ธุรกิจ

Mercedes-Benz คว้าแชมพ์ไตรมาสแรก


Britta Ziger กรรมการในคณะกรรมการบริหาร เดมเลอร์ เอจี และเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี  ซึ่งกำกับดูแลงานด้านการตลาด และการขาย กล่าวว่า Mercedes-Benz (เมร์เซเดส-เบนซ์) ทำยอดขายทั่วโลก 590,999 คัน (เพิ่มขึ้น 22.3 %)ในไตรมาสแรกของปี 2564 อันเป็นผลมาจากยอดขายในประเทศจีน และสหรัฐอเมริกา รวมถึงความต้องการที่สูงขึ้นอย่างมากในกลุ่มรถยนต์พลัก-อิน ไฮบริด (PHEVและรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนจากแบทเตอรี ในยุโรปยอดขายรถยนต์  1 ใน ภายใต้แบรนด์ Mercedes-Benz และแบรนด์ Smart (สมาร์ท) เป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (XEV)  สำหรับในตลาดโลก รถยนต์พลัก-อิน ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า 100 % มีสัดส่วน 10 % ของยอดขายทั้งหมด หรือประมาณ 59,000 คัน ในจำนวนนี้ เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100 % จำนวน 16,00คัน โดยรถยนต์รุ่น EQA (อีคิวเอ) ที่เพิ่งเปิดตัวในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จอย่าง     ดีเยี่ยม และได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าด้วยยอดจองประมาณ 20,000 คัน นับเป็นสัญญาณที่ดีในการเริ่มต้นปีสำหรับแบรนด์ Mercedes-EQ (เมร์เซเดส-อีคิว) ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของ Mercedes-Benz สำหรับปี 2564 ทั้งนี้รถยนต์ไฟฟ้า   100 % รุ่น EQA มีกำหนดส่งมอบปลายเดือนมีนาคม 2564  

นอกเหนือจากรถยนต์รุ่น EQS (อีคิวเอส), EQB (อีคิวบี) และ EQE (อีคิวอี) Mercedes-Benz จะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องในปี 2564 โดยเปิดตัวรถในกลุ่มรถไฟฟ้าใหม่อีก รุ่น รวมเป็น รุ่น และล่าสุดเราได้นำเสนอรถยนต์ EQS ในฐานะรถยนต์รุ่นฟแลกชิพของเรา ซึ่งเราเชื่อมั่นว่า จะเป็นรถยนต์ที่ผู้ใช้ทั่วโลกจะชื่นชอบเป็นอย่างยิ่ง และจะเป็นรุ่นที่พลิกประสบการณ์การขับขี่ รวมถึงเรื่องการเชื่อมต่อกับบริการต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ Mercedes-Benz จะยังคงขยายการเติบโต และสร้างความน่าสนใจให้แก่กลุ่มรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าด้วยการนำเสนอรถยนต์พลัก-อิน ไฮบริดที่หลากหลายรวมแล้วราว 30 รุ่นจนถึงสิ้นปีนี้ 

โรลันด์ โฟลเกร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Mercedes-Benz มีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เห็นการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์ลักชัวรีในไทย โดยในไตรมาสแรกของปี 2564 ด้วยความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ Mercedes-Benz ทั้งในเรื่องนวัตกรรม บริการที่ยอดเยี่ยม ตลอดจนวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์ยานยนต์ รวมถึงเครือข่ายดิจิทอลของเทคโนโลยีแห่งอนาคต ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ Mercedes-Benz มียอดขายรถยนต์ที่จดทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกแล้วทั้งสิ้นถึง 3,178 คัน ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ ของกลุ่มรถยนต์ลักชัวรี ทั้งนี้ยังเป็นผลมาจากการที่เราสามารถเพิ่มปริมาณรถยนต์ให้เพียงพอต่อการส่งมอบในเดือนมีนาคม โดยยังรวมถึงการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออกมาได้อย่างหลากหลายรุ่นมากที่สุดในตลาดรถยนต์ไทย โดยรถที่ได้ความนิยมสูงอยู่ในกลุ่มรถยนต์ Mercedes-AMG (เมร์เซเดส-เอเอมจี) รถยนต์เอสยูวี และกลุ่มรถยนต์พลัก-อิน ไฮบริด  ทั้งนี้ ยอดขายในไตรมาสที่ ของปีนี้ยังไม่รวมยอดจองในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2021 ที่ผ่านมา ซึ่ง Mercedes-Benz มียอดจองเป็นอันดับ 1 ของตลาดรถยนต์ลักชัวรีด้วยเช่นกัน และเช่นเดียวกับในตลาดโลก เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)ฯ จะยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรม และตลาดรถยนต์ในประเทศไทย โดยเรามีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 15 รุ่น ซึ่งรวมถึงรถยนต์รุ่นพลัก-อิน ไฮบริดอีกหลายรุ่นด้วย เพื่อตอบรับกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงใจในปีนี้

ยอดขายในตลาดเอเชีย-แปซิฟิคเพิ่มขึ้น 46.6 % เป็นผลมาจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศจีนที่มีการส่งมอบรถยนต์ 222,520 คันในไตรมาสที่ 1 คิดเป็นการเติบโตถึง 60.1 % เฉพาะในเดือนมกราคมที่ผ่านมาสร้างสถิติยอดขายถึงเกือบ 100,000 ภายในเวลาเพียง 1 เดือน ขณะที่ในยุโรป ท่ามกลางการมาตรการลอคดาวน์ต่อเนื่องในช่วงต้นปีนี้ เราสามารถทำยอดขายได้สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว คือ เพิ่มขึ้น 1.8 % 

ในเยอรมนี Mercedes-Benz ทำยอดขาย 54,446 คัน (ลดลง 15.4 %)  ตลาดอเมริกาเหนือมียอดขายรวม 88,318 คัน (เพิ่มขึ้น 12.5 %) ในจำนวนนี้ 78,256 คัน เป็นรถยนต์ที่ส่งมอบในตลาดสหรัฐอเมริกา (เพิ่มขึ้น 15.5 %) นอกจากนี้ ในตลาดสหรัฐอเมริกา Mercedes-Benz ยังเป็นแชมพ์ยอดขายสูงสุดของตลาดรถยนต์ลักชัวรีในไตรมาสแรกอีกด้วย

สรุปจำนวนยอดขายรถยนต์นั่ง และรถตู้ของ Mercedes-Benz ในตลาดโลก    

จำนวนยอดขายทั่วโลก 581,270 คัน เพิ่มขึ้น 21.8 % ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม โดยยอดขายของรถยนต์ New S-Class (เอส-คลาสส์ ใหม่) ได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างดีด้วยสถิติยอดจองมากกว่า 50,000 คัน นอกจากนี้ การเติบโตของยอดขายของรถยนต์รุ่นต่างๆ ยังแบ่งออกได้ดังนี้ รถยนต์รุ่น S-Class เพิ่มขึ้น 17 % กลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ SUV เพิ่มขึ้น 54.3 % รถยนต์รุ่น E-Class (อี-คลาสส์) ทั้งแบบรถยนต์นั่ง ประตู และแบบเอสเตท เพิ่มขึ้น 23.9 % ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของอัตราการเติบโตของยอดรถยนต์ส่งมอบยังแข็งแกร่งในระดับเลข 2 หลัก สำหรับกลุ่มไฟฟ้าขนาดเล็กแบรนด์สมาร์ท (Smart) มียอดขายทั้งรถแบบ 2 ประตูและ 4 ประตูรวม 9,729 คัน มีอัตราการเติบโตรวมสูงถึง 65.9 % จากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในเยอรมนี  

จากสถานการณ์ที่หลายประเทศในยุโรปยังมีการลอคดาวน์ กลุ่มรถตู้เพื่อการพาณิชย์มีอัตราเติบโต 18.2 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ยอดขายรวมของรถตู้ Sprinter (สปรินเตอร์), Vito (วีโต), Vito Tourer (วีโต ทัวเรอร์) และ Citan (ซีทาน) มีจำนวน 76,328 คัน ในสหรัฐอเมริกา และในยุโรปทำยอดขายรถตู้เพื่อการพาณิชย์ได้ดีกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ในยุโรปรถตู้ไฟฟ้า Sprinter โดยรถยนต์รุ่น E-Sprinter (อี-สปรินเตอร์) และ E-Vito (อี-วีโต) ถือเป็นรุ่นที่ช่วยเพิ่มการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 

“ยอดขายรถตู้ไฟฟ้า 1,200 คันในไตรมาสแรกนับว่าได้สร้างสถิติใหม่ของอัตราการเติบโตที่สูงถึง 150 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เป็นการตอกย้ำเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่จะผลักดันการรถใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เมอร์เซเดสเบนซ์ฯ จะเปิดตัวรถตู้รุ่น Citan ใหม่ โดยจะมีรุ่นที่เป็นรถไฟฟ้าตามมาในปีหน้า นั่นหมายความว่า เมอร์เซเดสเบนซ์ฯ จะเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีรถตู้ไฟฟ้าในทุกเซกเมนท์” มร. มาร์คุส ไบรท์ชแวท หัวหน้ากลุ่มรถยนต์ตู้กล่าวแสดงความมั่นใจ



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/1RiXS
วันที่เผยแพร่ : วันอังคาร ที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 10:37 นาฬิกา

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน