ระเบียงรถใหม่

เปิดตัว All-new Mercedes-Benz C-Class ใหม่ 2022


All-New Mercedes-Benz C-Class 2022 เจเนอเรชันใหม่ เผยโฉมอย่างเป็นทางการ พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่ถูกถ่ายทอดเทคโนโลยีการออกแบบ และการขับขี่จากพี่ใหญ่อย่าง S-Class

152336854_3692849977500315_3374337495754521335_o

Mercedes-Benz เปิดตัว C-Class รหัสตัวถัง W201 ครั้งแรกในปี 1982 ต่อมากลายเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ซีรีส์ที่ขายดีสุดในตลาดกว่า 40 ปี โดยทั้ง 6 เจเนอเรชัน (รวมถึงซีรีส์ 190) C-Class มียอดขายรวมมากกว่า 10.5 ล้านคัน และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่รุ่นใหม่ที่จะมาสานต่อความสำเร็จ แม้ต้องแข่งขันในตลาดที่รถเอสยูวีกำลังเป็นที่นิยม

151616898_3692848780833768_2738234154608374361_o

2022 C-Class รหัสตัวถัง W206 ออกมาทำตลาดแทนรุ่นเดิมที่วางจำหน่ายมานานถึง 7 ปี มาพร้อมกับแนวคิดการเป็นรถโมเดิร์นลักชัวรีที่มีสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ เปิดตัวพร้อมกับรุ่น 5 ประตู C-Class Wagon เพื่อการใช้งานที่อเนกประสงค์ แต่ยังคงการขับขี่แบบรถซีดาน

151589309_3692848950833751_7497015559669170016_o

การออกแบบภายนอกของ C-Class ใหม่ ยังคงสไตล์รูปแบบเดิม​ ที่ย่อรูปร่างหน้าตาทั้งภายนอก และภายในคล้ายกับรุ่นพี่อย่าง Mercedes-Benz S-Class ที่เปิดตัวไปแล้วก่อนหน้า ไฟหน้าแบบ Full LED มีความเฉียบคมยิ่งขึ้น​ สามารถตรวจจับผู้ใช้ทางเท้า และบริเวณหัวมุมทางโค้งถนนที่มีแสงสว่างน้อยได้ดี โดยสามารถหักทิศทางของลำแสงเพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น เพิ่มความปลอดภัยแต่ไม่รบกวนสายตาเพื่อนร่วมท้องถนน

152025043_3692849710833675_6430616979308106742_o

ด้านท้ายของ C-Class ใหม่ มาพร้อมไฟหลังที่เรียบหรู ขณะที่รุ่น Wagon ให้อารมณ์สปอร์ทด้วยแนวหลังคาที่โค้งมน และดุดัน

151787561_3692848677500445_5565307066590644778_o

มิติตัวถังของ C-Class ใหม่ ใหญ่ขึ้นเกือบทุกมิติ โดยยาวขึ้น 65 มม. และกว้างขึ้น 10 มม. ระยะฐานล้อยาวขึ้น 25 มม. เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน เห็นชัดว่ามีความโฉบเฉี่ยวกว่า เนื่องจากเส้นหลังคาที่มีการลาดเทมากขึ้น
ระยะฐานล้อที่ยาวขึ้น ทำให้พื้นที่ช่วงขาของผู้โดยสารตอนหลังเพิ่มขึ้นอีก 2 ซม. พื้นที่เหนือศีรษะตอนหลังสูงขึ้น 1.5 ซม. พื้นที่ช่วงไหล่ของผู้โดยสารตอนหน้ากว้างขึ้น 2.5​ ซม.

153429523_3692850677500245_211158679074355086_o
ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้มีความเรียบหรู ปุ่มต่างๆ ถูกตัดออกและแทนที่ด้วยหน้าจอแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์ MBUX ขนาด 11.9 นิ้ว ที่ควบคุมอุปกรณ์การทำงานทั้งหมดของตัวรถ “เมื่อเข้ามาในห้องโดยสารแล้วแทบไม่อยากกลับออกไปข้างนอกอีกเลย” นี่คือคำพูดของนักออกแบบในงานแถลงข่าวเปิดตัว

151999223_3692851047500208_2545474391410520383_o
มาตรวัดเป็นแบบฟูลล์ดิจิทอลขนาด 12.3 นิ้ว​ (ในยุโรป จออินโฟเทนเมนท์จะมีขนาดเล็กที่ 9.5 นิ้ว และจอมาตรวัดขนาด 10.25 นิ้ว)​ ช่องแอร์ทรงกลมที่ได้แรงบันดาลใจจากไอพ่นของเครื่องบิน พื้นที่ใช้สอยในห้องโดยสารของ C-Class รุ่น Sedan อยู่ที่ 455 ลิตร สำหรับรุ่น Wagon อยู่ที่ 490 ลิตร และสามารถเพิ่มขึ้นเป็น 1,510 ลิตร ได้เมื่อพับเบาะแถวหลังลง

154243751_3692845880834058_7519869843503512468_o
C-Class ใหม่ ระบบขับเคลื่อนมาครบทั้งเบนซิน ดีเซล และพลัก-อินไฮบริด​ โดยมีเฉพาะเครื่องยนต์ขนาด 4 สูบ ทั้งเบนซิน และดีเซล ที่ติดตั้งระบบไมลด์ไฮบริด 48 โวลท์​ ที่มีโหมดเพิ่มพละกำลังด้วย Integrated Starter-Generator (ISG) ที่สามารถเพิ่มแรงขึ้นอีก 20 แรงม้า และแรงบิดอีก 200 นิวตัน-เมตร จาก​มอเตอร์ไฟฟ้าที่ส่งกำลังแบบชั่วคราว

153200611_3692846220834024_1208076692183847609_o

ในสหรัฐอเมริกาจะเปิดตัวรุ่นเดียวก่อน คือ C300 และ C300 4MATIC เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ พละกำลัง 255 แรงม้า ที่ 5,800 รตน. แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ อัตราเร่งของ 0-100 กม./ชม. ภายใน 6 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 209 กม./ชม.

151969465_3692846227500690_6101090582158264426_o
ขณะที่ในยุโรปมีขุมพลังให้เลือกมากกว่า คือ C200 และ C200 4MATIC ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร พละกำลัง 201 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตัน-เมตร อัตราเร่งด้วยโหมด ISG จาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.1 วินาที และ C180 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร​ แต่พละกำลังลดลงเหลือ 167 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตัน-เมตร มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8.6 วินาที ส่วนขุมพลังดีเซล C220d, C220d 4MATIC และ C300d มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร มีพละกำลัง 195 และ 261 แรงม้า แรงบิดตั้งแต่ 440 และ 550 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100​ กม./ชม. ภายใน 7.3 และ 5.7 วินาที ตามลำดับ

151784276_3692851470833499_3707722003978645591_o
โดยมีรุ่นพลัก-อิน ไฮบริด C300e ตามมาทีหลัง โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า มีพละกำลังรวมอยู่ที่ 308 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตัน-เมตร จุดเด่นอยู่ที่การเพิ่มความจุของแบทเตอรีที่ใหญ่ขึ้นเท่าตัวขนาด 24.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถพาตัวรถให้โลดแล่นด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลถึง 100 กม. เลยทีเดียว

154413270_3692841174167862_4061485561654680029_o

โดยจะเป็นรุ่นเดียวที่มีระบบช่วงล่างแบบถุงลม มาพร้อมกับความสามารถในการบรรทุกของด้านท้าย และการทรงตัวที่ดีขึ้นจากเปลี่ยนตำแหน่งการวางของแบทเตอรี โดยระบบเลี้ยวล้อหลังที่ช่วยลดวงเลี้ยวลง 43 ซม. เหลือเพียง 10.64 ม. เท่านั้น เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. ล้อคู่หลังจะเลี้ยวในทิศทางตรงข้ามกับล้อคู่หน้า แต่เมื่อความเร็วสูงกว่านั้น ล้อคู่หลังจะเลี้ยวไปในทิศทางเดียวกับล้อคู่หน้า เพื่อความมั่นคงในการเข้าโค้ง



------------------------------
เรื่องโดย : พรเทพ คงลาภอำนวย
คอลัมน์ Online : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/kwrX6
วันที่เผยแพร่ : วันพุธ ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 15:04 นาฬิกา
เพิ่มเพื่อน