ธุรกิจ

Nissan ก้าวสู่ความสำเร็จระดับโลก


โยโกฮามา, ประเทศญี่ปุ่น-Nissan (นิสสัน) ประกาศความสำเร็จด้านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการพัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพเชิงความร้อนถึง 50 % (อัตราส่วนระหว่างค่าความร้อนของพลังงานที่เครื่องยนต์ผลิตได้ต่อค่าความร้อนของเชื้อเพลิงที่สูญเสียไป) ภายใต้ระบบขับเคลื่อน อี-เพาเวอร์

เทคโนโลยี อี-เพาเวอร์ ของ Nissan ใช้เครื่องยนต์เบนซินเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่ชุดขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (e powertrain) โดยล่าสุด Nissan ได้ยกระดับของเทคโนโลยีนี้ให้มีประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency) ที่เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน ซึ่งสามารถลดการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ของรถยนต์ได้มากขึ้นกว่าเดิม

โทชิฮิโระ ฮิราอิ รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมระบบส่งกำลัง และรถยนต์ไฟฟ้า (ใส่ ENG name & title) กล่าวว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอนเป็นศูนย์จากวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ภายในปี 2593 Nissan ตั้งเป้าที่จะขับเคลื่อนการใช้พลังงานไฟฟ้าในรถยนต์รุ่นใหม่ทั้งหมดที่เปิดตัวในตลาดหลักๆ ของ Nissan ภายในช่วงต้นทศวรรษ ปี 2573 ภายใต้กลยุทธ์ด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้าของ Nissan เราพร้อมส่งเสริมการพัฒนาระบบขับเคลื่อนที่ใช้ไฟฟ้ารวมถึงแบทเตอรีประสิทธิภาพสูงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า โดยเทคโนโลยี อี-เพาเวอร์ จะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักที่สำคัญของเรา

รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine-ICE) ทั่วไป ต้องการกำลังจากเครื่องยนต์ในแต่ละช่วงรอบเครื่อง (RPM) ที่เหมาะสม และต้องสัมพันธ์กับแรงต้านที่มาจากการขับเคลื่อน ซึ่งรวมไปถึงน้ำหนักที่กำลังบรรทุก ด้วยข้อกำหนดพื้นฐานนี้ทำให้เครื่องยนต์ทั่วไปไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ระบบ อี-เพาเวอร์ ของ Nissan ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในเพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำหรับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า การทำงานของเครื่องยนต์จะถูกจำกัด ไว้ในช่วงที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้การผลิตไฟฟ้าสู่เครื่องยนต์ และปริมาณไฟฟ้าที่เก็บไว้ในแบทเตอรีจะถูกนำมาใช้อย่างเหมาะสม

ด้วยแนวความคิดดังกล่าว รวมไปถึงวิวัฒนาการของเทคโนโลยีแบทเตอรี และเทคนิคการจัดเก็บพลังงานของ Nissan จึงสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพเชิงความร้อนได้มากกว่าเครื่องยนต์ทั่วๆ ไปในปัจจุบัน การพัฒนา อี-เพาเวอร์ รุ่นต่อไปจะยังนำหลักการนี้มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาเครื่องยนต์สำหรับระบบ อี-เพาเวอร์ ของ Nissan

เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพด้านพลังงานความร้อนถึง 50 % Nissan ได้พัฒนาแนวคิดที่เรียกว่า “STARC” หรือ Strong, Tumble and Appropriately stretched Robust ignition Channel ที่ช่วยให้ปรับปรุงประสิทธิภาพเชิงความร้อนโดยเพิ่มการไหลวนของเชื้อเพลิงไอดีในห้องเผาไหม้ ส่งผลให้การเผาไหม้สมบูรณ์มากขึ้น และได้อัตราส่วนกำลังอัดที่สูงมากขึ้น

สำหรับเครื่องยนต์ทั่วไปจะมีข้อจำกัดในการควบคุมระดับส่วนผสมระหว่างอากาศ และเชื้อเพลิงเพื่อตอบสนองต่อสภาพการขับขี่ที่เปลี่ยนไป ตามสภาวะการใช้งานต่างๆ เช่น การไหลของเชื้อเพลิงในกระบอกสูบ การจุดระเบิด และอัตราส่วนกำลังอัดซึ่งมีประสิทธิภาพในการให้พลังงานในขณะนั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อเครื่องยนต์ทำงานในจุดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ทำให้ Nissan สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพเชิงความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

ซึ่งจากการทดสอบภายใน Nissan มีประสิทธิภาพเชิงความร้อนถึง 43 % เมื่อวัดผลแบบ EGR1 dilution  และ 46 % เมื่อใช้การวัดผลแบบ lean combustion2 หากเครื่องยนต์มีรอบการทำงาน และการใช้กำลังเครื่องยนต์ คงจะได้ประสิทธิภาพเชิงความร้อนถึง 50 %

เทคโนโลยี อี-เพาเวอร์ เปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2559 ในรถยนต์ Nissan Note e- power (นิสสัน โนท อี-เพาเวอร์) ซึ่งขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100 % แบบเดียวกันกับ Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) ทำให้ได้กำลังเต็มประสิทธิภาพ และการขับขี่ที่เร้าใจทุกอัตราเร่ง โดยมีเครื่องยนต์เบนซินขนาดเล็กทำหน้าที่กำเนิดกระแสไฟฟ้า รวมถึงมี อินเวอร์เตอร์ แบทเตอรี และมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งแตกต่างจากระบบไฮบริดทั่วไป เพราะเครื่องยนต์ไม่ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนระบบส่งกำลัง

 

 



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/dUAmJ
วันที่เผยแพร่ : วันศุกร์ ที่ 26 มีนาคม 2564 เวลา 13:00 นาฬิกา
เพิ่มเพื่อน