ทดสอบ

ทดสอบ

CHEVROLET TRAILBLAZER 2.5 LT/MITSUBISHI PAJERO SPORT 2.5 GT/TOYOTA FORTUNER 2.5 G

4 WHEELS นำรถพีพีวี 3 บแรนด์ดัง เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในตลาด มาทดสอบด้วยดาทรอน เปรียบเทียบสมรรถนะและความคุ้มค่าน่าใช้

1 May 2014

ด้วยแผนการตลาดที่แตกต่างกัน ทำให้ เชฟโรเลต์ ทเรลบเลเซอร์ รุ่นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ผลิตและจำหน่ายเฉพาะรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.5 ลิตร ทำตลาดครอบคลุมทุกรุ่น มีทั้งเกียร์อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ให้เลือก ส่วน โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ เจ้าตลาดพีพีวี แตกเซกเมนท์ย่อย ค่อนข้างชัดเจน ใช้เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ในรุ่นทอพ และ 2.5 ลิตร ในรุ่นประหยัด มีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ และธรรมดา 5 จังหวะ
รถรุ่นที่เรานำมาทดสอบ ได้แก่ เชฟโรเลต์ ทเรลบเลเซอร์ 2.5 แอลที เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ขับเคลื่อน 2 ล้อ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท 2.5 จีที เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ ขับเคลื่อน 2 ล้อ และโตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ 2.5 จี เอที เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ ขับเคลื่อน 2 ล้อ

EXTERIOR ภายนอก

 

CHEVROLET TRAILBLAZER 2.5 LT

ภายนอก หรูใหญ่ มีเอกลักษณ์ ขยายสัดส่วนพร้อมหุ่นที่ใหญ่ล่ำ ตามสไตล์ของรถสายพันธุ์อเมริกัน มิติตัวรถ ยาว/กว้าง/สูง 4,878/1,902/1,831 มม. ระยะฐานล้อ 2,845 มม. เทียบมิติกับคู่แข่งแล้วเป็นรถที่มีสัดส่วนยาวและกว้าง รวมทั้งระยะฐานล้อที่มากกว่าคู่แข่งอย่าง โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ และมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท
กระจังหน้าแบบดูอัลพอร์ท โคมไฟหน้าพโรเจคเตอร์ ปรับระดับไฟสูง/ต่ำได้จากภายใน กระจกมองข้างขนาดใหญ่แบบโครเมียม ปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวฝังมุมกระจกมองข้าง ฝากระโปรงหน้ารูปทรงโดมขนาดใหญ่ มีแนวเส้นขอบโค้งดูแข็งแกร่ง บันไดข้างแบบอลูมิเนียมขึ้นรูปสีดำ น้ำหนักเบา ไฟท้ายขนาดใหญ่ โอบกระชับด้านข้าง ใช้หลอดธรรมดา ไม่หรูหราเหมือนรุ่นทอพ ที่ใช้ไฟท้ายแบบแอลอีดี ฝาท้ายแบบเปิดยกขึ้น พร้อมมือเปิดแบบไฟฟ้า ประตูหลังสำหรับผู้โดยสารแถว 2/3 ขนาดใหญ่ เปิดได้กว้าง

MITSUBISHI PAJERO SPORT 2.5 GT

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท โฉมใหม่ 2014 พีพีวีขับเคลื่อน 2 ล้อ รุ่น จีที มิติตัวรถ ยาว/กว้าง/สูง อยู่ที่ 4,695/1,815/1,840 มม. ระยะฐานล้อ 2,800 มม. เทียบมิติตัวรถดูแล้วขนาดใกล้เคียงกับ โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ มีเพียงฐานล้อที่ยาวกว่า โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ อยู่ 50 มม. ขนาดตัวรถสั้นและแคบกว่า เชฟโรเลต์ ทเรลบเลเซอร์ อยู่เล็กน้อย
ไฟหน้าพโรเจคเตอร์ แบบเอชไอดี พร้อมปรับลำแสงอัตโนมัติ ที่ให้มาเฉพาะรุ่น จีที กระจังหน้าออกแบบใหม่ คล้ายกับ ปาเจโร ญี่ปุ่น กันชนหน้าเจาะช่องไฟตัดหมอกเป็นกรอบทรงเหลี่ยมสีดำ ดูสปอร์ท และทันสมัยมากขึ้นกว่าเดิม กระจกมองข้างจากสีโครเมียมปรับเปลี่ยนเป็นสีตามตัวรถ พร้อมไฟเลี้ยวในตัว ปรับและพับด้วยไฟฟ้า เสริมคิ้วข้างประตูสไตล์สปอร์ทสีเดียวกับตัวรถ มาพร้อมไฟตัดหมอกหน้า และโป่งข้างขนาดใหญ่ สีเดียวกับตัวรถ ไฟท้ายรูปทรงทันสมัยกว่าเดิม เปลี่ยนจากเลนส์ไฟเลี้ยวสีเหลืองให้เป็นสีขาวใส ทันสมัยขึ้น ส่วนล้อแมก 17 นิ้ว พร้อมยาง 245/65 R17 ขนาดเท่าเดิม แต่เปลี่ยนลายใหม่ให้ดูหรูหราขึ้น

TOYOTA FORTUNER 2.5 G

มิติภายนอก ยาว/กว้าง/สูง อยู่ที่ 4,705/1,840/1,795 มม. ระยะฐานล้อ 2,750 มม. หุ่นค่อนข้างกระชับ เทียบสัดส่วนตัวรถแล้ว มิติตัวรถ และมีระยะฐานล้อ ค่อนข้างเล็กกว่า ทเรลบเลเซอร์ ทุกสัดส่วน ส่วน ปาเจโร สปอร์ท นั้นต่างกันเพียงเล็กน้อย มีเพียงระยะฐานล้อที่สั้นกว่า 50 มม.
หน้าตาภายนอกของ โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ 2.5 จี นั้นดูไม่ต่างจาก รุ่นทอพ 3.0 วี แม้จะจ่ายเงินน้อยกว่า แต่ก็ให้มาครบ ไม่น้อยหน้าพี่ใหญ่ ไฟหน้าแบบพโรเจคเตอร์ ต่างกันที่ใช้หลอดแบบฮาโลเจน และไม่มีระบบปรับระดับไฟสูง/ต่ำ แบบอัตโนมัติ และระบบฉีดล้างโคมไฟหน้าเท่านั้น ส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสกูพ ที่ได้รับการออกแบบรูปทรงให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้อากาศภายนอกเข้าไปช่วยระบายอากาศในอินเตอร์คูเลอร์ได้ดี กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ พร้อมไฟเลี้ยวในตัว มือจับประตูแบบโครเมียม แรคหลังคา ไฟเบรคดวงที่ 3 แบบแอลอีดี รวมถึงไฟท้ายดีไซจ์นหรู และล้อแมกขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/65 R17 จะใช้เหมือนกันกับรุ่นทอพทั้งหมด


INTERIOR ภายใน

 

CHEVROLET TRAILBLAZER 2.5 LT

ห้องโดยสารโอ่อ่าและสะดวกสบาย ติดตั้งจอแสดงข้อมูลการเดินทางแบบดิจิทอลที่เรือนไมล์ พวงมาลัยหุ้มหนัง ปรับสูง/ต่ำได้ อุปกรณ์เสริมต่างๆ จัดวางตามตำแหน่งที่เหมาะสม พร้อมด้วยระบบเครื่องปรับอากาศแบบหมุนอัตโนมัติ และเครื่องปรับอากาศแยกสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เบาะนั่งแบบ 7 ที่นั่ง 3 แถว หุ้มด้วยผ้า แถว 2 ปรับเอนได้หลายระดับตามต้องการ และยังสามารถพับเพื่อเปิดให้ผู้โดยสารแถว 3 ขึ้นได้ง่าย เพียงยกเปิดขึ้นครั้งเดียว เบาะจะเปิดและพับขึ้นอย่างต่อเนื่อง เบาะตอนที่ 2 ปรับพับ 60:40 และพับเก็บไฟข้างหน้า แถว 3 มีหมอนรองศีรษะปรับขึ้น/ลงตามสรีระ สามารถปรับพับให้ราบลงได้ แม้จะไม่ราบเรียบเสมอกัน
เครื่องเสียงระบบ MY LINK พร้อมหน้าจอขนาด 7 นิ้วแบบทัชสกรีน รองรับ AM, FM. AUX, USB และ BLUETOOTH เชื่อมต่อทุกความบันเทิง ส่งพลังเสียงผ่านลำโพงหน้า/หลัง 6 ตัว เลือกดูหนังผ่าน USB หรือ AUX หรือเลือกดูภาพใน GALLERY ได้แบบสไลด์โชว์ พร้อมระบบตัดสัญญาณภาพอัตโนมัติเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วย BLUETOOTH ใช้งานโทรศัพท์หรือค้นหาหมายเลขจาก PHONE BOOK เลือกตั้งค่ารถยนต์ได้ตามต้องการ เช่น ระบบเสียงเตือน, ระบบส่องสว่าง และระบบ AUTO DOOR LOCK เป็นต้น
ระดับเสียงในห้องโดยสารวัดจากความเร็วคงที่ 60/80/100/120 กม./ชม. มีระดับเสียงอยู่ที่ 65/67/70/72 เดซิเบล ระดับเสียงเป็นรอง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท 2.5 จีที และโตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ 2.5 วี ขับเคลื่อน 2 ล้อ อยู่เล็กน้อย มีเพียงความเร็ว 120 กม./ชม. ที่ระดับเสียงรบกวนในห้องโดยสารทำได้พอๆ กัน

MITSUBISHI PAJERO SPORT 2.5 GT

ห้องโดยสารรุ่น จีที ตัวทอพ ออพชันค่อนข้างสมบูรณ์ ตกแต่งสปอร์ทโทนสีดำ เบาะนั่งและหัวเกียร์หุ้มหนัง พวงมาลัย 3 ก้าน มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ครูสคอนทโรล พร้อมสวิทช์ควบคุมวิทยุที่พวงมาลัย เสริมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่ (หลัง) พวงมาลัย ช่วยให้การขับขี่ทำได้สนุกมากขึ้น
เบาะคู่หน้าปรับระดับได้ 8 ทิศทาง ด้วยระบบไฟฟ้า เบาะแถวที่ 2 แยกพับแบบ 60:40 พนักพิงสามารถปรับเอนและพับไปด้านหน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการใช้สอยและเก็บของได้ ที่พักแขนสำหรับที่นั่งแถวที่ 2 พร้อมที่วางแก้วน้ำ คอนโซลเกียร์และแผงข้างประตู เปลี่ยนจากสีเทาเป็นลายเคฟลาร์ ดูสปอร์ทขึ้น
เครื่องเล่นใหม่ แบบซูพีเรีย เอนเตอร์เทนเมนท์ และเนวิเกเตอร์ ซิสเตมจาก มิตซูบิชิ รองรับวิทยุ/DVD/VCD/MP3 และจอภาพแบบ WIDE SCREEN ขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทางใหม่ล่าสุดแบบ 3 มิติ เชื่อมต่อสัญญาณรวดเร็วและแม่นยำ พร้อมลิงค์สัญญาณจราจร รายงานการจราจรได้ทันเหตุการณ์ เพิ่มมิติเสียงใหม่ด้วยเพาเวอร์แอมพ์ขนาด 420 วัตต์ ลำโพงคู่หน้าแบบแยกชิ้น และคู่หลังแบบแกนร่วม 2 ทาง มีช่องต่ออุปกรณ์ USB สามารถเชื่อมต่อ IPOD/IPHONE ที่ลิ้นชักหน้า และแสดงภาพจากกล้องมองหลังขณะถอยจอด พร้อมเส้นกะระยะที่ชัดเจน ติดตั้งจอภาพแอลอีดีเหนือศีรษะสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ขนาด 10.2 นิ้ว แบบ WIDE SCREEN ตอบรับความบันเทิง โดยสามารถแยกการทำงานจากจอด้านหน้า เช่น จอหน้าเป็นระบบนำทาง จอหลังเปิดภาพยนตร์ หรือจะแบ่งส่วนจอหน้าแสดงการทำงานทั้ง 2 รูปแบบก็ได้
วัดระดับเสียงในห้องโดยสาร ความเร็วคงที่ 60/80/100/120 กม./ชม. มีระดับเสียงอยู่ที่ 63/66/68/72 เดซิเบล โดยมีระดับเสียงเป็นรอง โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ 2.5 วี ขับเคลื่อน 2 ล้ออยู่เล็กน้อย ทุกช่วงความเร็ว แต่ยังเงียบกว่า เชฟโรเลต์ ทเรลบเลเซอร์ เช่นกัน มีเพียงความเร็ว 120 กม./ชม. ที่ระดับเสียงใกล้เคียงกัน

TOYOTA FORTUNER 2.5 G

ห้องโดยสารสะดวกสบาย พวงมาลัยลายไม้แบบ 4 ก้าน มาพร้อมระบบมัลทิฟังค์ชัน ควบคุมเครื่องเสียง ตกแต่งพื้นด้วยสีเงินเมทัลลิค หรูหรา มาพร้อมกับวิทยุ/CD/MP3 ขนาด 2 DIN เล่นซีดี 1 แผ่น ไม่มีระบบนำทาง จีพีเอส ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย จอแสดงข้อมูล MID และครูสคอนทโรล เหมือนในรุ่นทอพ ระบบปรับอากาศยังเป็นแบบมือหมุน 3 แถว พร้อมช่องแอร์หน้า/หลัง และสวิทช์ปรับการทำงานของแรงลมแยกส่วน เบาะนั่ง 7 ที่นั่ง 3 แถว เบาะคนขับปรับด้วยไฟฟ้า เบาะแถว 2 ปรับพับ 60:40 และเลื่อนเข้า/ออกเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับผู้โดยสารแถว 3 ได้ และเบาะแถว 3 ยังปรับพับ 50:50 แบบแขวนข้าง
ระดับเสียงในห้องโดยสาร จากความเร็วคงที่ 60/80/100/120 กม./ชม. มีระดับเสียงอยู่ที่ 61/63/66/71 เดซิเบล จากการพัฒนาให้เสียงเครื่องยนต์เงียบลง ทำให้ โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ มีเสียงรบกวนที่ดีกว่าคู่แข่ง อย่าง เชฟโรเลต์ ทเรลบเลเซอร์ และมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท อยู่เล็กน้อย


ENGINE เครื่องยนต์

 

CHEVROLET TRAILBLAZER 2.5 LT

เครื่องยนต์ดูราแมกซ์ (XLD25) ดีเซล 2.5 ลิตร คอมมอนเรล เทอร์โบ อินเตอร์คูเลอร์ 4 สูบ 16 วาล์ว 163 แรงม้า ที่ 3,600 รตน. แรงบิดสูงสุด 38.8 กก.-ม. ที่ 2,000 รตน. ระบบหัวฉีดไดเรคท์อินเจคชัน ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ขับสนุกให้กำลังพอตัว ที่เกียร์ 6 ช่วงความเร็วสูงให้รอบเครื่องยนยต์ที่ต่ำ น่าจะช่วยให้มีอัตราสิ้นเปลืองน้อย แต่เมื่อขับใช้งานในเมือง จังหวะรอบเดินเบา ใช้งานเกียร์ 2 ไม่ค่อยดี รถดับค่อนข้างบ่อย ปัญหาอาจอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราทดเกียร์กับเครื่องยนต์ในรอบต่ำยังไม่ลงตัว แต่เมื่อใช้งานและเปลี่ยนเกียร์ในรอบสูงขึ้น กลับทำได้ต่อเนื่องไม่มีที่ติ
อัตราเร่งตีนต้น 0-100 กม./ชม. 0-400 ม. และอัตราเร่งตีนปลาย 0-1,000 ม. ทำได้ใกล้เกณฑ์เฉลี่ย อยู่ที่ 13.5/19.0/34.9 วินาที ตามลำดับ เช่นเดียวกับจังหวะเร่งแซงช่วงในเมือง 60-100 กม./ชม. และนอกเมือง 80-120 กม./ชม. ทำได้ 6.7/9.2 วินาที ในเกณฑ์เฉลี่ย เชฟโรเลต์ ทเรลบเลเซอร์ รุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ อัตราเร่งไม่หวือหวา ทำได้พอตัวตามสไตล์รถครอบครัว ใกล้เคียงกับ โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ 2.5 จี เอที แต่ยังเป็นรอง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท ที่เน้นเรื่องของความแรงเป็นหลัก อีกทั้งรุ่นทอพกับรุ่นเริ่มต้น ยังให้กำลังเครื่องยนต์ที่เท่ากัน

MITSUBISHI PAJERO SPORT 2.5 GT

เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร DI-D ไฮเพอร์คอมมอนเรล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว วีจี เทอร์โบ อินเตอร์คูเลอร์ พร้อมท่อร่วมไอดีแบบทวินอินเทค แมนิโฟลด์ กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 4,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 35.7 กก.-ม. ที่ 1,800-3,500 รตน. ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ พร้อมสปอร์ทรอนิค เลือกเปลี่ยนเกียร์ได้ตามต้องการ
เครื่องยนต์สามารถรีดกำลังได้มาก ตอบสนองดี ทำความเร็วกว่า 160 กม./ชม. ได้สบาย จังหวะเร่งแซง ตอบสนองได้อย่างทันท่วงที ช่วงการใช้งานทั่วไป 100-120 กม./ชม. ขับสบายไหลลื่นดี
อัตราเร่งตีนต้น 0-100 กม./ชม. 0-400 ม. และอัตราเร่งตีนปลาย 0-1,000 ม. ทำได้ 11.7/18.3/33.6 วินาที ตามลำดับ เช่นเดียวกับจังหวะเร่งแซงช่วงในเมือง 60-100 กม./ชม. และนอกเมือง 80-120 กม./ชม. ทำได้ 6.9/8.7 วินาที อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี ตามที่คาด มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท เน้นบูสต์หนัก รีดกำลังได้เยอะ สมรรถนะแรงเกินตัว จึงทำได้ดีกว่า โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ รุ่นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ และเชฟโรเลต์ ทเรลบเลเซอร์ รุ่นเกียร์ธรรมดา อยู่พอสมควร
วัดอัตราสิ้นเปลืองจากความเร็วคงที่ พบว่าในช่วง 60/80/100/120 กม./ชม. มีอัตราสิ้นเปลืองที่ค่อนข้างเยอะ ทำได้ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย อยู่ที่ 15.5/12.9/11.5/9.2 กม./ลิตร กินจุดุดันกว่า โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ ค่อนข้างมาก เพราะ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท ไปเน้นเรื่องสมรรถนะและพละกำลัง เป็นหลัก

TOYOTA FORTUNER 2.5 G

เครื่องยนต์ดีเซล รหัส 2KD-FTV (VNT) ขนาด 2.5 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 144 แรงม้า ที่ 3,400 รตน. แรงบิด 35.0 กก.-ม. ที่ 1,600-2,800 รตน. พัฒนาด้วยเทคโนโลยีไดมอนด์เทค หัวฉีดแข็งแกร่ง กล่องอีซียู สั่งฉีดจ่ายน้ำมันแม่นยำ เทอร์โบแปรผันทันสมัย รีดพลังตั้งแต่ออกตัว สั่งการผ่านกล่องคอมพิวเตอร์ 32 บิท ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ แบบเกรด-ไทพ์
ในช่วงรอบเดินเบา หรือจังหวะเร่ง เสียงเครื่องยนต์เขกตามสไตล์เครื่องยนต์ดีเซล เงียบมากขึ้น ช่วงเร่งแซงจังหวะเปลี่ยนเกียร์ต่อเนื่อง และนุ่มนวลดี จังหวะออกตัวแม้จะไม่รวดเร็วเหมือนกับรุ่น 3.0 ลิตร แต่ก็สามารถทำความเร็วไหลขึ้นไปทะลุ 160 กม./ชม. ได้
อัตราเร่งตีนต้น 0-100 กม./ชม. 0-400 ม. และอัตราเร่งตีนปลาย 0-1,000 ม. ทำได้ 13.3/18.8/34.7 วินาที ตามลำดับ เช่นเดียวกับจังหวะเร่งแซงช่วงในเมือง 60-100 กม./ชม. และนอกเมือง 80-120 กม./ชม. ทำได้ 7.8/10.3 วินาที อยู่ในเกณฑ์พอใช้ อย่างที่คาด เพราะ โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ รุ่นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เน้นสมรรถนะให้เพียงพอกับการใช้งาน ไม่ได้ให้มาเหลือจนเกินตัว อัตราเร่งจึงเป็นรองคู่แข่งอย่าง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท ที่อาศัยบูสต์หนัก ให้กำลังเยอะ อยู่พอสมควร อัตราเร่งยังทำได้ใกล้เคียงกับ เชฟโรเลต์ ทเรลบเลเซอร์ รุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ เช่นกัน
วัดอัตราสิ้นเปลืองจากความเร็วคงที่ พบว่าในช่วงความเร็วคงที่ 60/80/100/120 กม./ชม. มีอัตราสิ้นเปลืองที่ประหยัดมาก ทำได้ดี โดยทำได้ 22.8/19.4/14.8/11.1 กม./ลิตร ประหยัดกว่า มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท ค่อนข้างมากเพราะ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท ไปเน้นเรื่องสมรรถนะและพละกำลัง แม้จะมีขนาดเครื่องยนต์เท่ากันก็ตาม


SUSPENSION ระบบรองรับ

 

CHEVROLET TRAILBLAZER 2.5 LT

ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ ปีกนก 2 ชั้น และช่วงล่างด้านหลังแบบคอยล์สปริง ให้ความนุ่มนวลทุกการขับขี่ ปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัยคู่ เอสอาร์เอส และเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ พร้อมพวงมาลัยนิรภัยยุบตัวอัตโนมัติ ระบบเบรคแบบจานทั้ง 4 ล้อ  พร้อมระบบป้องกันล้อลอค เอบีเอส และระบบกระจายแรงเบรค อีบีดี เสริมด้วยระบบช่วยเพิ่มแรงเบรค เอชบีเอ และระบบช่วยเบรคกะทันหัน พีบีเอ
ผลทดสอบเบรคของ เชฟโรเลต์ ทเรลบเลเซอร์ 2.5 แอลที เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ให้ตัวช่วยเบรคมาไม่น้อย พบว่าระยะเบรค 60/80-0 กม./ชม. ประสิทธิภาพเบรคทำได้ในเกณฑ์พอใช้ และเบรคที่ความเร็วสูง 100-0 กม./ชม. ทำได้ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยเล็กน้อย ประสิทธิภาพเบรคที่ความเร็วต่ำ 60-0/80-0 กม./ชม. ระยะหยุดรถทำได้พอๆ กับ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท 2.5 จีที เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ ส่วนเบรคที่ 100-0 กม./ชม. ยาวกว่าเล็กน้อย แต่ระยะเบรคโดยรวมยังทำได้ดีกว่า โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ 2.5 จี เอที ที่มีตัวช่วยเรื่องเบรคน้อยกว่าบรรดาคู่แข่งจริงๆ

MITSUBISHI PAJERO SPORT 2.5 GT

ช่วงล่างหน้าแบบอิสระ ดับเบิลวิชโบน ชอคอับแกส สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบธรีลิงค์ ทอร์คอาร์ม คอยล์สปริง ชอคอับแกส พร้อมเหล็กกันโคลง ในรุ่น จีที ระบบเบรคด้านหน้าแบบจาน พร้อมช่องระบายความร้อน ด้านหลังเปลี่ยนจากดุมเบรคเดิมมาเป็นจานเบรค น้ำหนักกดเบรคดี หยุดรถได้มั่นใจขึ้น
ผลทดสอบเบรคของ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท 2.5 จีที เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ ระยะเบรค 60/80-0 กม./ชม. และเบรคที่ความเร็วสูง 100-0 กม./ชม. ทำได้ในเกณฑ์เฉลี่ย ประสิทธิภาพเบรคพอใช้ โดยเฉพาะเบรคที่ความเร็ว 60/80-0 กม./ชม. ทำได้พอๆ กับ เชฟโรเลต์ ทเรลบเลเซอร์ ส่วนเบรคที่ 100-0 กม./ชม. ทำได้สั้นกว่า และระยะเบรคทุกช่วงยังสั้นกว่า โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ 2.5 จี

TOYOTA FORTUNER 2.5 G

ช่วงล่างหน้าแบบอิสระ ดับเบิลวิชโบน พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบอิสระ โฟร์ลิงค์ คอยล์สปริง พร้อมชอคอับหน้า/หลัง ล่าสุดพัฒนาใหม่ ปรับมุมแคสเตอร์ และมุมแกนของชอคอับ ทำให้การบังคับควบคุมรถดีขึ้นกว่าเดิม ค่อนข้างชัดเจน ปรับค่าเคสปริงให้นุ่มนวลขึ้น เพิ่มจังหวะรีบาวน์ดของชอคอับให้หนึบขึ้น ขับและนั่งสบายมากขึ้นจริงๆ พวงมาลัยควบคุมได้นิ่งและแม่นยำ แต่ระบบเบรคด้านหน้าแบบจาน ด้านหลังเป็นดุม เหมือนเดิม มีระบบป้องกันล้อลอค เอบีเอส มาให้ ยังขาดระบบช่วยเบรค และระบบเสริมแรงเบรค
ผลทดสอบเบรคของ โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ 2.5 จี เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ มีระยะเบรคในช่วง 60/80-0 กม./ชม. และเบรคที่ความเร็วสูง 100-0 กม./ชม. ประสิทธิภาพเบรคทำได้ไม่ประทับใจ ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย ยังต้องปรับปรุง เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง เชฟโรเลต์ ทเรลบเลเซอร์ และมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท แล้ว โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ ใช้ระยะเบรคที่ยาวกว่าเพื่อนๆ ในกลุ่ม


SUMMARY บทสรุป

 

CHEVROLET TRAILBLAZER 2.5 LT

เชฟโรเลต์ ทเรลบเลเซอร์ 2.5 แอลที เกียร์ธรรมดา ขับเคลื่อน 2 ล้อ หุ่นใหญ่ล่ำบึก ร่างใหญ่ตัวโต โอ่อ่านั่งสบาย แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ให้ออพชันมาพอสมควร เครื่องยนต์แรงพอตัว อัตราเร่งดี เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะรอบต่ำ เบรคหยุดมั่นใจ ตั้งราคาไว้ 1,095,000 บาท เป็นอีกทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการรถอเนกประสงค์เกียร์ธรรมดา ราคาย่อมเยา

MITSUBISHI PAJERO SPORT 2.5 GT

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท 2.5 จีที รุ่นปี 2014 เพิ่มออพชันใหม่ๆ เข้าไปในตัวรถ ภายนอกทันสมัยลงตัว ภายในจัดให้ครบ เหนือกว่าเพื่อนๆ เพราะเป็นรุ่นทอพ เครื่องยนต์แรง สมรรถนะดี แต่กินน้ำมันดุดัน พัฒนาเรื่องเบรคได้ดี ทำได้โดดเด่นมั่นใจขึ้น

TOYOTA FORTUNER 2.5 G

จากทุกหัวข้อทดสอบ โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ 2.5 จี เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะใหม่ มีความน่าสนใจในเรื่องของรูปทรงที่กระชับ ภายในมีสีดำให้เลือกแบบสปอร์ท เครื่องยนต์ให้กำลังพอตัว โดดเด่นที่ความประหยัด ช่วงล่างนั่งสบายกว่าเดิม มีเพียงเบรคที่ยังต้องลุ้น เพราะไม่มีตัวช่วยมาเสริม เทียบกับรุ่นทอพแล้ว แตกต่างกันที่ออพชันเท่านั้น เรียกว่าขับแล้วหล่อได้พอๆ กัน

 

 


เรื่องโดย : ณัฐเวช ยอดแสง
ภาพโดย : ราชวัตร แสงจันทรา
นิตยสาร 4Wheels ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2557
คอลัมน์ : ทดสอบ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/8a3TY