ธุรกิจ

Mercedes-Benz ออกบูธแสดงวิสัยทัศน์ ดิจิทอลสุดล้ำ


Mercedes-Benz (เมร์เซเดส-เบนซ์) โชว์วิสัยทัศน์แห่งอนาคต ย้ำความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้รถยนต์ในไทย ที่งาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42” สร้างสรรค์บูธรถยนต์ Mercedes-Benz โฉมใหม่ที่จะเซอร์ไพรส์ผู้ชมด้วย “ประสบการณ์ดิจิทอลสุดล้ำลึก” พร้อมโชว์ไฮไลท์เด็ดของรถยนต์รุ่นใหม่ที่จะสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์หรูอย่างต่อเนื่อง 5 รุ่นได้แก่ Mercedes-Benz E-Class Coupe (เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ คูเป) และ Mercedes-Benz E-Class Cabriolet (เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ กาบริโอเลต์) 2 ยนตรกรรมสปอร์ตโฉมใหม่ซึ่ง Mercedes-Benz นำมาเผยโฉมเป็นครั้งแรกในไทย
โรลันด์ โฟลเกร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การก้าวข้ามขีดจำกัด คือ สิ่งที่อยู่ในดีเอนเอของ Mercedes-Benz ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และในปี 2564 จะยังเป็นปีของการเดินทางต่อไปบนเส้นทางที่เราพร้อมพาลูกค้าไปพบกับความพิเศษ ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และนวัตกรรมที่บรรจุไว้ภายในรถยนต์จาก Mercedes-Benz เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับทุกคน นี่คือ ที่มาของการสร้างสรรค์บูธ Mercedes-Benz ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ในวันนี้ ให้ฉีกทุกกฎเกณฑ์ไปจากที่เราได้เคยได้ทำมา ทั้งเพื่อเว้นระยะห่าง และสร้างความปลอดภัยภายใต้สถานการณ์ COVID-19 พร้อมทั้งเซอร์ไพรส์ผู้ชมทุกคนด้วยวิสัยทัศน์แห่งอนาคตจากแบรนด์ Mercedes-Benz โดยเราเลือกตีความอนาคตให้กลายเป็นความจริงใหม่ในยุคปัจจุบัน นำเสนอออกมาเป็น “ประสบการณ์ดิจิทอลสุดล้ำลึก” ที่เชื่อมโยงทุกคนให้สามารถเข้าถึงทุกข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ทุกรุ่นที่ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์จาก Mercedes-Benz พร้อมรับข้อเสนอพิเศษที่ทุกคนรอคอยตลอดช่วงเวลาของการจัดงาน ทั้งที่งาน มอเตอร์โชว์และที่ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 Mercedes-Benz พร้อมเชื่อมต่อประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดทั้งแบบออฟไลน์ และออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ด้วยการพลิกโฉมหน้าการสร้างสรรค์บูธ Mercedes-Benz ภายในงานใหม่ทั้งหมด ทั้งในเรื่องของการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมจาก Mercedes-Benz และประสบการณ์การพูดคุยกับ “ดิจิทอลไกด์” ที่ครอบคลุมและครบครันตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะการนำเสนอรถยนต์ที่ผสานเทคโนโลยีพลัก-อิน ไฮบริดภายใต้กลยุทธ์ “Electric First” พร้อมทั้งพาผู้เข้าร่วมงานไปสัมผัสกับนวัตกรรมของ Mercedes-Benz ผ่าน “ประสบการณ์ดิจิทอลสุดล้ำลึก” (Immersive Digital Experience) ที่จะฉีกทุกกฎการเข้าชมงาน มอเตอร์โชว์ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
สำหรับไฮไลท์ของรถยนต์ที่ Mercedes-Benz นำมาจัดแสดงภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ได้แก่
“Mercedes-Benz E 200 Coupe AMG Dynamic (เมร์เซเดส-เบนซ์ อี 200 คูเป เอเอมจี ไดนามิค)” ยนตรกรรมที่รังสรรค์ขึ้นอย่างชาญฉลาด ด้วยการออกแบบภายใต้คอนเซพท์ “Sensual Purity” ที่ผนวกความเป็นสปอร์ทคูเปเข้ากับความหรูหราได้อย่างน่าทึ่ง โดยมาพร้อมขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซิน แถวเรียง 4 สูบขนาด 1,991 ซีซี พร้อมเทอร์โบ และอินเตอร์คูเลอร์ ให้แรงม้าสูงสุด 197 แรงม้า พร้อมให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.6 วินาที มอบความเร็วสูงสุดที่ 237 กม./ชม. จำหน่ายในราคา 4,550,000 บาท

“Mercedes-Benz E 200 Cabriolet AMG Dynamic (เมร์เซเดส-เบนซ์ อี 200 กาบริโอเลต์ เอเอมจี ไดนามิค)” ยนตรกรรมสปอร์ทเปิดประทุนสุดหรูหราที่พร้อมเผยความสง่างามให้โลกได้เห็น และถ่ายทอดความสปอร์ทได้อย่างเหนือชั้นในทุกมุมมอง โดยมาพร้อมขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซิน แถวเรียง 4 สูบขนาด 1,991 ซีซี พร้อมเทอร์โบ และอินเตอร์คูเลอร์ ให้แรงม้าสูงสุด 197 แรงม้า พร้อมให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.9 วินาที มอบความเร็วสูงสุดที่ 234 กม./ชม. จำหน่ายในราคา 5,140,000 บาท
“Mercedes-Benz The New E-Class (เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ ใหม่)” รถยนต์รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดของ Mercedes-Benz กับดีไซจ์นใหม่สุดโฉบเฉี่ยวที่พร้อมมอบทุกสิ่งที่คุณต้องการ และสะกดทุกสายตาด้วยดีไซจ์นใหม่สุดโฉบเฉี่ยว โดยมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 2 ทางเลือก ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบขนาด 1,991 ซีซี ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีแบบพลัก-อิน ไฮบริด เจเนอเรชันที่ 3 ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า พร้อมอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.7 วินาที อีกหนึ่งทางเลือก คือ เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบขนาด 1,950 ซีซี พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้มาตรฐาน EURO6 ให้พละกำลัง 194 แรงม้า พร้อมอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.3 วินาที ถ่ายทอดพลังจากเครื่องยนต์อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ช่วยประหยัดน้ำมันได้มากถึง 6.5 %
Mercedes-Benz The New E-Class มีวางจำหน่าย 3 รุ่น ได้แก่
• Mercedes-Benz E 300 E Avantgarde (เมร์เซเดส-เบนซ์ อี 300 อี อาวันท์การ์ด) ราคา 3,190,000 บาท
• Mercedes-Benz E 220 D AMG Sport (เมร์เซเดส-เบนซ์ อี 220 ดี เอเอมจี สปอร์ท) ราคา 3,540,000 บาท
• Mercedes-Benz E 300 E AMG Dynamic (เมร์เซเดส-เบนซ์ อี 300 อี เอเอมจี ไดนามิค) ราคา 3,770,000 บาท
“Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC (เมร์เซเดส-เอเอมจี จีแอลเอ 35 4 เมทิค)” ยนตรกรรมคอมแพคท์เอสยูวีสายพันธุ์แรงที่มาพร้อมความอเนกประสงค์ และดีไซจ์นสปอร์ทตามปรัชญาของ Mercedes-AMG (เมร์เซเดส-เอเอมจี) ในทุกรายละเอียด โดยมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบขนาด 1,991 ซีซี พร้อมเทอร์โบ และอินเตอร์คูเลอร์ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 306 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 40.8 กก.-ม. หรือ 400 นิวตัน-เมตรที่ 3,000-4,000 รตน. จึงมอบอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.1 วินาที จำหน่ายในราคา 3,190,000 บาท

“Mercedes-Benz GLE 350 DE 4MATIC Exclusive (เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลอี 350 ดีอี 4 เมทิค เอกซ์คลูซีฟ)” ที่สุดแห่งยนตรกรรมเอสยูวีรุ่นแรกในไทยที่ผสานเทคโนโลยีพลัก-อิน ไฮบริดเข้ากับความแข็งแกร่งของเครื่องยนต์ดีเซล พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิต ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 1,950 ซีซี พร้อมเทอร์โบชาร์เจอร์ และอินเตอร์คูเลอร์ ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีพลัก-อิน ไฮบริดเจเนอเรชันที่ 3 พร้อมมอบพละกำลังสูงสุดถึง 320 แรงม้า ให้อัตราเร่งที่พุ่งทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 6.8 วินาที ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่พร้อมทลายทุกข้อจำกัดในทุกเส้นทาง และตอบสนองต่อทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด จำหน่ายในราคา 4,699,000 บาท
นอกจากนี้ ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 Mercedes-Benz ยังร่วมมือกับหอการค้าเยอรมัน-ไทย และบริษัทชั้นนำจากประเทศเยอรมนีที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ประกาศเปิดโครงการ “Clean Air Initiative” อย่างเป็นทางการ ด้วยจุดมุ่งหมายในการผลักดันให้บริษัทต่า ๆ ผลิตสินค้า และบริการที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดอากาศที่สะอาด และบริสุทธิ์ โดยMercedes-Benz จะนำโครงการ “Charge to Change” ที่ได้ริเริ่มขึ้นในปีที่แล้ว และได้รับเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยมในการช่วยส่งเสริมให้ผู้ใช้รถยนต์พลัก-อิน ไฮบริดทั่วประเทศไทยหันมาชาร์จเพื่อเปลี่ยนโลกร่วมกัน มารวมอยู่ในโครงการ “Clean Air Initiative” ในครั้งนี้ด้วย


------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Uuqxt
วันที่เผยแพร่ : วันพฤหัสบดี ที่ 25 มีนาคม 2564 เวลา 13:30 นาฬิกา

Follow autoinfo.co.th