ธุรกิจ

Great Wall Motors เปิดตัวอย่างเป็นทางการ


Great Wall Motors (กเรท วอลล์ มอเตอร์ส) ประกาศทุ่มงบ 22,600 ล้านบาท เปิดศึกรถยนต์ในประเทศไทย พร้อมกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่แตกต่าง เปิดตลาดปีแรกนำเสนอรถใหม่ 2 รุ่น ตั้งเป้าภายใน 3 ปี นำเสนอรถยนต์ 9 รุ่น ประกาศเปิดตัวบริษัท พร้อมกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ในประเทศไทย เปิดตลาดปีแรก เสนอ “All New Haval H6 (ฮาวัล เอช 6 ใหม่)” และ “Ora Good Cat (ออรา กูด แคท)”พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภคในทุกมิติ ตั้งเป้าสนับสนุนไทยขึ้นเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน

เอลเลียต จาง ประธาน และสตีเฟ่น หวัง รองประธาน ฝ่ายขายและการตลาด Great Wall Motors ภูมิภาคอาเซียน และประเทศไทย ร่วมด้วย ณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ Great Wall Motors ประเทศไทย ร่วมเปิดเผยว่า Great Wall Motors ประกาศแผนการลงทุน 22,6000 ล้านบาท เปิดศึกรถยนต์ในประเทศไทย โดยขณะนี้โรงงานที่จังหวัดระยองอยู่ระหว่างการดำเนินการเตรียมแผนการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศไทยและส่งออกไปยังต่างประเทศ สำหรับเฟสแรกของโรงงานคาดว่าจะมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 80,000 คัน/ปี โดยเป็นผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 40 % และส่งออก 60 % และในการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยนั้นจะมีชิ้นส่วนภายในประเทศ 45 %

“ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา Great Wall Motors ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในตลาดประเทศจีนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถ เอสยูวี และรถกระบะ มีการขยายธุรกิจไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกโดยการสร้าง DNA ของผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นจนได้รับการยอมรับจากผู้ใช้เกือบ 10 ล้านคนทั่วโลก เราไม่เพียงแต่มุ่งมั่นที่จะผลิต และส่งมอบรถยนต์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค แต่ยังใส่ใจในการสร้างสรรค์เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านยานยนต์ไฟฟ้าอันล้ำสมัย เพื่อเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยานยนต์ให้พร้อมขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้คนทั่วโลกผ่านทางนวัตกรรม อาทิ การพัฒนาเทคโนโลยี 5G การขับขี่อัตโนมัติ และ V2X การพัฒนาแบรนด์เทคโนโลยีทั้ง GWM Lemon, GWM Tank และ GWM Coffee Intelligence ที่จะ

“Great Wall Motors รุกตลาดทั่วโลกด้วยรถยนต์ 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ Haval, Ora, Wey (เว่ย) และ GWM Pick Up (กเรท วอลล์ มอเตอร์ส พิคอัพ) เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์ และความต้องการที่แตกต่างกัน ซึ่งธุรกิจของ Great Wall Motors ได้ขยายไปยังกว่า 60 ประเทศทั่วโลกด้วยกลยุทธ์ Globalization รวมไปถึงการจัดตั้งโรงงานแบบ “12+5″ คือ โรงงานผลิตเต็มรูปแบบ 12 แห่งรวมถึงโรงงานล่าสุดของเราที่จังหวัดระยอง ประเทศไทย และมีโรงงานแบบ KD (Knock Down) อีก 5 แห่งนอกประเทศจีน นอกจากนี้ Great Wall Motors ยังมีเครือข่ายศูนย์วิจัย และพัฒนาใน 10 แห่งใน 7 ประเทศทั่วโลก ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ และความสามารถในการผลิตยานยนต์ที่ผสานนวัตกรรม และเทคโนโลยีคุณภาพสูง การันตีด้วยยอดขาย 1.11 ล้านคันในปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท”

สำหรับในประเทศไทย Great Wall Motors จะบุกตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ 2 รุ่น ได้แก่ “All New Haval H6” และ “Ora Good Cat”

All New Haval H6 เป็นรถ เอสยูวี ยอดนิยม ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในตลาดจีน และตลาดโลกซึ่ง All New Haval H6 นี้ จะเป็นรถยนต์ Haval H6 Generation 3 (ฮาวัล เอช 6 เจเนอเรชัน 3) รุ่นใหม่ล่าสุดทั้งนี้แบรนด์รถยนต์ Haval นับได้ว่าเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ด้วยยอดขายรวมของรถยนต์ภายใต้แบรนด์นี้มากกว่า 6,000,000 คัน และเพิ่งทำสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อปีที่ผ่านมา เป็นรถที่เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ผสานกับดีไซจ์นอันโดดเด่น โดยคาดว่าจะเปิดตัว และส่งมอบได้ในช่วงไตรมาส 2

Ora Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า แบบแบทเตอรรีรุ่นแรกที่ Great Wall Motors จะนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ถือเป็นรถอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากๆ ทั้งในสื่อต่างๆ และทุกช่องทางออนไลน์ Ora Good Cat จะเข้ามาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มาสร้างมาตรฐานใหม่ ทั้งในด้านคุณภาพอันเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีที่ครบครัน และดีไซจ์นที่ล้ำสมัยแนวเรโทร Futuristic สำหรับคนไทยทุกคน

นอกจากนี้ Great Wall Motors ประสบความสำเร็จในการพัฒนาแบทเตอรีที่ปราศจากโคบอลท์เป็นรายแรกของโลก จากการริเริ่มคิดค้นพัฒนาการผลิตแบทเตอรีปริซึมเคลือบลามิเนทความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จ โดยในปี 2020 ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวแบทเตอรีที่ปราศจากโคบอลท์ NMX อย่างเป็นทางการ นับเป็นการตอกย้ำความเป็นเลิศด้านงานวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ควบคู่ไปกับความยึดมั่นของบริษัทในการคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในการลดการปล่อยแกสคาร์บอน และการพัฒนาระบบนิเวศของโลกอย่างยั่งยืน ซึ่งแบทเตอรีนี้จะถูกนำเข้าไปใช้ในรถยนต์ Ora Good Cat ที่จะนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ช่วงไตรมาสที่ 4

นอกจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มากด้วยเทคโนโลยีแล้ว บริษัทฯ ยังดำเนินธุรกิจผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

1) XEV Leader การเป็นผู้นำด้านรถพลังงานไฟฟ้า กับ Mission “9 in 3” ที่จะนำรถยนต์รุ่นต่างๆ เข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยทั้งหมด 9 รุ่น ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยรถยนต์แทบทั้งหมดจะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้เมืองไทยด้วยเทคโนโลยี และสมรรถนะ สร้างนิยามใหม่ของความสนุก และคุ้มค่าในการขับขี่เพื่ออนาคต

2) Consumer Voice Focus การรับฟังเสียงของผู้บริโภค Great Wall Motors ให้ความสำคัญเรื่องการรับฟังเสียงของผู้บริโภคชาวไทยมาตั้งแต่การเริ่มเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย อีกทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้ผู้ผลิตสามารถรับฟังเสียงที่แท้จริงจากผู้บริโภคได้โดยตรง และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ Great Wall Motors ได้ใช้กลยุทธ์การรับฟังเสียงของลูกค้าเป็นหลักในการวางแผนธุรกิจ และนำมากำหนดแนวทางการทำการตลาด และการให้บริการ เพื่อนำไปพัฒนา ปรับปรุง และยกระดับการให้บริการในทุกมิติ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยให้ดีที่สุด

3) New User Experience การสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า โดยนำเสียงของผู้บริโภค และคำแนะนำต่างๆ มาทำ New User Experience Concept ผ่านขบวนการ Design Thinking เพื่อออกแบบประสบการณ์ใหม่ของผู้บริโภคที่จะเริ่มต้นตั้งแต่การค้นหาข้อมูล การเปรียบเทียบรุ่นรถ การทดสอบรถ การเลือกซื้อรถ การขอสินเชื่อ การส่งมอบรถ การบริการ และการสร้างความสุขตลอดการเป็นเจ้าของรถผ่านกิจกรรมต่างๆ แบบ O2O (Online-To-Offline) และประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกในโลกที่จะนำ New User Experience นี้เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับผู้บริโภค โดย New User Experience ถูกสร้างบนความเชื่อ 3 ข้อ คือ 1) Best Choice: ลูกค้าต้องเป็นผู้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดได้ด้วยตัวเอง 2) Transparency: ลูกค้าต้องการการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการที่โปร่งใส ตรงไปตรงมา และ 3) Happiness & Loyalty: ลูกค้าจะต้องมีความสุข และประสบการณ์ที่ดีกับแบรนด์ตลอดการเป็นเจ้าของ และพร้อมที่จะส่งมอบความสุขนี้ให้กับผู้อื่นด้วยการบอกต่อ

Great Wall Motors มั่นใจว่า การรุกตลาดในประเทศไทยครั้งนี้จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่มากด้วยเทคโนโลยี และการสร้างความแปลกใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า ในการนำเสนอ การส่งมอบผลิตภัณฑ์ และบริการที่ดีที่สุดให้กับคนไทย รวมไปถึงความพร้อมในการเข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างมีศักยภาพ โดยบริษัทฯ จะสร้างโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการที่เป็นฟแลกชิฟสโตร์แห่งแรกของไทย และอาเซียน โดยจะครอบคลุมการบริการงานซ่อม อู่ซ่อมสี ที่มีช่องซ่อมถึง 20 ช่องซ่อม รวมถึงศูนย์ฝึกอบรม และคลังอะไหล่ ที่ถือว่าเป็นมิติใหม่แห่งอุตสาหกรรมยานยนต์

สำหรับการขยายตัวแทนจำหน่าย อยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งตัวแทนจำหน่ายของ Great Wall Motors ก็จะมีโมเดลที่แตกต่างจากโมเดลธุรกิจที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าจะประกาศได้ในเร็วๆ นี้

GWM_๒๑๐๒๑๐_1

เอลเลียต จาง ประธาน Great Wall Motors ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย

GWM_๒๑๐๒๑๐_2

สตีเฟ่น หวัง รองประธาน ฝ่ายขายและการตลาด Great Wall Motors ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย

GWM_๒๑๐๒๑๐_0

ณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ Great Wall Motors ประเทศไทย



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์
คอลัมน์ Online : ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/M8ilp
วันที่เผยแพร่ : วันพุธ ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 14:58 นาฬิกา
เพิ่มเพื่อน