Quattroruote ทดสอบ
ทดสอบ HONDA JAZZ HYBRID
การมาถึงของรุ่นล่าสุด พร้อมกับการสั่งลาเครื่องยนต์แบบเดิม จากการหันมาใช้ขุมพลังแบบไฮบริด อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง คือ จุดเด่นของรถยนต์รุ่นนี้ กับประโยชน์ใช้สอยที่เหลือเฟืออย่างน่าพอใจ แต่จุดที่ควรจะปรับปรุง คือ ระบบเบรค
รุ่น 1.5 CROSSTAR ECVT EXECUTIVE
ราคา
- 26,900 ยูโร (ประมาณ 1,130,000 บาท ไม่รวมภาษีนำเข้า)
เครื่องยนต์
- เบนซิน 4 สูบเรียง+มอเตอร์ไฟฟ้า
- ความจุ 1,498 ซีซี
กำลังสูงสุด
- 109 แรงม้า
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
- จากผู้ผลิต 20.8 กม./ลิตร
- จากการทดสอบ 20.0 กม./ลิตร
ความคุ้มค่าโดยรวม
- 6.84 ยูโร/100 กม.
ค่าไอเสียเฉลี่ย
- จากผู้ผลิต 110 กรัม/กม.
- จากการทดสอบ 119 กรัม/กม.
บรรยายกาศที่ผสมผสานกันอย่างน่าประหลาด ยากที่จะพบเจอได้จากที่อื่นๆ นั่นคือ วัดวาที่สะท้อนรูปแบบดั้งเดิม กับตึกสูงระฟ้าที่ตั้งตระหง่านเคียงข้างกัน และโรงแรมเก่าแก่ที่พร้อมเสิร์ฟซูชิรสเลิศ องค์ประกอบเหล่านี้ คือ ตัวตนของประเทศญี่ปุ่นอย่างแท้จริง จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่า เหตุใดค่ายรถ HONDA (ฮอนดา) จึงเลือกที่จะทำตลาดรถยนต์ที่มีการผสมผสานอันหลากหลาย โดยใช้ชื่อของแนวบทเพลงที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาหลายปี นั่นคือ JAZZ (แจซซ์) กับการทำตลาดเป็นรุ่นที่ 4 ของสายพันธุ์ และมีพัฒนาการที่ชัดเจนหลายส่วน กับรุ่นย่อยที่มีชื่อว่า CROSSTAR (ครอสสตาร์) ภายใต้รูปทรงที่บ่งบอกการเป็น เอสยูวี ระดับ บี-เซกเมนท์ และส่วนประกอบที่ยังคงความคุ้นเคยได้ดี
แทบบอกลาปั๊มน้ำมัน
หนึ่งในจุดเปลี่ยนแปลงหลักของรถรุ่นนี้ คือ การหันมาใช้เครื่องยนต์ไฮบริดเต็มตัว ผลลัพธ์ที่โดดเด่นย่อมหนีไม่พ้นอัตราส้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการขับขี่ในตัวเมือง ซึ่งเป็นจุดที่รถยนต์ที่รุ่นนี้ถูกใช้งานค่อนข้างบ่อยสำหรับรถยนต์ขนาดเล็กอย่าง JAZZ ผู้ขับแทบจะลืมการแวะปั๊มน้ำมันเลยทีเดียว กับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ 25.8 กม./ลิตร (ขณะที่คู่แข่งอย่าง TOYOTA YARIS HYBRID (โตโยตา ยารีส ไฮบริด) ทำตัวเลขอยู่ที่ระดับ 23 กม./ลิตร เท่านั้น) หากน้ำมันเต็มถังสามารถแล่นได้กว่า 1,000 กม. เลยทีเดียวสำหรับการขับในตัวเมือง ขณี่ตัวเลขแบบเฉลี่ยอยู่ในระดับ 20 กม./ลิตร (ส่วนคู่แข่งทำได้ที่ 17.2 กม./ลิตร) นับว่าน่าพอใจมาก ขณะที่บนทางหลวง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอาจสูงขึ้นมาบ้าง (ตัวเลขที่ประมาณ (14.5 กม./ลิตร) อย่างไรก็ตาม จากการทดสอบของเราพบว่า การขับขี่บนทางหลวงที่ใช้ความเร็วสูงอาจไม่เหมาะกับรถรุ่นนี้มากนัก
การใช้งานที่หลากหลาย และสะดวกสบาย
เมื่อหันมาดูในรายละเอียดของรุ่น CROSSTAR เทียบกับรุ่นมาตรฐานของ JAZZ แล้ว ตัวถังจะมีความสูงมากกว่ากันที่ 30 มม. ส่วนประกอบตัวถังวัสดุพลาสติคถูกติดตั้งบริเวณส่วนล่างของตัวรถตลอดช่วงความยาว รวมถึงรอบซุ้มโป่งล้อ แม้จะมีมาดบึกบึนขึ้นเล็กน้อย แต่จุดประสงค์หลักของรถรุ่นนี้ ไม่ใช่การลุยทางสมบุกสมบันอย่างจริงจัง แต่รองรับแต่ทางลูกรังเล็กน้อยเท่านั้นสำหรับ JAZZ รุ่นนี้ รวมถึงการป้องกันพื้นล่างของตัวรถไม่ให้เสียดสีกับพื้นถนนยามใช้งานขณะเข้าจอดในตัวเมือง นับเป็นองค์ประกอบที่ถูกเอาใจใส่มาอย่างถี่ถ้วนดีแล้ว ขณะที่ภายในห้องโดยสาร บ่งบอกความเป็นตัวตนของ JAZZ ได้ชัดเจน กับพื้นที่ใช้สอยที่มีให้เหลือเฟือ หากเทียบกับมิติตัวถังโดยรวมของรถรุ่นนี้ รองรับการบรรทุกสัมภาระทั้งทรงยาว และทรงสูง ได้สบาย รวมถึงการโดยสาร JAZZ รุ่นนี้สามารถรองรับได้อย่างไม่มีปัญหา โดยเฉพาะเบาะหลัง มีพื้นที่ส่วนขาร่วม 350 มม. เลยทีเดียว ถูกอย่างดูลงตัว แต่ก็อาจจะไม่ทั้งหมดเสียทีเดียว ระบบไฮบริดทำให้พื้นที่เก็บสัมภาระน้อยลงไปบางส่วน โดยมีความจุ คือ 73 ลิตร เมื่อเทียบกับ JAZZ รุ่นที่ 3 และเพิ่มความจุได้สูงสุดที่ 261 ลิตร แต่ยังโชคดีอยู่บ้างที่ทางทีมงานผู้พัฒนารถออกแบบให้มีรูปแบบการใช้งานเบาะหลังที่หลากหลาย รองรับการบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ และมีรูปทรงที่หลากหลาย ขณะที่บริเวณด้านหน้ามีช่องเก็บของมากมายหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นบริเวณแผงด้านในประตู บริเวณคอนโซลเกียร์ และด้านล่างของคอนโซลหน้า ที่วางขวดน้ำ 2 ตำแหน่งด้านข้างคอนโซลอยู่ใกล้กับช่องแอร์ ลิ้นชักเก็บของ 2 ตำแหน่งด้านหน้าผู้โดยสาร ช่องเก็บของบริเวณด้านหลังของเบาะหน้า และยังมีช่องวางมือถือ สำหรับการเชื่อมต่อ ประกอบด้วยช่อง USB 2 ตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง และมีอีก 1 ตำแหน่งบริเวณใกล้กับคันเกียร์ พร้อมกับช่องจ่ายไฟฟ้าแบบ 12 โวลท์ การใช้งานที่หลากหลาย ภายใต้การออกแบบที่เรียบง่าย (ตกแต่งด้วยวัสดุผ้าในบางส่วน) การประกอบที่น่าพอใจ เน้นที่การจัดวางอย่างลงตัว มากกว่าความทันสมัยอันหวือหวา เห็นได้จากการใช้วัสดุผ้ามาหุ้มเบาะ สามารถซับน้ำที่หยดลงไปได้ดีวัสดุหนังแท้
ความทันสมัยที่เสริมเข้ามา
หันมาดูระบบความบันเทิงของรถรุ่นนี้ โดย JAZZ รุ่นนี้จะแสดงผลผ่านหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 9.1 นิ้ว ถูกนำมาใช้งานร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้าร่วมค่ายอย่าง HONDA E (ฮอนดา อี) การจัดวางเมนูสำหรับใช้งานมีความหลากหลายดี แต่อาจต้องทำความคุ้นเคยในช่วงแรก หน้าจอแสดงผลเพิ่มเติมขนาด 7 นิ้ว มีการแสดงผลที่ค่อนข้างยุ่งยาก ปุ่มใช้งานขนาดใหญ่บริเวณซ้ายมือสามารถใช้งานได้หลายรูปแบบ รวมถึงการปรับความสว่างของหน้าจอ ใช้งานได้สะดวกสำหรับการใช้งานในที่ที่มีความสว่างแตกต่างกัน เช่น ในช่วงกลางวัน และกลางคืน ไม่จำเป็นต้องใช้งานผ่านหน้าจอเสมอไป ช่วยให้ผู้ขับไม่ต้องละสายตาจากถนนขณะใช้งาน
ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม
ระบบความปลอดภัยที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจขณะขับขี่ถูกติดตั้งเข้ามาหลายรายการในรถรุ่นนี้ JAZZ มีระบบความปลอดภัยสมัยใหม่หลายรายการ จากการทดสอบโดยทีมงานของเรา พบว่าการใช้งานมีความแม่นยำอย่างน่าพอใจ แม้จะมีจุดต้องติเพียงเล็กน้อย เช่น ในช่วงที่ถนนมีความแคบ ระบบรักษารถให้อยู่กลางเลนอาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ผู้ขับต้องใช้การประคองพวงมาลัยเข้าเสริม หลังจากนั้นจึงจะรักษาตำแหน่งของตัวรถได้แม่นยำขึ้น ระบบเบรคอาจไม่หนักแน่นมากนัก ระยะเบรคค่อนข้างมาก รวมถึงความทนทานของระบบเบรคควรทำได้ดีกว่านี้ นอกจากนี้ส่วนเสา เอ แหนบซ้อน 2 ชั้นทำให้มีจุดอับสายตามากขึ้น อย่างไรก็ตาม ถือเป็นจุดต้องติเล็กน้อยๆ เท่านั้น เมื่อเทียบกับความลงตัวโดยรวมของตัวรถ รุ่น CROSSTAR ทำให้รถรุ่นนี้มีความสะดวกสบาย และขับขี่มั่นใจ ไม่เน้นสมรรถนะที่ดุดัน ระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดเน้นการขับขี่ที่ผ่อนคลาย และการกดคันเร่งแบบค่อยเป็นค่อยไป หากผู้ขับใช้การขับขี่อย่างนุ่มนวล จะแทบไม่รู้สึกถึงการทำงานของระบบเกียร์เลย หากต้องการขับขี่แบบเน้นสมรรถนะ เครื่องยนต์เบนซินที่ขับเคลื่อนร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว พร้อมเสียงที่ดังขึ้นในห้องโดยสาร เครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียงสามารถเร่งรอบได้อย่างรวดเร็ว ปลดปล่อยพละกำลังออกมาอย่างต่อเนื่อง และยังทำหน้าที่ป้อนพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่ชุดแบทเตอรีสำหรับการขับเคลื่อนอีกต่อหนึ่ง แม้รุ่น CROSSTAR จะไม่เน้นอัตราเร่งอย่างชัดเจน การตอบสนองของพวงมาลัย และระบบรองรับถือว่าทำได้ดีอย่างน่าพอใจ การปรับแต่งช่วงล่างที่เน้นความนุ่มนวล ให้ความรู้สึกที่สะดวกสบาย และมั่นคงในเวลาเดียวกัน ลงตัวทั้งในแง่ของการยึดเกาะถนน และการรองรับแรงสั่นสะเทือน แม้ช่วงความเร็วสูงจะมีอาการโคลงชัดเจนขึ้น ขณะที่ภายในห้องโดยสารของ JAZZ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ขณะขับบนทางไกล เครื่องยนต์เบนซินจะทำงานเกือบตลอดเวลา และมีรอบเครื่องยนต์สูงในช่วงความเร็ว 130 กม./ชม. ผู้โดยสารอาจต้องใช้เสียงดังมากขึ้นเล็กน้อย หากจะทำการสนทนาภายในห้องโดยสาร
ข้อมูลทางเทคนิค ระบบไฮบริดยุคใหม่
JAZZ รุ่นนี้ใช้ระบบไฮบริดที่มีชื่อว่า I-MMD แบบเดียวกับที่ใช้ในรถรร่วมค่ายหลายรุ่น รวมถึง CR-V (ซีอาร์-วี) มีรูปแบบการทำงานที่แตกต่างจากระบบอื่นๆ นั่นคือ มอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับขับเคลื่อนมีกำลังสูงสุด 109 แรงม้า เป็นตัวหลักสำหรับการส่งกำลังไปยังล้อคู่หน้า ขณะที่เครื่องยนต์สะนดาปจะมีหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้าเท่านั้น (ในโหมด HYBRID) อย่างไรก็ตาม ในช่วงการใช้ความเร็วสูงคงที่ ไม่เน้นการประหยดเชื้อเพลิง เครื่องยนต์สันดาปจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนแทน การทำงานดังกล่าวจะผ่านชุดคล้ทช์เดี่ยว เชื่อมต่อการส่งกำลังของเครื่องยนต์สันดาปกับล้อคู่หน้า (นั่นคือ การขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์นั่นเอง) อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ขับกดคันเร่งมากขึ้น เพื่อรีดอัตราเร่ง การขับเคลื่อนจะเปลี่ยนมายังมอเตอร์ไฟฟ้าอีกครั้ง นอกจากนี้ การขับขี่เป็นระยะทางสั้นๆ และความเร็วไม่สูงมาก สามารถใช้งานโหมดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนได้ หรือเรียกว่าโหมด EV การส่งกำลังจะมาจากแบทเตอรีลิเธียม-ไอออนโดยตรง ระบบเกียร์จะไม่มีบทบาทในส่วนนี้ ทำให้มีรอยต่อระหว่างช่วงการทำงานของเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าเล็กน้อย (ยกเว้นจะเปลี่ยนมาใช้งานโหมด ENGINE DRIVE)
การเน้นความกะทัดรัด
ระบบไฮบริดของรถรุ่นนี้ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ทำหน้าที่ขับเคลื่อนโดยตรง และสร้างกระแสไฟฟ้าในตัว ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบเรียง พร้อมระบบ VTEC นั่นคือ การทำงานของระบบวาล์วแปรผัน จัดเป็นระบบเครื่องยนต์ที่เน้นความกะทัดรัด ส่วนหนึ่งมาจากการไม่จำเป็นต้องติดตั้งระบบเกียร์
ที่มาของพลังงาน
ชุดแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ถูกติดตั้งบริเวณใต้ส่วนที่เก็บสัมภาระ ขณะที่ถังน้ำมันจะถูกติดตั้งบริเวณใต้เบาะคู่หน้า และพื้นที่บางส่วนจะเป็นตำแหน่งของชุดเพลาขับเคลื่อน
ระบบช่วยเหลือ และเชื่อมต่อ
ระบบเชื่อมต่อของ HONDA ถูกออกแบบใช้งานสะดวก การเลือกเมนูการใช้งานทำได้อย่างงายดาย การแสดงผลด้วยกราฟิคขนาดใหญ่ และปุ่มใช้งานแบบดั้งเดิม ถูกติดตั้งบริเวณด้านข้างของหน้าจอ รองรับระบบ APPLE CAR PLAY สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายได้ด้วย สำหรับระบบ ANDROID AUTO ยังต้องเชื่อมต่อด้วยสายเคเบิล ระบบช่วยเหลือส่วนตัวสามารถเริ่มการใช้งานด้วยเสียง เพียงพูดประโยคว่า “OK HONDA” จะมีสัญลักษณ์ตรงกลางหน้าจอปรากฏขึ้นมาให้เห็น แสดงว่าพร้อมการรับคำสั่งด้วยเสียงแล้ว ผู้ขับสามารถสอบถามลักษณะของภูมิอากาศ สามารถทำการโทรออกได้ เลือกรายการเพลงที่ชื่นชอบก็ได้ รวมถึงการหาตำแหน่งที่จอดรถที่ใกล้ที่สุด
พร้อมบริการเสมอ
ระบบช่วยเหลือสามารถรับรู้คำสั่งการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว สามารถทำงานร่วมกับระบบเนวิเกเตอร์ได้เป็นอย่างดี รวมถึงอีกหลายแอพพลิเคชันที่รองรับการใช้งาน
เชื่อมต่อ APPLE CAR PLAY แบบไร้สาย
จุดแตกต่างเมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับเดียวกัน คือ การรองรับการเชื่อมต่อกับ APPLE CAR PLAY โดยไม่ต้องใช้สายเคเบิลสำหรับผู้ใช้งานมือถือ IPHONE
การควบคุมที่สะดวกสบาย
จอแสดงผลรองรับการใช้งานที่หลากหลาย รวมถึงการปรับแต่งระบบช่วยเหลือการขับขี่ และระบบความปลอดภัย รวมถึงไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร
การแสดงข้อมูลการเดินทาง
หน้าจอแบบดิจทอล แสดงผลข้อมูลการเดินทาง 2 รูปแบบ และเก็บข้อมูลย้อนหลังของอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของการขับขี่ช่วงก่อนหน้านี้
ื้พื้นที่ใช้สอย ความจุที่เก็บสัมภาระ และทัศนวิสัย
เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ JAZZ รุ่นล่าสุดมีพื้นที่น้อยลงเล็กน้อน เนื่องจากการติดตั้งระบบไฮบริด พื้นที่เก็บสัมภาระมีความจุ 73 ลิตร พื้นห้องโดยสารมีลักษณะที่ไม่แบนราบทั้งหมด เบาะนั่งปรับเปลี่ยนได้หลากหลายรูปแบบ จุดเด่น คือ การพับเก็บได้อย่างแบนราบ และพับแยกจากกันได้ ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระอย่างได้ผล ทำให้ความอเนกประสงค์มีความโดดเด่นมาก รวมถึงในแง่ของการโดยสารด้านหลัง ขณะที่จุดอับสายตาบริเวณเสา เอ มีค่อนข้างมาก แต่อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
การทดสอบระบบความปลอดภัย
รุ่น STANDARD ระบบส่งกำลังเหมือนเดิม แต่ประหยัดเชื้อเพลิงกว่าเดิม
หากผู้ที่ไม่สนใจรูปทรงที่เสริมความเป็นตัวลุยเข้ามาเล็กน้อย และเน้นอุปกรณ์ใช้งานหลักๆ ที่ให้มาเหมือนกัน ทางเลือกกับรุ่นพื้นฐานอย่าง STANDARD (สแตนดาร์ด) ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน รูปทรงโดยรวมไม่แตกต่างกันมากนัก และมีความเรียบหรูในตัว แผงบังโคลนไม่ช่วยป้องกันสะเก็ดหินเท่าใดนัก โดยรวมยังคงเน้นรูปทรงที่เรียบง่าย ภายใต้ฝากระโปรงมีการวางเครื่องยนต์แบบไฮบริด โดดเด่นที่อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอันแสนประหยัด และทำได้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นช่วงการขับขี่ในตัวเมือง กับตัวเลขในระดับ 30.1 กม./ลิตร เลยทีเดียว (ขณะที่รุ่น CROSSTAR ทำได้ที่ 25.8 กม./ลิตร) แม้ชุดของขุมพลังแบบไฮบริดจะเหมือนกัน แต่รูปแบบตัวถังของรุ่น CROSSTAR ส่งผลอย่างมาก (มีความสูงมากขึ้น 30 มม.) ส่งผลต่อหลักอากาศพลศาสตร์ของตัวถัง รวมถึงขนาดของยางที่ใช้มีความแตกต่างกันด้วย ทั้ง 2 รุ่นย่อยใช้ยางขนาด 185/60 (แต่ใช้บแรนด์แตกต่างกันไป) รุ่นย่อย ELEGANCE (เอเลแกนศ์) ใช้ยางขนาด 15 นิ้ว ขณะที่รูปทรงแบบ เอสยูวี จะใช้ยางขนาด 16 นิ้วแทน ขนาดของยาง และล้อแมกที่ใหญ่ขึ้น ส่งผลต่อเส้นรอบวงของยาง รวมถึงอัตราส่วนของการส่งกำลัง และการใช้พละกำลังมากขึ้น แม้จะแล่นด้วยความเร็วที่เท่ากัน ส่งผลให้ JAZZ แต่ละรุ่น มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
เน้นการใช้งานที่จำเป็น
JAZZ คือ รถที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน มีรายละเอียดหลายส่วนที่บ่งบอกสิ่ดังกล่าวได้ดี เช่น ชุดขอบยางบริเวณประตู ถูกติดตั้งมาอย่างแน่นหนา อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้วัสดุในบางจุดควรปรับปรุง เห็นได้จาก วัสดุพลาสติคแข็งบนแผงคอนโซล รวมถึงส่วนบนของแผงหน้าปัด ขณะที่ระบบความปลอดภัยติดตั้งมาเต็มพิกัด ถุงลมนิรภัย 10 ตำแหน่ง บางจุดมีการเก็บซ่อนอยางแนบเนียนในเบาะนั่ง (รวมถึงในเบาะผู้ขับ ตามที่เห็นในรูป) ป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารบนเบาะคู่หน้ามีโอกาสปะทะกันหากเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรง
การทดสอบสมรรถนะ
การประเมินผลของ QUATTRORUOTE
เบาะผู้ขับ
เบาะนั่งมีความสูงพอสมควร กับระยะ 550 มม. จากพื้นถนน เบาะเน้นความสะดวกสบายมากกว่าการโอบกระชับสรีระ แต่ถือเป็นเรื่องปกติ สามารถปรับตำแหน่งได้หลากหลาย (ปรับด้วยมือ) แม้การปรับพนักพิงหลังจะไม่สะดวกเท่าใดนัก
แผงคอนโซล และปุ่มใช้งาน
มีการเคลือบชั้นผิวหน้าอย่างดี ส่วนที่เก็บของอันหลากหลาย ปุ่มใช้งานหลักมีขนาดใหญ่ ใช้งานได้สะดวกในช่วงระยะเอื้อมมือถึง มีรูปแบบที่เรียบง่าย แต่ใช้งานได้สะดวก และครบครัน
แผงหน้าปัด
การแสดงผลด้วยสีมีความคมชัด แต่มีขนาดจอไม่ใหญ่นัก การจัดวางรูปแบบการแสดงผล และมีรายละเอียดที่ชวนสับสนเล็กน้อย จอแสดงผลด้านข้างบ่งบอกระดับของแบทเตอรี และน้ำมันเชื้อเพลิง
ระบบความบันเทิง
มีการใช้งานที่ทันสมัย และครอบคลุมรูปแบบความบันเทิงยุคปัจจุบัน การแสดงผลมีความเรียบง่าย และมีการทำงานที่รวดเร็ว ระบบส่งงานด้วยเสียงสามารถรับรู้การใช้งานผ่านประโยคทั่วไปได้
ระบบปรับอากาศ
ระบบสามารถปรับอุณหภูมิอย่างได้ผล จากการควบคุมส่วนกลางแบบอัตโนมัติผ่านปุ่มใช้งานแบบดั้งเดิมที่สะดวกสบาย ปุ่มใช้งานระบบทำความอุ่นของเบาะคู่หน้า (ในรุ่น STANDARD) อยู่ในระยะเอื้อมมือถึง ไม่มีช่องแอร์สำหรับเบาะหลัง
ทัศนวิสัย
รูปทรงของเสา เอ ที่ซ้อนกัน 2 ชั้น บดบังทัศนวิสัยเล็กน้อย ขณะที่ด้านหลังมีทัศยวิสัยที่ปลอดโปร่ง กระจกหน้าต่างมีความกว้าง และการใช้งานร่วมกับกล้องมองหลังเป็นอุปกรณ์ติดตั้งจากโรงงาน
คุณภาพการประกอบ
ไม่มีการใช้วัสดุพลาสติคแบบนุ่ม แต่การประกอบโดยรวมยังคงน่าพอใจ มีความทนทาน และดูได้ไม่เบื่อตลอดอายุการใช้งานของ JAZZ รุ่นนี้
อุปกรณ์ใช้สอย
แนวทางการรังสรรค์ของ HONDA ยังคงชัดเจนในส่วนนี้ นั่นคือ อุปกรณ์ที่ติดตั้งจากโรงงานมีความครบครันสำหรับรุ่นทอพ แต่ในทางตรงกันข้าม อุปกรณ์เลือกติดตั้งก็มีไม่มากนัก
ระบบความปลอดภัย
ระบบความปลอดภัยมีความล้ำสมัยเมื่อเทียบกับรถยนต์ระดับเดียวกัน เสริมด้วยระบบช่วยเหลือแบบอีเลคทรอนิคหลายรายการ ที่น่าสนใจ คือ ถุงลมนิรภัยตรงกลางเบาะคู่หน้า (หนึ่งใน 10 ตำแหน่งทั้งหมด) ติดตั้งบริเวณด้านข้างของพนักพิงหลัง ป้องกันไม่ให้ร่างกายของผู้ขับ และผู้โดยสารด้านข้าง ปะทะกันขณะเกิดอุบัติเหตุ
พื้นที่ใช้สอย
พื้นที่ใช้สอยมีความเหลือเฟือ โดยเฉพาะด้านหลัง มีความหลากหลายตามแบบฉบับ JAZZ ทำให้เป็นรถที่มีพื้นที่ใช้สอยอยู่ในระดับหัวแถว
ที่เก็บสัมภาระ
การติดตั้งชุดแบทเตอรีทำให้พื้นที่เก็บสัมภาระลดน้อยลงไปบางส่วน เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ นอกจากนี้พื้นห้องโดยสารบริเวณที่เก็บสัมภาระก็ไม่เป็นพื้นเรียบต่อเนื่องกัน เบาะด้านหลังที่พับได้หลากหลายรูปแบบช่วยให้การใช้งานมีความอเนกประสงค์ยิ่งขึ้น
ความสะดวกสบาย
โดยรวมแล้ว JAZZ เป็นรถยนต์ที่เน้นความวสะดวกสบาย ระบบรองรับเน้นความนุ่มนวล และเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีมาก หากขับขี่แบบเน้นสมรรถนะ เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร จะเสียงดังอย่างชัดเจน
เครื่องยนต์
เครื่องยนต์เบนซิน แบบ 4 สูบเรียง มีหน้าที่ส่วนใหญ่ คือ การสร้างกระแสไฟฟ้า และจะสตาร์ทเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติอย่างนุ่มนวล ขณะใช้ความเร็วสูง การทำงานแบบใช้รอบเครื่องยนต์สูง อาจต้องแลกกับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่มากขึ้นตาม
อัตราเร่ง
ด้วยขุมพลังแบบผสมผสานของไฮบริด ทำให้มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ไม่ถึง 10 วินาที แม้ไม่ถึงกับดุดันมากมาย แต่ก็ฉับไวพอสำหรับการใช้งานที่ไหลลื่นในชีวิตประจำวัน
อัตราเร่งยืดหยุ่น
รถยนต์รุ่นนี้เน้นการประหยัดเชื้อเพลิง อัตราไอเสียต่ำ อัตราเร่ง 70-120 กม./ชม. ใน 9.7 วินาที ถือว่าน่าพอใจในระดับหนึ่ง เทียบกับคู่แข่งอย่าง TOYOTA YARIS HYBRID ทำได้ที่ 14.4 วินาที
ระบบส่งกำลัง
รถรุ่นนี้ปราศจากระบบเกียร์แบบดั้งเดิม มีเพียงชุดควบคุมความเร็ว และการส่งกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าของระบบไฮบริด มีการทำงานที่ไหลลื่น ขณะใช้ความเร็วต่ำ แต่มีอาการสะดุดเบาๆ เมื่อกดคันเร่งสุดทันใด
การบังคับเลี้ยว
การหักเลี้ยวทำได้เหมาะสมกับลักษณะของตัวรถจาก HONDA แม้ไม่ถึงกับตอบสนองเฉียบคม และฉับไวอย่างชัดเจน แต่เน้นความต่อเนื่องที่เหมาะสำหรับรถยนต์ประเภทนี้
ระบบเบรค
แป้นเหยียบมีความแน่นหนาดีมาก แม้ประสิทธิภาพโดยรวมควรทำได้ดีกว่านี้ การใช้ยางที่ไม่เน้นการยึดเกาะถนนทำให้ระยะเบรคมากขึ้นด้วย ความทนทานของระบบเบรคควรทำได้ดีกว่านี้เช่นกัน
ความคล่องแคล่ว
การทรงตัวให้ความรู้สึกมั่นคง และควบคุมได้อยู่มือ จากการปรับแต่งที่ลงตัวของระบบอีเลคทรอนิค มีจังหวะการทำงานที่ลงตัว ไม่รบกวนการขับขี่โดยรวม อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดด้านการยึดเกาะถนนยังคงมีจำกัด ทำให้ JAZZ ไม่ใช่รถที่เหมาะสำหรับการขับแบบเน้นอัตราเร่งมากนัก
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
ระบบไฮบริดทำให้มีการประหยัดเชื้อเพลิงเป็นพิเศษขณะขับในตัวเมือง (ที่ 25.8 กม./ลิตร) ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยก็ยังน่าพอใจเช่นกัน (ที่ระดับ 20 กม./ลิตร) ขณะที่การขับขี่บนทางไกล ค่าเฉลี่ยจะตกลงมาพอสมควร (ที่ 14.5 กม./ลิตร)
จุดแข็ง
- การประหยัดเชื้อเพลิง-ระบบไฮบริดทำให้มีการประหยัดเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการขับในตัวเมือง ค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับตัวเลขที่ 20 กม./ลิตร ถือเป็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมมาก
- พื้นที่ใช้สอย-การใช้งานโดยรวมมีความสะดวกสบายดีมากสำหรับห้องโดยสาร ผู้ดยสารเบาะหลังมีระยะช่วงขาที่เหลือเฟือ สามารถเหยียดขาได้สบาย
จุดอ่อน
- ระบบเบรค-ระยะเบรคควรทำได้ดีกว่านี้ และความทนทานของระบบเบรคควรมากกว่านี้เช่นกัน แม้เป็นรถยนต์ขนาดเล็ก แต่ถือเป็นจุดที่ควรปรับปรุง
- เสียงรบกวน-เมื่อผู้ขับกดคันเร่งสุดทันที เครื่องยนต์จะส่งเสียงดังขึ้นมาอย่างชัดเจน



