เรื่องเด่น Quattroruote
SUBARU SOLTERRA
รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากค่ายรถสัญชาติญี่ปุ่นที่เตรียมจำหน่ายเป็นวงกว้าง กับการพัฒนาร่วมกับค่ายรถ TOYOTA พื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือ เปี่ยมด้วยความทันสมัย และการใช้งานที่สะดวกสบาย นอกจากนี้ ยังมีการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม หนึบแน่นแม้อยู่ในสภาพพื้นผิวทางสมบุกสมบัน
สำหรับการถือกำเนิดรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของค่าย ทาง SUBARU (ซูบารุ) หันไปร่วมมือกับ TOYOTA (โตโยตา) เพื่อการคิดค้นโครงสร้างตัวถังแบบใหม่หมด เพื่อนำไปใช้กับรถยนต์ร่วมเครือทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน รวมถึงรายละเอียดทางวิศวกรรมหลายส่วน และองค์ประกอบของตัวถังร่วมกัน และแล้วได้เวลาเปิดตัว SOLTERRA (โซลแตร์รา) ซึ่งใช้องค์ประกอบร่วมกับ TOYOTA BZ4X (โตโยตา บีเซด 4 เอกซ์) และ LEXUS RZ (เลกซัส อาร์เซด) แนวทางการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าแต่ละรุ่นยังคงเป็นไปตามรถยนต์ไฟฟ้ายุคปัจจุบัน ชุดแบทเตอรีถูกติดตั้งใต้พื้นรถ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด ส่งกำลังไปยังล้อแต่ละคู่ ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ทำให้ครอสส์โอเวอร์รุ่นนี้มีคุณสมบัติที่โดดเด่นของค่ายรถแห่งนี้ นั่นคือ การขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา มอเตอร์แต่ละชุดมีกำลังสูงสุดที่ 109 แรงม้า คิดเป็นกำลังสูงสุดทั้งระบบที่ 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 34.3 กก.-ม. มีอัตราเร่งที่ฉับไวสมตัว 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.9 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดถูกจำกัดเอาไว้ตามลักษณะของรถยนต์ไฟฟ้าที่ 160 กม./ชม.
สำหรับประเทศอิตาลีจะได้รับการส่งมอบ SOLTERRA ลอทแรกที่ 250 คัน กับราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 60,000 ยูโร กับค่าตัวระดับนี้ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายรถญี่ปุ่นที่มีราคาสูงที่สุด ส่วนมิติตัวถัง กับความยาวที่ 4,069 มม. ถือว่ามีขนาดตัวที่อยู่ตรงกลางระหว่างครอสส์โอเวอร์ร่วมค่ายอย่าง FORESTER (ฟอเรสเตอร์) และ OUTBACK (เอาท์แบค)
การใส่ใจในรายละเอียด
ครอสส์โอเวอร์รุ่นนี้มีรูปทรงที่ผสมผสานสไตล์สปอร์ทคูเป เห็นได้จากกระจกหน้าต่างด้านหลังมีลักษณะที่ลาดเท และยังเสริมด้วยวัสดุตกแต่งตัวถังด้านนอกเป็นพลาสติคแข็งบริเวณซุ้มล้อแต่ละจุด ทำให้ SOLTERRA มีรูปทรงที่บึกบึนยิ่งขึ้น มีการปรับปรุงให้รูปทรงของตัวรถมีความแตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าร่วมเครือของ TOYOTA ได้แก่ รูปทรงของกระจังหน้า การออกแบบไฟหน้าแบบแอลอีดี และชุดไฟตัดหมอกที่ติดตั้งบริเวณด้านล่างของกันชนหน้า รวมถึงการติดตั้งช่องรับอากาศด้วย เมื่อเข้ามาในห้องโดยสาร เราพบว่าพื้นที่ใช้สอยมีให้อย่างเหลือเฟือ กับระยะฐานล้อที่ 2,850 มม. ช่วยให้พื้นที่ช่วงขามีมากพอ ผู้โดยสารด้านหลังสามารถนั่งได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนพื้นที่เหนือศีรษะทำได้น่าพอใจเช่นกัน ไม่ถูกกินเนื้อที่มากนัก แม้หลังคารถจะมีลักษณะที่ลาดเทก็ตาม เบาะนั่งคู่หน้าปรับตำแหน่งด้วยไฟฟ้า พวงมาลัยมีขนาดเล็ก ติดตั้งในตำแหน่งที่ค่อนข้างต่ำลงมามากเกินคาด ด้วยเหตุผล คือ การติดตั้งแผงหน้าปัดที่อยู่ในระดับสูงขึ้นมา การมองมาตรวัดจะต้องมองผ่านพวงมาลัยด้านบน
คอนโซลกลางมีการติดตั้งจอแสดงผลหลักขนาด 12.3 นิ้ว สำหรับระบบความบันเทิงต่างๆ มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เนท การใช้งานที่สะดวก และระบบเนวิเกเตอร์ในตัว พร้อมการรองรับ ANDROID AUTO และ APPLE CAR PLAY การออกแบบที่คำนึงถึงความสะดวกสบายยังสามารถเห็นได้จากการออกแบบปุ่มใช้งานแบบดั้งเดิมสำหรับการใช้งานที่ต้องทำเป็นประจำ ในที่นี้ คือ การใช้งานระบบปรับอากาศ การปรับความดังของเครื่องเสียง พร้อมการทำงานของบางระบบ เช่น การปรับโหมดการขับขี่ การปรับระดับแรงหน่วงของการนำมาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้า กล้องมองภาพรอบคัน และระบบป้องกันการลื่นไถล ผู้ขับสามารถใช้งานได้ทันทีจากแผงคอนโซล ส่วนที่เก็บของด้านท้าย หากเบาะด้านหลังถูกใช้งานอยู่ จะมีความจุที่ 421 ลิตร (จะเป็น 410 ลิตร หากเลือกติดตั้งชุดลำโพงแบบซับวูเฟอร์) ประตูบานท้ายมีขนาดใหญ่ ภายในที่เก็บสัมภาระมีรูปทรงที่สมมาตร แต่กลับขาดตะขอสำหรับเกี่ยวสัมภาระ
โหมดการลุย 2 รูปแบบ
การขับขี่บนถนนได้รับผลดีจากการมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ นอกจากนี้ การบังคับเลี้ยวยังมีความแม่นยำ ให้ความมั่นใจกับผู้ขับได้ดีมาก การปรับแต่งโดยรวมทำได้ลงตัว รองรับการเข้าโค้งได้อยู่หมัด แม้จะหักเลี้ยวแบบฉุกเฉินก็สามารถรองรับได้ดี ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ทำให้มีการยึดเกาะที่ดีมาก และการบังคับควบคุมทำได้ดังใจในแทบทุกสภาวะ การชาร์จไฟฟ้าจากระบบเบรคสามารถปรับแต่งได้จากแพดเดิล ชิฟท์หลังพวงมาลัย มีทั้งหมด 4 ระดับ
สามารถปรับโหมดได้ผ่านปุ่มบนคอนโซลเกียร์ รุ่นที่เราทดสอบมีการตอบสนองฉับไวที่สุด เมื่อผู้ขับถอนเท้าจากคันเร่ง ตัวรถจะชะลอความเร็วลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ระบบยังไม่ถึงกับหยุดรถได้นิ่งสนิทเหมือนรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่น แต่กลับมีประโยชน์ในอีกแง่มุมอื่น นั่นคือ การขับขี่ผ่านทางภูเขา ผู้ขับสามารถใช้คุณสมบัติดังกล่าวขณะแล่นลงทางลาดชัน สามารถได้กระแสไฟฟ้าคืนสู่ชุดแบทเตอรีทีละน้อย กับแบทเตอรีความจุ 71.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง จากข้อมูลของผู้ผลิต รถยนต์ไฟฟ้าคันนี้สามารถแล่นได้สูงสุดที่ 465 กม. (มาตรฐาน WLTP) เมื่อชาร์จเต็ม ทั้งหมดที่กล่าวมา คือ สเปคของรถที่ติดตั้งล้อแมกขนาด 18 นิ้ว หากติดตั้งล้อแมกขนาด 20 นิ้ว จะแล่นได้ไกลสุดที่ 414 กม.
หากผู้ขับต้องการจะลุยทางสมบุกสมบัน รถยนต์ไฟฟ้าคันนี้มีระบบที่เสริมประสิทธิภาพบนสภาพพื้นผิวดังกล่าว นั่นคือ ระบบ X-MODE เมื่อกดใช้งานแล้ว จะยังมีโหมดให้เลือกอีก 2 รูปแบบด้วยกัน (ได้แก่ SNOW/DIRT และ DEEP SNOW MUD) ถูกออกแบบมาเพื่อให้การยึดเกาะบนพื้นผิวลื่นทำได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นโคลนเลน และพื้นผิวหิมะ แม้รถรุ่นนี้จะใช้ยางสำหรับทางเรียบ แต่ SOLTERRA สามารถแล่นผ่านอุปสรรคได้ไม่ยากเย็น ไม่ว่าจะเป็นการแล่นขึ้นเนินชันระดับ 25 องศา เนินสลับ และเนินเอียงด้านข้าง การลุยลักษณะดังกล่าวอาจไม่หนักหน่วงมากนัก แต่ในแง่ของการเป็นครอสส์โอเวอร์พลังงานไฟฟ้า การลุยทางสมบุกสมบันปานกลางก็ถือว่ามีความเหมาะสมดีอยู่แล้ว อย่างน้อยผู้ขับสามารถแล่นผ่านพื้นผิวทางฝุ่นได้อย่างสบายใจ ในกรณีที่แล่นลงทางลาดชัน ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาให้จากโรงงาน
สรุปโดยรวมแล้ว รถยนต์ไฟฟ้าคันนี้มีจิตวิญญาณของการเป็นตัวลุยผสมผสานอยู่ในระดับที่พอเหมาะ SOLTERRA เป็นรถยนต์ไฟฟ้าโดยกำเนิด แต่ยังคงเอกลักษณ์ของ SUBARU เอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม แม้เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก แต่มีการติดตั้งอุปกรณ์ใช้งานแบบจัดเต็ม โดยจะมีความแตกต่างตามรุ่นย่อย ได้แก่ 4E-XPERIENCE และ 4E-EXPERIENCE PLUS ติดตั้งชุดระบบความบันเทิง พร้อมระบบเนวิเกเตอร์ในตัวเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และระบบช่วยเหลือการขับขี่อีกหลายรายการ (เช่น ระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ รวมถึงระบบช่วยเบรคขณะถอยรถ และระบบช่วยเหลือการขับขี่ระดับที่ 2) สำหรับรุ่นย่อย PLUS เสริมตัวถังให้มีความโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นล้อแมกขนาด 20 นิ้ว เบาะหุ้มหนังชั้นดี และหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิค นอกจากนี้ ยังติดตั้งที่ชาร์จมือถือแบบไร้สาย และเครื่องเสียงชั้นดีของ HARMAN/KARDON
ข้อมูลจากผู้ผลิต
รุ่น 4E-XPERIENCE+
เครื่องยนต์
• มอเตอร์ไฟฟ้า ขับเคลื่อนล้อคู่หน้า/ล้อคู่หลัง
• กำลังสูงสุด 218 แรงม้า
• แรงบิดสูงสุด 34.3 กก.-ม.
แบทเตอรี
• ลิเธียม-ไอออน ความจุ 71.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง
• รองรับการชาร์จสูงสุด แบบ AC 6.6 กิโลวัตต์ แบบ DC 150 กิโลวัตต์
ระบบส่งกำลัง
• ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา
• ชุดควบคุมความเร็ว
สมรรถนะ
• ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม.
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 6.9 วินาที
• อัตราสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า 5.6 กม./กิโลวัตต์ชั่วโมง
• ระยะทำการสูงสุด (มาตรฐาน WLTP) 414 กม.
มิติตัวถัง และน้ำหนัก
• ระยะฐานล้อ 2,850 มม.
• ความยาว 4,690 มม. กว้าง 1,860 มม. สูง 1,650 มม.
• น้ำหนักโดยรวม 2,010 กก.
ราคา
• ยังไม่ระบุ
ข้อมูลทางเทคนิค โครงสร้างตัวถังที่ใช้ร่วมกัน
โครงสร้างตัวถังแบบใหม่ มีชื่อเรียกว่า E-SGP ถูกนำมาใช้กับ SOLTERRA เป็นผลจากการร่วมกันพัฒนาระหว่างค่ายรถ SUBARU และ TOYOTA เพื่อนำมาใช้งานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ โครงสร้างสามารถรองรับชุดแบทเตอรีที่ติดตั้งใต้พื้นรถ พร้อมระบบหล่อเย็น และแผ่นปิดข้างใต้อย่างมิดชิดอีกชั้น ความจุแบทเตอรี คือ 71.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง และสามารถรองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ที่ 6.6 กิโลวัตต์ และแบบกระแสตรง (DC) สูงสุด 150 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จไฟฟ้าจาก 0-80 % ในเวลาประมาณ 30 นาทีเท่านั้น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด มีกำลังสูงสุดเท่ากัน (ที่ 109 แรงม้า) มีชุดควบคุมการส่งกำลัง ส่งแรงบิดไปเพลาขับด้านหน้า/หลังได้อย่างแม่นยำ ในสภาวะปกติ ระบบจะส่งกำลังส่วนใหญ่ไปยังมอเตอร์ขับเคลื่อนด้านหน้า (ประมาณ 70 %) หากอยู่ในสภาวะพื้นถนนลื่น ระบบสามารถแปรผันการส่งกำลังไปยังมอเตอร์ขับเคลื่อนด้านหลังได้ 60 %



