ทดสอบ

ทดสอบ

TOYOTA 86/HONDA CR-Z

สปอร์ท 2 สไตล์ การพบกันของ อดีต และ อนาคต !

1 May 2013

ชื่อของรถสปอร์ททั้ง 2 รุ่น ต่างก็มีที่มาทั้งนั้น ทาง โตโยตา 86 (TOYOTA 86) ย้อนกลับไปเกือบ 20 ปีก่อน กับแฮทช์แบคขับเคลื่อนล้อหลัง นั่นคือ โคโรลลา รหัสตัวถัง เออี 86 (AE86) และเป็นรถซีดานขับเคลื่อนล้อหลังรุ่นสุดท้าย ก่อนที่รุ่นถัดมาจะเปลี่ยนเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้าจนถึงปัจจุบัน
ด้วยเหตุนี้เอง เออี 86 จึงได้รับความนิยมในหมู่นักเล่นรถแดนอาทิตย์อุทัยในช่วงเวลานั้นพอสมควร โดยเฉพาะผู้ที่ถวิลหาความสนุกสนานจากการสาดเข้าโค้ง ด้วยพละกำลังที่ผ่านจากล้อคู่หลัง และแนวคิดดังกล่าวก็ถูกนำมาใช้กับรถสปอร์ทตัวล่าสุดของค่าย เรียกชื่อสั้นๆ แต่ชัดเจนถึงอดีตที่รุ่งโรจน์ กับปัจจุบันที่เร้าใจโดย โตโยตา 86
ทางด้าน ฮอนดา ซีอาร์-เซด (HONDA CR-Z) อาจเป็นชื่อที่ปรากฏให้เห็นครั้งแรก แต่แท้จริงแล้วเป็นการนำรูปแบบของรถสปอร์ทขนาดคอมแพคท์ในอดีตมาใช้ นั่นคือ ซีอาร์-เอกซ์ (CR-X) ซึ่งทำตลาดในช่วง 20 ปีก่อนเช่นกัน ตัวถังด้านหน้าจะอิงรูปทรงจาก ซีวิค ที่ทำตลาดในช่วงเวลานั้น จุดเด่น คือ ด้านท้ายที่สั้นกุด เน้นความคล่องตัว พละกำลังของเครื่องยนต์ไม่มากมายนัก แต่มีการขับขี่ที่สนุกสนาน ผสานกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
เมื่อวันเวลาผ่านไปจนถึงปัจจุบัน กับแนวคิดรถสปอร์ทที่มีความหลากหลายของการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นความสนุกสนานขณะขับขี่ ขนาดที่กะทัดรัด คล่องตัว สะท้อนถึงรูปแบบของรถสปอร์ทยุคหน้า ด้วยขุมกำลังไฮบริด เป็นที่มาของรถสปอร์ทคันนี้ ฮอนดา ซีอาร์-เซด

EXTERIOR ภายนอก

 

ดุดัน พร้อมจู่โจม และ ปราดเปรียว กะทัดรัด

รูปทรงของ โตโยตา 86 มาในสไตล์รถสปอร์ท คูเป จีที เต็มตัว เส้นสายเฉี่ยวทันสมัย แม้ยังไม่ได้เสริมชุดตกแต่งใดๆ เข้ามา เมื่อพิจารณาแล้วจะพบว่า 86 มีรูปทรงที่เพรียว ระยะความสูงน้อย เพื่อความปราดเปรียว อันเป็นรูปแบบที่เคยใช้มาในอดีตกับ สปอร์ทส์ 800 (SPORTS 800) โดยเฉพาะช่วงฝากระโปรงหน้าที่ลาดเทในระดับต่ำ อันเป็นผลดีจากการใช้เครื่องยนต์สูบนอน ผนวกกับความกว้างที่ค่อนข้างมาก ทำให้ 86 ดูราวกับสัตว์ร้ายที่พร้อมกระโจนไปข้างหน้าทุกเวลา
รุ่นที่เรานำมาทดสอบ คือ สแตนดาร์ด เอ/ที ไร้ซึ่งชุดตกแต่งตัวถังใดๆ นัยว่าผู้ผลิตคงคิดแล้วว่า ผู้ที่ซื้อไปครอบครองมักจะสรรหาชุดแต่งเสริมมาดกันทั้งนั้น หน้าตาของ 86 รุ่นนี้จึงยังเน้นความเรียบง่าย นั่นรวมไปถึง ล้อแมกที่มีขนาดเพียง 16 นิ้ว เท่านั้นไม่พอ ยังให้ยางที่เน้นความนุ่มเงียบซะงั้น นั่นคือ โยโกฮามา เดซิเบล ดูขัดกับมาดสปอร์ทของตัวรถไม่น้อย เห็นแบบนี้แล้วราวกับจะบังคับทางอ้อมให้ผู้เป็นเจ้าของรีบไปเปลี่ยนยางกับล้อแมกโดยพลัน
เรื่องมาดเท่ 86 ไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว แต่กับค่าตัวระดับ 2 ล้านบาทปลายๆ ถือว่าไม่มากไม่น้อย เทียบกับคู่แข่งสัญชาติญี่ปุ่นแล้ว น่าจะเป็น มาซดา อาร์เอกซ์-8 (MAZDA RX-8) แต่ก็ทำตลาดมาหลายปีแล้ว หรือ นิสสัน 370 เซด (NISSAN 370Z) มีราคาสูงกว่ามาก รวมถึงพละกำลังที่มากกว่าด้วย ถึงจะหันมาทางรถยุโรป ก็มีทั้ง เมร์เซเดส-เบนซ์ ซี 180 คูเป (MERCEDES-BENZ C180 COUPE) ราคาใกล้เคียงกัน ได้ความหรู แต่อาจด้อยเรื่องสมรรถนะ และความสะดุดตา
ทางด้าน ซีอาร์-เซด ยังคงรักษาเอกลักษณ์รถสปอร์ทขนาดกะทัดรัดได้ครบถ้วน ช่วงหน้ายาว ด้านท้ายมีระยะโอเวอร์แฮงสั้นกุด และลาดเทในสไตล์รถสปอร์ทคูเป แม้เผยโฉมมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังดูทันสมัยพอสมควร ผู้ออกแบบพยายามให้รถคันนี้มีหลักอากาศพลศาสตร์ที่ดี น้ำหนักเบา (1,180 กก.) เพราะแม้เป็นรถสปอร์ท แต่สิ่งที่ต้องคำนึงในปัจจุบันย่อมหนีไม่พ้นอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับต่ำ ตามสไตล์ขุมพลัง “รักษ์โลก” ระบบไฮบริด
หน้าตาของรถสปอร์ทรุ่นนี้ ก็ยังมาแบบเรียบๆ ถ้าอยากสวยเด่นกว่าคนอื่น คงต้องหาชุดตกแต่งตัวถังเพิ่มเติมเช่นกัน แต่เนื่องจากเป็นรถสปอร์ทที่มีจำนวนไม่มากนัก อาจต้องมองหาชุดตกแต่งอย่างเป็นทางการ ซึ่งราคาอาจค่อนข้างสูง แต่ต้องคิดให้ดีด้วย เนื่องจากคุณสมบัติด้านความประหยัดเชื้อเพลิงอาจด้อยลง หากเปลี่ยนไปใช้ล้อแมก และยางที่มีขนาดใหญ่ ผู้เป็นเจ้าของจึงต้องแน่ใจว่าต้องการอะไรจากรถสปอร์ทคันนี้ และทำใจได้กับคุณสมบัติบางอย่างที่เสียไป เพื่อแลกกับความโดดเด่นทางรูปลักษณ์
ทางด้านคู่แข่ง หากมองหาในแง่รถสปอร์ทพลังไฮบริด ซีอาร์-เซด ก็ไม่มีคู่แข่งโดยตรงเลย เพราะส่วนใหญ่เป็นรถซีดาน หรือแฮทช์แบค กันทั้งนั้น เช่น เลกซัส ซีที 200 เอช (LEXUS CT200H) ซึ่งไม่อาจนำมาเทียบได้ แม้ราคาใกล้เคียงกันบ้าง หรือหากเน้นความทันสมัย ก็มี ฮันเด เวโลสเตอร์ (HYUNDAI VELOSTER) รถสปอร์ทรูปทรงล้ำ ในราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท


INTERIOR ภายใน

 

มาดสปอร์ท เคร่งขรึม และ ล้ำสมัย เหมือนยานอวกาศ

เมื่อเข้ามาด้านในของ 86 กลิ่นอายของรถสปอร์ทแบบดั้งเดิม ยังคงมีให้สัมผัส ปุ่มใช้งานตรงคอนโซลกลางแบบกระดกคล้ายกับเครื่องบิน โทนสีแดง/ดำ เพิ่มความเร้าใจ เบาะนั่งในระดับต่ำ ใกล้ชิดกับพื้นถนน เบาะโอบกระชับลำตัว และมาตรวัดที่ให้ความสำคัญกับรอบเครื่องยนต์ตามสไตล์รถเน้นสมรรถนะ ติดตั้งตรงกลางโดยมีพื้นหลังสีขาวเด่น คันเกียร์ทรงกลมแอบหลอกตาให้คล้ายเกียร์ธรรมดา พวงมาลัยจับถนัดมือ บริเวณ 3/9 นาฬิกา ใช้วัสดุอ่อนนุ่ม และไม่ลื่น
แม้ไม่มีความแปลกล้ำสมัยมากมาย แต่ 86 ก็มีห้องโดยสารที่เหมาะกับบุคลิกเป็นอย่างดี ทัศนวิสัยโดยรอบ ดีกว่าที่คิดเล็กน้อย แต่การออกแบบรถให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้การขึ้น/ลง มีความยากลำบากเล็กน้อย แน่นอนว่าเบาะแถวหลังเอาไว้ใช้งานเฉพาะกิจเท่านั้น แต่ยังดีที่พับเก็บได้หากต้องการพื้นที่ใช้สอย แปลกตากับยางอะไหล่ที่โผล่มาให้เห็นแบบจงใจ เป็นผลลัพธ์อีกอย่างของการออกแบบให้มีความแบนราบ ใกล้ชิดพื้นถนนเสียขนาดนี้
การออกแบบภายในของ ซีอาร์-เซด แตกต่างอย่างชัดเจน เน้นความล้ำสมัยเต็มๆ ส่วนผู้ขับมีรูปแบบราวกับยานอวกาศ การแสดงผลต่างๆ ของจอภาพเน้นโทนสีฟ้า ติดตั้งลึก และดูมีมิติ สามารถเปลี่ยนสีได้ตามระดับความประหยัดเชื้อเพลิงแบบที่พบในรถของ ฮอนดา หลายรุ่นในปัจจุบัน โดยของ ซีอาร์-เซด จะมีการใช้แสงสีแดงเพิ่มเติมเข้ามา ยามเมื่อเข้าสู่โหมด สปอร์ท (SPORT) เน้นสมรรถนะ พร้อมทั้งจอแสดงผลการทำงานของระบบไฮบริด
นอกจากนี้ยังติดตั้งแพดเดิล ชิฟท์ แม้จะเป็นเกียร์อัตโนมัติแปรผันก็ตาม ให้ความบันเทิงแบบพอเพียง ด้วยเครื่องเล่นดีวีดี เนวิเกเตอร์ เบาะหลังคับแคบมาก เหมาะกับการวางของเท่านั้นด้วยซ้ำ แต่เพิ่มพื้นที่ได้ด้วยการพับราบ สิ่งที่ต้องระวัง คือ ทัศนวิสัยด้านหลังที่ค่อนข้างแคบ ผลจากแนวหลังคาที่ลาดเท แต่ด้านหน้ามีมุมมองที่กว้างจากการใช้กระจกบานหน้าขนาดใหญ่


ENGINE เครื่องยนต์

 

ตอบสนองไว เสียงกระหึ่ม และ หลากหลาย ขับสนุก ประหยัดมาก

โตโยตา 86 ใช้ขุมกำลังแบบสูบนอน (BOXER) ฉีดเชื้อเพลิงโดยตรงไร้ระบบอัดอากาศใดๆ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังที่ 200 แรงม้า พอดี แท้จริงแล้วขุมกำลังบลอคนี้เป็นของค่ายรถดาวลูกไก่ ซูบารุ ที่พัฒนาและใช้งานร่วมกัน ในร่างของรถสปอร์ท ซูบารุ บีอาร์เซด (SUBARU BRZ) มาดูตัวเลขสมรรถนะกันเลย
เริ่มด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. โตโยตา 86 จัดมาที่ 9.2 วินาที ควอร์เตอร์ไมล์ 0-400 ม. ที่ 16.8 วินาที (ที่ความเร็ว 142.6 กม./ชม.)  ใกล้เคียงกับ บีเอมดับเบิลยู 325 ไอ คอนเวอร์ทิเบิล กำลัง 218 แรงม้า กับอัตราเร่งที่ 9.7 วินาที และ 16.9 วินาที (ที่ความเร็ว 138.2 กม./ชม.) หรือแม้กระทั่งสปอร์ทโรดสเตอร์ อย่าง เมร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเค 200 เอเอมจี กำลัง 184 แรงม้า กับอัตราเร่ง 8.5 วินาที และ 16.2 วินาที (ที่ความเร็ว 144.5 กม./ชม.) นำหน้าสปอร์ท 86 อยู่เล็กน้อยเท่านั้น
แม้เป็นเครื่องยนต์ที่ไร้ระบบอัดอากาศ แต่ด้วยการฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง การตอบสนองของ 86 ทำได้รวดเร็วทันใจ โดยเฉพาะในโหมด สปอร์ท คันเร่งจะเพิ่มความไวในการตอบสนอง พร้อมที่จะบู๊ตลอดเวลา แถมเร้าอารมณ์ด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามออกมาทันทีที่เหยียบคันเร่ง ตามสไตล์เครื่องยนต์ของ ซูบารุ ไม่หวั่นบรรดาเครื่องยนต์อัดเทอร์โบทั้งหลาย ที่มีแรงม้าใกล้เคียงกัน ถ้าจะเล่นกันสุดๆ ก็มีโหมด สปอร์ท แบบตัดระบบช่วยเหลือ เผื่อใครที่อยากลอง “ดริฟท์” สาดโค้ง แบบการ์ตูน/หนังเรื่อง อินิเชียล ดี (INITIAL D)
สมรรถนะน่าพอใจแบบนี้ หลายคนอาจคิดว่า การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเป็นสิ่งที่ต้องทำใจสำหรับรถสปอร์ท แต่อย่าได้ด่วนสรุป มาดูตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ความเร็ว 80/100/120 กม./ชม. ซึ่ง 86 คันนี้ทำได้ที่ 21.7/17.7/13.4 กม./ลิตร ถือว่าดีเกินคาดมาก เป็นตัวเลขที่ทำดีเทียบเท่ารถเก๋งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตร ด้วยซ้ำ แสดงให้เห็นว่า ถ้าขับด้วยความเร็วคงที่ ระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง สามารถปรับการทำงานให้เอื้อต่อการประหยัดเชื้อเพลิงได้อย่างน่าพอใจ
หันมาทาง ฮอนดา ซีอาร์-เซด ขุมกำลังระบบไฮบริด เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 111 แรงม้า ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน 13 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแปรผัน ในการทดสอบเราอยู่ในโหมด ธรรมดา (NORMAL) เพื่อดูบุคลิกและสมรรถนะที่เป็นกลางของรถรุ่นนี้
ซีอาร์-เซด ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 12.8 วินาที ระยะ 0-1,000 ม. ใน 34.0 วินาที (ที่ความเร็ว 156.8 กม./ชม.) และอัตราเร่งยืดหยุ่นเหมือนการเร่งแซง ที่ 80-120 กม./ชม. ใน 8.9 วินาที
ตัวเลขถือว่าทำได้แบบน่าพอใจสำหรับรถไฮบริด โดยรุ่นน้องร่วมค่ายอย่าง แจซซ์ ไฮบริด ทำได้ในส่วนเดียวกันที่ 12.4 วินาที ต่อมา คือ 34.4 วินาที (ที่ความเร็ว 148.5 ม./ชม.) และ 10.2 วินาที หรือเทียบกับแฮทช์แบคพลังไฮบริดเต็มตัวของค่ายคู่แข่งอย่าง โตโยตา ปรีอุส ทำได้ที่ 12.1 วินาที ต่อด้วย 33.4 วินาที (ที่ความเร็ว 161.3 กม./ชม.) และยืดหยุ่นที่ 8.4 วินาที ตามลำดับ
ผลตัวเลขด้านสมรรถนะของ ซีอาร์-เซด ใกล้เคียงรถไฮบริดทั่วไป แต่อย่าได้ผิดหวังกับรถสปอร์ทคันนี้ เมื่อเราลองปรับเปลี่ยนเป็นโหมด สปอร์ท การตอบสนองของทั้งเครื่องยนต์ และมอเตอร์ขับเคลื่อนมีความฉับไวขึ้น แม้ไม่ถึงกับดุดัน แต่ก็กระฉับกระเฉงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การไต่ถึงความเร็วสูงก็ไม่ยากเย็นนัก ยังไว้ลายความเป็นรถสปอร์ทพอประมาณ
ด้านอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ที่ความเร็ว 60/80/100 กม./ชม. (ยังคงอยู่ที่โหมด ธรรมดา) ซีอาร์-เซด ทำได้ที่ 28.8/24.5/19.6 กม./ลิตร นับว่ามีความประหยัดที่ดีมากตามสไตล์เครื่องยนต์ไฮบริดแบบคู่ขนาน (PARARELE HYBRID)  ยังใกล้เคียงกับเครื่องยนต์ไฮบริดที่มีขนาดเล็กกว่า และไม่เน้นสมรรถนะ อย่าง แจซซ์ ไฮบริด ที่ 32.0/25.8/20.1 กม./ลิตร แม้จะยังด้อยกว่าระบบไฮบริดแบบเต็มตัวของ ปรีอุส พอประมาณ กับตัวเลขที่ทำได้ 35.7/24.3/22.2 กม./ลิตร
ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อเราเลือกระบบขับเคลื่อนในโหมด อีคอน (ECON) คันเร่งจะตอบสนองแบบค่อยเป็นค่อยไป แถมระบบติด/ดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ (AUTO START/STOP) จะทำงานถี่ขึ้น เมื่อชะลอหยุดรถ การชาร์จกระแสไฟฟ้าก็พบได้บ่อยขึ้นเช่นกัน (เมื่อสังเกตจากจอแสดงผล) จึงมีความเป็นไปได้ว่า ภายใต้โหมดนี้ ค่าการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของ ซีอาร์-เซด จะทำได้ดีกว่าโหมด ธรรมดา ด้วยซ้ำ ทำให้รถสปอร์ทคันนี้ มีความหลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของสมรรถนะ และการประหยัดเชื้อเพลิง


SUSPENSION ระบบรองรับ

 

หนึบได้ที่ บังคับมั่นใจ และ นุ่มหนึบ ขับสบาย

86 ถูกปรับแต่งช่วงล่างสไตล์สปอร์ท โดยรวมแล้วยังให้ความหนึบแน่น และมั่นคง ด้วยจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ ระยะความกว้างของล้อคู่หน้า/หลังค่อนข้างมาก เสริมความมั่นใจทั้งขณะแล่นในทางตรง หรือเข้าโค้ง แน่นอนว่าอาการท้ายออก (OVERSTEER) มีให้สัมผัสจากล้อคู่หลัง ถ้าปิดระบบช่วยเหลือแล้ว สามารถบังคับให้เกิดอาการดังกล่าวได้ไม่ยากเย็น ด้านพวงมาลัยก็หนักมือ มีระยะฟรีน้อย เน้นการตอบสนองที่แม่นยำทันใจ หากได้ยางแบบสปอร์ท จะเพิ่มความมั่นคงได้มากโข
ระยะเบรคที่ความเร็ว 80/100 กม./ชม. คือ 27.0/41.0 ม. ใกล้เคียงกับ บีเอมดับเบิลยู 325 ไอ คอนเวอร์ทิเบิล ที่ทำได้ 26.7/42.0 ม. แม้ตัวเลขระยะเบรคของ 86 ค่อนข้างน่าพอใจ แต่อย่างที่กล่าวไปแล้วว่ายางที่ให้มาเป็นชนิดเน้นความประหยัด ถ้าใช้ยางแบบสปอร์ทที่ความหนึบ และหากมีหน้าสัมผัสมากกว่ารุ่น สแตนดาร์ด ระยะเบรคน่าจะทำได้ดีกว่านี้ (รุ่น สแตนดาร์ด เกรด ให้คาลิเพอร์ขนาด 15 นิ้ว ขณะที่รุ่น ทอพ เกรด จะเป็นขนาด 16 นิ้ว)
ส่วนช่วงล่างของ ซีอาร์-เซด ยังให้อารมณ์กลางๆ หนักไปทางนุ่มนวล ผสมหนึบอยู่บ้าง พวงมาลัยค่อนข้างเบาที่ความเร็วสูง แต่ด้วยลักษณะตัวถังที่มีความกะทัดรัด ทำให้การบังคับควบคุมยังมีความคล่องตัวพอสมควร ถ้าอยู่ในโหมด อีคอน แทบจะไม่รู้เลยว่า นี่คือรถสปอร์ท เพราะขับสบายไม่น้อยเลยทีเดียว เหมาะกับการขับในเมือง และ “ซิ่ง” พอหอมปากหอมคอ ส่วนระยะเบรคที่ความเร็ว 60/80 กม./ชม. รถสปอร์ทไฮบริดจาก ฮอนดา ทำได้ที่ 15.5/27.2 ม. ใกล้เคียงกับ โตโยตา ปรีอุส ที่ 15.1/26.8 ม.


SUMMARY บทสรุป

 

ดั้งเดิม หรือ เริ่มใหม่ อนาคตก็สดใส

โตโยตา 86 ยังคงเป็นรถสปอร์ทแบบ “ดั้งเดิม” ด้วยรูปทรงที่ดิบ ห้าว ทั้งภายนอกและภายใน เครื่องยนต์แบบสูบนอน ประสิทธิภาพดี มีสมรรถนะที่น่าพอใจ ขับสนุก เร้าใจ ด้วยจุดศูนย์ถ่วงในระดับต่ำ และด้วยเทคโนโลยีของยุคปัจจุบัน ทำให้มีอัตราสิ้นเปลืองที่ดีด้วย เป็นการต่อยอดรูปแบบรถสปอร์ทในอุดมคติ ให้ลงตัวยิ่งขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา
ฮอนดา ซีอาร์-เซด รถสปอร์ทแบบ “คิดใหม่ ทำใหม่” อาศัยระบบ”ไฮบริด” รถรุ่นนี้มีความหลากหลาย ราวกับการผสมผสานรถ 3 รูปแบบ เข้าไว้ในคันเดียว ทั้งรถที่ขับสบายในชีวิตประจำวัน รถที่ขับประหยัดเชื้อเพลิงแบบสุดๆ และรถสปอร์ทที่ขับสนุกแบบพอเพียง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในรถสปอร์ทสมัยก่อน
แนวทางความเร้าใจ สไตล์สปอร์ทยังคงพัฒนากันต่อไป สักวันเมื่อความโดดเด่นของทั้ง อดีต และ อนาคต มาบรรจบกัน “ปัจจุบัน” ที่สวยงามของรถสปอร์ท ย่อมอยู่อีกไม่ไกลแน่นอน

 

 


เรื่องโดย : ภูเขม หน่อสวรรค์
นิตยสาร Formula ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2556
คอลัมน์ : ทดสอบ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/WgVBB