ธุรกิจ

Great Wall Motor ประกาศราคา Haval H6


Great Wall Motor (กเรท วอลล์ มอเตอร์) เปิดตัว All New Haval HHybrid SUV ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “It’s Time to Change” ประกาศราคา รุ่น Pro ที่ 1,149,000 บาท และรุ่น Ultra ที่ 1,249,000 บาท พร้อมแคมเปญ Premiere Deal สุดพิเศษช่วงเปิดตัว โดยผู้ที่สนใจสามารถจอง และทดลองขับได้ผ่าน 2 ช่องทาง ทั้ง GWM Application และเวบไซท์ www.gwm.co.th พร้อมประกาศความพร้อมในการส่งมอบประสบการณ์แบบ O2O (Online-To-Offline) ด้วยการขยายเครือข่ายการขาย และศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบริการหลังการขายครบวงจร ภายใต้หลักการ 4Cs : Connected Capability Convenience และ Cost of Ownership มั่นใจสามารถส่งมอบรถลอทแรกได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้

เอลเลียท จาง ประธาน Great Wall Motor ภูมิภาคอาเซียน และประเทศไทย กล่าวว่า “ทุกวันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงโดยตลอดในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปีที่ผ่านมา ที่โลกประสบกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 เกิดความปกติใหม่ (New Normal) และการปรับตัวในด้านต่างๆ ในอุตสาหกรรมยานยนต์มีการมุ่งเน้นไปที่ “ความเป็นไฟฟ้า ความอัจฉริยะ และความเป็นสากล” สำหรับ Great Wall Motor นับตั้งแต่การเปิดตัวแบรนด์ และการประกาศกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ครั้งนี้เรากลับมาพร้อมกับคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ เราเน้นการเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV Leader) เพื่อมายกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และสอดคล้องกับทิศทางของนโยบายของประเทศ Great Wall Motorไม่เคยหยุดยั้งที่จะเดินหน้าวิจัย และพัฒนา ทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์ คิดค้นนวัตกรรม และเทคโนโลยีในการผลิตรถยนต์ที่ทันสมัย รวมไปถึงการออกแบบประสบการณ์การขับขี่ การบริการทั้งก่อน และหลังการขาย เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด ภายใต้แบรนด์คอนเซพท์ “New Energy” “New Intelligence” และ “New Experience” ผ่านรูปแบบพแลทฟอร์มออนไลน์ และออฟไลน์ ที่ผสานเข้าไว้ด้วยกันอย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างและพัฒนาระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะอย่างไร้ขีดจำกัด ระหว่าง “คน รถ พแลทฟอร์ม ไลฟ์สไตล์” นับเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ในทุกมิติ ซึ่งเราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้บริโภคชาวไทยทุกท่านพร้อมที่จะเริ่มต้นไปพร้อมกับเรา และก้าวสู่ความเปลี่ยนแปลงนี้ไปด้วยกัน”

สตีเวน หวัง รองประธาน Great Wall Motor ภูมิภาคอาเซียน และประเทศไทย เปิดเผยว่า “พวกเราทุกคนอยู่ในยุคแห่งการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทุกที่ ทุกเวลา ซึ่ง Great Wall Motor นั้นได้ปรับเปลี่ยนจากบริษัทรถยนต์แบบดั้งเดิมในอดีต มาเป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก (Global Mobility Technology Company) ดังนั้น เมื่อเราเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เราจึงนำเสนอ “การเปลี่ยนแปลง” ด้วยรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ ที่จะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์ และผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น ทั้งในการเลือกรถ ซื้อรถ ใช้รถ และดูแลรักษารถ โดยทุกๆ การเปลี่ยนแปลงที่เรานำเสนอ เรายึดถือเอากลุ่มผู้บริโภคของเราเป็นหัวใจสำคัญ (User Centric)

Great Wall Motor มุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลง ด้าน อันได้แก่

  • การเปลี่ยนแปลงด้านประสบการณ์การผลิตภัณฑ์

ด้วยนโยบาย xEV Leader ที่จะทำให้คนไทยได้สัมผัสกับแนวคิดการใช้รถยนต์ และการเดินทางรูปแบบใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น All New Haval HHybrid SUV จะเป็นรถรุ่นแรกจาก Great Wall Motor ที่มาพร้อมกับ LIFE+ เทคโนโลยีอัจฉริยะอันล้ำสมัยมากมายที่จะทำให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่อย่างเต็มที่

  • การเปลี่ยนแปลงด้านช่องทางการจำหน่าย

GWM Store ทั้ง Direct Store และ Partner Store ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครือข่ายธุรกิจรถยนต์แบบเดิมสำหรับการซื้อขายรถ หรือการให้บริการแต่เพียงเท่านั้น แต่มีการพัฒนาไปสู่การเป็นพื้นที่อำนวยความสะดวก แก่ลูกค้าเต็มรูปแบบ (User Lifestyle Space) ซึ่งนับเป็นพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์สำหรับการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ร่วมสร้างร่วมแบ่งปัน โดยเปลี่ยนจากการเน้นการขายเป็นการเน้นการให้บริการ นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมต่อกับบริการออนไลน์ผ่าน GWM Application เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่พิเศษจาก Great Wall Motor ในทุกช่องทาง

  • การเปลี่ยนแปลงด้านประสบการณ์เลือกซื้อรถยนต์

เรานำการเปลี่ยนแปลงใหม่ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเลือกซื้อรถยนต์ของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย “One Price” ที่มีการกำหนดราคาเดียวในทุกช่องทาง มีมาตรฐานการบริการ ขั้นตอนการซื้อ และโปรโมชันเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด โดยทุกสิ่งจะปรากฏอย่างโปร่งใสบน GWM Application และบนเวบไซท์ทางการของ Great Wall Motor ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกรถซื้อรถได้จากทุกแห่ง ทุกช่องทาง และได้รับข้อเสนอที่เป็นธรรม รวมไปถึงบริการที่เป็นเลิศในบรรทัดฐานเดียวกัน

  • การเปลี่ยนแปลงด้านรูปแบบการบริการ

Great Wall Motor มีการปรับนโยบายด้านบริการ “จากเชิงรับเป็นเชิงรุก” นำเสนอบริการที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของเรา เพื่อเพิ่มความอุ่นใจ และคลายความกังวลให้ผู้ใช้บริการผ่าน GWM Application ซึ่งจะช่วยให้ข้อมูลที่สำคัญกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการเชคนัดหมายการบริการ การติดตามสถานะการบริการ และลูกค้ายังสามารถประเมิน ติชม และแสดงความคิดเห็นเพื่อร่วมพัฒนาการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น โดยลูกค้าจะไม่ใช่เพียงแต่เป็นผู้รับบริการ แต่ยังเป็นผู้ร่วมพัฒนาบริษัทของเราด้วยเช่นกัน

  • การเปลี่ยนแปลงด้านความสัมพันธ์กับลูกค้า

Great Wall Motor ได้เปลี่ยนการดำเนินธุรกิจจากการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ไปเป็นการมุ่งเน้นผู้ใช้เป็นหลัก โดยแนวคิดนี้จะสร้าง และปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ในการซื้อ และขาย ระหว่าง Great Wall Motor พาร์ทเนอร์ และลูกค้า ให้เป็นความสัมพันธ์ที่พร้อมสนับสนุน และเติบโตไปด้วยกัน

ด้าน ณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ Great Wall Motor ประเทศไทย ได้เปิดเผยถึงความพร้อม และกลยุทธ์ด้านการขาย และบริการหลังการขายว่า การเข้ามาเป็นแบรนด์ใหม่ที่จะได้รับการยอมรับในระยะเวลาที่รวดเร็วนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย Great Wall Motor จึงได้เตรียมความพร้อมในทุกมิติ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ และการบริการที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า เราศึกษาข้อมูลที่ได้จากการสำรวจและพูดคุยกับคนไทยอย่างต่อเนื่อง มาใช้ในการออกแบบประสบการณ์แบบ O2O (Online-to-Offline) ไม่ว่าจะเป็น การนำรถยนต์ xEV ที่จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย การสร้างสรรค์แพคเกจ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จะให้ประโยชน์แก่คนไทยมากที่สุด รวมไปถึงการสร้างเครือข่ายออฟไลน์ทั้ง 2 รูปแบบ ได้แก่ GWM Direct Store และ GWM Partner Store และเสริมด้วยการให้บริการแบบออนไลน์ผ่าน GWM Application เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงทุกบริการได้โดยง่ายจากเพียงปลายนิ้วสัมผัส นับเป็นการยกระดับความสะดวกสบาย และสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ปัจจุบัน Great Wall Motor มี GWM Store เปิดให้บริการแล้วทั้งหมด 6 แห่ง แบ่งเป็น Direct Store 3 แห่ง ได้แก่ สาขาเซนทรัล บางนา สาขาฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต และสาขาสีลม คอมเพลกซ์ และ Partner Store อีก 3 แห่ง ได้แก่ สาขาจรัญสนิทวงศ์ สาขาพระราม 5 และสาขาอุดมสุข และเราจะเปิดเพิ่มอีก 6 แห่ง ภายในเดือนกรกฎาคม รวมถึงทยอยเปิด GWM Store ให้ครบ 30 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้ และมีเป้าหมายที่จะเปิดให้ครบ 50 แห่ง ภายในไตรมาสแรกของปีหน้า นอกจากนี้ Great Wall Motor ยังเตรียมที่จะเปิด Experience Center แห่งแรกนอกประเทศจีน ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ภายในไตรมาสที่ 3 และ Service Center ภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

สำหรับบริการหลังการขายนั้น Great Wall Motor ได้เตรียมความพร้อมในทุกด้านเพื่ออำนวยความสะดวก และส่งมอบบริการภายใต้แนวคิด 4Cs ได้แก่

  • Connected การเชื่อมต่อข้อมูลบริการ และประวัติการซ่อมแบบ Realtime Centralized และ Accurate ที่มีความแม่นยำของข้อมูลมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเชคประวัติของรถผ่านระบบ Telematic หรือการนำรถเข้าศูนย์บริการต่างๆ รวมไปถึงระบบ Call Center ที่สามารถแจ้งการรับบริการ หรือขอความช่วยเหลือฉุกเฉินผ่านบริการ Roadside Assistance บน GWM Application นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเชื่อมต่อกับระบบ Infotainment ภายในรถ เพื่อรับข้อมูลข่าวสาร การจราจร หรือแม้กระทั่งความบันเทิงผ่านระบบ Streaming เต็มรูปแบบ
  • Capability ศูนย์บริการที่ GWM Partner Store ทุกแห่ง ที่จะเปิดดำเนินการภายในสิ้นปีนี้ จะสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ด้วยช่องซ่อมรวม 256 ช่องซ่อม และอู่สี 11 แห่ง พร้อมคลังอะไหล่ที่สามารถส่งอะไหล่ได้ทั่วประเทศภายใน 24 ชั่วโมง และรับรองการสั่งอะไหล่แบบเร่งด่วนภายใน 3 ชั่วโมงภายในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีช่างเทคนิค ที่ผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น เปี่ยมไปด้วยทักษะ และความรู้ความสามารถพร้อมให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด
  • Convenience ความสะดวกสบายในช่องทางเข้ารับบริการกว่า 3 ช่องทาง ได้แก่ 1) การนำรถเข้าศูนย์บริการ 2) การเรียกรับบริการเชคระยะที่บ้าน 3) การเรียกบริการรับหรือส่งรถเข้าศูนย์บริการ โดยสามารถเรียกใช้บริการผ่าน GWM Application ที่จะเชื่อมต่อประสบการณ์แบบ O2ทั้งการนัดหมายออนไลน์ การอนุมัติงานซ่อมแบบออนไลน์ การตรวจสอบสถานะงานซ่อมออนไลน์ รวมไปถึงการชำระเงินค่าบริการผ่านช่องทางออนไลน์ ที่สะดวก และปลอดภัย
  • Cost of Ownership All New Haval HHybrid SUV เป็นหนึ่งในรถเอสยูวีที่มีแพคเกจค่าบำรุงรักษาที่คุ้มค่าที่สุด ด้วยการออกแบบแพคเกจบำรุงรักษาในรูปแบบ “Worry Free” แพคเกจ ไม่ว่าจะเป็น GWM “Pro” Service Inclusive (GPSI) และ GWM “Ultra” Service Inclusive (GUSI) ที่ทำให้ลูกค้าอุ่นใจไปกับการเป็นเจ้าของรถของเราตลอด ปี โดยมีค่าบำรุงรักษาต่ำกว่าเอสยูวีในเซกเมนท์เดียวกันกว่า 15 % สำหรับแพคเกจระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กม.

สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง และถือเป็นหัวใจหลักของประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ Great Wall Motor นำเสนอสู่ผู้บริโภคชาวไทย ก็คือ GWM Application ซึ่งจะเป็นพแลทฟอร์มที่เชื่อมต่อประสบการณ์ทุกรูปแบบไว้ด้วยกัน GWM Application มีฟังค์ชันหลักๆ ที่ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ และการให้บริการอันยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

  • Community ที่ให้ลูกค้า และแฟนๆ ที่สนใจสามารถร่วมพูดคุย ขอหรือแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแบ่งปันข้อมูลข่าวสารกันได้อย่างเปิดกว้าง
  • E-Commerce ซึ่งเป็นการให้บริการด้านการเงิน และการทำธุรกรรมต่างๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการจอง และทดลองขับแบบออนไลน์ ไปจนถึงกระบวนการซื้อรถ ที่สามารถประเมินค่าใช้จ่าย ตรวจสอบแพคเกจการรับประกัน และยื่นไฟแนนศ์ การชำระเงินออนไลน์ รวมถึงการส่งมอบรถยนต์ถึงหน้าบ้านได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
  • Car-Remote ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถควบคุมฟังค์ชันต่างๆ ของตัวรถได้จากระยะไกลผ่าน GWM Application จากโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ เช่น การเชคโลเคชันของรถ สั่งเปิด/ปิดประตู สั่งเปิดแอร์ เป็นต้น
  • Brand Store ซึ่งลูกค้าสามารถเก็บ GWM Point เพื่อนำไปแลกซื้อสินค้าผ่าน Brand Store ที่คัดสรรมาอย่างดี เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างครบครัน

All New Haval HHybrid SUV เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยมี 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Ultra ที่ราคา 1,249,000 และรุ่น Pro ที่ราคา 1,149,000 บาท  ซึ่งจะเป็นราคาแบบ “One Price” ราคาเดียวเท่ากันในทุกช่องทางจำหน่าย มาพร้อมกับแคมเปญ Premiere Deal สุดพิเศษในช่วงเปิดตัว ที่มาพร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 1.79 % นานสูงสุด 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ฟรีแพคเกจบำรุงรักษา GWM Pro Service Inclusive  (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กม. คะแนนสะสม GWM Point 15,000 คะแนน ฟรี บริการส่งมอบรถทั่วประเทศ พร้อมน้ำมันเต็มถัง และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท

นอกจากนี้ All New Haval HHybrid SUV ทั้ง 2 รุ่น ยังมาพร้อมการรับประกัน และรูปแบบของแพคเกจเซอร์วิศต่างๆ ที่จะทำให้ลูกค้าหมดกังวลกับการใช้รถ และการดูแลรักษาในระยะยาว ด้วยการรับประกันคุณภาพตัวรถ (Factory Warranty & Roadside Assistance) ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กม. และการรับประกันแบทเตอรีแบบไม่จำกัดระยะทางนานถึง 8 ปีเต็ม

นับตั้งแต่การเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย Great Wall Motor ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก (Global Mobility Technology Company)” ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาโดยตลอด วันนี้เป็นอีกครั้งที่ Great Wall Motor จะเป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ตลาดรถยนต์ และอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยครั้งสำคัญ และบริษัทฯ จะยังคงตอกย้ำความมุ่งมั่น และเดินหน้าพัฒนาธุรกิจเพื่อส่งมอบ ผลิตภัณฑ์ ประสบการณ์ และการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/NoFOp
วันที่เผยแพร่ : วันจันทร์ ที่ 28 มิถุนายน 2564 เวลา 22:23 นาฬิกา

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน