ธุรกิจ

Nissan กับวิวัฒนาการของโลโก


อัตลักษณ์ของ Nissan (นิสสัน) สะท้อนถึงความหมายของชื่อ “Nissan” ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งแปลว่า ลูกพระอาทิตย์ หรือ “กำเนิดจากพระอาทิตย์” เป็นที่มาของการออกแบบโลโกแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ในโลกยานยนต์มากว่า 80 ปี แต่รู้หรือไม่ว่า ต้นกำเนิดของแบรนด์นั้นได้วิวัฒนาการจากความอ่อนน้อมถ่อมตนจนก้าวสู่แบรนด์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในปัจจุบันได้อย่างไร

ต้นกำเนิดของโลโกแบรนด์

ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษที่ 1930 (พศ. 2473) โยชิซุเกะ ไอกาวา ใฝ่ฝันที่จะสร้างแบรนด์รถยนต์ของชาวญี่ปุ่นที่ได้ควบรวม บริษัท โทบาตะ ฟาวดรี้ จำกัด (Tobata Foundry Co. , Ltd.) เข้ากับ บริษัท นิฮอง ซังเกียว (Nihon Sangyo) และบริษัท ดัท มอเตอร์แคร์ จำกัด (Dat Motorcar Co.) ที่ก่อนหน้าเป็นผู้ริเริ่มผลิตรถยนต์ DAT (ดัท) ในปี 1914 (พศ. 2457) การควบรวมทั้ง 3 บริษัทเป็นหนึ่งเดียวนี้กำเนิดชื่อบริษัทใหม่เป็น Nissan-โดยมีการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์ Datsun (ดัทสัน) และ Nissan

โลโกแบรนด์แรกของ Nissan มีจุดกำเนิดในปี 1933 (พศ. 2476) สืบทอดมาจากการออกแบบของ Datsun โดยใช้ลวดลายสัญลักษณ์รูปแบบเดียวกัน มีสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีน้ำเงินที่มีชื่อแบรนด์จารึกเป็นตัวอักษรสีขาวพร้อมกับสีแดง วงกลมในพื้นหลังซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ “ดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้น”

Professor David Bihanik นักออกแบบ และอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ในกรุงปารีส เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสัญลักษณ์เชิงกราฟิค ยืนยันว่าโลโกแบรนด์แรกนี้ เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงรากเหง้าของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตรงกับวงกลมสีแดงบนธงชาติญี่ปุ่น

โลโกแบรนด์แบบแรกนี้ใช้เป็นอัตลักษณ์ของ Nissan ตลอดช่วงทศวรรษราวๆ ปี 1930 (พศ. 2473) ที่เป็นตำนาน และถูกใช้เรื่อยมาจนถึงปี 1970 (พศ. 2513) แม้จะมีการแก้ไขถึง 4 ครั้ง โลโกของแบรนด์ แต่ละครั้งก็ยังคงเชื่อมโยงกับมรดก และวัฒนธรรมของ Nissan อยู่เสมอ

โลโกแบรนด์ เมื่อเทียบกับ โลโกบนรถยนต์ 

หากคุณนึกถึงรถยนต์ Nissan ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา คุณอาจจะพบว่า โลโกแบรนด์อย่างเป็นทางการยากที่จะสังเกตเห็น แต่คุณจะพบโลโกบนรถยนต์ ในรูปแบบกราฟิคที่แตกต่างกันมากมายภายใต้แบรนด์ Nissan

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เนื่องจากการออกแบบรถยนต์มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ผู้ผลิตรถยนต์จึงต้องการตราสัญลักษณ์บนรถยนต์เพื่อสะท้อนถึงชื่อของพวกเขาในรูปแบบที่ร่วมสมัย และแตกต่างจากโลโกแบรนด์แบบดั้งเดิม

โลโก Nissan ในช่วงกลางศตวรรษ

ตัวอย่างที่ดีที่สุดบางส่วน คือ ตราสัญลักษณ์ของ Nissan ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ตราสัญลักษณ์ “Nissan” ที่เป็นทางการ และเป็นตัวพิมพ์ใหญ่เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในปี 1950 (พศ. 2493) ในขณะที่ยุค 60’S สิ่งเหล่านี้ถูกแทนที่ด้วยแบบอักษรตัวเอียง การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้รู้สึกถึงความภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์ มีความเป็นตัวตนและมีอิสระมากขึ้น ซึ่งในขณะเดียวกันก็มีความเป็นกันเองมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่เปิดกว้างอย่างเสรี โดยโลโกในปี 1960 (พศ. 2503) Nissan ยังได้เปลี่ยนตัว N ซึ่งเป็นตัวพิมพ์ใหญ่มาเป็น n แบบตัวพิมพ์เล็ก

โดดเด่น กล้า แต่ไม่ตรงไปตามแนวทาง

ทศวรรษต่อมาได้เห็นการกลับมาใช้ตัวพิมพ์ใหญ่บนป้ายรถยนต์ของ Nissan  ด้วยสถานการณ์ในตอนนั้นเน้นภาพลักษณ์ในด้านธุรกิจมากขึ้น ในยุค 80’S เป็นยุคที่ผู้คนต้องการแสดงถึงสถานะของตนเอง และต้องการให้คนอื่นได้รับรู้ ทำให้มียี่ห้อรถจำนวนมาก โดยมีตัวอักษรหนา บ่อยครั้งที่สิ่งเหล่านี้แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค และแม้กระทั่งจากรุ่นสู่รุ่น

ยุคอุตสาหกรรมสมัยใหม่

จนถึงยุคที่ Nissan ต้องการสร้างแบรนด์สู่ระดับโลก และต้องเป็นที่จดจำ Nissan ได้ตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องสร้างอัตลักษณ์ รวมถึงภาพลักษณ์ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน ในยุคมิลเลนเนียม การออกแบบโลโกแบรนด์เป็นขาวดำเมทัลลิคในปี 2001 (พศ. 2554) จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ ตัวแทนของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่ใช้โลโกนี้กับรถทุกคัน และทุกรุ่น

Professor Bihanik อธิบายว่าการออกแบบสไตล์อุตสาหกรรม เกิดขึ้นในปี 2001 (พศ. 2544) ซึ่งกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้ผลิตรถยนต์เกือบทุกค่าย เช่น การอัดขึ้นรูป 3 มิติ หรือนูนต่ำ และสีเทาเมทัลลิคที่ทำให้เห็นเงาสะท้อน แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของการผลิตที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูง

ก้าวสู่อนาคต

เมื่อ Nissan เข้าสู่ปี 2020 (พศ. 2563) ยุคอุตสาหกรรมได้เปลี่ยนมาเป็นยุคแห่งการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า Nissan  ได้เปิดตัวโลโกใหม่ที่เรียบง่าย อย่างภาคภูมิ อยู่ที่ด้านหน้าของ Nissan Ariya (นิสสัน อารียา) ใหม่ โลโกแบรนด์แบบใหม่ใช้รูปแบบ 2 มิติ สีเดียวที่เพรียวบางกว่า และความคมชัดที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เป็นตัวแทนของยุคใหม่ของการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ราบรื่น นอกจากนี้ยังปรับให้เข้ากับยุคของสมาร์ทโฟนด้วยกราฟิคที่สะอาดตา ทำให้ดูโดดเด่นบนหน้าจอ

แต่สิ่งที่สืบทอดต่อกันมาไม่ได้ถูกละทิ้ง ด้วยวงกลมที่เปรียบเหมือนพระอาทิตย์ที่คุ้นเคยพร้อมชื่อ  Nissan อยู่ตรงกลาง ซึโตมุ มัตซึโอะ รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายออกแบบขั้นสูง (Tsutomu Matsuo, Deputy General Manager of Nissan’s Advanced Design Department) เปิดเผยว่า โลโกใหม่ของ Nissan สื่อถึงความหมาย และแนวทางที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตว่า ถ้าคุณมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า มันก็ทำให้คุณก้าวไปได้ถึงดวงอาทิตย์

การวิเคราะห์โลโก Nissan ของปี 2020 (พศ. 2563)

การเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ และตัวตนของแบรนด์ถือเป็นก้าวสำคัญเสมอ Professor Bihanik อธิบายว่า โลโกจะสามารถเปลี่ยนแปลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อให้เข้ากับยุคปัจจุบัน กราฟิคเหล่านี้ต้องสะท้อน และถูกนำไปใช้เพื่อรักษา “DNA ของแบรนด์” แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม เขายืนยันว่า ส่วนหนึ่งของตัวตนนี้จะต้องเด่นชัด และไม่จางหายไปถึงแม้ว่าเราจะมีการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ก็ตาม ยกเว้นแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงในฝ่ายบริหาร หรือวิสัยทัศน์รวมถึงทิศทางขององค์กร

ด้วยเหตุนี้ โลโกแบรนด์ของ Nissan ในปี 2020 (พศ. 2563) จึงเปรียบเสมือนวิวัฒนาการมากกว่าการรีแบรนด์ใหม่ ซึ่งเป็นการพูดถึงการเดินทางที่ต่อเนื่องของ Nissan สู่โลกแห่งพลังงานสะอาด ไร้มลพิษ ผ่าน Nissan Intelligent Mobility ในขณะที่ยังคงรักษาจิตวิญญาณของนวัตกรรม และมรดกทางวัฒนธรรมไว้ เป็นที่น่ายินดีที่ Professor Bihanik เห็นด้วยโดยเขาสรุปว่านี่ คือ สัญญาณของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ โดยยังรักษาประวัติศาสตร์ของแบรนด์ และเปิดกว้างมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา และที่ดียิ่งไปกว่านั้น โลโกใหม่ของ Nissan นี้จะถูกนำไปใช้ในรถยนต์ของ Nissan ทั่วโลก



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/2NbAi
วันที่เผยแพร่ : วันศุกร์ ที่ 16 เมษายน 2564 เวลา 09:00 นาฬิกา

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน