ธุรกิจ

Bosch ติดระบบโซลาร์เซลล์โรงงานในไทย


Bosch (โบช) เดินหน้าขับเคลื่อนพลังงานสะอาด ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ขนาด 1 MW ในโรงงานระบบอัจฉริยะในไทย ตั้งเป้าลดปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ 15,000 ตันคาร์บอน ตลอดช่วงการใช้งาน

ในปีที่ผ่านมา Bosch ประกาศตั้งเป้าจะเป็นองค์กรอุตสาหกรรมระดับโลกแห่งแรก ที่ดำเนินงานโดยมีความเป็นกลางทางคาร์บอนให้ได้ภายในสิ้นปี 2563 ครอบคลุมสำนักงาน 400 แห่งทั่วโลก และในปัจจุบัน Bosch ได้ทำเป้าหมายที่ท้าทายนั้นสำเร็จลุล่วงแล้ว โดยสามารถทำคะแนนด้านปฏิบัติการช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ดีจนติดกลุ่ม A ขององค์กรเปิดเผยข้อมูลคาร์บอน (CDP) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ช่วยติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ

“ก้าวต่อไปของ Bosch คือ จะพยายามลดการปล่อยแกสในทุกขั้นของห่วงโซ่มูลค่า ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดซื้อไปถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ในขั้นสุดท้าย”

ดร. โฟล์คมาร์ เดนเนอร์ ประธานคณะกรรมการบริหารของ Bosch กล่าว และเสริมว่า ด้วยความมุ่งมั่นเช่นนั้น Bosch จึงเดินหน้าเข้าร่วมองค์กร Science Based Targets initiative (SBTI) ที่ช่วยสร้างเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยแกสตามฐานวิทยาศาสตร์ นับเป็นซัพพลายเออร์อุตสาหกรรมรถยนต์แห่งแรกที่เข้าร่วม และมีเป้าหมายที่แน่วแน่ในการลดปริมาณการปล่อยแกสคาร์บอนฯ ในกระบวนการต้นน้ำ และปลายน้ำให้ได้ร้อยละ 15 ภายในปี พศ. 2573

Bosch ประเทศไทย มีบทบาทสนับสนุนกลยุทธ์ให้สัมฤทธิผล โดยติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ ขนาด 1 เมกะวัตต์ (MW) ที่โรงงานระบบอัจฉริยะของ Bosch ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ภายใต้โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) จ. ระยอง เมื่อเดือนมกราคม 2563 โรงงานอัจฉริยะแห่งนี้ ทำหน้าที่ผลิตอุปกรณ์การเชื่อมต่อ และหัวฉีดรองรับส่วนงาน Mobility Solutions รวมทั้งเป็นศูนย์วิจัย และพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์ของ Bosch ตอบสนองความต้องการของตลาดยานยนต์โลกได้

โจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการ Bosch ประเทศไทย กล่าวว่า การใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้นที่โรงงานในระยอง เป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในประเทศไทย รวมทั้งในอุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวมด้วย ทั้งนี้ Boschได้ติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ครอบคลุมพื้นที่ 10,000 ตรม. คาดว่าจะผลิตพลังงานสะอาดได้มากกว่า 23,500 เมกะวัตต์ชั่วโมง และช่วยลดการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 15,000 ตันตลอดช่วงการใช้งาน 20 ปี หรือเท่ากับ 760 ตัน/ปี ซึ่งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่โรงงานนี้ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และเริ่มใช้งานในเดือนมกราคม 2564

นอกจากระบบเซลล์แสงอาทิตย์ Bosch ยังมีระบบที่ทำให้กระบวนการเผาไหม้บริสุทธิ์มากขึ้น เพื่อลดปริมาณฝุ่นอนุภาคเล็กให้น้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานประมาณร้อยละ 70 และเดินหน้ามุ่งทำภารกิจด้านพลังงานหมุนเวียนให้สำเร็จ เนื่องจากรถยนต์ระบบเดิมก็ควรช่วยลดปริมาณการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ไปพร้อมกัน ซึ่งเชื้อเพลิงสังเคราะห์ที่นำมาหมุนเวียนใช้ใหม่ จะช่วยให้กระบวนการสันดาปมีความเป็นกลางทางคาร์บอน

การดำเนินการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนนั้น Bosch ได้ปฏิบัติการใน 4 แนวทาง ได้แก่ การลงทุนเพื่อยกระดับประสิทธิภาพพลังงาน (Energy Efficiency) โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น มีการจัดซื้อพลังงานสะอาดมากขึ้น พร้อมชดเชยการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ในส่วนที่ไม่สามารถเลี่ยงได้ ทั้งนี้ สัดส่วนการชดเชยคาร์บอนในปี 2563 จะต่ำกว่าที่วางแผนไว้มาก โดยคิดเป็นเพียงร้อยละ 25 แทนที่จะเป็นเกือบร้อยละ 50 เพราะ Bosch ได้ดำเนินการคืบหน้าไปเร็วกว่าที่คาด ในด้านการพัฒนาคุณภาพตามมาตรการต่างๆ ซึ่งภายใน พศ. 2573 บริษัทจะสามารถเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานจากโรงผลิตพลังงานหมุนเวียนต่างๆ ได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ “โครงการนี้ในประเทศไทย จึงมีบทบาทสนับสนุนให้เป้าหมายด้านพลังงานสะอาดของเราสำเร็จลุล่วง”

ด้านปฏิบัติการเพื่อรับมือกับสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) Bosch ได้นำแนวทาง 2 ด้านมาใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเนื่อง (Multiplier Effect) ไปถึงเศรษฐกิจโดยรวม เป้าหมายด้านหนึ่ง คือ การทำให้กิจกรรมทั้งด้านต้นน้ำ และปลายน้ำ รวมถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่มูลค่า มีความเป็นกลางต่อสภาพภูมิอากาศที่สุดเท่าที่จะทำได้ นับจาก “สินค้าที่ซื้อ” ไปจนถึง “การใช้สินค้าที่ขายไป” ซึ่งภายในปี 2573 บริษัทคาดว่าระดับการปล่อยแกสเรือนกระจกทางอ้อมจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง (ขอบเขต 3) จะลดลงร้อยละ 15 หรือมากกว่า 50 ล้านเมตริกตัน/ปี ดังนั้น Bosch จึงขานรับการตั้งเป้าหมายตามแนวทางของ SBTI และกลายเป็นผู้ผลิต จัดหาผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งแรกที่ให้คำมั่นว่าจะทำภารกิจตามเป้าหมายที่วัดได้ให้สำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้น Bosch ยังมีแผนนำเอาองค์ความรู้จากบุคลากรผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,000 คนทั่วโลก และประสบการณ์จากการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานกว่า 1,000 โครงการ มาเสริมทัพกิจการใหม่ด้านการให้บริการที่ปรึกษา คือ Bosch Climate Solutions “เราอยากนำประสบการณ์ที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับบริษัทอื่นๆ ด้วย และช่วยให้องค์กรต่างๆ พัฒนาความเป็นกลางทางคาร์บอนได้ดียิ่งขึ้นไปอีก



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/myfqA
วันที่เผยแพร่ : วันจันทร์ ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 13:00 นาฬิกา

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน