่อพิจารณาจากสเปคของ ซิที รุ่นปกติ และรุ่น ซีเอนจี ก็พบว่ามิติตัวถังเท่ากันทุกประการ โดยอิงรูปทรงของรุ่นย่อย วี ซีเอนจี (V CNG) ที่เรานำมาทดสอบ จะอิงจากจากรุ่นย่อย วี (V A/T) สำหรับรุ่นปกติ หน้าตาจึงมาแบบเรียบๆ ไม่หวือหวา แต่ยังให้ล้อแมกขนาด 15 นิ้วมาด้วย ถ้ารุ่นรองลงมา คือ เอส ซีเอนจี จะเป็นล้อกระทะเท่านั้น
หากจะให้แยกแยะระหว่างรุ่นปกติ และรุ่น ซีเอนจี ล่ะก็ คงจะมีเพียงโลโกที่ด้านท้ายรถเท่านั้น แต่ภายใต้ความเหมือน ก็ยังมีความแตกต่างที่มองไม่เห็นด้วยตา นั่นคือ น้ำหนักรวม โดยรุ่นปกติ วี (V A/T) หนัก 1,120 กก. ขณะที่ตัว วี ซีเอนจี แบกชุดอุปกรณ์ของระบบแกสด้วย มีน้ำหนักรวม 1,222 กก. ถือว่าเป็นน้ำหนักที่ต่างกันพอสมควร
อย่างไรก็ตาม ทาง ฮอนดา ติดตั้งหัวเติมแกสอยู่ข้างหัวเติมน้ำมันเชื้อเพลิงพอดี ทำให้สะดวกขณะเติมแกส ไม่ต้องเปิดฝากระโปรงเติมจากด้านหน้าแบบรถที่ติดตั้งระบบแกส ซีเอนจี จากร้านภายนอกทั่วไป
INTERIOR ภายใน
ภายในของ ซิที วี ซีเอนจี รุ่นนี้ มาในสไตล์ของรุ่นปกติ เหมือนรูปทรงภายนอก จึงมีส่วนประกอบโครเมียมตามจุดใช้งานต่างๆ เสริมมาดหรูกันพองาม ด้านความสะดวกสบายของการโดยสารไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน เบาะหลังไม่สามารถพับลงมาได้ (รุ่นปกติจะพับได้กับรุ่นทอพ เอสวี (SV) เท่านั้น) และไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเนื่องจากส่วนที่เก็บสัมภาระท้ายต้องแบ่งเนื้อที่ให้กับถังแกส ซีเอนจี ใบโต ความจุ 65 ลิตร มีส่วนที่กั้นติดตั้งมาให้เพื่อความเรียบร้อย แต่เนื้อที่ในส่วนนี้ก็ลดน้อยลงไปมาก จนแทบจะใส่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ไม่ได้เลย (ถ้าเป็นถุงกอล์ฟ แน่นอนว่า “หมดสิทธิ์”)
มาตรวัดต่างๆ ก็ยังคงเดิม แต่บริเวณด้านขวาของผู้ขับ ติดตั้งแถบไฟบอกระดับปริมาณแกสที่เหลือในถัง รวมถึงปุ่มแสดงการทำงานของระบบแกส หรือน้ำมัน พร้อมทั้งสามารถกดปุ่มเลือกการทำงานได้ด้วยตนเองด้วย พิจารณาดูแล้วการติดตั้งทำได้ค่อนข้างดี ไม่นูนยื่นออกมาเยอะเกินควร
ENGINE เครื่องยนต์
เครื่องยนต์ยังคงอิงจากรุ่นปกติ แต่เพื่อการเผาไหม้ที่เหมาะสม กำลังจึงลดลงมาเล็กน้อยที่ 102 แรงม้า (รุ่นปกติ 120 แรงม้า) เช่นเดียวกับแรงบิดสูงสุดที่ 12.9 กก.-ม. (รุ่นปกติ 14.8 กก.-ม.) โดยที่อัตราส่วนกำลังอัดของกระบอกสูบยังเท่าเดิม โดยในการทดสอบเราเติมเชื้อเพลิงเต็มถังทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง และแกสซีเอนจี พิจารณาอุปกรณ์ของระแบบแกสซีเอนจีที่ติดตั้งมาในรถรุ่นนี้ ถังแกสที่ติดตั้งในส่วนที่เก็บสัมภาระท้ายเป็นยี่ห้อ บีอาร์ซี (BRC) รบบวาล์ว หม้อต้ม และชุดหัวฉีดแกส เป็นของ ฟาเบอร์ (FABER) มีการติดต้งที่แน่นหนา ถังแกสมีโครงยึดมั่นคง แต่สามารถถอดยางอะไหล่ได้ตามปกติ จุดที่น่าสนใจคือท่อร่วมไอดีหล่อขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะสำหรับ ซิที ซีเอนจี มีฐานยึดชุดตัวฉีดแกสพอดิบพอดี แสดงให้เห็นว่ารถรุ่นนี้ไม่ใช่เป็นการนำรุ่นปกติมาติดตั้งระบบแกสซีเอนจีเพิ่มเติมโดยถ่ายเดียว แต่มีการใส่ใจรายละเอียดในหลายจุด เพื่อความมั่นใจสำหรับการใช้งานในระยะยาว
มาดูกันเรื่องอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงขณะแล่นที่ความเร็วคงที่ก่อน ที่ความเร็ว 60/80 กม./ชม. ซิที ซีเอนจี ทำได้ถึง 26.1/23.9 กม./ลิตร ถือเป็นตัวเลขที่ดีทีเดียวสำหรับรถเก๋งระดับ 1.5 ลิตร เมื่อเทียบกับรุ่นปกติแล้ว ตัวเลขในส่วนนี้อยู่ที่ 21.7/21.4 กม.ลิตร เรียกได้ว่ายังไม่ทันได้ใช้แกส ซิที ซีเอนจี ก็มีความประหยัดที่น่าพอใจมาก ในระดับใกล้เคียงอีโค คาร์ นั่นเลยเชียว
แม้จะแบกน้ำหนักค่อนข้างมาก แต่ที่ความเร็วสูง 100/120 กม./ชม. เก๋งพลังงานทางเลือก มีอัตราสิ้นเปลืองที่ 19.2/15.1 กม./ลิตร ตามลำดับ ประหยัดกว่ารุ่นปกติที่ทำตัวเลขออกมาที่ 17.6/14.0 กม./ลิตร ดังนี้แล้วแม้ไม่ได้ใช้แกส ซีเอนจี ก็ตาม ซิที ซีเอนจี ก็เป็นรถที่มีความประหยัดเหนือกว่าคู่ข่งระดับเดียวกันด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกรณีที่เติมแกส ซีเอนจี แม้การสิ้นเปลืองจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามธรรมชาติของเชื้อเพลิงชนิดนี้ เมื่อเทียบกับน้ำมัน แต่ราคาต่อลิตรที่ถูกมากๆ ทำให้ความคุ้มค่ายิ่งเพิ่มขึ้นมากตามไปด้วย
ความประหยัดที่น่าพอใจทั้ง 2 ทางเช่นนี้ จะมีผลอย่างไรกับสมรรถนะ ? เรายังคงเปรียบเทียบกับ ซิที รุ่นปกติ กับอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. รุ่น ซีเอนจี ทำได้ที่ 12.9 วินาที ช้ากว่ารุ่นปกติพอประมาณกับตัวเลข 12.3 วินาที
แต่เมื่อวัดกันระยะยาวที่อัตราเร่ง 0-1,000 ม. ซิที ซีเอนจี ใช้เวลาไป 34.0 วินาที (ที่ความเร็ว 156.1 กม./ชม.) ตามมาแบบฉิวเฉียดกับรุ่นปกติเสียอย่างนั้น ! กับเวลา 33.6 วินาที (ที่ความเร็ว 156.0 กม./ชม.)
ส่วนอัตราเร่งยืดหยุ่น 60-100 และ 80-120 กม./ชม. ซิที ซีเอนจี ทำได้ที่ 7.5 และ 9.8 วินาที ยังช้ากว่ารุ่นปกติในทุกช่วงความเร็วกับเวลาที่ทำได้ 6.6 และ 9.2 วินาที ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าภายใต้ความประหยัดที่ดีขึ้น ก็ต้องแลกกับเรื่องสมรรถนะบางส่วน แต่ยังถือว่าคุ้มค่า เพราะอัตราเร่งช้ากว่ารุ่นปกติในระดับที่ไม่ถึงกับต่างกันมากนัก หากเป็นการใช้งานทั่วไป ถือว่าไม่มีความแตกต่างกันชัดเจน
สิ่งที่น่าสนใจที่เรารู้จากการทดสอบอัตราเร่ง พบว่าระบบแกสที่ติดตั้งมาในรถรุ่นนี้มีการปรับตั้งให้จ่ายแกสตามความเหมาะสม โดยหากกดคันเร่งสุดยาวๆ ระยะหนึ่งแล้ว เมื่อระบบตรวจพบว่าจุดจ่ายแกสรับภาระไม่ไหว จะสั่งงานให้เปลี่ยนมาเป็นน้ำมันทันที จนกระทั่งลดความเร็วลงมา ระบบก็สั่งการให้จ่ายแกส ซีเอนจี ต่อไปโดยอัตโนมัติ การทำงานระหว่างน้ำมัน และแกส เป็นไปอย่างเรียบเนียน ไม่มีอาการสะดุดแต่อย่างใด
SUSPENSION ระบบรองรับ
หลังจากขับทดสอบแล้ว เรามีความรู้สึกว่าช่วงล่างของ ซิที วี ซีเอนจี มีความนุ่มนวลกว่ารุ่นปกติ และยังปรับแต่งให้ใช้งานได้สะดวก โดยที่น้ำหนักของถังแกสด้านท้ายแทบไม่มีผลต่อการทรงตัวแต่อย่างใด สามารถขับขี่ได้อย่างสะดวกสบาย เมื่อเจอพื้นขรุขระ ช่วงล่างที่นุ่มนวลดังกล่าวสามารถซับแรงกระแทกจากพื้นถนนได้ดี แต่สำหรับบรรดานักขับเท้าหนักที่ไม่ยี่หระกับค่าแกส ควรต้องระวัง ถ้าอยากได้ความหนึบแน่น คงต้องเสริมแต่งชุดช่วงล่างกันเอาเอง ขณะที่น้ำหนัก และการตอบสนองของพวงมาลัย เบาแรงเล็กน้อย แต่ยังฉับไว เหมือนรุ่นปกติ
ด้านระบบเบรค ถือเป็นจุดที่ทำได้ไม่ดีนักสำหรับรถรุ่นนี้ โดยเบรคด้านหลังเป็นแบบดุม รวมไปถึงการใช้งานเน้นความประหยัด (BRIDGESTONE TURANZA ER370 ขนาด 175/65 R15) มีค่าความแข็งของเนื้อยางถึง 400 ทำให้มีผลต่อประสิทธิภาพการเบรคพอสมควร ที่ความเร็ว 60/80/100 กม./ชม. ซิที ซีเอนจี ใช้ระยะ 16.5/29.6/46.3 ม. เทียบกับรุ่นปกติ ทำได้ 18.2/28.4/43.7 ม.
จะเห็นได้ว่าที่ความเร็วต่ำ 60 กม./ชม. ด้วยน้ำหนักตัวที่มาก ทำให้ระยะเบรคของรุ่น วี ซีเอนจี ทำได้ดีกว่า แต่เมื่อเพิ่มความเร็วเข้าไป แรงเฉื่อยที่มีผลมากขึ้น ทำให้ระยะเบรคของรุ่น วี ซีเอนจี กลับมากกว่ารุ่นปกติซะงั้น แม้แต่คู่แข่งพลังงานทางเลือกอย่าง ปโรตอน เพอร์โซนา วี ซีเอนจี ยังทำได้ดีกว่าที่ 17.2/28.4/43.6 ม. ดังนั้นเมื่อใช้ความเร็วสูงควรเผื่อเหลือระยะสำหรับเบรคให้ดี โดยเฉพาะการขับตามหลังรถคันหน้า
การบุกเบิกตลอดรถพลังงานทางเลือกของ ฮอนดา ด้วย ซิที วี ซีเอนจี ถือว่าทำได้น่าพอใจทีเดียว ในแง่ของการประหยัดเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน หรือแกส ซีเอนจี สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องยนต์ของรถรุ่นนี้มีความประหยัดมากขึ้นจริง (จากเดิมที่ทำได้ดีอยู่แล้ว) หากผู้เป็นเจ้าของยังไม่สะดวกสำหรับการเติมแกส จะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ การใช้งานด้วยน้ำมันสำหรับรถคันนี้ ก็ไม่เป็นภาระแต่อย่างใด ยังคงมีระดับความประหยัดที่ดีมาก แน่นอนว่าความประหยัดที่ว่าจะยิ่งเพิ่มพูนขึ้นไปอีก เมื่อหันมาใช้แกส ซีเอนจี ที่มีราคาต่อลิตรต่ำกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงมาก
อย่างไรก็ตามความประหยัดที่ยอดเยี่ยมดังกล่าวต้องขึ้นกับผู้ขับด้วย หากชะล่าใจว่าราคาเชื้อเพลิงแกส ซีเอนจี ย่อมเยามากๆ จนนึกคะนองเท้าขับขี่ด้วยความเร็วสูง ไม่บันยะบันยัง อุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งตัวรถอาจเกิดความเสียหายได้ในเวลาต่อมา เช่นนี้แล้วแม้จะประหยัดค่าเชื้อเพลิง แต่อาจไปเปลืองค่าซ่อมแซมแทนก็ได้ ดังนั้นการขับขี่อย่างเหมาะสมควบคู่ไปด้วยยังเป็นสิ่งจำเป็นมาก แล้วจะรู้ว่าความประหยัดแบบ “ยกกำลังสอง” มันน่ารื่นรมย์เสียนี่กระไร


