ธุรกิจ

GWM เปิด Store แห่งแรกของโลกในประเทศไทย


Great Wall Motor (กเรท วอลล์ มอเตอร์) หรือ GWM เผยโฉม GWM Store แห่งแรกของโลกในประเทศไทย ที่ศูนย์การค้าเซนทรัลบางนา ซึ่งนับเป็นการเปิดตัว “New Retail Concept” รูปแบบใหม่จาก Great Wall Motor เป็นครั้งแรกของโลก ภายใต้กลยุทธ์ New User Experience พร้อมสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจแนวใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยการสร้างประสบการณ์แบบออนไลน์สู่ออฟไลน์ผ่าน GWM Store Partner Store และ GWM Application นับเป็นการยกระดับมาตรฐานการขาย และบริการ ให้แก่ผู้บริโภคผ่านเพียงปลายนิ้วสัมผัส รวมถึงชูจุดเด่นด้วยการกำหนดราคารถแบบ “One Price” นอกจากนี้ Great Wall Motor ยังเตรียมตัวเปิดกิจกรรมการจองรถล่วงหน้า (Pre-Sale) และเปิดตัว All New HAVAL H6 Hybrid SUV (ฮาวัล เอช 6 ไฮบริด เอสยูวี ใหม่) พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อตอบรับกระแสความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย

ณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ Great Wall Motor ประเทศไทย เผยว่า ธุรกิจรูปแบบใหม่ของเรา เกิดจากการลงไปศึกษาความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคในทุกมิติ ทั้งปัญหา และอุปสรรคต่างๆ ที่ลูกค้าต้องเผชิญในระหว่างกระบวนการขาย และบริการ รวมถึงการสัมภาษณ์เจ้าของธุรกิจ และผู้จัดจำหน่าย เพื่อหาแนวทางร่วมในการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นผ่านกระบวนการ “Design Thinking” จนสามารถออกแบบการมอบประสบการณ์แบบ O2O ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค เพราะหนึ่งในหัวใจสำคัญในการทำงานของเรา คือ หลักการ User-centric หรือลูกค้า คือ ศูนย์กลางสำคัญ ดังนั้น รูปแบบธุรกิจของเราจึงไม่ใช่เป็นเพียงการขายรถยนต์ แต่ยังครอบคลุมถึงการให้บริการในทุกๆ ด้านกับลูกค้าของเรา หรือ Product as a service (PAAS) ซึ่งรูปแบบธุรกิจใหม่นี้ จะเป็นการนำเอาเทคโนโลยี พแลทฟอร์ม และการสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อช่วยยกระดับความสะดวกสบายและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อรถ การทดลองขับ การตัดสินใจซื้อรถ รวมไปถึงการบริการหลังการขาย ซึ่ง GWM Store ของเรา ไม่ได้เป็นเพียงแค่โชว์รูมรถ แต่เราอยากให้ที่แห่งนี้เป็นเหมือนพื้นที่ลูกค้าของเรา สามารถมาทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ พร้อมกับซึมซับ และมีประสบการณ์กับแบรนด์ และผลิตภัณฑ์ของเราอย่างเป็นธรรมชาติ สร้างความรู้สึกเป็นมิตร และผ่อนคลาย ผ่านการออกแบบฟังค์ชัน และประสบการณณ์ของร้านอย่างลงตัว โดยคอนเซพท์นี้จะนำไปประยุกต์ใช้กับ Partner Store ที่เราร่วมเปิดกับพันธมิตรทางธุรกิจของเราเช่นกัน นอกจากนี้ เรายังมีการพัฒนา GWM Application เพื่อให้ผู้บริโภคของเราไม่พลาดทุกข่าวสาร และสามารถเข้าถึงทุกบริการของเราได้โดยง่ายจากเพียงปลายนิ้วสัมผัสบนอุปกรณ์เครื่องโปรด รวมไปถึงการเปิดตัวพแลทฟอร์ม e-Commerce ในอนาคต ที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกในทุกๆ การทำธุรกรรมของ Great Wall Motor ให้เป็นไปอย่างราบรื่น และสะดวกสบายที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้ จะช่วยสร้างความสะดวกสบาย และเชื่อมโยงทุกๆ กิจกรรมระหว่าง รถ-ลูกค้า-ไลฟ์สไตล์-การบริการไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ภายใต้พแลทฟอร์มของ Great Wall Motor

Great Wall Motor ดำเนินธุรกิจผ่านเครือข่าย 2 รูปแบบ ได้แก่ GWM Store และ Partner Store โดยตั้งเป้าหมาย
ที่จะเปิด GWM Store ซึ่งลงทุน และดำเนินการโดย Great Wall Motor รวมไปถึง Partner Store ที่เปิดร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ รวมทั้งสิ้น 30 แห่ง ภายในสิ้นปี ซึ่งในครึ่งปีแรกนี้ Great Wall Motor ได้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่าจะมีการเปิด GWM Store 10 แห่ง และ Partner Store 20 แห่ง รวมถึงร้านและสาขาอื่นๆ ที่จะตามมาเพิ่มเติมภายในครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ Great Wall Motor จะมีการเปิดตัว GWM Store เพิ่มอีก 2 สาขาอย่างเป็นทางการ คือ สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และสาขาสีลมคอมพเลกซ์ พร้อมวางแผนที่จะเปิด GWM Experience Center ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม รวมถึง Flagship Service Center ในไตรมาส 3 นี้อีกด้วย

ปิยะนุช จตุรภัทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย Great Wall Motor ประเทศไทย กล่าวว่า GWM Store โดดเด่นด้วยการออกแบบพื้นที่ และฟังค์ชันการใช้งานที่เหมาะสำหรับการสร้างประสบการณ์ และช่วงเวลาที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค ด้วยแนวคิด User Lifestyle Space ทำให้ทั้ง GWM Store และ Partner Store ไม่เป็นเพียงแค่โชว์รูมรถยนต์สำหรับจัดแสดง และซื้อขายรถยนต์ หรือสินค้า Merchandise ต่างๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ให้ลูกค้าสามารถออกแบบกิจกรรมของตัวเอง โดยมีน้อง iAm (GWM Intelligent Ambassador) และ CA (Customer Assistant) คอยอำนวยความสะดวก ให้คำปรึกษา และดูแลลูกค้าประดุจครอบครัว พร้อมพื้นที่สำหรับกิจกรรมต่างๆ ที่เปิดกว้างให้ผู้บริโภคสามารถ Walk-in เข้ามาใช้งาน เรียนรู้ และสร้างประสบการณ์ที่ดีไปด้วยกันกับ  Great Wall Motor ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็น Co-Working Space สำหรับนั่งอ่านหนังสือหรือทำงาน พื้นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ Coffee Bar หรือพื้นที่สำหรับการจัด Mini workshop ต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้ Great Wall Motor  คำนึงถึงความสำคัญของผู้บริโภคของเราอยู่เสมอ เราจึงอยากจะให้ GWM Store เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะทำให้กลุ่มลูกค้า และแฟนๆ ของเรา มีความรู้สึกผูกพัน และต้องการที่จะ “Go With Me” ก้าวเดินไปด้วยกัน และพร้อมที่จะเติบโตไปกับ Great Wall Motor ในอนาคต รวมไปถึงเปิดโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ได้ทำความรู้จัก และเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง และเกิดความร่วมมืออันดีระหว่างกันในอนาคต

ในส่วนของ Partner Store จะมีการออกแบบพื้นที่ คอนเซพท์ และฟังค์ชันการใช้งานที่ใกล้เคียงกันกับ GWM Store แต่จะเป็นการพลิกโฉม และให้คำนิยามใหม่แก่พันธมิตรทางธุรกิจของ Great Wall Motor ที่จะไม่ได้เป็นเพียงดีเลอร์ หรือผู้แทนจำหน่ายอีกต่อไป แต่จะมาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ หรือหุ้นส่วนธุรกิจในการเป็น “ผู้ให้บริการ” ที่พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค และลูกค้าของ Great Wall Motor อย่างแท้จริง

ศราวุฒิ บรรยงค์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย Great Wall Motor ประเทศไทย กล่าวว่า นอกจากบริการด้านการขายแล้วนั้น งานบริการหลังการขายถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ซึ่งในส่วนของบริการหลังการขายของ Great Wall Motor มีความมุ่งมั่นที่จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคดิจิทอลให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา และสามารถเติมเต็มความต้องการด้านต่างๆ ได้แบบครบวงจรตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้าของเราอุ่นใจ และไร้กังวล ด้วยรูปแบบการให้บริการแบบ “Premium Service at Your Fingertips” ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

  • Connected Car Ecology : เชื่อมต่อทุกระบบนิเวศของรถไว้ด้วยกัน ทั้งตัวรถ ลูกค้า ศูนย์บริการ และ Great Wall Motor  เพื่อให้ผู้บริโภคไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อข้อมูลข่าวสาร การบริการ และความบันเทิงทุกรูปแบบจาก Great Wall Motor  ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดการข้อมูล ระบบควบคุมและสั่งงานตัวรถ ระบบ Infotainment การค้นหาข้อมูล การจองและใช้บริการต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายจากเพียงปลายนิ้วสัมผัส อาทิ การค้นหาศูนย์บริการและการนำทาง หรือการให้บริการผ่านทาง GWM Application ทั้งการจอง และการแจ้งเตือนเข้ารับบริการ การประเมินค่าบริการเบื้องต้น การเรียกรถช่วยเหลือฉุกเฉิน การจองการรับรถ และส่งรถ การจ่ายค่าบริการออนไลน์ หรือแม้แต่การเชคสถานะการซ่อม ทุกอย่างสามารถทำได้ง่ายดายผ่านแอพพลิเคชัน
  • 24 Hrs/7 Day Response : การให้บริการของระบบ GWM Contact Center แบบ 24/7 ทั้ง 7 วัน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ทุกๆ คำถาม ทุกๆ ปัญหาของผู้บริโภคของ Great Wall Motor ได้รับความใส่ใจ และได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และทันท่วงที ทั้งทางช่องทางผ่านระบบโทรศัพท์ และช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ของ GWM
  • Transparency Data : การทำงานและการให้บริการที่โปร่งใส ซื่อสัตย์กับผู้บริโภค ด้วยระบบการจัดการข้อมูลแบบ ONE Single Service Data Management System เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ทุกๆ ข้อมูลในระบบมีความถูกต้อง แม่นยำ อัพเดทแบบเรียลไทม์ และเข้าถึงได้ด้วยชุดข้อมูลที่ตรงกันทั้งหมด รวมถึงประวัติการซ่อม และการเข้ารับบริการของลูกค้าทุกคนจากทุกๆ ช่องทาง และศูนย์บริการของ Great Wall Motor ทำให้ลูกค้าสามารถเข้ารับบริการได้จากทุกที่ เชคสถานะการซ่อมผ่านระบบข้อมูลกลาง อนุมัติงานซ่อม และงานบริการได้แบบเรียลไทม์ ผ่าน GWM Application ทำให้โปร่งใส ฉับไว และมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • Convenience Service : อำนวยความสะดวกสบายถึงขีดสุดด้วยบริการที่ส่งตรงถึงบ้านคุณจากศูนย์บริการของ Great Wall Motor ที่อยู่ใกล้คุณมากที่สุด โดยสามารถเรียกใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นการเชคสภาพรถ การเชคระยะ หรือบริการอื่นๆ พร้อมติดตามความคืบหน้า และทราบผลการบริการได้อย่างสะดวกสบาย รวมถึงบริการรับ-ส่งรถเพื่อเข้ารับบริการ เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าของ Great Wall Motor ในทุกๆ มิติการบริการไม่ว่าจะอยู่ที่ใด

ทั้งนี้ Great Wall Motor มีแผนเตรียมเปิดตัว GWM Application ที่เป็นหัวใจหลักของรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ผ่านระบบ O2O ที่จะช่วยให้ผู้บริโภคไม่พลาดทุกข้อมูลข่าวสารอัพเดทล่าสุดจาก Great Wall Motor รวมถึงการรับบริการด้านการขาย และบริการหลังการขาย ทั้งก่อนและหลังจากเป็นเจ้าของรถ นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังสามารถใช้ฟังค์ชันต่างๆ ในแอพพลิเคชันเพื่อเชื่อมประสบการณ์การชอพพิงตามไลฟ์สไตล์ของตนผ่าน Brand Store ที่ทาง Great Wall Motor เลือกสรรมาให้ ผ่านการใช้ระบบ Point System โดย GWM Application ยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบ Telematic และพแลทฟอร์มของรถได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบเครือข่ายอินเตอร์เนทค้นหาข้อมูล ดูหนัง/ฟังเพลง และเอนเตอร์เทนเมนท์ต่างๆ รวมไปถึงการค้นหาตำแหน่ง และเนวิเกเตอร์นําทาง การตรวจสอบสถานการณ์บำรุงรักษารถยนต์ เป็นต้น

นอกจากนี้ Great Wall Motor ยังเตรียมเปิดตัวพแลทฟอร์ม e-Commerce เพื่อเสริมธุรกิจยานยนต์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยการให้บริการด้านการเงิน และการทำธุรกรรมต่างๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการจอง และทดลองขับแบบออนไลน์ที่สโตร์ใกล้บ้าน ไปจนถึงกระบวนการซื้อรถ ที่สามารถประเมินค่าใช้จ่าย ตรวจสอบแพคเกจการรับประกัน และยื่นไฟแนนศ์ การชำระเงินออนไลน์ รวมถึงการส่งมอบรถยนต์ถึงหน้าบ้านได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง

Great Wall Motor พร้อมแล้วที่จะสร้างความประทับใจ และความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าในการเป็นเจ้าของรถ Great Wall Motor ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการขยายเครือข่ายผ่าน GWM Store และ Partner Store ทั่วประเทศ การรับประกัน และรูปแบบของแพคเกจเซอร์วิศต่างๆ ที่จะเป็น Best-in-Class และ First-in-Class ให้ลูกค้าหมดกังวลกับการใช้รถ และการดูแลรักษาระยะยาว รวมไปถึงเซอร์พไรส์แคมเปญสำหรับลูกค้าคนพิเศษในการเปิดรับจองรถ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ และการเปิดตัวรวมถึงประกาศราคาอย่างเป็นทางการวันที่ 28 มิถุนายน ที่จะมาพร้อมจุดเด่นด้วยการกำหนดราคารถแบบ “One Price” คือ  ราคาเดียว เท่ากันในทุกๆ ช่องทางการขายของ Great Wall Motor ผ่านระบบ GWM Application ที่รวบรวมทุกบริการอยู่ภายใต้ปลายนิ้วสัมผัส

 

 



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/nQ9Jl
วันที่เผยแพร่ : วันศุกร์ ที่ 28 พฤษภาคม 2564 เวลา 16:03 นาฬิกา

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน