ธุรกิจ

Great Wall Motor จัดงานเทศกาลเทคโนโลยีครั้งที่ 8


Baoding-Great Wall Motor (กเรท วอลล์ มอเตอร์) จัดงานเทศกาลเทคโนโลยี ครั้งที่ 8 (The 8th Technology Festival) อย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์ Haval Technical Center ในเมือง Baoding ประเทศจีน ภายในงานอัดแน่นด้วยการจัดแสดงเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด การประกาศเครือข่ายพันธมิตร Coffee Intelligent Ecological Alliance การอัพเกรด GWM Coffee Intelligent 2.0 การเปิดตัวครั้งแรกต่อตลาดโลกของ Intelligent by Wire Chassis ที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ และห้องโดยสารอัจฉริยะ พร้อมด้วยการประกาศยุทธศาสตร์หลักปี คศ. 2025 หรือ พศ. 2568 เพื่อก้าวขึ้นสู่แบรนด์ระดับโลก ด้วยเป้าหมายยอดขายรถยนต์ทั่วโลกที่ 4,000,000 คัน ซึ่งจะเป็นรถยนต์พลังงานใหม่กว่า 80 % พร้อมเป้าการสร้างรายได้กว่า 600,000 ล้านหยวน (3,000,000 ล้านบาท) และเพิ่มงบการลงทุนด้านการวิจัย และพัฒนาอีกกว่า 100,000 ล้านหยวน (500,000 ล้านบาท) ใน 5 ปีข้างหน้า เพื่อสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ชาญฉลาด ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก

Great Wall Motor เดินหน้าตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก ด้วยการจัดงานเทศกาลเทคโนโลยีของ Great Wall Motor ซึ่งนับเป็นเทศกาลที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้า และความสำเร็จด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ของบริษัท โดยในปีนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 ภายใต้หัวข้อ Accelerating Carbon Neutralization and Creating Intelligence” เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สะท้อนระบบนิเวศทางเทคโนโลยีสมัยใหม่อันชาญฉลาด ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของ Great Wall Motor

แจค เวย ประธาน Great Wall Motor  กล่าวว่า ในช่วงเวลา 3-5 ปี หลังจากนี้ นับเป็นช่วงเวลาที่ดี ที่แบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนจะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ของโลก Great Wall Motor จะใช้ช่วงเวลานี้อย่างเต็มที่เพื่อมุ่งมั่นคิดค้น วิจัย พัฒนาทั้งในด้านพลังงานใหม่ และเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม โอกาส และความได้เปรียบในตลาดโลก โดยเราจะผลักดันศักยภาพ พร้อมทั้งเพิ่มขีดความความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสร้างความเปลี่ยนแปลงขององค์กรเพื่อให้ก้าวสู่การเป็น “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Mobility Technology Company) อย่างแท้จริง ผ่าน กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1. การวางแผนงานระดับโลก (Global Layout) 2. การลงทุนขนาดใหญ่ในการวิจัย และพัฒนา (Large Investment in R&D) 3. การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขององค์กร (Great Change of Enterprise) และ 4. การดำเนินงานที่เน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User-Centric Operation)

ด้วยเป้าหมายหลักที่จะเป็น “ผู้นำในจีน และก้าวไปสู่แบรนด์ระดับโลก” ในปี คศ. 2025 หรือ พศ. 2568 Great Wall Motor วางแผนที่จะบรรลุเป้าหมายยอดขายทั่วโลกที่ 4,000,000 คันในปีนั้น ซึ่ง 80 % ของยอดขายดังกล่าวจะมาจากรถยนต์พลังงานใหม่ พร้อมตั้งเป้ารายได้จากการดำเนินงานมากกว่า 600,000 ล้านหยวน (3,000,000 ล้านบาท) และในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเพิ่มงบลงทุนในการวิจัย และพัฒนาอีกมากกว่า 100,000 ล้านหยวน (500,000 ล้านบาท) เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความชาญฉลาด และปลอดภัยมากยิ่งขึ้นให้แก่ผู้บริโภคทั่วทุกมุมโลก ตั้งเป้าให้มีบุคลากรด้านการวิจัย และพัฒนาทั่วโลกจำนวนมากกว่า 30,000 คน ซึ่งรวมถึงผู้ที่มีทักษะความสามารถด้านการพัฒนาซอฟท์แวร์อีกกว่า 10,000 คน ภายใน ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ บริษัทยังคงเน้นย้ำแนวคิดการทำงานที่เน้น “ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง” เพื่อสร้างระบบการทำงานใหม่ที่องค์กร และผู้บริโภคทำงานร่วมกันผ่านการเชื่อมโยงเครือข่าย และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อขยายขอบเขตของผู้บริโภคสู่ภาคธุรกิจ (Consumer to Business หรือ C2B) ซึ่งจะเป็นการสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ระหว่าง “ผลิตภัณฑ์ ซอฟท์แวร์ และบริการ” ที่ทุกฝ่ายจะได้รับผลประโยชน์ร่วมกันให้เกิดขึ้น

ทั้งนี้ ในงานเทศกาลเทคโนโลยีในครั้งนี้ Great Wall Motor ได้นำเสนอนวัตกรรมอันล้ำสมัยที่น่าสนใจ ได้แก่

  • การก่อตั้ง Coffee Intelligent Ecological Alliance ซึ่งจะเป็นกลุ่มพันธมิตรที่ร่วมสร้างสภาพแวดล้อมแบบใหม่สำหรับการเดินทางอันชาญฉลาดในอนาคต โดย Great Wall Motor ได้เผยแผนการสร้างพแลทฟอร์ม Coffee Intelligent Crowdsourcing ซึ่งจะเปิดตัวในปี พศ. 2564 นี้ โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนพันธมิตรกว่า 150 บริษัท ภายในปี 2565 และในปี พศ. 2568 จะมีพันธมิตรที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมอื่นๆ เพิ่มเติม ในด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว การแพทย์ การเงิน และกีฬา เป็นต้น
  • Intelligent by Wire Chassis Great Wall Motor เปิดตัวแชสซีส์อัจฉริยะที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าของบริษัทเป็นครั้งแรกสู่ตลาดโลก โดยเป็นแชสซีส์สำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ L4 ขึ้นไป สร้างขึ้นภายใต้แนวคิด “1 สมองประสาน 5 ระบบเพื่อการควบคุมอิสระ 6 รูปแบบ” โดยผสานรวมระบบแชสซีส์หลักทั้ง 5 ระบบ ได้แก่ การบังคับเลี้ยวแบบ Steering by Wire  การเบรคแบบ Braking by Wire การควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แบบ Shift by Wire การควบคุมคันเร่งแบบ Throttle by Wire และการควบคุมช่วงล่างแบบ Suspension by Wire ซึ่งจะครอบคลุมการควบคุมการเคลื่อนไหวทั้ง 6 รูปแบบอย่างอิสระ ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย ด้านขวา การขึ้น และลงของตัวรถ
  • การอัพเกรด และเผยแพร่ GWM Coffee Intelligent 2.0 อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “ภูมิปัญญา พันธมิตร และการขับขี่อันชาญฉลาด” ซึ่งประกอบด้วย 1. ศูนย์รวมอัจฉริยะ แห่ง ที่มาพร้อมข้อได้เปรียบทางเทคนิคที่สำคัญ ประการ ได้แก่ การบริการ การสร้างมาตรฐาน ความยืดหยุ่น และการสร้างพันธมิตร 2. โครงสร้างอันทรงพลัง ที่ทำให้ให้ผู้ขับขี่สามารถใช้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติได้ในระดับไฮเอนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 3. การอัปเกรดอัจฉริยะที่สำคัญทั้ง 3 รูปแบบ ได้แก่ การอัพเกรดรอบห้องโดยสารอัจฉริยะ การขับขี่อัจฉริยะ และการบริการอัจฉริยะ ซึ่งการอัพเกรดเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน และยานพาหนะ ช่วยสร้างเครือข่ายอัจฉริยะที่ทรงพลังให้แก่ Great Wall Motor ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับเวอร์ชันก่อนหน้านี้ จะพบว่าระบบการควบคุมการสั่งงานด้วยไฟฟ้า (Electronic & Electrical Architecture) รูปแบบใหม่ของ Great Wall Motor นี้ จะสามารถควบคุมซอฟท์แวร์ของยานพาหนะจากศูนย์กลางได้มากยิ่งขึ้น สามารถสร้างระบบ SOA (Service-Oriented Architecture) โมดูลซอฟท์แวร์ และอินเทอร์เฟศการสื่อสารที่มีมาตรฐาน และเสมือนจริงมากกว่า โดยเป็นการพัฒนาฟังค์ชันแยกส่วนระหว่างซอฟท์แวร์ และการพัฒนาพแลทฟอร์มฮาร์ดแวร์ ในขณะเดียวกัน ระบบใหม่นี้มีฟังค์ชันการอัพเกรดระบบสมัครสมาชิก (Subscription) โดยผู้ใช้สามารถสมัครรับการอัพเกรดฟังค์ชันการบริการต่างๆ ของรถได้ตามต้องการ และตามความชอบของตนเองได้แบบไดนามิค โดยไม่ต้องรอชุดการอัพเกรดซอฟท์แวร์ จึงนับเป็นมิติใหม่ของเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์เลยทีเดียว
  • ห้องโดยสารอัจฉริยะ (Intelligent Cockpit) Great Wall Motor เป็นผู้นำในการสร้างพแลทฟอร์มห้องโดยสารอัจฉริยะโดยใช้ชิพ Qualcomm 8155 ซึ่งเมื่อเทียบกับระบบเครื่องยนต์ของรถยนต์ทั่วไปรุ่นก่อนๆ จะพบว่าประสิทธิภาพการประมวลผลของ CPU มีเพิ่มขึ้นมากกว่า 2.5 เท่า และมีการประมวลผลภาพ GPU เพิ่มขึ้นมากกว่า 3.5 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับเฟิร์สต์คลาสส์ในอุตสาหกรรม เสริมด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) แบบเอกซ์คลูซีฟที่มีการประมวลผลสูงเป็นพิเศษโดยเฉพาะการประมวลผลภาพ และเสียง ช่วยสร้างประสบการณ์การขับขี่ภายในห้องโดยสารที่รื่นรมย์ เสถียร และปลอดภัยยิ่งขึ้น
  • เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ Coffee Intelligent Driving นับเป็นโซลูชันการขับขี่อัตโนมัติแรกสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่อัดแน่นไปด้วยการออกแบบ และฟังค์ชันการใช้งานอันโดดเด่นที่มีการผลิตเป็นจำนวนมากในประเทศจีน โดย ICU 3.0 ถือเป็นหนึ่งในพแลทฟอร์มการประมวลผลการขับขี่อัตโนมัติที่ประหยัดพลังงานที่สุดในโลก และสามารถตอบสนองการใช้ในระดับ L3 L4 L5 รวมไปถึงการขับขี่อัตโนมัติรูปแบบอื่นๆ
  • เทคโนโลยีพลังงานไฮโดรเจน ประกอบไปด้วยระบบเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ระบบกักเก็บไฮโดรเจน และส่วนประกอบหลักอื่นๆ ที่สำคัญ โดยภายในปี พศ. 2564 Great Wall Motor จะเปิดตัวรถเอสยูวีเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนระดับ รุ่นแรกของโลก และ Great Wall Motor ตั้งเป้าหมายที่จะมีส่วนแบ่งการตลาดเป็น 3 อันดับแรกในตลาดพลังงานไฮโดรเจนทั่วโลกภายในปี พศ. 2568

ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Mobility Technology Company) Great Wall Motor ยังคงเดินหน้ารักษาคำมั่นสัญญาที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ ให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้บริโภคทุกคนจะได้รับ ใช้งานผลิตภัณฑ์ บริการที่ฉลาด ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/zOc3Y
วันที่เผยแพร่ : วันพฤหัสบดี ที่ 22 กรกฏาคม 2564 เวลา 11:00 นาฬิกา

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน