ธุรกิจ

Bridgestone ใช้ Big Data วางแผนการปลูกต้นยางพารา


กรุงโตเกียว-Bridgestone Corporation (บริดจ์สโตน คอร์พอเรชัน) เผยถึงการพัฒนาระบบที่เพิ่มขีดความสามารถในการปลูกต้นยางพาราโดยใช้ Big Data เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตให้แก่สวนยางพารา โดยสวนยางพาราส่วนใหญ่ได้มีการใช้พันธุ์ยางที่แตกต่างกันออกไปตามพื้นที่ และต้องพบกับปัญหาด้านการจัดการหลากหลายแบบ อาทิ วิธีการเพิ่มจำนวนต้นยางในแปลงปลูก รวมถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยวอย่างไรให้ได้ประสิทธิผลสูงสุด ระบบที่ได้รับการพัฒนาใหม่นี้จะช่วยวางแผนการปลูกยางพาราให้มีประสิทธิภาพมากกว่า 30 ปี เพื่อปรับปรุง และรักษาเสถียรภาพของผลผลิตของสวนยางพารา นอกจากนี้ ยังช่วยให้เกิดการจัดหายางพาราธรรมชาติอย่างยั่งยืน*1 และมีเสถียรภาพ

ภายใต้คำแนะนำเชิงวิชาการจากสถาบันคณิตศาสตร์เชิงสถิติขององค์กรการวิจัยสารสนเทศและระบบ ในประเทศญี่ปุ่น ระบบดังกล่าวใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่รวมเอาปัจจัยหลายประการมาพิจารณา ได้แก่ ความสมบูรณ์ของดิน, การจัดการกับโรคพืช และศักยภาพในการขยายพันธุ์ต้นยางจากกลุ่มผู้ทดลอง ซึ่งแบบจำลองขั้นสุดท้ายถูกกำหนดจากความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการสวนยางพาราของ Bridgestone 

เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ขององค์กรที่ว่า “Bridgestone มุ่งมั่นส่งมอบคุณค่าแก่สังคม และลูกค้า ในฐานะองค์กรผู้ส่งมอบโซลูชันอย่างยั่งยืนให้สำเร็จภายในปี 2593” พร้อมกำหนดเป้าหมายระยะกลางด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ที่ตั้งเป้าหมายไว้ภายในปี 2573 เพื่อกระตุ้นให้เกิด “การแยกส่วน” การเติบโตของธุรกิจของเราออกจากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรที่เพิ่มขึ้น บริษัทส่งมอบโซลูชันผ่านนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการขนส่งที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น รวมไปถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในการลดการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ และการตระหนักถึงเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมไปถึงการใช้ทรัพยากรที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้

Bridgestone มุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมโดยทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ด้วยการผนวกรวมความรู้เกี่ยวกับยางที่เป็นเอกสิทธิ์ หนึ่งเดียวของเราเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทอล เพื่อร่วมสร้างคุณค่าผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน

ด้วยการใช้แบบจำลองนี้ร่วมกับการประมาณการผลผลิตที่ได้จากข้อมูลสวนยางพารา รวมถึงข้อมูลผลผลิตตามอนุกรมเวลา และข้อมูลสวนยางพาราเชิงพื้นที่นั้น ระบบใช้วิธีการเขียนโปรแกรมจำนวนเต็มแบบผสม เพื่อให้ได้มาซึ่งโซลูชันที่ดีที่สุด สำหรับการคัดสรรพันธุ์ยางพาราที่ควรปลูกระยะเวลา, สถานที่ และปริมาณการปลูก เพื่อรักษาระดับผลผลิตยางพาราธรรมชาติให้ได้แบบมีประสิทธิภาพ นับจากนี้ Bridgestone จะทำการปรับแต่งระบบเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้งานจริงในพื้นที่เพาะปลูกอื่นๆ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนการจัดหายางพาราธรรมชาติทั่วโลกอย่างยั่งยืน และมีเสถียรภาพ

ในปี 2593 คาดการณ์ว่าจำนวนประชากรโลกจะแตะที่ 9.6 พันล้านคน ในขณะที่ผู้ครอบครองยานพาหนะจะมีจำนวนมากกว่า 2.4 พันล้านคน ด้วยเหตุนี้ ปริมาณความต้องการวัสดุสำหรับการผลิตยางรถยนต์จะเพิ่มสูงขึ้นตามเช่นกัน และในขณะเดียวกัน ก็ได้มีการผลักดันให้เกิดการแยกการเติบโตของเศรษฐกิจออกจากผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามที่กำหนดในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ หรือ SDG

ปัจจุบันยางพาราธรรมชาติที่นำมาผลิตยางรถยนต์นั้น มาจากยางพาราที่ปลูกในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก โดยพบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับต้นยางพารา ได้แก่ ความเสี่ยงของโรคพืช และการลดลงของป่าฝนเขตร้อน อันเนื่องมาจากการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อขยายพื้นที่ปลูกต้นยางพารา Bridgestone มุ่งจัดการกับปัญหาเหล่านี้ด้วยการกระจาย และขยายแหล่งทรัพยากรของยางพาราธรรมชาติ และหนึ่งในโครงการของเรา คือ การวิจัย และพัฒนาเกี่ยวกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตยางพาราธรรมชาติที่ได้จากต้นยางพารา นอกจากนี้ Bridgestone ยังเร่งกิจกรรมสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยในการจัดหายางพาราธรรมชาติอย่างมีเสถียรภาพ ด้วยความพยายามเหล่านี้ เรามุ่งมั่นที่จะใช้เทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อบรรลุเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน รวมถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคตด้วย

*1  กลุ่มบริษัท Bridgestone กำหนดนิยามของวัสดุที่ยั่งยืน คือ 1) วัสดุที่มาจากแหล่งทรัพยากรที่รับประกันการจัดส่งอย่างต่อเนื่อง 2) วัสดุที่สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจของเราในระยะยาว และ 3) วัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมน้อย ตลอดวงจรชีวิตของวัสดุตั้งแต่การจัดซื้อจัดหาจนถึงการกำจัดทิ้ง



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Gd5QV
วันที่เผยแพร่ : วันพุธ ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 14:00 นาฬิกา

Follow autoinfo.co.th