ระเบียงรถใหม่

เปิดตัว Mercedes-Benz EQS ซีดานไฟฟ้าไฮเทค สุดหรู


Mercedes-Benz (เมร์เซเดส-เบนซ์) เดินหน้าพัฒนาแบรนด์ EQ (EQ-Electric Intelligence by Mercedes-Benz) รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ล่าสุดได้เผยโฉม Mercedes-Benz EQS (อีคิวเอส) ซีดานหรู รุ่นเรือธงพลังงานไฟฟ้า 100 % อย่างเป็นทางการ ที่มาพร้อมความหรูหรา และเทคโนโลยีที่อัดแน่นเต็มคัน รวมไปถึงสมรรถนะการขับเคลื่อนที่เหนือชั้น ที่ถูกยกให้เป็น Mercedes-Benz S-Class (เอส-คลาสส์) ในรูปแบบรถไฟฟ้า

175471370_3849053628546615_8124421773369189716_n

หลังจากปี 2019 Mercedes-Benz ได้เคยเผยโฉมรถต้นแบบพลังงานไฟฟ้าชื่อว่า Vision EQS (วิชัน อีคิวเอส) ที่มาพร้อมดีไซจ์นล้ำสมัย Mercedes-Benz EQS คันนี้ จึงได้รับอิทธิพลมาจาก Vision EQS Concept โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแผงสีดำ คาดด้วย Daytime Running Light แบบ LED พาดยาวเป็นแนวตลอดขอบกระจังหน้าด้านบน พร้อมไฟหน้าแบบ LED และระบบฉายแสงอัจฉริยะ 1.3 ล้านพิกเซล เพื่อเอาไว้ฉายแสงสัญลักษณ์ลงบนถนนด้านหน้า เพื่อเป็นการเตือนผู้ขับขี่ หรือสื่อสารกับรถคันอื่น และไฟท้ายแบบ LED ที่มีแสงพาดยาวขวางเป็นแนวนอนตลอดฝาท้ายเช่นกัน

 

175108301_3849070648544913_3075049161194696299_n

EQS เป็นรุ่นแรกในแบรนด์ย่อยของ EQ ที่ใช้พแลทฟอร์ม EVA (Electric Vehicle Architecture) ซึ่งได้รับการออกแบบมาสำหรับรถไฟฟ้าขนาดกลาง และขนาดใหญ่อย่าง EQE, EQE SUV และ EQS SUV ที่กำลังจะเปิดตัวตามมา โดยมาพร้อมระบบกันสะเทือน Air Suspension และระบบบังคับเลี้ยวล้อหลังที่มีมุมบังคับเลี้ยวได้ 4.5 องศา

174090367_3849049005213744_8816559746640065616_n

การออกแบบได้เน้นพัฒนาเรื่องของ Aerodynamic ทำให้ตัวรถดูมีความโค้งมน ลดการต้านลมมากกว่ารถ Mercedes-Benz รุ่นอื่นๆ และการที่รถไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องมีตะแกรงดักลมที่กระจังหน้า ทำให้ Mercedes-Benz EQS มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศต่ำเพียง 0.20 เท่านั้น

174597191_3849071351878176_9131620439044378123_n
ตัวรถยังถูกออกแบบให้มีขนาดความยาวของตัวถังมากถึง 5,265 มม. ยาวกว่า New Mercedes-Benz S-Class ที่ยาว 5,179 มม. (5,289 มม. สำหรับรุ่นฐานล้อยาว) ทำให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง และสะดวกสบายในทุกที่นั่ง

174450238_3849048641880447_5233995164756320507_n

สำหรับขุมพลังขับเคลื่อนของ Mercedes-Benz EQS นั้นมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่
EQS 450 ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 329 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.2 วินาที ส่วนรุ่น EQS 580 4Matic ที่มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ติดตั้งไว้ที่ล้อหน้า และล้อหลัง ให้กำลังรวมสูงสุด 516 แรงม้า ให้แรงบิดมหาศาลถึง 828 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.3 วินาที ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 4Matic

174455185_3849071248544853_9050754738429234508_n

โดยทั้ง 2 รุ่นจะถูกลอคความเร็วสูงสุดไว้ที่ 210 กม./ชม. ด้วยความจุแบทเตอรีขนาด 107.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง ทำให้สามารถวิ่งได้ไกลถึง 766 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง ซึ่งในอนาคตจะมีการเปิดตัวรุ่นแบทเตอรีความจุ 90 กิโลวัตต์ชั่วโมง ตามออกมาในภายหลัง

174486809_3849049071880404_4554126588061325311_n

ส่วนระบบการชาร์จ Mercedes-Benz EQS รองรับกำลังไฟสูงสุด 200 กิโลวัตต์ มีระบบชาร์จเร็วที่สามารถประจุไฟภายใน 15 นาที สามารถขับไปได้ไกลถึง 300 กม. แต่ถ้าชาร์จด้วยสายชาร์จขนาด 11 กิโลวัตต์ จะใช้เวลาชาร์จให้เต็มได้ใน 10 ชั่วโมง แต่ถ้าเลือกชุดชาร์จออพชันพิเศษ 22 กิโลวัตต์ จะลดเวลาในการชาร์จเหลือ 5 ชั่วโมงเท่านั้น

174179594_3849071201878191_2200752533711494639_n

นอกจากนี้ ยังมีระบบนำทางเพื่อประมวลระยะทางที่สามารถขับต่อไปได้ และจะแนะนำจุดชาร์จบนเส้นทางต่างๆ โดยระบบจะช่วยคำนวณความสามารถในการชาร์จของสถานีชาร์จต่างๆ และคำนวณระยะทาง เวลาในการชาร์จ ให้คุณวางแผนการเดินทางได้อย่างแน่นอน

174840276_3849071028544875_9010637814844140885_n

ภายในของ Mercedes-Benz EQS คุณจะได้พบกับความตื่นตาตื่นใจของหน้าจอ Hyperscreen ขนาดใหญ่ถึง 56 นิ้ว (3 จอต่อเนื่องกัน) จัดวางเต็มแผงคอนโซลหน้า

175383321_3849048608547117_4864048251233241979_n

ประกอบไปด้วย หน้าจอข้อมูลการขับขี่ 12.3 นิ้ว หน้าจอกลางอินโฟเทนเมนท์ ขนาด 17.7 นิ้ว และหน้าจอสำหรับความบันเทิงของผู้โดยสารด้านหน้า 12.3 นิ้ว อีก 1 จอ รวมทั้ง 3 จอ มีความยาวถึง 1,410 มม.

174597191_3849070745211570_8752270246165012577_n
ส่วนผู้โดยสารตอนหลังมีหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว 2 จอ เครื่องเสียงใช้ของ Burmester พลังขับ 710 วัตต์ จากลำโพง 15 ตำแหน่ง โดยมาพร้อมระบบประมวลผล CPU 8 Cores, RAM 24 GB และ Bandwidth RAM 46.4 GB/s พร้อมด้วยระบบซอฟท์แวร์ MBUX เวอร์ชันใหม่ล่าสุด

174703776_3849071108544867_4412329099921308826_n

ระบบไฟภายในห้องโดยสารแบบ Ambient Light ที่สามารถเลือกปรับเปลี่ยนสีได้ ระบบปรับอากาศแบบแบ่ง 4 โซน หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ 2 ตำแหน่ง (ตอนหน้า และตอนหลัง) รวมไปถึงระบบเปิดประตูเองโดยอัตโนมัติ (เมื่อเดินเข้ามาใกล้รถ) และจะปิดประตูเอง (เมื่อเหยียบแป้นเบรค)

174622383_3849048898547088_4698162628765254979_n

Mercedes-Benz EQS จัดเต็มระบบความปลอดภัย ทั้งระบบช่วยการขับขี่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control), ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane-Keep Assist), ระบบควบคุมรถให้อยู่กลางเลน (Lane-Centering Assist), ระบบอ่านป้ายจราจร (Traffic-Sign Recognition), ระบบช่วยในการเปลี่ยนเลน (Lane-Change Assist), ระบบเตือนมุมบอดด้านข้าง (Blind-Spot Monitoring), ระบบเตือนรถวิ่งตัดด้านหลังเมื่อถอยหลัง (Rear Cross-Traffic Alert) เป็นต้น

175058433_3849048821880429_3606094518902965832_n

นอกจากนี้ ยังมีระบบอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ระบบช่วยเบรคอัตโนมัติพร้อมหักหลบ (Active Emergency Stop Assist with Lane-Change Support), ระบบเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous Emergency Braking), ระบบช่วยเข้าช่องจอด (Park Assist Systems), กล้อง 360 องศารอบคัน

174606213_3849048651880446_3650751557342401682_n

รวมทั้งยังมีการติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ 3 Drive Pilot ที่ปล่อยให้รถขับได้ด้วยตัวเองแบบเต็มรูปแบบ โดยคนขับไม่ต้องมองเส้นทาง แต่ต้องพร้อมเข้าควบคุมรถได้ตลอดเวลา ในความเร็วสูงสุดไม่เกิน 60 กม./ชม. โดยเบื้องต้นจะเริ่มใช้งานได้เฉพาะทางหลวงในเยอรมนี และในช่วงการจราจรติดขัดเท่านั้น เพื่อให้คุณสามารถพักผ่อนได้ก่อนที่จะเดินทางกลับถึงบ้าน

175467381_3849048938547084_4512702328418352802_n

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา Mercedes-Benz ได้เปิดตัว EV รุ่นใหม่ EQA (อีคิวเอ) ปรากฏว่าได้กระแสการตอบรับที่ดีจากตลาดทั่วโลก โดยมียอดจองไปแล้วกว่า 20,000 คัน ส่วนตลาดรวมไตรมาสแรกสามารถทำยอดขายได้ 590,999 คัน เติบโตสวนกระแส COVID-19 มากถึง 22.3 % นอกเหนือจากรถยนต์รุ่น EQS, EQB (อีคิวบี) และ EQE (อีคิวอี) Mercedes-Benz จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยจะเปิดตัวรถในกลุ่มรถไฟฟ้าใหม่อีก 3 รุ่น รวมเป็น 6 รุ่น”

174600961_3849070898544888_1535877550649420364_n

Mercedes-Benz EQS เตรียมวางจำหน่ายที่สหรัฐอเมริกา ราวเดือนกันยายนนี้ แม้ยังไม่มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการออกมา แต่คาดว่าจะมีราคาสูงกว่า 110,000 เหรียญสหรัฐฯ สำหรับในประเทศไทยมีลุ้นเข้ามา แต่คงต้องรอข้อตกลงการส่งเสริมรถไฟฟ้าในไทยให้เรียบร้อยเสียก่อน

175192228_3849071145211530_7759755116652771640_n



------------------------------
เรื่องโดย : พรเทพ คงลาภอำนวย
คอลัมน์ Online : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/W224q
วันที่เผยแพร่ : วันเสาร์ ที่ 17 เมษายน 2564 เวลา 17:37 นาฬิกา

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน