เรื่องเด่น Quattroruote
MAZDA CX-60
ค่ายรถจากเมืองฮิโรชิมา กำลังสร้างความแตกต่างจากค่ายรถอื่นๆ กับเป้าหมาย คือ การประหยัดเชื้อเพลิงจากเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.3 ลิตร กำลังสูงสุด 200 แรงม้า จากการทดลองขับในเบื้องต้น เราคิดว่าเป้าหมายดังกล่าวของค่ายรถกำลังประสบความสำเร็จแล้ว
ในยุคที่กฎของไฟฟ้าซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ขับเคลื่อนแนวโน้มของการลดมลพิษโดยรวม ทำให้ค่ายรถต้องแสวงหาแนวทางใหม่ๆ ที่แตกต่าง หนึ่งในนั้น คือ ค่าย MAZDA (มาซดา) สำหรับ CX-60 (ซีเอกซ์-60) หันมาพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซล ในเบื้องต้นอาจดูเป็นทางออกที่ไม่เหมาะสมเท่าใดนักสำหรับการลดค่าไอเสีย กับความจุที่ค่อนข้างมากถึง 3.3 ลิตร แบบ 6 สูบเรียง นับเป็นแนวทางที่นำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า หรือจะเป็นไปในทางตรงกันข้ามกันแน่ ? อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ของเหตุผลบางประการ ความจำเป็นด้านการตลาดก็มีส่วนสำคัญไม่น้อย โดยในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดแรกสำหรับโมเดลใหม่จากค่ายรถแห่งเมืองฮิโรชิมา ความจุของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นจาก 2.2 เป็น 3.3 ลิตร มีผลดีประการหนึ่ง คือ ความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเครื่องยนต์สันดาปที่ทำได้ดีขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย กับพละกำลังเบื้องต้นในระดับ 200 แรงม้า และแรงบิด 45.9 กก.-ม. ขับเคลื่อนล้อหลัง เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ และบนพื้นฐานเครื่องยนต์บลอคนี้จะมีการเปิดตัวรุ่นที่มีกำลังสูงสุดถึง 249 แรงม้า แรงบิดสุงสุดที่ 56.5 กก.-ม. และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา โดยมีเป้าหมายสำคัญที่ค่ายรถเน้นหนัก คือ การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่คู่ควรกับมาตรฐานของครอสส์โอเวอร์สปอร์ทระดับซี-เซกเมนท์
ซุ่มเสียงอันรื่นรมย์
อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบข้อมูลจำเพาะอย่างใกล้ชิด เราพบว่าระบบไฟฟ้าของรถรุ่นนี้มีขนาดค่อนข้างเล็ก ภายใต้เครื่องยนต์แบบ 6 สูบเรียง รหัสของเครื่องยนต์นำหน้าด้วยตัว E ก่อนคำว่า SKYACTIV-D บ่งบอกว่า นี่คือ ขุมพลังแบบไฮบริด พร้อมแบทเตอรีขนาดเล็กที่มีความจุ 0.33 กิโลวัตต์ชั่วโมง สำหรับเก็บพลังไว้ใช้ขับเคลื่อนตัวรถ สามารถแปลงกระแสไฟฟ้าจากแรงเบรค กำลังสูงสุด 17 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 15.6 กก.-ม. ส่วนรายละเอียดของระบบไฟฟ้า เราจะนำเสนอในหน้าถัดไป แต่โดยรวมแล้วเครื่องยนต์บลอคนี้ สามารถขับเคลื่อนเอสยูวีสัญชาติญี่ปุ่นรุ่นนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา และแล่นได้ระยะทางไกล ภายใต้ความจุของถังน้ำมันดีเซลที่ 50 ลิตร แน่นอนว่าตัวเลขที่ชัดเจนคงจะต้องรอการทดสอบอย่างจริงจังในภายหลัง
ขณะที่ตำแหน่งของเบาะผู้ขับอยู่สูงขึ้นมา โดยที่พวงมาลัยทำมุมในแนวตั้ง มีระยะเข้ามาใกล้กับหัวไหล่ ระยะช่วงขาทำได้อย่างเหมาะสม แม้ผู้ขับจะลดความสูงของตัวเบาะลงมาพอสมควร ตำแหน่งโดยรวมยังคงมีความสูงตามสไตล์รถเอสยูวี แต่ไม่ถึงกับสูงจนเกินไปเหมือนกับที่เคยเจอในเอสยูวีบางรุ่น การปรับตำแหน่งสามารถทำได้ใกล้เคียงกับรถซีดาน หากผู้ขับต้องการ
เมื่อกดปุ่มสตาร์ท เครื่องยนต์แบบ 6 สูบเรียงก็พร้อมทำงานขึ้นมาทันที แรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์มีน้อยมาก ซุ่มเสียงของขุมพลังมีลักษณะทุ่มต่ำ แตกต่างจากเครื่องยนต์ดีเซลที่คุ้นเคย เครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง ซุ่มเสียงลักษณะดังกล่าวมีให้สัมผัสแทบทุกย่านความเร็ว ผู้ขับสามารถได้ยินอย่างชัดเจนตามแบบฉบับเครื่องยนต์ดีเซลที่มีความลงตัว เป็นคุณสมบัติที่หาไม่ได้ง่ายๆ จากเครื่องยนต์ประเภทนี้
ตัวถังอันใหญ่โตของ CX-60 มีรายละเอียดที่น่าสนใจหลายจุด ภายใต้รูปทรงของตัวรถที่ถูกออกแบบให้มีเหลี่ยมสันอย่างเหมาะสม ด้านหน้ามีทรงยาวเหมือนหัวเรือ มุมมองจากที่นั่งคนขับมีจุดอับเล็กน้อย มองเห็นฝากระโปรงท้ายค่อนข้างลำบาก แต่กล้องมองภาพรอบคันก็ช่วยได้มากในจุดนี้ การเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกห้องโดยสารทำได้น่าพอใจเกินคาด ดีกว่ารถยนต์สัญชาติเยอรมันบางรายด้วยซ้ำไป นอกจากนี้ ยังสะท้อนแนวคิดที่บ่งบอกความสุขุมนุ่มลึกจากประเทศบ้านเกิดของค่ายรถแห่งนี้ ผ่านการเลือกใช้วัสดุ การใส่ใจในรายละเอียด หนึ่งในนั้น คือ วัสดุตกแต่งห้องโดยสารที่มีรูปทรงคล้ายแถบผ้าแพร ตลอดจนไม้กระดานแบบดั้งเดิม ผสมผสานกันได้ลงตัวอย่างน่าทึ่ง
การใช้งานแบบดิจิทอลถูกนำมาใช้งานในหลายส่วน แต่โดยรวมแล้วรูปแบบการใช้งานแบบดั้งเดิมยังมีให้เห็นไม่น้อยเช่นกัน ครั้งแรกที่ขับเอสยูวีคันนี้ เราสังเกตจอแสดงผลขนาดใหญ่ที่ 12.3 นิ้ว ถูกออกแบบให้มีความยาวต่อเนื่องกับหน้าจอบนคอนโซลกลาง สามารถควบคุมการทำงานผ่านปุ่มบนคอนโซลกลาง เป็นรูปแบบที่ชวนให้นึกถึงรถยนต์ของค่าย BMW (บีเอมดับเบิลยู) โดยการใช้งานของค่าย MAZDA จะมีปุ่มใช้งานที่มีขนาดเล็กกว่า ต้องทำความคุ้นเคยเล็กน้อย นอกจากนี้ หน้าจอระบบสัมผัสรองรับการเชื่อมต่อ ANDROID AUTO และ APPLE CAR PLAY
การเปลี่ยนแปลงอย่างใส่ใจ
เอสยูวีรุ่นนี้มีพื้นที่ห้องโดยสาร และการใช้งานโดยรวมที่เหลือเฟือ เบาะด้านหลังรองรับผู้ใหญ่ที่มีขนาดตัวพอเหมาะได้อย่างสบายอีกด้วย ตัวเบาะนั่งมีความลึก และนั่งได้สบาย มีความสะดวกสบายเพียงพอสำหรับขาของคนที่มีความสูงค่อนข้างมาก ส่วนความจุของที่เก็บสัมภาระอยู่ที่ 570 ลิตร เมื่อตั้งเบาะขึ้นมาทุกตำแหน่ง และเพิ่มได้สูงสุดถึง 1,726 ลิตร เมื่อพับเบาะด้านหลังแบนราบ
การทดลองขับครั้งนี้ ใช้ระยะทางประมาณ 500 กม. เริ่มต้นด้วยการแล่นออกจากตัวเมือง ขึ้นภูเขา แล้วขับกลับมายังทางหลวง ความหลากหลายของเส้นทางที่มีความชัดเจน เพื่อประเมินคุณสมบัติที่หลากหลายของตัวรถ นำมาเป็นข้อมูลให้แก่ทางผู้ผลิตต่อไป นอกจากนี้ ยังมีการทดลองขับกับศูนย์ทดสอบที่อยู่ห่างออกไป เพื่อประเมินจุดเด่นในเรื่องของการประหยัดเชื้อเพลิง และรูปแบบการทำงานของระบบไฟฟ้าของรถรุ่นนี้ เราพบว่า เครื่องยนต์ดีเซลจะเริ่มทำงานตั้งแต่เคลื่อนรถ ที่รอบเครื่องยนต์ต่ำ ผู้ขับจะสัมผัสแรงสั่นสะเทือนเบาๆ มีความนุ่มนวลในตัวจากเครื่องยนต์แบบ 6 สูบเรียง มีการทำงานที่ราบรื่น เมื่อกดคันเร่งลงไป การตอบสนองของอัตราเร่งก็มีความฉับไว และคล่องแคล่ว ภายใต้น้ำหนักตัวที่มากถึง 1,800 กก. (ตามสเปคข้อมูลจำเพาะ) เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ มีการส่งกำลังที่ลงตัว แม้การขับขี่แบบเน้นแรงบิด เช่น ขณะขึ้นทางลาดชัน การกดคันเร่งเพียงเล็กน้อย แต่คงที่ เพียงเท่านี้ตัวรถก็สามารถแล่นขึ้นเนินได้ไม่ยากเย็น การทำงานของเครื่องยนต์มีความไหลลื่น ต่อเนื่อง ระบบเกียร์แต่ละจังหวะส่งกำลังได้อย่างแม่นยำ แต่สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกพอใจ คือ การตอบสนองของพวงมาลัยจาก CX-60 มีความฉับไวเกินคาด ขับสนุกอย่างน่าพอใจ อย่างไรก็ตาม การเลี้ยวล้อจนสุด ต้องหมุนพวงมาลัยถึงกว่า 3 รอบ หากเป็นไปได้ควรปรับแต่งระบบบังคับเลี้ยวให้กระชับกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ถือเป็นจุดสังเกตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเทียบกับจุดเด่นที่แท้จริงของเอสยูวีรุ่นนี้ กับการประหยัดเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 15.0 กม./ลิตร หรือประมาณ 6.9 ลิตร/100 กม. ถือว่าน่าพอใจไม่น้อยสำหรับการเป็นเครื่องยนต์ดีเซลบลอคใหญ่
รุ่น E-SKYACTIV D TAKUMI
ข้อมูลจากผู้ผลิต
เครื่องยนต์
• วางด้านหน้าตามยาว
• ดีเซล เทอร์โบ 6 สูบเรียง
• ความจุ 3,293 ซีซี
• กำลังสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 3,600 รตน.
• แรงบิดสูงสุด 45.9 กก.-ม. ที่ 1,400-3,600 รตน.
ระบบส่งกำลัง
• ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง
• เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
สมรรถนะ
• ความเร็วสูงสุด 212 กม./ชม.
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 8.4 วินาที
• อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 20.4 กม./ลิตร
• อัตราการปล่อยไอเสียเฉลี่ย 127 กรัม/กม.
มิติตัวถัง และน้ำหนักโดยรวม
• ระยะฐานล้อ 2,870 มม.
• ความยาว 4,740 มม. กว้าง 1,890 มม. สูง 1,680 มม.
• น้ำหนักโดยรวม 1,828 กก.
ราคา
• 49,900 ยูโร (ประมาณ 2,410,000 บาท ไม่รวมภาษีนำเข้า)
ข้อมูลทางเทคนิค ลูกสูบมากขึ้น แต่ประหยัดกว่าเดิม
กับคำถามที่ว่า เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.3 ลิตร จะมีพละกำลังมากพอสำหรับ เอสยูวี ขนาใหญ่ CX-60 มากน้อยแค่ไหน ? ทีมงานวิศวกรจากค่ายรถแห่งเมืองฮิโรชิมาอธิบายว่า ขนาดเครื่องยนต์ดังกล่าวมีความเหมาะสมในแง่ของประสิทธิภาพที่สมดุลลงตัว ระหว่างอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยม และอัตราการปล่อยไอเสียที่ต่ำ นำมาซึ่งผลลัพธ์ คือ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 20.4 กม./ลิตร เป็นลำดับแรก และอัตราการปล่อยไอเสียที่ 127 กรัม/กม. เป็นลำดับถัดมา ตัวเสื้อสูบถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่หมด รูปทรงของเสื้อสูบเครื่องยนต์มีพื้นที่มากพอสำหรับกระบอกสูบแต่ละตำแหน่ง ช่วยให้การผสมกันของน้ำมันดีเซล และอากาศมีอัตราส่วนที่เหมาะสม ช่วยให้การจุดระเบิดทำได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นในแต่ละช่วงรอบเครื่องยนต์ (มีประสิทธิภาพดีขึ้น 8 % เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร ของค่ายรถแห่งนี้) นอกจากนี้น้ำหนักของเครื่องยนต์มีความลงตัวยิ่งขึ้นด้วย โดยทาง MAZDA ระบุว่า น้ำหนักของเครื่องยนต์เทียบเท่ากับเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียงของรถระดับคอมแพกท์เท่านั้น
ดีเซลแรงดันสูง
ส่วนบนของกระบอกสูบแต่ละตำแหน่งมีช่องขนาดเล็กจำนวน 2 ช่องติดตั้งอยู่ในแต่ละลูกสูบ มีหน้าที่ตรวจสอบอัตราส่วนของน้ำมันดีเซล และอากาศที่ผสมผสานกันจากการถูกฉีดเข้าไปในกระบอกสูบ โดยชุดหัวฉีดแรงดันสูงสามารถรองรับได้สูงสุดที่ 2,500 บาร์ ช่วยให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ดีเซลมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เสริมพลังไฟฟ้า
รถคันนี้เสริมการส่งกำลังด้วยระบบไฮบริดขนาดเล็กแบบ 48 โวลท์ ส่งกำลังร่วมกับเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.3 ลิตร โดยเฉพาะขณะเน้นอัตราเร่ง



